
ดอว์นมองดูเงินในกระเป่าซื้อแค่ชิ้นเดียวก็แทบจะผลาญเงินไปเกือบหมด แคเรนเห็นเจ้าของร้านหายเข้าไปหลังร้านพักหนึ่งเธอก็เดินมาคุยกับดอว์น
“ท่านจะซื้อหรือ”
“จะเอากลับไปฝากอีริคน่ะ ตระกูลอีสตันบูลน่าจะสนใจค้นคว้าพวกอาวุธใหม่ๆของอาณาจักรอื่นๆ “
“จะว่าไปข้าก็ยังไม่เคยได้ยินว่าผลึกจากสัตว์อสูรใช้เก็บอาคมได้ด้วยถ้าใช้แทนผลึกคอร์กัสได้ก็น่าสนใจนะ”
“ผลึกจากสัตว์อสูรระดับหนึ่งหรือสองใช้เก็บพลังพันธะไอรอนบอนด์ของท่านไม่ได้หรอกมีแต่ผลึกจากสัตว์อสูรระดับสามเท่านั้นที่ทำได้ แล้วมันก็หายากกว่าผลึกคอร์กัสมากบอกตามตรงว่าแม้แต่ตระกูลอัศวินทั้งแปดก็น่าจะเคยสังหารสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าเวเวอร์นับจำนวนได้น่ะ”
“เวเวอร์นี่ระดับสองใช่มั้ยแล้วหลังจากฆ่าแล้วไม่เคยเก็บผลึกของมันเอาไว้หรือ”
“จำได้ว่าท่านพ่อเคยมีเก็บเป็นของสะสมนะแต่ของสะสมของเขามีหลายอย่างก็เลยไม่รู้ว่ามันคืออะไรบ้าง ข้าไม่แน่ใจว่าเขารู้เรื่องที่หินผลึกของสัตว์อสูรเก็บอาคมได้หรือเปล่าเขาไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองให้ข้าฟัง ท่านแม่ก็เสียไปหลังจากข้าเกิดสำหรับข้าท่านพ่อคือบุคคลปริศนาอันดับหนึ่งเลยล่ะ”
แคเรนพยักหน้ารับรู้ในขณะที่เจ้าของร้านเดินถือกล่องไม้แกะสลักอย่างประณีตออกมาเธอเปิดฝากล่องเผยให้เห็นผลึกใสทรงรีขนาดเท่านิ้วชี้ มีสีเหลืองหม่นคล้ายอำพันเจ้าของร้านเห็นแคเรนและดอว์นมองจ้องผลึกอย่างสนใจก็เริ่มอธิบายให้ฟัง
“ผลึกของสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดนี้เรียกว่าผลึกอำพันแตกต่างจากผลึกคอร์กัสที่สีนี่แหละ สีเหลืองขุ่นเหมือนหินธรรมชาติแต่ถ้าส่องดูข้างในจะเห็นประกายน้ำสีแดงพอรวมกับสีเขียวของน้ำสมุนไพรที่บรรจุเข้าไปก็จะกลายเป็นสีแดงสะท้อนสีเขียวนี่คือผลึกอาคมระดับสองที่มีค่าเทียบเท่าผลึกคอร์กัส”
ดอว์นเปิดกระเป๋าหยิบเหรียญทองอีกสามเหรียญส่งให้เจ้าของร้านเธอยิ้มแบมือรับ เมื่อกำลังจะเก็บเข้ากระเป๋า ดอว์นก็จับมือของเธอไว้
“ลดให้สักเหรียญทองไม่ได้หรือ ขอค่าเดินทางกลับบ้านน่ะ”
“ท่าทางคุณชายมีเงินนะ เดี๋ยวก็หาทางกลับบ้านได้เชื่อข้าสิ”
“เงินข้าหมดเพราะท่านนี่ไง”
เจ้าของร้านสะบัดมือก่อนจะเก็บเหรียญทองใส่กระเป๋าตัวเองแล้วหยิบเหรียญเงินออกมาใส่มือของดอว์น
“น่าจะพอค่ารถม้าอยู่นะ ถือว่าข้าใจดีหรือยัง”
ดอว์นยิ้มลอยๆ ก่อนจะตอบกลับไปตามมารยาท “ขอบคุณนะ”
เจ้าของร้านมอบกล่องไม้บรรจุผลึกอำพันให้ดอว์นหลังจากแยกย้ายกับเจ้าของร้าน ดอว์นก็ถามแคเรนพลางกวาดสายตาไปทั่วร้าน
“ท่านหญิงอยากได้ชิ้นไหนอีกหรือไม่”
“ท่านยังเหลือเงินหรือ”แคเรนถามกลับอย่างตรงไปตรงมาทำให้ดอว์นยิ้มเก้อ เธอกล่าวกับเขาอย่างอารมณ์ดี“ไม่อยากได้แล้วล่ะ ผลึกคอร์กัสหาในถิ่นของเราง่ายกว่าด้วยไม่เห็นต้องเปลืองเงินเลย”
“เราซื้อความรู้น่ะ” ดอว์นกล่าวแบบขอไปที “ผลึกอาคมไม่ใช่ของหาง่ายในอาณาจักรอื่นนะอย่างน้อยข้าก็รู้แล้วว่าอาคมระดับสูงของพวกเขาได้มาจากพันธะชีวาของราชวงศ์โรฮานน่าแล้วก็ท่านเก็บอันนี้เอาไว้สิ”
ดอว์นยื่นสร้อยข้อมือที่ร้อยด้วยผลึกทรงกลมขนาดเท่าหนึ่งข้อนิ้วชี้มันเป็นผลึกใสเจือสีน้ำเงินของน้ำสมุนไพรที่บรรจุอยู่ข้างใน แคเรนรับมาสวมไว้ที่ข้อมือดอว์นมองเธออย่างชอบใจก่อนเริ่มอธิบาย
“ข้าซื้อมันก่อนจะซื้อผลึกอำพันเจ้าของร้านบอกว่ามันลงอาคมเสริมพลังเบาๆ เอาไว้ข้ารู้ว่าพลังพันธะอาคมในตัวท่านรักษาบาดแผลได้อยู่แล้วก็เลยเลือกเสริมพลังให้ดีกว่า”
แคเรนยิ้มกับความพิถีพิถันของดอว์นนิสัยส่วนนี้คงคล้ายกับคาร์ล
“ขอบคุณท่านมาก”
“ท่านหญิงเล่าเรื่องหลังจากเราพบกันครั้งแรกให้ข้าฟังได้มั้ยพวกท่านเดินทางไปพบตระกูลอื่นๆ เป็นยังไงบ้าง”
“ทำไมอยู่ๆ ถึงถามล่ะ”
“ข้าแค่รู้สึกเสียเปรียบคนอื่นน่ะ”
แคเรนนึกในใจ เธอไม่เคยมองหน้าดอว์นอย่างเต็มตาสักครั้งเพราะมัวแต่คิดมากเรื่องของคาร์ลอย่างไรเสียบุคลิกและนิสัยของพวกเขาก็เป็นคนละคนกันโดยสิ้นเชิงเธอตัดสินใจพูดกับดอว์นตามตรง
“ขอโทษด้วย ข้าเห็นภาพติดตาที่ไม่ดีมาก็เลยไม่กล้ามองหน้าท่านตรงๆ ตั้งแต่ท่านกลับมา”
“ไม่ต้องคิดมากหรอก ข้าได้ยินเรื่องจากไกอัสแล้วเพียงแต่รู้สึกว่ายังตามพวกท่านไม่ทันเท่านั้นเอง”
“งั้นเราไปหาร้านน้ำชานั่งพักกันเสียหน่อยข้าจะเล่าให้ท่านฟังระหว่างรอไกอัสนะ”
ในขณะเดียวกันไกอัสเดินตามเชสเนอร์เข้าไปในร้านขายภาพวาดบนผนังแขวนภาพเหมือนหุ้มกรอบทองของคน สัตว์และทิวทัศน์แปลกตามากมายเจ้าของร้านเป็นชายรูปร่างสูงโปร่ง ผอมแห้งแต่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาดวงตาเล็กเรียวและไม่ค่อยแสดงสีหน้าชัดเจนนักผมของเขาเป็นสีบรอนด์ซีดปกคลุมใบหน้าข้างหนึ่งเขาอยู่ในชุดเสื้อคอปกและกางเกงขายาวกลมกลืนกับชาวบ้านทั่วไป เมื่อเห็นเชสเนอร์เดินเข้าร้านมาเขาก็โค้งให้เล็กน้อยเหมือนคุ้นเคยกันอยู่บ้าง
เชสเนอร์เดินนำไกอัสขึ้นไปบนชั้นสองร้านขายภาพแห่งนี้ไม่ได้มีลูกค้ามากมายนักโดยเฉพาะห้องที่เชสเนอร์พาเดินเข้ามามีพวกเขาอยู่กันแค่สองต่อสองเท่านั้น
“รู้หรือไม่ว่าทำไมห้องนี้ถึงไม่มีลูกค้า”
ไกอัสจับตาดูอีกฝ่ายอย่างระวังตัวแต่ไม่ได้ระแวงจนผิดสังเกตเขากล่าวตอบ
“อาจเป็นห้องสำหรับลูกค้าพิเศษหรือเปล่า”
เชสเนอร์ยิ้มบางก่อนจะผายมือไปทางภาพบนฝาผนังให้อีกฝ่ายสังเกตตาม
“เกือบถูกที่จริงเป็นเพราะภาพในห้องนี้เป็นของหายากก็เลยแพงมากน่ะ”
ไกอัสกวาดสายตามองดูภาพของหญิงสาวสูงศักดิ์หลายภาพในชุดกระโปรงลูกไม้ที่ตัดเย็บอย่างประณีตซึ่งเป็นชุดที่คนในราชวงศ์นิยมใส่กันสายตาของเขาสะดุดเข้ากับภาพของหญิงสาวผมสีแดงชาดในชุดสีดำมีผ้าลูกไม้ปกคลุมใบหน้าทำให้มองเห็นได้เลือนลางไกอัสจำได้ว่าเธอคือราชินีเรเนเซียที่หก ภาพที่แขวนอยู่ข้างกันคือหญิงสาวในชุดสีแดงชมพูซึ่งก็คือแคเรนและถัดจากแคเรนเป็นภาพของหญิงสาวผมสีน้ำตาลทองนัยน์ตาสีเขียวในชุดกระโปรงสีแดงม่วงสองภาพต่างกันตรงที่อีกภาพหนึ่งใบหน้าของเธอดูอ่อนเยาว์กว่าและรูปร่างเด็กกว่า
ไกอัสจำได้ว่าภาพของหญิงสาวผมสีน้ำตาลทองนี้ตรงกับคำบรรยายในบันทึกต่างแดนของอาณาจักรครอสวูดที่เขาเคยอ่านในห้องหนังสือเขากล่าวขึ้นเบาๆ
“ภาพของราชินีเรน่า และท่านหญิงเยเลน่า มอนเฟอร์เลส งั้นหรือ”
เชสเนอร์หันไปมองไกอัสอย่างชื่นชม เขายิ้มนิดหนึ่งแล้วจึงตั้งคำถาม
“งั้นตอนนี้ก็คงรู้แล้วสินะว่าทำไมภาพในห้องนี้ถึงมีเฉพาะลูกค้าพิเศษที่เข้าชมได้เจ้าเห็นอะไรอีกหรือเปล่า”
ไกอัสเลิกคิ้วมองสำรวจภาพทั้งหมดบนผนังอีกครั้งแต่กลับไม่พบภาพที่ควรจะมีอยู่มากที่สุดของราชวงศ์มอนเฟอร์เลส เขาพึมพำออกมา
“ลอเรไลน์ มอนเฟอร์เลส ไม่มีภาพของราชินีองค์ปัจจุบันของครอสวูดอยู่เลย”
“อืม...” เชสเนอร์พยักหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนคิด“นั่นสิ ทำไมกันล่ะ”
“ท่านเป็นใครทำไมถึงบอกเรื่องภายในของอาณาจักรครอสวูดกับข้า ท่านรู้ว่าข้าเป็นใครงั้นหรือ”
“ข้าไม่ได้สนใจสักหน่อยแล้วก็ไม่รู้ว่าข้าบอกอะไรเจ้าไปกันแน่ ข้าแค่ให้เจ้าดูภาพวาด ภาพของราชินีลอเรไลน์อาจจะถูกนำไปซ่อมแซมก็เป็นได้นี่”
ไกอัสชะงักเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเขาตื่นตระหนกเกินไปเขาสงบอารมณ์แล้วจึงถามกลับไป
“ท่านต้องการอะไรกันแน่”
“ข้าแค่อยากผูกมิตร ผูกมิตรหลายๆฝ่ายเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ”
ไกอัสนิ่งคิด สำหรับเขาก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องขาดทุนเขาจึงพยักหน้าตอบรับ
“แล้วข้าจะติดต่อท่านยังไง ให้มาอาณาจักรริคมาทุกครั้งน่ะหรือ”
“สมาคมบัสเตอร์ไม่เป็นที่ต้อนรับในบางอาณาจักรก็จริงแต่ร้านขายภาพไม่มีสิ่งใดต้องห้ามนี่ ร้านขายภาพของท่านเอลเฟ่ ไฮท์เป็นร้านแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีที่สุดถ้าอยากติดต่อข้าก็อ้างขอประมูลภาพในห้องนี้สักภาพ เขาจะติดต่อข้าให้เอง”
“เข้าใจแล้ว”
“ท่านเอลเฟ่เป็นคนไม่พูดมากเพราะถือเรื่องชื่อเสียงในวงการท่านก็ลงชื่อเป็นสมาชิกไว้บ้าง จะได้ทำการติดต่อสองทางได้”เชสเนอร์กล่าวก่อนจะเดินนำไกอัสออกจากห้องสำหรับแขกพิเศษนี้ “ข้าจะเดินดูภาพวาดอื่นๆต่ออีกสักหน่อย เราแยกย้ายกันตรงนี้ก็แล้วกัน”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัว ยังมีธุระต้องไปต่อ”
“แล้วพบกันนะ” เชสเนอร์กล่าวทิ้งท้ายทำให้ไกอัสรู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาด