ยอดยุทธชุดชมพู

    56.เจ้ามันไม่คู่ควร!

    56.เจ้ามันไม่คู่ควร!

                   ตำหนักของฮ่องเต้เฟย ตกแต่งหรูหรางดงาม พรมปูพื้นทออย่างประณีตงดงาม ม่านลูกปัดทำจากหยก และพลอย ของใช้อื่นๆล้วนประณีตงดงาม มีค่าควรเมืองจากที่ไป๋หลงสังเกต ของแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างคาดว่าคงเป็นสิ่งของบรรณาการจากอาณาจักรต่างๆ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรเฟย

                   ภายในตำหนักมีสตรีรูปร่าง หน้าตางดงามกำลังนั่งรออยู่ภายในตำหนัก ใบหน้าเรียว ดวงตาคมกริบหางตาชี้ ริมฝีปากบางเฉียบคิ้วยาวได้รูป ปลายจมูกเล็ก สันจมูกโด่ง หน้าผากอิ่มเอิบ สวมมงกุฎหงส์บ่งบอกฐานะของการเป็นฮองเฮา ยังมีชุดหนาหนักหลายชั้นที่งดงามประณีตปักลายหงส์

                   “นี่หรือเพคะ สตรีที่ลูกหานตงชอบพอ”น้ำเสียงไพเราะกังวานของฮองเฮาดังขึ้นและคงจะน่าฟังกว่านี้ถ้าน้ำเสียงไม่แฝงความรังเกียจและดูถูกเอาไว้

                   ฮองเฮาผู้นี้เป็นมารดาเลี้ยงของเฟยหานตงได้ยินมาว่าหลังจากเฟยหานตงเกิดได้ไม่นานมารดาของเฟยหานตงซึ่งเป็นอดีตฮองเฮาก็สิ้นพระชนม์ทำให้สตรีผู้นี้ก้าวขึ้นมาแทนที่มารดาของเฟยหานตงนับตั้งแต่นั้น

                   “เป็นนางไม่ผิดตัวแน่นอน”ฮ่องเต้ตรัสตอบขณะนั่งลงเก้าอี้ตัวถัดจากฮองเฮา

                   “ถวายพระพรฮองเฮาขอจงทรงพระเจริญพันปีพันพันปี”ไป๋หลงยอบกายถวายความเคารพ ฮองเฮาผู้ก้าวเท้าตรงมาที่เธอ

                   ปลอกเล็บแหลมคมของฮองเฮาจิกใต้คางของไป๋หลง ขณะเชยคางไป๋หลงขึ้น ก่อนจะใช้ปลอกเล็บแหลมคมเกี่ยวผ้าปิดหน้าของเด็กสาวออกทันทีที่แผลเป็นทั้งหมดปรากฏสู่สายตา ฮองเฮาก็สูดหายใจลึกด้วยความตกตะลึงแม้แต่ฮ่องเต้เฟยเห็นแผลเป็นเต็มตายังอดตกใจไม่ได้....

                   แผลเป็นพาดผ่านตั้งแต่ขมับถึงริมฝีปากเป็นรอยนูนแดงกว้างเท่าขนาดความกว้างของนิ้วมือยังมีรอบๆบาดแผลผิวเป็นสีดำคล้ำเกิดจากการกัดกร่อนของยาพิษ

                   ไป๋หลงได้แต่มองพื้นแสร้งทำสีหน้าเศร้าโศกเมื่อมีคนตกใจใบหน้าอัปลักษณ์ของตน

                   “อัปลักษณ์ราวกับภูตผีไม่มีผิด!”ฮองเฮาทำท่าตกใจ ขณะอุทาน

                   ไป๋หลงได้ยินแล้วแสร้งทำหน้าเศร้ายิ่งกว่าเดิมน้ำตาคลอหน่วงคล้ายจะร้องไห้ เสี่ยวไป๋ที่อยู่ในอ้อมแขนของไป๋หลงแอบก่นด่าในใจ...

                   ‘มารดามันเถอะ ปากไม่มีหูรูดหรืออย่างไรพูดจาซ้ำเติมผู้คนแบบนี้ ไร้มารยาทที่สุด!’เสี่ยวไป๋ก่นด่าในใจ‘จะวิจารณ์ก็ให้ไป๋หลงลุกก่อนไหมแกล้งให้ค้างอยู่ในท่าถวายบังคมแบบนี้ นิสัยไม่ดีเหมือนกันทั้งผัวทั้งเมีย!’

                   เมื่อฮองเฮาหายตกใจก็จับหน้าของไป๋หลงพลิกไปอีกด้านพิจารณารอยแผลเป็นเทียบกับฝั่งที่ไร้รอยแผลเป็น  

                   ไป๋หลงรู้สึกแสบใบหน้าบริเวณที่ฮองเฮาจงใจกดปลอกเล็บให้แรงขึ้นจนเธอรู้สึกได้ว่าเลือดซึม

                    “อืม...เหมือนที่ร่ำลือจริงๆหากใบหน้านี้ไร้รอยแผลอัปลักษณ์ ต้องงดงามมากแน่ๆ แม้จะไม่งามล่มแคว้น แต่ความงามนี้มากพอให้บุรุษทั้งหลายหลงใหลได้เพียงแรกพบ...”น้ำเสียงของฮองเฮาแฝงความเสียดายอย่างมากแล้วพลิกกลับมาข้างที่มีแผลอัปลักษณ์เป็นรอยนูนแดงทำลายโฉมงามจนสิ้น

                   สีหน้าของฮองเฮาเต็มไปด้วยความรังเกียจ“แต่ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็อัปลักษณ์น่ารังเกียจ!”ฮองเฮากล่าวขณะผลักไป๋หลงแรงๆด้วยพลังยุทธทำให้ไป๋หลงที่ไม่ทันตั้งตัวล้มลงทันที!

                   “โอ้ย..”ไป๋หลงร้องด้วยความเจ็บเมื่อล้มก้นกระแทกพื้นเสียงดัง

                   ‘มารดามันเถอะ!’ไป๋หลงก่นด่าในใจขณะรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งก้น!

                   เสี่ยวไป๋พลันตาลุกวาวแยกเขี้ยวกางกรงเล็บหมายสังหารฮองเฮาผู้บังอาจรังแกเจ้านายของตน

                   “กรี้ดดดดด”ฮองเฮากรีดร้องด้วยความตกใจที่กระต่ายน้อยไร้พิษสง จู่ๆ ก็น่ากลัวราวกับปีศาจ ฟันของมันแหลมคม กรงเล็บยืดยาวแววตาเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร! กำลังพุ่งเข้าใส่หมายปลิดชีวิตตน!

                   ฮ่องเต้รีบพุ่งเข้ามาขวางหน้าฮองเฮาไว้เกร็งพลังยุทธระดับราชันยอดยุทธเตรียมตอบโต้กลับ!

                   “เสี่ยวไป๋อย่า!”ไป๋หลงคว้าตัวเจ้ากระต่ายไว้ได้ทันหาไม่ มันคงกระโจนเข้าใส่ทั้งฮองเฮา และฮ่องเต้แล้วสังหารเสีย

                   “เย็นไว้เสี่ยวไป๋เย็นไว้”ไป๋หลงปลอบขณะลูบหลังเจ้ากระต่ายที่โกรธจนตัวสั่น

                   “เจ้าช่างบังอาจนัก!”เสียงของฮองเฮาตวาดขึ้นเมื่อได้สติ“กล้าสั่งให้สัตว์หน้าขนทำร้ายข้า!”

                   ไป๋หลงกะพริบตาปริบๆเห็นๆอยู่ว่าเธอสั่งห้ามเสี่ยวไป๋ลงมือชัดๆทำไมกลายเป็นเธอสั่งเสี่ยวไป๋ลงมือทำร้ายฮองเฮาผู้นี้ได้เล่า....

                   ‘ประสาท!’ไป๋หลงก่นด่าในใจทว่ากลับแสร้งตีสีหน้าแตกตื่นลนลาน หวาดกลัวว่าจะถูกสั่งลงโทษ“หม่อม...หม่อมชั้นมิบังอาจ!”ไป๋หลงรีบคุกเข่าทำสีหน้าตื่นกลัว“เจ้ากระต่ายเป็นผู้พิทักษ์ประจำตัวของหม่อมชั้น มันตกใจก็เลยเผลอลงมือ”ไป๋หลงรีบแก้ต่างทันที

                   “ทหาร ทหาร! ลากนังหญิงอัปลักษณ์นี่ไปตัดหัว!!!”สิ้นคำสั่งทหารหน้าตำหนักก็กรูเข้ามาหอกมากมายถูกแทงมาจากทุกทิศทางห่างจากคอของไป๋หลงและเสี่ยวไป๋เพียงคืบเดียว...

                   เสี่ยวไป๋กางกรงเล็บอวดฟันแหลมคมในปาก แววตาลุกวาวอีกรอบ หมายสังหารผู้คนทว่าไป๋หลงกลับรัดมันไว้แน่นพร้อมทั้งกระซิบบอกทางกระแสจิต

                   ‘ใจเย็นไว้เสี่ยวไป๋ข้ายังไม่ได้ดูฮ่องเต้ออกโรงเลยข้าอยากรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วคนผู้นี้ต้องการอะไรกันแน่ เพราะตั้งแต่ต้นยันจบข้ายังไม่ได้ยินคนผู้นี้กล่าวเกินประโยคเดียวมีเพียงฮองเฮาโรคจิตเท่านั้นที่ร้องโวยวายตลอดเวลา’ไป๋หลงว่าพลางลูบหลังเจ้ากระต่ายปลอบโยนมัน

                   ‘มัวแต่ใจเย็น มัวแต่รอดูฮ่องเต้ผู้นี้ข้าเกรงว่าจะถูกลากไปตัดหัวก่อนนะสิถ้ายังไม่ลงมือตอบโต้!’เสี่ยวไป๋เถียงกลับทางกระแสจิตทว่าก็ยอมเก็บกรงเล็บ เป็นสัญญาณบอกว่ามันจะไม่ลงมือ...

                   ขณะที่ทหารสองคนกำลังจะเข้ามาลากไป๋หลงไปตัดหัวตามรับสั่งของฮองเฮาฮ่องเต้ก็ตรัสขึ้น

                   “พวกเจ้าถอยออกไปให้หมด!”สุรเสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ตรัสขึ้นทำให้เหล่าทหารต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงครู่นึงทว่าเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของฮ่องเต้ที่มองมา เหล่าทหารทั้งหลายก็รีบเก็บอาวุธถวายบังคมลา แล้วรีบล่าถอยออกไป..

                   ดูท่าแล้วฮ่องเต้คงยังไม่อยากให้เธอตาย! อาจจะแค่จงใจให้เธอหวาดกลัว...

                   ‘รีบๆเผยเจตนาท่านออกมาเถิด!’ไป๋หลงเหยียดยิ้มชั่วร้ายในใจ ทว่ายังคงคุกเข่าทำสีหน้าหวาดกลัวแสดงละครตบตาคนต่อไป...

                   “ฝ่าบาทเหตุใดไม่ให้หม่อมชั้นจัดการนังเด็กอัปลักษณ์นี่เสีย!”ฮองเฮาโวยวาย“ถ้านังเด็กอัปลักษณ์นี่ตาย ลูกหานตงก็จะตัดใจจากนางสุดท้ายก็จะยอมหมั้นกับองค์หญิงแห่งอาณาจักรเฉิน!”

                   ฮ่องเต้ได้ยินพลันดวงตาวาวโรจน์ถลึงตาใส่ฮองเฮาทำให้ฮองเฮาก้มหน้าด้วยความสำนึกผิดว่าตนเผลอหลุดปากพูดความลับนี้ออกไป...เฟยหานตงยังไม่รู้ว่าทั้งสองอาณาจักรกำลังตกลงหมั้นหมายเด็กทั้งคู่...

                   ไป๋หลงได้ยินแล้วตาเบิกกว้าง...นี่หมายความว่าฮ่องเต้มีสะใภ้ที่หมายตาไว้แล้ว...ที่เรียกเธอมาวันนี้ก็เพื่อให้เธอหลีกทางหรือไม่ก็กำจัดเธอเสีย...

                   พลันไป๋หลงก็ยิ้มอย่างขมขื่น...เมื่อนึกได้ว่าตนเองเป็นเด็กสาวอัปลักษณ์ ไร้ยศถาบรรดาศักดิ์แม้จะเป็นลูกหลานเชื้อพระวงศ์ก็เป็นเพียงสายเลือดจากอาณาจักรเล็กๆ ไม่มีทางคู่ควรกับรัชทายาทผู้สูงส่งจากอาณาจักรที่ปกครองใต้หล้ามีอำนาจสูงสุด แข็งแกร่งที่สุดได้...

                   ฮ่องเต้เฟยเหลือบมองเด็กสาวที่ทำสีหน้าเศร้าโศกแล้วเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ! ‘ดีเจ้าควรรู้จักเจียมตน!’

                   “ฮองเฮาคืนนี้เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว กลับตำหนักไปพักผ่อนเถิด...”ฮ่องเต้ไล่ฮ่องเฮาผู้ปากสว่างกลับทันที!

                   “แต่..”ฮองเฮาคัดค้านทันทีทว่าเมื่อถูกพระสวามีเหลือบมองด้วยแววตาดุดัน ทำให้ฮองเฮาต้องก้มหน้าถวายบังคมลาแล้วรีบจากไปทันที ทว่าระหว่างเดินยังไม่ลืมจงใจเหยียบมือของไป๋หลงที่หมอบกราบบนพื้นด้วยสีหน้าเกลียดชัง!

                   ไป๋หลงเจ็บจนต้องกัดฟันไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไป

                   ‘นังผีหน้าขาว!’เสี่ยวไป๋ก่นด่าอยากใช้กรงเล็บกรีดหน้าฮองเฮาผู้โบกแป้งจนขาววอกให้เสียโฉม เพื่อแก้แค้นให้ไป๋หลงทว่าเสี่ยวไป๋ทำได้เพียงแค่คิด เมื่อถูกไป๋หลงใช้แขนรัดไว้แน่นจนมันดิ้นไปไหนไม่ได้....

                   ฮ่องเต้ทำราวกับไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ทรงรับน้ำชาจากขันทีเฒ่ามาดื่มด้วยท่าทางสบายๆราวกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับพระองค์

                   “ฝ่าบาท...”ไป๋หลงแสร้งทำเสียงสั่น“เฟยหานตง...มีคู่หมั้นแล้วจริงหรือเพคะ”น้ำเสียงฟังดูเศร้าโศกเจ็บปวดจนเสี่ยวไป๋ต้องเงยหน้ามองเจ้านายตนเอง...ที่น้ำตาคลอหน่วงสีหน้าเศร้าโศกยังมีแววตาที่คล้ายกับเจ็บปวดรางๆ

                   เสี่ยวไป๋เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าไป๋หลงเสแสร้งหรือว่ากำลังเสียใจจริงๆ!!!

                   “รัชทายาท..”ฮ่องเต้เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มงวดดุดัน“เจ้าต้องเรียกเฟยหานตงว่ารัชทายาท...”ฮ่องเต้เฟยตรัส พลางหรี่ตามองเด็กสาวที่น่าสงสารตรงหน้า

                   “เจ้าควรจะตาสว่างได้แล้วฮุ่ยหนิงหรง เจ้าเป็นแค่ลูกสาวของแม่ทัพผู้หนึ่ง ชาติกำเนิดต่ำต้อย แม้มารดาของเจ้าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ทว่าก็แค่เชื้อพระวงศ์จากอาณาจักรที่อ่อนแอซ้ำตอนนี้ใบหน้าเจ้ายังอัปลักษณ์เสียโฉม จนน่ารังเกียจ... ไม่ว่ามองอย่างไรเจ้าก็ไม่คู่ควรกับรัชทายาทผู้สูงส่งแม้กระทั่งฐานะหญิงรับใช้อุ่นเตียงให้ลูกชายของข้า เจ้าก็ไม่คู่ควร!”ฮ่องเต้เฟยเผยสีหน้ารังเกียจครู่นึง

                   ไป๋หลงได้ยินแล้วทำสีหน้าตกตะลึงหน้าตาซีดเผือด พลันน้ำตาไหลอาบสองแก้ม คล้ายว่าถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง...

                   “ไม่คู่ควร...ไม่คู่ควร...”ไป๋หลงพึมพำขณะเหม่อลอยคล้ายกำลังใจสลายกับสิ่งที่ได้ยิน “ข้าไม่คู่...ควร”น้ำตาอาบสองแก้มหยดลงบนพื้นไม่ขาดสาย

                   ฮ่องเต้เฟยยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะตรัส “ทีนี้เจ้าก็คืนตราหยก ที่รัชทายาทมอบให้เจ้า คืนมาได้แล้ว...”

                   ตราหยกที่สามารถสั่งการกองทัพของอาณาตักรเฟยได้ตราที่เหยฟานตงมอบให้เป็นของหมั้นแก่ไป๋หลงตอนสี่ขวบ!

                   “ไม่...ไม่...ข้าไม่คืน!”ไป๋หลงปฏิเสธขณะขดตัวด้วยความหวาดกลัวว่าจะมีใครมาชิงตราหยกจากตัวเธอไป...

                   “ค้นตัวนาง!”ฮ่องเต้เฟยตรัสขณะหันหลังให้เหล่านางกำนัลลงมือค้นตัวเด็กสาว

                   เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองไป๋หลง ‘แล้วจะให้ข้าทำยังไงยอมให้พวกนางค้นตัวเจ้าหรือตัดมือพวกนางทิ้งดี!’เสี่ยวไป๋ถามทางกระแสจิต

                   ‘ให้พวกนางค้น!’ไป๋หลงตอบขณะโยนเสี่ยวไป๋ใส่หน้านางกำนัลคนแรกที่พุ่งเข้ามาหาตัวเอง...เสี่ยวไป๋แยะยิ้มกางกรงเล็บใส่จนนางกำนัลคนนั้นเอามือกุมใบหน้าตนเองด้วยกลัวว่ากระต่ายน้อยจะใช้กรงเล็บกรีดหน้าตน...เสียงกรีดร้องของนางกำนัลทำให้ฮ่องเต้หันกลับมา

                   “ซีเหมิน! จับเจ้ากระต่ายนั่นไว้!”ฮ่องเต้เฟยออกคำสั่ง ทันใดนั้นแสงสีขาวก็พุ่งเข้าหาเสี่ยวไป๋อย่างรวดเร็วขณะเสี่ยวไป๋กำลังจะกางกรงเล็บตวัดใส่ เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

                   ‘เสี่ยวไป๋ข้าเอง’เจ้าของเสียงนั้นคือบุรุษรูปงามหน้าตาละม้ายคล้ายเสี่ยวไป๋ยามแปลงกายเป็นมนุษย์ทว่าลักษณะของคนผู้นี้กลิ้งกลอกเจ้าเล่ห์ ดูลึกลับให้ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจหรือน่าเข้าใกล้เลยสักนิด...

                   ‘เสี่ยวซี!’เสี่ยวไป๋ร้องเรียกทางกระแสจิตด้วยความตกใจที่แท้แล้วกลิ่นอายที่คุ้นเคยของเทพอสูร ที่เสี่ยวไป๋สัมผัสได้ก็มาจากคนตรงหน้าซึ่งเป็นพี่ชายคนรองนั่นเอง...

                   ผู้ถูกเรียกว่าเสี่ยวซีขยิบตาให้ขณะอาศัยจังหวะที่เสี่ยวไป๋มัวแต่ตกตะลงคว้าหูยาวๆของเจ้าเสี่ยวไป๋ขึ้นมา พลางยิ้มชั่วร้ายให้เสี่ยวไป๋

                   “อ๊าก...เจ็บนะ เจ็บ ปล่อย ปล่อย!”เสี่ยวไป๋โวยวายลั่นขณะทั้งถีบทั้งเตะทว่าด้วยขาสั้นๆของร่างกระต่ายทำให้มันถีบและเตะได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า

                   “จุ๊ๆ เจ้ากระต่ายน้อยอย่างส่งเสียงดังข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นก็แล้วกัน...”เสี่ยวซีกล่าวพลางหิ้วหูเจ้าเสี่ยวไป๋แล้วพาออกจากตำหนักไประหว่างทางยังกลั่นแกล้งเขย่ามือแรงๆ จนร่างของเสี่ยวไป๋แกว่างๆไปกระเด้งกระดอนจนเสี่ยวไป๋ตาลายไปหมด...เสี่ยวไป๋โวยวายจนหายลับออกจากตำหนักไป

                   ไป๋หลงเหลือบมองเสี่ยวไป๋ขณะปากก็แสร้งตะโกนเรียกเสี่ยวไป๋ด้วยความเป็นห่วง ทั้งๆที่ในใจรู้แล้วว่าเสี่ยวไป๋จะไม่เป็นอันตรายตอนแรกที่ไป๋หลงเห็นว่าเสี่ยวไป๋ถูกรังแกไป๋หลงก็คว้าพัดหยกในแขนเสื้อคิดจะสั่งให้เป่าเล่อพัดหยกของอวี้ตี้ ลงมือจัดการสัตว์เทพอสูรผู้นี้เสียแต่เป่าเล่อกลับแอบกระซิบว่าคนผู้นี้คือพี่ชายรองของเสี่ยวไป๋  ดังนั้นไป๋หลงจึงวางใจปล่อยให้เสี่ยวไป๋ถูกลากออกจากห้องไป

                   “พวกเจ้าลงมือค้นต่อ!”ฮ่องเต้สั่งขณะหันหลังให้ทันทีไม่มองภาพที่ไม่เหมาะสม ที่อาจเกิดจากการค้นตัวเช่นเสื้อผ้าที่อาจถูกฉีกทึ้งรื้อค้น

                   ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเด็กสาวกรีดร้อง เอาแต่ตะโกน “ไม่นะ อย่าเอาไป อย่าเอาตราหยกของข้าไป!”

                   “ฝ่าบาทพบตราหยกแล้วเพคะ”นางกำนัลยื่นของตราหยกให้ขันทีเฒ่าขณะที่ขันทีเฒ่าเปิดกล่องตราหยกออกดูแล้วถวายให้ฮ่องเต้อีกที ฮ่องเต้เหลือบมองตราหยกครู่นึงส่งสัญญาณมือให้ขันทีเฒ่านำไปเก็บ

                   “พวกเจ้าแต่งตัวให้นางให้เรียบร้อยส่งนางและสัตว์เทพอสูรของนาง กลับสำนักพยัคฆ์ทมิฬได้...”ฮ่องเต้ตรัสโดยที่ไม่หันกลับไปมองเด็กสาวด้วยคาดว่าสภาพเสื้อผ้านางคงหลุดลุ่ยไม่น่ามองนัก...

                   “ตราหยกของข้า...ตราหยกของข้า...”ไป๋หลงพึมพำด้วยน้ำเสียงเศร้าโศกคล้ายหัวใจแตกสลายนั่งน้ำตาไหลอาบแก้ม ปล่อยให้นางกำนัลจัดเสื้อป้าตนเองให้เรียบร้อย

                   ระหว่างทางแสร้งทำท่าไร้วิญญาณเหม่อลอยทำท่ารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเสี่ยวไป๋ถูกยัดใส่มือเป็นฝ่ามืออบอุ่นของบุรุษรูปงามพี่ชายของเสี่ยวไป๋นั่นเอง...

                   ใบหน้าของไป๋หลงอาบไปด้วยน้ำตาสองตาบวมปูดแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ทำให้เสี่ยวซีพี่ชายของเสี่ยวไป๋ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นสภาพคล้ายคนเสียสติเลื่อนลอยของเจ้านายเสี่ยวไป๋...

                   ‘ฝีมือการแสดงเป็นเลิศ!’เสี่ยวซีชื่นชมผ่านทางกระแสจิต เสี่ยวไป๋เล่าเรื่องหลายอย่างของสตรีตรงหน้าให้ฟังรวมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วย...ทั้งหมดเป็นสตรีผู้นี้จงใจเสแสร้งแกล้งทำเสี่ยวไป๋ยังบอกอีกว่า ฝีมือแสดงละครตบตาผู้คนของเขาไม่อาจเทียบสตรีผู้นี้ได้...บัดนี้เขาเชื่อแล้วจริงๆ

                   ‘ขอบใจเจ้าเด็กน้อย...’ไป๋หลงตอบกลับทางกระแสจิต

                   คราวนี้เสี่ยวซีกะพริบตาด้วยความงุนงงเด็กน้อยหรือ...นางเป็นแค่มนุษย์อายุไม่ถึงร้อยปีมาเรียกเทพอสูรเช่นเขาที่มีอายุหลายพันปีว่าเด็กน้อยหรือ!

                   ‘ตกใจอะไร นางเรียกเด็กน้อยนะถูกแล้ว!’เสี่ยวไป๋บอกทางกระแสจิต ขณะแอบหัวเราะคิกคักที่เป็นพี่ชายรองผู้ชื่นชอบการแกล้งคนอื่นถูกหยอกล้อบ้าง ‘ท่านตามพวกข้ามาแล้วกันพอปราศจากคนชุดดำพวกนี้ข้าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ข้ามีเวลาไม่มากเลยเล่าไม่หมด’เสี่ยวไป๋กล่าว ขณะรู้สึกว่าม้าตัวที่เสี่ยวไป๋และไป๋หลงนั่งกับหัวหน้าคนชุดดำกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าและแล้วก็พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงเพื่อมุ่งกลับสำนักพยัคฆ์ทมิฬ...

                   ระหว่างทางเสี่ยวซีแอบติดตามเสี่ยวไป๋ไปเงียบๆ เมื่อพ้นเขตวังหลวงเข้าสู่เขตป่าเสี่ยวซีเห็นเด็กสาวเจ้านายของเสี่ยวไป๋ แอบหยิบพลุสัญญาณขึ้นมา นางกระตุกกลไกเบาๆพลุก็ถูกยิงขึ้นฟ้าทันที...

                   แสงสีแดงของพลุสัญญาณกระจายเต็มท้องฟ้าทันใดนั้นสตรีชุดดำทั้งหมดก็เงยหน้ามองฟ้าด้วยความประหลาดใจ

                   “พลุสัญญาณ?”หัวหน้ากลุ่มชุดดำที่นั่งม้าตัวเดียวกับไป๋หลงพึมพำด้วยความงุนงงว่าเหตุใดจึงมีพลุสัญญาณเกิดขึ้นในบริเวณที่พวกตนควบม้ามาถึงพลุสัญญาณนี้ไม่ใช่พลุที่พวกตนใช้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่คนในกลุ่มจะใช้มัน...

                   “หรือว่า...”หัวหน้ากลุ่มพึมพำขณะเบิกตากว้าง“ทุกคนระวังตัวไว้ !”หัวหน้ากลุ่มตะโกนขึ้น

                   ทันใดนั้นเอง! คนชุดดำก็กรูกันออกมาจากเงามืดพุ่งเข้าฟาดฟันกระบี่ใส่กลุ่มของหญิงสาว...

                   ไป๋หลงแสร้งหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อหัวหน้ากลุ่มถูกคนชุดดำที่มาใหม่สอยล่วงจากหลังม้าถูกดาบฟันแขนเลือดอาบ...ก่อนจะถูกฟาดจนสลบเพียงพริบตาเดียวคนทั้งกลุ่มก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว กว่าครึ่งถูกสังหารที่เหลือบาดเจ็บและสลบ

                   ไป๋หลงที่เสแสร้งหวีดร้องหวาดกลัวจนตัวสั่นเมื่อเห็นว่าสตรีชุดดำทั้งหมดถูกจัดการแล้วไป๋หลงก็พลันยืดกายขึ้น ด้วยท่าทางสง่างาม

                   คนเหล่านั้น ลากสตรีทั้งหมดที่สลบ หลังจากมัดมือมัดเท้าแล้วก็นำไปโยนไว้ข้างทางเมื่อตรวจดูทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคนชุดดำทั้งหมดก็วิ่งมาตรงหน้าเด็กสาวคนเดียวที่เหลืออยู่พลันคนชุดดำทั้งหมดก็คุกเข่าเสียงดังตึง! จนพื้นสะเทือน

                   “คารวะ ท่านจ้าวหอจิวหรง!/คารวะ ท่านจ้าวหอจิวหรง!”คนชุดดำทั้งหมดส่งเสียงพร้อมทั้งประสานมือ คารวะผู้เป็นนายของพวกตนทันที!

                   “ตามสบาย ตามสบาย”ไป๋หลงบอกขณะที่ดึงผ้าปิดหน้าออก...

                   พลันเกิดเสียงฮือฮาด้วยความตกใจขึ้นทันที

                   “ท่านจ้าวหอใบหน้าของท่าน...”เสียงของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำเป็นกังวลแทนผู้เป็นนาย

                   “แผลนี่หรือ”ไป๋หลงยกมือขึ้นเตะแผลเป็นของตน“ข้ายังไม่ได้เริ่มรักษามันเลย ไม่ต้องห่วงหรอก แผลนี่แม้จะอัปลักษณ์ร้ายแรงจนยากจะรักษา แต่ด้วยความสามารถของข้า ข้ามั่นใจว่ารักษาได้”

                   คนชุดดำทั้งหลายพลันถอนหายใจอย่างโล่งอกดีใจที่จ้าวหอมั่นใจว่าสามารถรักษาได้ ขอเพียงจ้าวหอมั่นใจ ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้!

                   “คนพวกนี้จะให้จัดการอย่างไรดีขอรับ”เสียงของหัวหน้ากลุ่มดังขึ้นอีกครั้ง...

                   “พวกเจ้าแสร้งจัดฉากว่าทั้งกลุ่มถูกลอบโจมตียังต้องหาศพมาทิ้งไว้ แล้วยัดหลักฐานปลอมลงไปด้วย..”ไป๋หลงกล่าว... “ทำให้ดูเหมือนว่าข้าถูกไล่ล่าจนหนีเตลิดเข้าป่าไป...”

                    “อย่าลืมส่งข่าวกลับไปหาท่านอ๋องและฮ่องเต้ฮุ่ยให้เร็วที่สุดให้ทั้งสองพระองค์เดินทางมาทวงความยุติธรรมให้ข้า!”ไป๋หลงว่าพลางแกว่งหยกประจำตัวของฮองเฮาที่เธอใช้เสี่ยวไป๋แอบคว้ามาตอนที่ฮองเฮากลั่นแกล้งเธอ...

                   “ฮึๆ...ด้วยตราหยกนี้ที่พบจากตัวคนร้ายที่ตาย...ฮ่องเต้และฮองเฮาจะตกเป็นผู้ต้องหาแบบดิ้นไม่หลุด!”ไป๋หลงหัวเราะชั่วร้าย “ข้าจะให้พวกเขารู้ว่าที่แท้แล้วอำนาจของอาณาจักรฮุ่ยไม่ได้อ่อนแอเช่นในอดีตอีกต่อไป...พวกเขาจะได้เห็นว่าสิ่งใดคืออำนาจที่อาณาจักรเล็กๆมี!!!”ไป๋หลงว่าพลางหรี่ตาลงด้วยความอาฆาต

                   “ดีเลย ดีเลย! ข้าชอบเรื่องวุ่นวายจะต้องให้พวกนั้นปวดหัวกับการแก้ต่างข้อหาร้ายแรง ที่ลงมือสังหารลูกหลานสกุลฮุ่ย!”เสี่ยวไป๋ปรบมือโห่ร้องด้วยความชอบใจ

                   ทั้งฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ยยิ่งขึ้้นชื่อว่ารักหลานสาวยิ่งกว่ารัชทายาทเสียอีก กล้าเตะต้องหลานรักของทั้งสองพระองค์ก็เตรียมตัวเดือดร้อนได้เลยเชื่อว่างานนี้ทั้งสองพระองค์ ต้องเล่นงานฮ่องเต้และฮองเฮาเฟย อย่างสาสมแน่นอน!

                   ‘กล้าดูหมิ่นอาณาจักรฮุ่ยว่าอ่อนแอ...กล้าดูหมิ่นสายเลือดเชื้อพระวงศ์พวกเจ้าจะต้องชดใช้!’ไป๋หลงคิดด้วยความอาฆาตก่อนจะตามคนชุดดำส่วนหนึ่งไปหอจิวหรง สร้างสถานการณ์ว่าเธอถูกลอบสังหาร จนบาดเจ็บสาหัส!แต่โชคดีที่ระหว่างหลบหนีในป่า ได้คนจากหอจิวหรงช่วยชีวิตเอาไว้...

                    งานนี้นอกจากจะถูกอาณาจักรฮุ่ยเล่นงานแล้วหอจิวหรงก็จะออกโรงเล่นงานคนทั้งคู่เช่นกัน...ในฐานะที่ไป๋หลงเป็นศิษย์เอกของหอจิวหรงผู้หนึ่ง...รังแกคนของหอจิวหรง อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุขเลย!

     

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน