มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 111 ตัดสินบุญคุณความแค้น

    บทที่111ตัดสินบุญคุณความแค้น


            ฮุ่ยจวินกล่าวอย่างราบเรียบ

            “นับตั้งแต่ที่โลหิตข้าได้ตกลงบนตัวเจ้าอย่างไรล่ะ”

             

            เปลวเพลิงสีทองอันเจิดจ้าโชติช่วงนี้คือเปลวเพลิงพลังญาณที่สืบทอดทางสายโลหิต เป็นเปลวเพลิงที่ถูกจุดติดด้วยโลหิตเท่านั้นซึ่งจากการต่อสู้พัวพันกันตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหยาดโลหิตของฮุ่ยจวินจำนวนมิน้อยแปดเปื้อนบนชุดคลุมของฝ่ายตรงข้ามซึ่งสิ่งนี้จึงเป็นความได้เปรียบและทำให้ศัตรูคาดไม่ถึง แม้แต่สิ่งวิเศษก็ยังคาดไม่ถึงและมิอาจสร้างม่านปราการใดปกป้องผู้ถือครองได้

             

            ทว่าบัวบัคคีพอแผดเผาขึ้นได้มินานก็ถูกเจิ้งกวนรวบรวมพลังจากสิ่งวิเศษสลายมันจนดับมอดและเมื่อทำลายพลังญาณของบุรุษหนุ่มได้ เจิ้งกวนมันก็ยิ่งมีท่าทีได้ใจเป็นการใหญ่

             

            “เพียงวิชาอันนอกรีตก็เป็นได้แค่ซอกหลืบแห่งความมืดมิอาจเทียบเคียงแสงแห่งเทวะได้"

             

            ฮุ่ยจวินกลับดูมิได้ตรึงเครียดแม้พลังของตนพึ่งถูกทำให้ดับมอดที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมันมิได้หวังว่าโลหิตเพียงหย่อมเดียวที่มันแอบหาโอกาสทิ้งไว้บนร่างของศัตรูนับแต่พบเห็นข้อเท็จจริงของสิ่งวิเศษจะช่วยให้ปลิดชีพหรือเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ประการสำคัญมันไม่ได้คิดจะสังหารเจิ้งกวนอยู่แล้วเพราะเรื่องของเจิ้งกวนเป็นผู้อื่นจะสะสาง แต่ที่มันทิ้งโลหิตนี้เอาไว้ นั่นเพียงเพื่อต้องการจะแผดเผาชุดคลุมของฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้สิ่งวิเศษปรากฏออกมาภายนอกเท่านั้น

             

            ซึ่งตอนนี้สิ่งที่มันตั้งใจไว้ได้บรรลุผลแล้ว

             

            ฮุ่ยจวินกล่าวว่า

            “ข้าเคยบอกท่านหากไม่ลองถึงที่สุดจะรู้ได้อย่างไร…”

            หยุดเล็กน้อยก่อนที่ชายหนุ่มจะมองไปที่สิ่งวิเศษที่อยู่ในมือของเจิ้งกวนก่อนจะกล่าวต่อ

            “ตอนนี้รู้แล้วใช่หรือไม่"

             

            เจิ้งกวนพึ่งรู้สึกตัวก็ตอนนี้มันพบว่าชุดคลุมของตนได้หายไปครึ่งท่อน สิ่งวิเศษที่ซุกไว้ใต้ร่มเงาก็พลอยโผล่พ้นออกมารับแสงแดดที่มืดสลัวแม้ฟ้ามืดแต่ยังไม่ไร้ซึ่งแสงเสียทีเดียว ฉะนั้นทันทีที่แสงแดดสัมผัสถูกสิ่งวิเศษในมือมันก็พลันสะท้อนแสงอันเรืองรองแลลุกไหม้ในทันที!

             

            ของวิเศษในมือมันมีรูปร่างคล้ายคันฉ่อนชนิดหนึ่งแต่เป็นคันฉ่องที่คล้ายทำมาจากหินส่งให้ไม่ปรากฏภาพสะท้อนหากไปส่องที่ตรงหน้า ของวิเศษนี้มีนามว่าคันฉ่องซ่อนสุริยัน เป็นคันฉ่องที่ถูกสร้างขึ้นจากวิหารแห่งปัญญาโดยเหล่าจอมบัญญัติชั้นสูงเป็นคันฉ่องที่แสดงพลังปาฏิหาริย์ที่ร้อนลวกแลเจิดจ้า แต่มีข้อจำกัดที่ว่าต้องถูกกระตุ้นพลังโดยใช้ความมืดเท่านั้นหากสัมผัสถูกแสงอาทิตย์เมื่อใด มันก็จะถูกกฎเกณฑ์แห่งดวงอาทิตย์แปรเปลี่ยนวิถีกฎเกณฑ์ภายในและเกิดเป็นไฟบรรลัยกัลป์มอดไหม้อย่างที่เห็นคันฉ่องนี้เป็นเพียงสิ่งวิเศษที่เกิดจากการลองผิดลองถูกในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ของนิกายเทวะวจนะเท่านั้นซึ่งสิ่งวิเศษที่เป็นเพียงของทดลองเหล่านี้ นิกายเทวะวจนะก็มักมอบเป็นของกำนัลแก่เหล่าศิษยานุศิษย์เพื่อเป็นการมัดใจผู้คนทางหนึ่งมอบสิ่งวิเศษที่เป็นเพียงผลงานทดลองให้ แต่สามารถซื้อใจคนได้ นี่นับว่าเป็นกำไรอันมหาศาลยิ่ง

             

            เจิ้งกวนมองคันฉ่องซ่อนสุริยันที่กำลังมอดไหม้ตรงหน้าด้วยแววตาที่แตกตื่นตกใจถึงขีดสุดคำเตือนของเอี้ยงเซี่ยที่บอกว่าห้ามให้ของสิ่งนี้สัมผัสกับแสงแดด มันเพียงคิดว่าอานุภาพพลังจะลดทอนลงเท่านั้นไม่คิดว่าจะถึงขั้นแตกดับสูญสลายเช่นนี้

             

            เมื่อไร้ซึ่งสิ่งวิเศษแล้วมันจะสู้กับบุรุษหนุ่มทั้งสองได้อย่างไร!

             

            ฮ่ยจวินกล่าวแผ่วเบา

            “หมดธุระของข้าแล้ว”

             

            ความหวาดผวาดังก้องในจิตใจของบุรุษชรามิพอเสียงก้องกังวานของปู้ชิงเถาก็ดังกระหึ่มมาทำให้ร่างชราสั่นพร่าทันใด

            “ถึงคราวต้องตัดสินบุญคุณความแค้นระหว่างเราเสียที!”

             

            ปู้ชิงเถาทะยานหาเจิ้งกวนอย่างไม่สนชีวิตเจิ้งกวนบาดเจ็บ มันเองก็บาดเจ็บ นี่จึงเป็นการต่อสู้ตัดสินที่เสมอภาคไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบด้านฮุ่ยจวินนั้นเมื่อหาทางทำลายของวิเศษสิ่งนั้นลงได้ มันก็เพียงล่าถอยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ร่วมสาบานตนในการสะสางบุญคุณความแค้นในครั้งนี้

             

            ทว่าจิตใจของเจิ้งกวนได้ระส่ำไปแล้วมีหรือที่มันจะยังมีความกล้าและความหยิ่งทรนงดังเก่าก่อนได้ มันในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นประมุขพรรคดำรงอยู่เลยเพียงเห็นร่างที่ชะโลมไปด้วยโลหิตพุ่งเข้ามา มันก็รีบผงะกลับหลังยกมือขึ้นกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือทันที

             

            "หลานข้าได้โปรดหยุดมือก่อน"

             

            ปู้ชิงเถามีหรือจะฟังคำกล่าวของบุรุษชราตรงหน้าความแค้นต่อบุรุษชราที่มันวางแผนยึดครองอำนาจแลสังหารบิดาตนมีอย่างท่วมท้น อีกทั้งมันยังใช้อำนาจในทางที่ผิดข่มเหงคนบริสุทธิ์อย่างไร้มนุษยธรรม มิสมควรได้รับการอภัย บุรุษชราเจ้าเล่ห์ผู้นี้หากมันไม่พลาดพลั้งยังจะนับตนเป็นหลานอยู่หรือฝ่ามือที่ฟาดมาจึงปลดปล่อยพลังอย่างต่อเนื่องเจิ้งกวนที่แขนหักไปข้างหากจะยกออกมาต้านรับก็รู้ดีถึงระดับพลังลมปราณที่ก้าวกระโดดของฝ่ายตรงข้ามจึงเพียงปัดป้องอย่างจวนตัวและกลิ้งล้มลุกคลุกคลานหนีจากสภาวะโจมตีเท่านั้น

             

            "ฟังข้าก่อนนี่ไม่เกี่ยวกับข้า เรื่องทั้งหมดเป็นบุรุษตาเดียวเอี้ยงเซี่ยแห่งนิกายเทวะวจนะวางแผนทั้งสิ้น"

             

            สภาวะฝ่ามือของปู้ชิงเถาชะงักลงเจิ้งกวนได้เห็นก็รีบกล่าวอย่างต่อเนื่อง

             

            "เป็นเพราะมันต้องการขยายขุมกำลังและแผ่สยายอำนาจของตนมันจึงคิดเข้ามาควบคุมพรรคเอกยาจกแห่งนี้ แต่ว่าบิดาเจ้าไม่ยินยอมมันถึงได้...."

             

            ปู้ชิงเถาตวาดลั่น

            "มันจึงได้ชักชวนเจ้าแทนสินะ!"

             

            เจิ้งกวนกล่าวเสียงสั่น

            "ข้าไม่มีทางเลือกข้าจำเป็นต้องเล่นไปตามแผนของมัน"

             

            ปู้ชิงเถายกยิ้มอย่างขมขื่นเพราะมันรู้ในนิสัยของบุรุษชราผู้นี้ดี หากมันมีใจที่สัตย์ซื่อจริงคงปฏิเสธเช่นเดียวกับบิดาของตนไปแล้ว แต่เพื่อรักษาชีวิตรอดบุรุษชรากลับเลือกที่จะกระทำทุกวิธีโดยไม่สนคุณธรรมหรือแม้แต่ศักดิ์ศรีของตนเองคนเช่นนี้ในจิตใจคงมินึกถึงผู้อื่น คงนึกถึงเพียงผลประโยชน์ของตนเท่านั้น

            "แต่วันนี้เจ้ามีทางเลือก"

             

            เจิ้งกวนทอแววตาที่เป็นประกาย มันคิดไว้ไม่มีผิดว่าปู้ชิงเถาจะต้องมีจิตใจที่เหมือนกับบิดาพวกที่ใจอ่อนเหล่านี้มักเป็นเหยื่อให้คนฉลาดได้ฉกฉวยอยู่เสมอ วันนี้แม้ตนพลาดท่าแต่หากตนรอดไปได้โอกาสที่จะทวงคืนทุกสิ่งหลังจากนี้ยังมีอยู่ สมองคิดเช่นนั้นแต่ปากกลับกล่าวอย่างรู้สึกผิดว่า

            "ข้าจะมิทำให้จิตใจอันสูงส่งของเจ้าต้องผิดหวัง"

             

            กล่าวจบบุรุษชราก็รีบที่จะพุ่งทะยานออกไปแต่ปู้ชิงเถากลับกล่าวดักทางของมัน

            "ข้าบอกทางเลือกให้แก่เจ้าแล้วหรือ"

             

            หัวคิ้วของเจิ้งกวนขมวดจนแทบจรดกันทันที

            "หลานจงว่ามา"

             

            ปู้ชิงเถาหันหลังกล่าวอย่างราบเรียบ

            "ทำลายพลังยุทธ์แลความทรงจำก่อนหน้าทั้งหมดหรือไม่ก็ต้องสู้ตัดสินกับข้าจนตายกันไปข้าง... ข้าให้ท่านเลือกแล้ว"

             

            บนขมับของเจิ้งกวนปรากฏเส้นเลือดที่ปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด

            "เจ้า..."

            มันคิดกล่าววาจาออกมาแต่มันในตอนที่ไม่มีของวิเศษ เมื่อเทียบกับปู้ชิงเถาคนใหม่นี้มันได้รู้ตนแล้วว่าหากสู้ประจันหน้าคงมิอาจคว้าชัยชนะ ตอนนี้สู้ไม่ได้แต่หากทำลายพลังฝีมือทั้งหมดไปมันก็ยิ่งจะมิอาจสู้ได้ในอนาคตอีกทั้งมันก็คงต้องกลับกลายเป็นขอทานเร่ร่อนที่สติเลอะเลือนแลไร้ซึ่งพลังอำนาจรวมถึงเหล่าบริวารมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย ไม่ว่าทางเลือกใดก็ล้วนแล้วแต่มืดมนสำหรับมันทั้งสิ้น

            "หลานชิงเถาเจ้าจะอำมหิตเกินไปแล้ว"

             

            ปู้ชิงเถาก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าอย่างเนิบช้ามิหันกลับ

            "เป็นเจ้าที่อำมหิตต่อข้าก่อนข้าไม่ฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ ก็บุญเท่าไหร่แล้ว!"

             

            วาจาหยุดลงเช่นเดียวกับฝีเท้าที่หยุดชะงักก่อนที่ปู้ชิงเถาจะคำรามออกมาบีบคั้นให้เจิ้งกวนเลือกคำตอบ

            "เชิญ"

             

            เจิ้งกวนกำหมัดแน่นฝ่ามือที่สั่นพร่ายกจ่อที่จุดชีพจรตันเถียนของตน มันมองฝ่ามือที่เหี่ยวย่นมองพลังที่แผ่พุ่งทะลักไหลบนฝ่ามือ มันปลดปล่อยพลังออกมาถึงขีดสุดหากพลังนี้จรดลงยังบริเวณหน้าท้องของมันอำนาจวาสนาที่มันวาดฝันมาโดยตลอดก็จะจบสิ้นในตอนนี้ แต่หากเลือกที่จะไม่กระทำมันก็ต้องทอดทิ้งชีวิต การเลือกของมันในตอนนี้จึงนับว่าเลือกได้ยากเย็นกว่าที่เอี้ยงเซี่ยเสนอมาไม่รู้ตั้งกี่เท่า

             

            สิ่งที่เอี้ยงเซี่ยเสนอคือสิ่งที่ต้องใจมันอยู่แล้วแต่สิ่งที่ปู้ชิงเถาเสนอกลับเป็นสิ่งที่ขัดใจมันถึงที่สุด

             

            บุรุษชราในตอนนี้มันไร้ซึ่งหนทางเลือกอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มันพานพบต่อความจนมุมอย่างโงหัวไม่ขึ้นเช่นนี้!

             

            ปู้ชิงเถาสัมผัสได้ถึงพลังฝ่ามือที่มุ่งจู่โจมไปที่ตนเองของฝ่ายตรงข้ามมันก็หยุดยืนนึกไปถึงบิดาผู้ล่วงลับ หากเป็นบิดาก็คงมิต้องการให้ตนสังหารล้างใครหนทางที่ตนหยิบยกให้คนชั่วผู้นี้ได้เลือกนับว่าเหมาะสมแล้วและนี่จะนับเป็นความจรรโลงใจแลคืนความเป็นธรรมแก่บิดาได้อย่างแท้จริง

             

            ปู้ชิงเถาก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าอย่างเนิบช้าอีกคราโดยที่เจิ้งกวนก็เลือกที่จะวาดฝ่ามือจู่โจมเข้าที่ท้องน้อยของตนเองทว่าขณะที่ฝ่ามือนั้นกำลังจะสัมผัสถูกท้องน้อย เจิ้งกวนมันได้เห็นว่าปู้ชิงเถากำลังอยู่ในทีเผลอกอปรกับบุรุษหนุ่มที่ร้ายกาจอย่างฮุ่ยจวินได้ถอยห่างไปรักษาเหล่าขอทานที่เหม่อลอยมันจึงชะงักฝ่ามือพร้อมทะยานเข้าหาแผ่นหลังของปู้ชิงเถาในความเร็วชั่วพริบตาที่แท้บุรุษชรามันก็คิดไม่ซื่อตั้งแต่แรก ท่าทีที่มันปลดปล่อยพลังคล้ายกับจะลงมือต่อตนเองล้วนเป็นฉากหน้าเบี่ยงเบนความสนใจของปู้ชิงเถาเท่านั้นที่แท้แล้วมันได้ลอบโคจรพลังเตรียมไว้สำหรับการใช้ออกด้วยท่าร่างการเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นมันจะต้องเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด เร็วพอที่จะจัดการปู้ชิงเถาในทีเผลอได้!

             

            "เจ้ามันก็เหมือนกับบิดาไม่มีผิดตาย!"

             

            เจิ้งกวนกลับลอบลงมือทีเผลอทว่าปู้ชิงเถาเองก็แสร้งทำเป็นเผลอเพื่อดูท่าทีอันเป็นธาตุแท้ของเจิ้งกวนเช่นเดียวกันที่ชายหนุ่มเปิดช่องว่างเช่นนี้ก็เพราะมันอยากจะลองใจของเจิ้งกวนว่ามันจะสำนึกผิดได้จริงหรือไม่แต่ตอนนี้คำตอบได้ฉายชัดแล้ว คนเช่นนี้แม้ตกตายไปก็ไม่ทำให้มันรู้สึกผิดแต่อย่างใด

             

            เมื่อเจิ้งกวนโจมตีมาด้วยพลังทั้งหมดที่มีปู้ชิงเถาเองก็ได้วกพลังโจมตีที่มันได้ผนึกไว้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน

             

            บุรุษหนุ่มได้ฝืนเบิกดาราดวงที่หนึ่งอีกครั้ง!

             

            "ดาราไร้เงา!"

             

            เห็นหมัดที่ครอบไปด้วยเวิ้งสุญญากาศของปู้ชิงเถาชกสวนมาอย่างเหนือความคาดหมายเจิ้งกวนมันก็เบิกตาโพลงด้วยความตื่นตกใจที่แท้ปู้ชิงเถามันกลับเตรียมตัวไว้ตั้งแต่แรกเช่นเดียวกับตน!

             

            หมัดของปู้ชิงเถาพุ่งบรรลุถึงร่างชรา

            "เจ้ามิได้ฉลาดเพียงผู้เดียว"

             

            เจิ้งกวนเบิกตาคำรามก้อง

            "ไม่!!!"

             

            ตูมมมมม

             

            หมัดที่นำพาพลังแห่งสุญญากาศอันหนักหน่วงแกร่งกร้าวชกเข้าใส่อกซ้ายของเจิ้งกวนอย่างรุนแรงยังมิทันที่ฝ่ามือของบุรุษชราจะแผ่พุ่งอานุภาพทำร้ายปู้ชิงเถาได้อกซ้ายรวมถึงหัวใจของมันก็ได้แหลกละเอียดไปเสียก่อน

             

            ความชั่วช้าความทะเยอทะยาน และบุญคุณความแค้นจบลงภายใต้หมัดเดียวนี้!

             

            เจิ้งกวนและจื่อจิ้งจบสิ้นเหล่าขอทานแห่งพรรคเอกยาจกได้ถูกฮุ่ยจวินช่วยเหลือจนฟื้นคืนสติพวกมันมองเห็นภาพหนึ่งหมัดที่ทรงอานุภาพของปู้ชิงเถาสยบตัวตนที่เคยอยู่จุดสูงสุดในที่แห่งนี้จึงไม่มีใครที่จะกล้าแข็งข้อแลไม่ยินยอมศิโรราบต่อปู้ชิงเถาอีก

             

            ทุกผู้ล้วนก้มหัวให้แก่ชายหนุ่มพลังอำนาจแห่งพรรคเอกยาจกหวนคืนสู่ผู้ที่คู่ควร ปู้ชิงเถาแม้ได้พลังอำนาจคืนก็ไม่หลงระเริงมันได้ถ่ายทอดคำสั่งอันเด็ดขาดและแฝงด้วยปณิธานหนักแน่นถึงจุดยืนของพรรคเอกยาจก

             

            'ขจัดอยุติธรรมผดุงชาวประชา'

             

            นี่คือภารกิจที่ขอทานทุกผู้จะต้องแบกรับและถือปฏิบัติเพื่อเป็นการแก้ไขสิ่งผิดพลาดที่พวกมันเคยกระทำต่อชาวบ้านในช่วงที่ผ่านมา

             

            เห็นการเปลี่ยนแปลงของเหล่าขอทานที่เกิดขึ้นอย่างทันตาเห็นแนวโน้มที่จะมีเรื่องดีเกิดขึ้นในภายภาคหน้าฮุ่ยจวินก็ยิ่งได้เห็นว่าพลังอำนาจนับเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง  หากคนดีได้ไปย่อมเกิดสุขหากคนชั่วครอบครองก็จะเป็นกลียุค หากต้องการเห็นโลกเข้าสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริงผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดต้องมีความประเสริฐเป็นที่ตั้ง แต่ว่าผืนปฐพีในตอนนี้กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่นี่จึงเกิดเป็นปณิธานสูงสุดสำหรับมัน

             

            ไม่ว่าจะลำบากยิ่งกว่าปีนป่ายเจ็ดสวรรค์ชั้นฟ้ามันก็จะเปลี่ยนแปลงนิกายเทวะวจนะให้จงได้!

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน