ตอนที่ 162 ลองวิชา
“เอาอีกแล้วไง นิสัยชอบท้าทาย” ไพลินหัวเราะ นิทานเป็นคนหนึ่งที่ดูจะเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดอะไรมากนัก แต่ใครจะรู้ว่าเวลาต่อสู้เขาเป็นคนปากจัดคนหนึ่งทีเดียว
เพชฌฆาตฉีกยิ้มกว้าง มือที่กำดาบของเขาตั้งขึ้นชี้มาทางนิทาน แม้เขาจะตกลงไม่โจมตี แต่แรงกดดันระดับนี้ก็ทำให้ร่างกายของนิทานตอบสนองอย่างรุนแรง
การทดสอบพลังที่ไม่ต่างจากศึกเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังของนิทานพุ่งสูงขึ้นในระดับที่น่าหวาดหวั่น ไม่อาจเทียบได้แม้แต่น้อยกับยามที่นิทานประลองกับโฮโจ พลังจิตวิญญาณแผ่พุ่งออกมาในระดับที่เหนือล้ำกว่านักสลักโทไปไกล
อริยะแปลงเพลิงหรี่ตาลงน้อย ๆ เธอสะบัดมือเพื่อก่อกำแพงเพลิงขวางหน้าไพลินและล้อมรอบลานกว้างนั้น กลายเป็นดั่งกรงที่กักขังสองอสูรนั้นไว้ภายในและปกป้องคนภายนอก
องค์หญิงไพลินเหลือบตามองท่านป้าของเธอเล็กน้อย เธอคิดว่าการทำเช่นนี้ออกจะเกินไปบ้าง แต่จากสายตาของอริยะแปลงเพลิงที่สามารถจับกระแสพลังได้ เธอมั่นใจว่ากรงขังนี้จะช่วยให้พวกเขาทดลองได้ง่ายขึ้น
เฮเลนไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอนั่งลงกินขนมที่ไพลินนำมาฝาก ในมือหนึ่งมีถุงชาเย็นใส่น้ำแข็งหวานเย็นชื่นใจ
“ไม่ได้เห็นเขาสนุกขนาดนี้นานแล้วนะคะเนี่ย” เฮเลนหัวเราะน้อย ๆ จ้องมองใบหน้าของสามีเธอที่กำลังยิ้มราวกับเด็ก ๆ
นิทานไม่รีรอแต่อย่างใด เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการใช้ประสานหัตถ์ เพชฌฆาตได้บอกแล้วว่าเขาจะไม่โจมตีแต่ก็จะพยายามหลบ ดังนั้นเขาต้องสร้างโอกาสด้วยตนเอง นัยน์ตาของนิทานเรืองแสงเจิดจ้า ขาของเพชฌฆาตถูกเล็งเป้าหมายเพื่อยึดกับพื้นในพริบตา มือข้างขวาที่ยื่นทิ้งไว้คือตัวล่อ
หากเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อร่างของเพชฌฆาตที่สมควรถูกยึดกับพื้นกลับพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง ถึงกับเป็นความเร็วที่สูงยิ่งกว่าพลังเชื่อมโยงจะทันใช้ออก
เพชฌฆาตพุ่งเข้าประชิดตัวนิทาน ดาบในมือเหวี่ยงฟาดด้วยความดุดันในระดับที่ไม่ตรงกับคำพูดว่าจะไม่โจมตีแม้แต่น้อย น่าเสียดายที่ดาบนั้นกลับไม่โดนเป้าหมายแต่อย่างใดเมื่อนิทานตอบสนองด้วยปฏิกิริยาตอบสนองดั่งสัตว์ป่า เขาเตะอากาศถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ก้าวเหยียบนภา!
เขาถือโอกาสทดลองใช้ท่านี้อย่างรวดเร็ว แม้เพชฌฆาตจะไม่โจมตีแต่สำหรับตัวนิทานแล้ว หากเขาต้องให้เพชฌฆาตหยุดมือก่อนที่จะโจมตีโดนนั่นเท่ากับเขาพ่ายแพ้!
ด้วยท่าทีของเพชฌฆาต นิทานไม่เคยคิดว่านี่เป็นการทดสอบท่าแต่อย่างใด มันคือการแข่งขัน!
แข่งกันว่านิทานจะโดนโจมตีก่อน หรือนิทานจะสามารถใช้ท่าประสานหัตถ์กักขังตัวเพชฌฆาตได้ก่อน!
อย่างที่เพชฌฆาตได้กล่าวไว้ ก้าวเหยียบนภาหากปฏิกิริยาหรือสายตาดีพอ จะคาดเดาทิศทางที่พุ่งไปได้ไม่ยากเลย เพชฌฆาตล้วงหยิบเหรียญทองไกอาเหรียญหนึ่งขึ้นมาบนมือ เมื่อดีดมันออก เหรียญนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย หน้าผากของเขาเรืองแสงบางเบา ร่างของเพชฌฆาตความเร็วพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
สายเสริมพลังเหมือนกันเหรอ นิทานจับจ้องพลังของเพชฌฆาตที่พุ่งสูงขึ้น เพชฌฆาตเป็นเช่นเดียวกันกับเขา แข็งแกร่งกว่าผู้ขีดเขียนชะตาระดับเดียวกันได้ด้วยการเสริมพลังผ่านคำแห่งพลัง
แต่ดีดเหรียญเงินทิ้งแล้วเก่งขึ้นเนี่ยนะ วิธีต่อสู้เสียทรัพย์จริงแฮะ นิทานคว้าลูกกลมสองเม็ดออกมาจากกระเป๋าของตน เขาถูมันก่อนขว้างลงพื้น เกิดเป็นม่านควันขนาดใหญ่ที่ปกคลุมทั่วทั้งกรงเอาไว้
ร่างของนิทานหายไปกับม่านควัน น่าแปลกที่แม้จะมีเพียงควันธรรมดา ๆ บังแต่เพชฌฆาตกลับไม่สามารถจับกลิ่นอายของนิทานได้แม้แต่น้อย สำหรับนักสู้มากประสบการณ์เช่นเขา ม่านควันบังสายตาแค่นี้ไม่นับเป็นอย่างไร
“นี่ไง ใช้พลังที่ทำให้หายตัวได้อีกแล้ว นิทานนี่เหมาะเป็นนักฆ่าจริง ๆ นะ” ไพลินพูดขึ้น เธอสามารถมองผ่านม่านควันได้ด้วยกรงขังของอริยะแปลงเพลิงที่ชี้จับร่างของทั้งสองได้อย่างชัดเจนแม้ว่านิทานจะใช้จางหายอยู่ก็ตาม
เพชฌฆาตชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนิทานสามารถหายตัวไปได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนั้น และแค่พริบตานั้นเองที่เพชฌฆาตรู้สึกได้ถึงแรงอัดระดับสูงที่บีบร่างของเขาเข้ามา
ประสานหัตถ์!
นิทานตัดสินใจเสี่ยงใช้ท่าประสานหัตถ์ในทันที!
เพชฌฆาตกลับราวกับคาดไว้อยู่แล้ว อักษรโบราณที่หน้าผากเรืองแสง คราวนี้ต่างหูของเขาสลายไป กลายเป็นพลังสีแดงชาดที่ไหลเข้าสู่ขาของเขา เมื่อขาของเพชฌฆาตได้รับแสงนั้น กล้ามเนื้อของเขาพลันขยายตัวออก พื้นที่เขายืนอยู่ปรากฏรอยแตกหัก ร่างของเพชฌฆาตลอยสูงขึ้นจากแรงกระโดดมหาศาล
แรงอัดจากทั้งสองด้านพลันอัดลงอย่างสมบูรณ์ในจังหวะนั้น เกิดเป็นภาพลวงตาราวกับหัตถ์ทั้งสองที่ประกบกัน
หากร่างของเพชฌฆาตกลับไม่ได้ติดอยู่ในหัตถ์นั้น!
เพชฌฆาตใช้สัญชาตญาณในการต่อสู้ระดับอสูรของเขาเองฉีกตัวเองหนีโดยการกระโดดขึ้นฟ้าได้สำเร็จ! เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของนิทานเอง เขาเสี่ยงใช้ประสานหัตถ์ให้ไวที่สุดเพื่อจับจังหวะที่เพชฌฆาตหาตัวเขาไม่เจอ หากประสานหัตถ์นั้นกลับถูกใช้ออกอย่างไม่สมบูรณ์
หากเป็นนักสลักโททั่วไปแผนนี้ของนิทานจะไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ข้อผิดพลาดของประสานหัตถ์ครั้งนี้เป็นเพียงแค่การอัดพลังช้าไปเสี้ยวพริบตา สร้างโอกาสเพียงครู่เดียวที่สามารถหนีออกไปได้ และนักสลักโททั่วไปย่อมไม่มีทางจับจังหวะนั้นหรือหนีออกไปทัน หากแต่คู่ต่อสู้ของเขาคือเพชฌฆาต มือดีที่สุดของรัตนชาติคนเล็ก
“มองตามไม่ทันเลย…” องค์หญิงไพลินพูดขึ้นด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ บนดวงหน้าของเธอยามนี้มีแว่นวิเศษสวมไว้
เธอเห็นเพียงเมื่อม่านควันกระจายออก ร่างของนิทานและเพชฌฆาตก็เรืองแสงขึ้นจากกรงเพลิงช่วยให้เธอมองตามชัดขึ้น นิทานก้าวเหยียบนภาอีกครั้งไปด้านข้าง แล้วจึงยกสองมือของตนมาตั้งไว้ระดับอก
นัยน์ตาของนิทานจับจ้องไปยังเพชฌฆาต แล้วในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที สองมือของนิทานก็ประกบกัน หากเพชฌฆาตกลับทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยการกระโดดแทนที่จะถูกบีบอัด
“เขาจับสัมผัสได้ค่ะว่ามีแรงอัดซัดมาทางเขา เขาจึงเสริมพลังกระโดดออกได้ทันเวลา” เฮเลนกล่าวยิ้ม ๆ เพียงการที่เธอสามารถเข้าใจการต่อสู้ของทั้งสองได้ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของเธอ เฮเลนไม่ใช่เพียงประชาชนธรรมดา ๆ ที่ไม่มีความสามารถด้านการต่อสู้
“นิทานทำผิดพลาด จังหวะของประสานหัตถ์ไม่สมบูรณ์ มีช่องโหว่เสี้ยวพริบตาที่เพชฌฆาตฉวยจังหวะกระโดดออกมาทัน” อริยะแปลงเพลิงกล่าวเสริม
ในกรงเพลิง เพชฌฆาตเมื่อรู้ตัวว่าตนพ้นแล้ว เขาก็ระบายยิ้มอย่างเบิกบาน ดาบหนึ่งคมในมือของเขาตวัดออกรอบตัวพร้อมกับข้อมือขวาของเขาที่เรืองแสงเบาบาง ม่านควันทั้งหมดพลันถูกตัดออกอย่างเรียบเนียน แม้ม่านควันสมควรลอยกลับมาประกอบกันใหม่หากมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น รอยดาบนั้นยังตกค้างอยู่เช่นนั้นทำให้ม่านควันขนาดใหญ่ถูกแยกออกอย่างรวดเร็ว
เมื่อไม่มีม่านควันกำบังอีกต่อไป ร่างของนิทานก็สูญเสียผลของจางหายที่ได้รับการเสริมพลัง เพชฌฆาตจับจ้องไปยังร่างของนิทานอย่างรวดเร็ว สองตาของเขาทอประกาย หน้าผากเอ่อล้นไปด้วยพลังจิตวิญญาณ ต่างหูอีกข้างของเขากลายเป็นฝุ่นละอองสีแดงชาดที่ไหลรวมเข้าสู่ดาบในมือ
ดาบคมเดียวในแบบไฟกัลป์ของเขาพลันยืดยาวขึ้น ตัวดาบเปล่งแสงเรืองรอง ด้วยความเร็วที่ระเบิดออก นิทานที่กำลังตั้งหลักจากการยกเลิกประสานหัตถ์พลันนัยน์ตาเบิกกว้าง ดาบนั้นฟาดเข้ามาทางเขาด้วยความเร็วที่เหนือล้ำเกินกว่าเขาจะหลบพ้น
นิทานกัดฟัน ชั่วพริบตานั้นร่างของเขาพลันเตะอากาศ มุ่งตรงเข้าหาเพชฌฆาต ก้าวเหยียบนภา! นิทานมุ่งหน้าเข้าหาคมดาบนั้น เพชฌฆาตไม่ได้ใช้สมบัติดาบของเขาเพื่อโจมตี ศักดิ์ศรีของนิทานจึงทำให้เขาไม่อาจใช้ร่มปกปักหทัยเพื่อป้องกัน
ทำไมช่วงนี้โดนบังคับให้เข้าระยะประชิดโคตรบ่อยเลย แม้ในยามคับขันนิทานยังคงบ่นในใจ ร่างของเขามุ่งตรงเข้าหาดาบยาวที่ฟันเข้ามา
นิทานยกมือซ้ายขึ้นรอรับคมดาบนั้น เมื่อคมดาบเข้าถึงตัวใกล้ตัว แรงผลักมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของนิทาน
เขาตั้งใจจะผลักดาบเล่มนี้ทิ้งไปโดยตรง!
ถึงเพชฌฆาตจะเป็นนักสลักโท แต่อย่างน้อยพลังผลักของเขาก็สมควรมากพอจะเบี่ยงวิถีมันทิ้งไป! เพื่อความมั่นใจเขาถึงกับเชื่อมโยงดาบนั้นกับอากาศข้าง ๆ เพื่อช่วยเรื่องการเบี่ยงวิถี
เขาตั้งใจจะใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าประชิดตัว หากเรื่องไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นเมื่อเพชฌฆาตเผยรอยยิ้มเจิดจ้า
“ฟัน!”
เสียงตวาดของเพชฌฆาตทำให้นิทานรู้สึกตัว แรงผลักของเขาถูกผ่าออกเป็นสองส่วน! แรงผลักของเขายามนี้ผลักทุกสิ่งรอบคมดาบออกไป หากดาบเล่มนั้นกลับไม่ถูกผลักออกแม้แต่น้อย มันถึงกับฟันพลังผลักเข้ามาราวกับเพลงดาบที่ตัดผ่านผืนน้ำตก!
นิทานนัยน์ตาหดวูบ จังหวะนั้นร่างของคีตาพลันเร่งพลังขึ้น พลังจิตวิญญาณในร่างของมันไหลทะลักอย่างบ้าคลั่ง มันเลือกเป้าหมายไล่ตามเป็นเพชฌฆาต!
พลังทั้งหมดถูกส่งเข้าร่างของนิทานพร้อมกับคำแห่งพลัง ปราการ! มันฝืนบังคับให้นิทานเปิดใช้พลังปราการในทันที! นิทานเมื่อรับรู้ได้จึงเร่งพลังของปราการขึ้นไปจนสุด
ดาบเล่มนั้นเมื่อสัมผัสกับฝ่ามือซ้ายของนิทานจึงได้หยุดลงในที่สุด ไม่อาจฟันผ่านเนื้อหนังมังสาที่เกิดประกายเหล็กจาง ๆ ได้ นิทานกำมือซ้ายแน่นผนึกดาบเล่มนั้นทิ้งไป สายตาเหลือเชื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเพชฌฆาต พริบตานั้นเองที่ร่างของอริยะแปลงเพลิงปรากฏตัวอยู่ภายในกรงเพลิง ห่างจากทั้งสองเพียงไม่ถึงสิบก้าว
“ดาบของเพชฌฆาตถูกหยุดไว้ได้?” องค์หญิงไพลินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ส่วนเฮเลนผุดลุกขึ้นอย่างไม่อาจเชื่อสายตา ผลลัพธ์ของการป้องกันนี้แม้แต่อริยะแปลงเพลิงยังตกตะลึง ตัวเธอนั้นเข้ามาใกล้เพื่อเตรียมพร้อมแยกทั้งสองออกจากกันแล้ว เธอย่อมไม่มีทางคาดถึงว่านิทานกลับสามารถรับคมดาบนั้นได้!
นิทานฉวยจังหวะนั้นพุ่งสวนเข้าหาเพชฌฆาตอีกครั้ง ก้าวเหยียบนภาเตะอากาศด้านหลังสร้างความเร็วมหาศาลพาร่างของนิทานไถล เข้าหาเพชฌฆาตโดยที่ฝ่ามือซ้ายของเขาไหลตามคมดาบมาจนเกิดประกายไฟวาบไปทั่วพร้อมกับเสียงครูดชวนแสบหู
“ก็สวยสิครับ!” เพชฌฆาตเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่า ราวกับความบ้าคลั่งในร่างของเขาปรากฏขึ้นมา คราวนี้พลังจิตวิญญาณในร่างของเขาพวยพุ่งล้นทะลัก
เขาออกแรงกดดาบลงไปอีกครั้ง คราวนี้แม้จะมีบางสิ่งบดบังอยู่ แต่นิทานกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงคำแห่งพลังทั้งสองบนหน้าผากและข้อมือของเพชฌฆาต พลังจิตวิญญาณที่พวยพุ่งออกมานั้นไม่ด้อยไปกว่าอริยะเลย!
“ถวายจิตวิญญาณ!” เพชฌฆาตหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง สองตาของเขาอาบย้อมไปด้วยโลหิต หากพลังของเขากลับพุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น ดาบที่กดลงในมือของนิทานยามนี้เริ่มสั่นไหวอีกครั้งแม้เขาจะจับมันไว้มั่น
นิทานที่กำลังพุ่งเข้าประชิดตัวเพชฌฆาตพลันสั่นสะท้าน เขารู้สึกได้ว่าพลังปราการที่คลุมฝ่ามือของเขาอยู่กำลังปริแตก คมดาบของเพชฌฆาตเริ่มเข้าถึงผิวหนังของเขาแล้ว!
“ดาบของผมคือดาบที่ฟันได้แม้สรรพสิ่ง!” สิ้นเสียงของเพชฌฆาต นิทานรู้สึกได้ถึงโลหิตอุ่น ๆ ที่ไหลมาตามฝ่ามือซ้าย คมดาบของเพชฌฆาตเข้าถึงเนื้อของเขาแล้ว!
หากนิทานยามนี้เข้าประชิดตัวของเพชฌฆาตได้เช่นกัน เขาไม่ตั้งท่าประสานหัตถ์เช่นเก่าก่อนเพราะมือซ้ายของเขากำลังรับแรงจากคมดาบของเพชฌฆาต ในระยะเช่นนี้ดาบของเพชฌฆาตไม่ยาวดังก่อน เหลือเพียงระยะดาบธรรมดาที่ถูกมือซ้ายของนิทานกุมไว้ หากโลหิตเหล่านั้นทำให้รับทราบได้ว่าเขาคงกุมไว้ได้อีกไม่นาน
พลังกดดันจากคมดาบนั้นทำให้นิทานขมวดคิ้วแน่น เขาอาศัยหลักการของคานงัด เข้ามาใกล้โคนดาบเพื่อลดแรงกดจากกำลังของเพชฌฆาต แม้จะทำถึงเพียงนั้นคมดาบนั้นก็ยังรุกคืบเข้าถึงผิวหนังของเขาไม่มีหยุด
มือขวาของนิทานทาบกับหน้าอกของเพชฌฆาต สีหน้าสนุกสนานของเพชฌฆาตที่ปนไปด้วยโลหิตที่ไหลออกจากตาทำให้เขาสั่นน้อย ๆ หากเมื่อคิดถึงความพ่ายแพ้แล้วนัยน์ตาก็กลับมาสาดประกายมุ่งมั่นอีกครั้ง พลังจิตวิญญาณอีกขุมหนึ่งพวยพุ่งในร่างของนิทาน
นิทานใช้ประสานหัตถ์ในระยะประชิด ใช้มือขวาของเขาดั่งจุดหมาย บีบร่างของเพชฌฆาตโดยตรง!
อริยะสามวินาที! ยามนี้คีตาพลันเปลี่ยนเป้าหมายไล่ตามเป็นผู้พันลาลันตา พลังมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของนิทาน มือซ้ายของเขาเริ่มดันดาบกลับไปอีกครั้งในขณะที่ร่างของเพชฌฆาตเริ่มถูกบีบอัดอย่างรุนแรง