ตอนที่31: เงาแห่งความตายอีกครา
ลมหนาวพัดกระโชกผ่านจวนรัชทายาทในค่ำคืนเดือนมืดแสงจันทร์เสี้ยวถูกเมฆบดบังจนเหลือเพียงริ้วจางๆ บรรยากาศเงียบสงัดผิดวิสัย เสียงกังหันวิดน้ำที่เคยหมุนเอื่อยๆกลายเป็ความเงียบงันอย่างน่าขนลุก
เหนือหลังคากระเบื้องสีเข้มของเรือนหลักเงาร่างสิบกว่าคน เคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง พวกเขาสวมชุดผ้าแพรสีดำสนิทที่ช่วยให้กลืนไปกับความมืดมิดมีเพียงแสงจากคมมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวเท่านั้นที่สะท้อนวูบไหว พวกเขาคือ มือสังหารจากสำนักอวิ๋นเถิงกลุ่มเดียวกับที่เคยลอบสังหารรัชทายาทมาแล้ว และครั้งนี้การมาเยือนของพวกมันรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
ที่ด้านหน้าของกลุ่มยืนอยู่ด้วยร่างสูงเพรียวของ อวิ๋นเยว่ ยอดนักฆ่าระดับสูงสุดของสำนักนางสวมชุดดำที่รัดกุม ผมยาวสีดำขลับถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อยแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าเพราะผ้าปิดบัง แต่ดวงตาของนางที่ฉายออกมานั้น เย็นเฉียบและว่างเปล่าดุจคมดาบที่ผ่านการลับมานับพันครั้ง
อวิ๋นเยว่ยกมือขวาขึ้นช้าๆ แล้วลดลงเป็สัญญาณที่เงียบสงบแต่ทรงพลังพอจะทำให้มือสังหารทั้งสิบคนหยุดนิ่งราวกับรูปปั้น
“เป้าหมาย...รัชทายาทหานอวี้จิน ฆ่าให้สิ้น!” เสียงของนางแ่เบาจนแทบไม่ต่างจากเสียงลมหายใจแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอันเยือกเย็นที่มือสังหารทุกคนรับรู้ได้"ระวังให้ดี... เขามิใช่องค์ชายอ่อนแอแต่เป็ปีศาจที่อาจฆ่าพวกเ้าได้ด้วยกลไกแปลกประหลาด อย่าประมาท!"
เงาแห่งความตายแผ่ปกคลุมทั่วจวนพวกมันแบ่งกำลังออกเป็สามสายอย่างรวดเร็ว สายหนึ่งเคลื่อนไปทางปีกซ้ายอีกสายตรงไปยังประตูหลังและสายหลักคืออวิ๋นเยว่กับมือสังหารฝีมือดีอีกสามคนมุ่งตรงไปยังเรือนหนังสือที่แสงเทียนยังส่องสว่างอยู่
กลางดึกสงัดในห้องหนังสือที่เต็มไปด้วยม้วนตำราและแบบแผนหานอวี้จิน กำลังจดจ่ออยู่กับการวาดแบบแปลนการผลิต ธนูกลไกอัตโนมัติ (Repeating Crossbow) รุ่นปรับปรุง พู่กันในมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างชำนาญ
ทันใดนั้นเอง!เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำก็ดังขึ้นในใจของเขา — ระบบ M.A.S. (Military Analysis System) ทำงาน
【ตรวจพบการเคลื่อนไหวของชีพจร 12 จุดภายนอกกำแพง รูปแบบการเคลื่อนที่:การจู่โจมแบบแบ่งสายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหาร อันตรายระดับสูง —แนะนำให้เปิดใช้งานมาตรการป้องกันระดับ 3(กับดักไฟและควัน)】
หานอวี้จินวางพู่กันลงอย่างช้าๆแต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสงบนิ่งที่น่ากลัว เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานเล็กน้อย
“มาอีกแล้วสินะ... พวกเงามืดที่ถูกส่งมาจากความริษยา”
ฉึก!
มีดสั้นอาบยาพิษเล่มหนึ่งปักทะลุกระดาษหน้าต่างที่หุ้มด้วยกระดาษอย่างแรงมันปักคาอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาห่างจากปลายพู่กันเพียงไม่กี่นิ้ว
หานอวี้จินมิได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยเขาลุกขึ้นหมุนตัวหลบไปทางซ้ายในจังหวะเดียวกับที่เอื้อมมือไปดึง คันธนูสั้น (Hand Crossbow) ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางตำราออกมา (อาวุธที่สร้างเองแบบง่าย)
มือสังหารชุดดำคนหนึ่งทะยานร่างเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเจาะด้วยมีดสั้นนั้นแต่สายตาของมันยังไม่ทันจับภาพเป้าหมาย
เสียง พรึ่บ!
ลูกธนูเหล็กกล้าขนาดสั้นแต่หนักอึ้งพุ่งออกจากธนูสั้นอย่างแม่นยำและรวดเร็วฉึก! มันปักทะลุเข้าไปที่ ข้อมือของมือสังหาร ที่กำลังยกมีดจะสังหารร่างของมือสังหารคนนั้นแข็งทื่อกลางอากาศด้วยความใและความเ็ปก่อนจะร่วงลงจากขอบหน้าต่าง
ในวินาทีนั้นเองหานอวี้จินใช้เท้าข้างหนึ่งเตะคันโยกเหล็กเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ
กริ๊งงงงง!
ระฆังเตือนภัยทองเหลืองใบใหญ่ ที่ซ่อนอยู่ในหอคอยเล็กๆ ข้างสวนระฆังก็ถูกสั่นดังขึ้นทันที (เป็ระบบเตือนภัยแบบกลไกที่ซับซ้อนกว่าปกติ)
พ่อบ้านหลิว ผู้ภักดีและทหารเวรที่ประจำการในจวนเพียงหกคน(ไม่ใช่ทหารปกติแต่เป็บอดี้การ์ดที่คัดเลือกมาอย่างดี)รีบถือดาบและกระบองไม้เนื้อแข็งออกมาจากเรือนทหาร
พ่อบ้านหลิวะโเสียงดัง: “ปกป้ององค์รัชทายาท! ทุกคน...เข้าประจำจุดตามแผน 'คบไฟดำ'!” (แผนการที่ฝึกซ้อมไว้รับมือการโจมตีในยามค่ำคืน)
แต่ศัตรูมีมากเกินไปพวกสิบสองคนแบ่งเป็สามทางอย่างสมบูรณ์แบบพวกมันคือมืออาชีพที่มิได้มีเป้าหมายแค่ห้องหนังสือ
หานอวี้จินมองดูสถานการณ์อย่างรวดเร็วแม้จะมีน้อยกว่า แต่เขามีกลไก
หานอวี้จินสั่งสั้นๆด้วยเสียงหนักแน่น: “พ่อบ้านหลิว!เปิดกลไกห้องหลอม! ระดับสอง!”
พ่อบ้านหลิวรีบกดสวิตช์ไม้ไผ่ที่ซ่อนอยู่ข้างเสาทางเดินทันที
โฮกกกก!
เสียงคำรามของเปลวไฟพุ่งออกมาจาก ท่อเหล็กที่ฝังอยู่ใต้พื้นทางเดินที่มุ่งไปยังห้องหลอมโลหะในสวน (ซึ่งหานอวี้จินได้ติดตั้งมันไว้เพื่อเป็มาตรการความปลอดภัยและป้องกันการบุกรุกโดยอ้างว่าเป็ระบบระบายความร้อนของเตาหลอม)เปลวไฟพุ่งสูงถึงครึ่งคนล้อมเส้นทางเดินด้านหลังที่มือสังหารชุดที่สองกำลังจะบุกเข้ามาไว้ทั้งหมด
เสียงหวีดร้องด้วยความเ็ปดังระงมมือสังหารสามคนที่วิ่งเข้ามาทางนั้นถูกไฟคลอกจนต้องถอยร่นอย่างรวดเร็วเปลวไฟที่ลุกโชนทำให้เห็นใบหน้าของพวกมันชัดเจนขึ้น — เยือกเย็นและไร้ความกลัวแต่เต็มไปด้วยความประหลาดใจต่อกลไกนี้
มือสังหารที่รอดจากกับดักไฟกำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางด้านหน้า
หานอวี้จินหันไปพูดกับทหารเวรสองนายที่มาถึง: “อย่าสู้ตรงๆ! อย่าปะทะ! ใช้กับดักแทน!ไป๋ฉี... ทุ่มควัน!”
เขาโยนขวดแก้วเล็กๆที่มีจุกไม้ก๊อกปิดสนิทลงพื้น ขวดแตกทันทีที่ััพื้น — เกิดควันหนาทึบสีเทาฉุนกึกลอยคลุ้งไปทั่วทางเดินด้านนอกห้องหนังสือ (ะเิควันกำมะถันผสมผงถ่าน)
นี่คือยุทธวิธีการต่อสู้แบบใหม่: การลดทัศนวิสัยและการจู่โจมจากเงามืด!
มือสังหารที่วิ่งเข้ามาก่อนสามคนหายเข้าไปในกลุ่มควันอย่างรวดเร็ว
ในความมืดที่ไร้แสงนั้น เสียงธนูเหล็กกล้าถูกยิงออกจากจุดลับสามจุดที่แตกต่างกัน(มาจากทหารเวรที่หลบอยู่หลังเสา)
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
สามร่างของมือสังหารล้มลงโดยไม่ทันได้ส่งเสียงพวกมันถูกยิงเข้าที่ลำคอและช่องอกโดยที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาของศัตรู
แต่แล้ว... เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งทะลุควันเข้ามาอย่างรวดเร็วและเงียบงัน (อวิ๋นเยว่และมือสังหารระดับสูงอีกสองคน) พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวตามเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม
หานอวี้จินชัก ดาบหานเฟิง (ดาบเหล็กกล้าชั้นดีที่ตีเอง) ขึ้นรับการโจมตีอย่างรวดเร็ว
เคร๊ง! เสียงดาบปะทะกัน
แรงปะทะะเืจนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ข้างหลังหานอวี้จินแตกเป็เสี่ยงๆ
หญิงชุดดำในหน้ากากเงิน (อวิ๋นเยว่)มองเขาด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
อวิ๋นเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความหนักแน่น: “เ้าคือคนที่ทำให้แผ่นดินนี้สั่นะเืเกินไป...เ้ากำลังสร้างสิ่งที่ขัดต่อหนทางของธรรมชาติ และทำลายความสงบที่เคยมี...ฟ้าไม่้าเ้า!”
หานอวี้จินตอบกลับด้วยเสียงที่สงบกว่าแต่มิได้ลดความเ็าในสายตาลงเลย: “ถ้าเ้าเชื่อในฟ้า... งั้นจงถามมันก่อนเถอะ ว่าฟ้าอยากเห็นคนอดตายไหม อยากเห็นคนยากไร้ถูกกดขี่ไหม?สิ่งที่ข้าทำคือการช่วยชีวิตคน!”
ทั้งคู่ปะทะกันอีกครั้งดาบของนางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดุจลม แต่หานอวี้จินกลับตั้งรับได้ทุกกระบวนท่าไม่ใช่เพราะเขามีวรยุทธ์สูงส่ง แต่เพราะเขาเห็นการเคลื่อนไหวของนางอย่างชัดเจน
ระบบ M.A.S. ส่งเสียงกระซิบในใจ: 【รูปแบบการโจมตีซ้ำที่มุมขวาด้วยความเร็ว 0.8 วินาที — มีช่องโหว่เมื่อเปลี่ยนแกน — แนะนำให้โจมตีกลับที่จุดศูนย์ถ่วงเมื่อนางเบี่ยงตัว45 องศา】
หานอวี้จินเบี่ยงตัวหลบคมดาบที่มุ่งหมายจะแทงเข้าที่สีข้างเพียงเล็กน้อยและในเสี้ยววินาทีที่ศัตรูเปลี่ยนแกน เขาฟันดาบหานเฟิงเฉียงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ!
เสียงโลหะและเนื้อหนังดังขึ้นพร้อมกันโลหิตกระเซ็น ดาบของเขาฟันเข้าที่หน้ากากเงินและไหล่ของนางอย่างจัง หน้ากากเงินแตกออกครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นใบหน้าหญิงสาวที่ยังเยาว์วัย สวยงาม แต่เ็าจนน่าขนลุก
นางยิ้มบางๆที่มุมปากราวกับยอมรับความพ่ายแพ้
“เ้าคือปีศาจในร่างนักบุญจริงๆ... ความสามารถในการอ่านการเคลื่อนไหว... เ้าไม่ใช่คนธรรมดา”
อวิ๋นเยว่ไม่ได้รอให้เขาโจมตีซ้ำนางสะบัดตัวอย่างรุนแรง ใช้แรงทั้งหมดที่มีพุ่งตัวหนีขึ้นหลังคาอย่างรวดเร็วมือสังหารที่เหลืออยู่ต่างมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจถอยหนีตามหัวหน้าอย่างว่องไว
แต่ไม่ทันที่อวิ๋นเยว่จะถึงกำแพงลูกธนูเหล็กกล้าที่ยิงด้วยความชำนาญก็พุ่งตามไปอย่างรวดเร็ว ฉึก! มันปักทะลุกลางแผ่นหลังของนางอย่างจังร่างของอวิ๋นเยว่ชะงัก ล้มลงจากหลังคาอย่างไร้ชีวิต
รุ่งเช้า แสงแดดสาดส่องลงบนซากศพมือสังหารสิบสองศพที่ถูกไฟคลอกและลูกธนูสังหารอย่างแม่นยำ
ข่าวการลอบสังหารรัชทายาทในเมืองหลวงครั้งนี้รุนแรงและอุกอาจกว่าครั้งก่อนมาก
ฮ่องเต้ ทรงพิโรธก้องวังหลวงทรงเรียกเหล่าขุนนางเข้าประชุมในยามเช้าตรู่
พระสุรเสียงของฮ่องเต้ทรงกึกก้อง: “มีผู้ใดกล้าลอบสังหารบุตรของเราในเมืองหลวงได้อีก!พวกเ้าดูแลเมืองหลวงกันอย่างไร!”
หลังจากการตรวจสอบเครื่องแต่งกายและอาวุธของมือสังหารอย่างละเอียดจนแน่ชัดว่าเป็กลุ่มจากต่างแคว้นที่ถูกจ้างมาเพื่อทำลายความมั่นคงจึงมีพระราชโองการด่วนที่สร้างความสั่นะเืไปทั่วราชสำนัก
พระราชโองการประกาศก้อง: “ั้แ่บัดนี้!อนุญาตให้รัชทายาทหานอวี้จิน มีทหารประจำจวนได้หนึ่งร้อยนายพร้อมกองทหารม้าห้าสิบม้า!และอนุญาตให้ใช้งบส่วนพระองค์ในการฝึกและจัดหาอาวุธได้โดยอิสระ!ให้มีอำนาจในการจัดตั้งกองกำลังพิเศษเพื่อป้องกันภัยคุกคามโดยตรง!”
เสียงขันทีประกาศก้องหน้าจวนรัชทายาทสร้างความฮือฮาไปทั่วประชาชนรอบเมืองต่างกล่าวขวัญว่า...
ชาวบ้านกล่าวว่า: “แผ่นดินนี้กำลังจะมีกองทัพที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาขององค์รัชทายาทเกิดขึ้นจริงแล้ว!”
หานอวี้จินมิได้รอช้าเขาสั่งจัดตั้งกองทหารทันที โดยมิได้คัดเลือกจากขุนศึกใหญ่ แต่คัดเลือกจาก ทหารชาวบ้านอดีตนักรบผู้ซื่อสัตย์ และประชาชนที่ยากไร้แต่มีวินัย
หานอวี้จินกล่าวต่อผู้สมัครด้วยความหนักแน่น: “ข้าไม่้าคนที่ฆ่าได้ไวข้าอยากได้คนที่ปกป้องได้ถึงที่สุด! จงมาเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนมิใช่เพื่อการล่าชัยชนะที่นองเื!”
พวกเขาเริ่มการฝึกแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนในแคว้น:
และภายในหมู่ทหารที่ถูกคัดเลือกนั้น...
มีชายลึกลับคนหนึ่งที่ฝีมือเหนือกว่าใครเขาชื่อว่า ไป๋เหิงเซิน อดีตทหารรับจ้างผู้เคยต่อสู้ร้อยศึกที่ถูกเล่าขานว่าเป็นักรบผู้โดดเดี่ยวแต่เขากลับเลือกมาอยู่ใต้ธงขององค์รัชทายาทด้วยความศรัทธาในอุดมการณ์ของพระองค์
ยามค่ำคืนหานอวี้จินยืนมองสนามฝึกที่ส่องแสงจากคบเพลิงนับร้อย เสียงฝึกะโดังก้องกลางลาน
“หนึ่ง! สอง! หนึ่ง!สอง! ขยับเป็รูปขบวนเต่าทอง! ช้า... แต่ต้องมั่นคง!”
เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเองขณะที่ดวงตาฉายแววความมุ่งมั่น
“ข้าสร้างเหล็กเพื่อเกราะ...สร้างน้ำเพื่อชีวิต... และบัดนี้ ข้าสร้างคน... เพื่อปกป้องทั้งสองสิ่งนั้น”
ไป๋อวี้จิง เดินมาข้างๆ ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“เ้ารู้ไหม...พวกเขากำลังมองเ้าด้วยสายตาเดียวกับที่ข้าเคยมองฟ้า...ด้วยความหวังที่จะได้เห็นรุ่งอรุณใหม่”
หานอวี้จินยิ้มบางๆเขามองไปยังสนามฝึกที่เต็มไปด้วยแสงไฟ
“งั้นข้าก็หวังว่า...ฟ้าจะไม่หึงพวกเขาอีก”
เสียงกลองฝึกดังขึ้นอีกครั้งอย่างมีจังหวะและแสงไฟคบเพลิงสะท้อนบนชุดเกราะเหล็ก “หานเฟิง” ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่และเรียงรายอยู่กลางลาน
นั่นคือการกำเนิดของกองทัพที่ประวัติศาสตร์จะจดจำในชื่อ— “กองจวนหาน” (寒府衛軍) The Cold Manor Guard Army