หลังจากที่ซินกู้เนออกจากห้องแล้ว หวังเฟยหลงก็ยื่นมีดให้กับหมิงเฉิน เขากรีดมือตัวเองให้เลือดไหลออกมาจากนั้นก็ยื่นมือไปแปะกับหนังสือสัญญาวิญญาณที่อยู่ในมือหวังเฟยหลง ทันในนั้นแสงก็เปร่งออกมาแล้วหนังสือสัญญาก็แยกออกเป็นสองส่วนแล้วแยกกันไปเข้าร่างของหวังเฟยหลงกับหมิงเฉิน มันเข้าไปที่หัวใจและโอบล้อมหัวใจของทั้งสองก่อนจะเลือนหายไป เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีของหนังสือสัญญาวิญญาณ
“ เอาละ นั่งลง เดี๋ยวข้าจะใช้ปราณของข้าส่งเข้าไปในร่างกายของเจ้า อย่าขัดขืนแต่จงจำการเคลื่อนไหวของปราณเอาไว้ให้ดี ”
เมื่อหมิงเฉินนั่งลงแล้ว หวังเฟยหลงก็ไปนั่งลงที่ด้านหลังและใช้สองมือประทับไปที่ด้านหลังของหมิงเฉิน จากนั้นเขาก็เริ่มส่งพลังปราณเข้าไปในร่างแล้วเคลื่อนพลังปราณไปทั่วร่างกายของหมิงเฉินแและถ่ายถอดเทคนิคการบ่มเพาะให้กับหมิงเฉิน
“ ผ่อนคลายเข้าไว้ และจงจดจำเทคนิคการบ่มเพาะให้ดีด้วย หลังจากนี้มันจะเป็นเทคนิคการบ่มเพาะของเจ้า ”
“ ขอรับ ”
เวลาผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง กระบวนการทั้งหมดก็เสร็จสิ้น หวังเฟยหลงรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เขาทำเช่นนี้ แต่มันก็สำเร็จไปได้ด้วยดี หมิงเฉินไม่ได้ลุกขึ้น เขาเริ่มบ่มเพาะทันที หวังเฟยหลงมองดูว่าหมิงเฉินจำเทคนิคได้หรือไม่ ผ่านไปครู่หนึ่งหวังเฟยหลงเห็นว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอกเขาก็พบว่าซินกู้เหลินกำลังยืนอยู่หน้าประตู
“ เสร็จแล้วรึ? ”
“ ขอรับ หลังจากนี้เขาจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเขาเองแล้วขอรับ!! ”
“ ขอบใจเจ้ามาก เพราะเจ้าพวกเราสมาคมพ่อค้าทมิฬถึงยังอยู่รอดต่อไปได้!! ”
“ งั้นหมิงเฉินก็คือผู้สืบทอดของสมาคมพ่อค้าทมิฬสินะ!! ”
“ อืม ถึงอย่างไรเจ้าก็น่าจะพอเดาได้อยู่แล้วนิ ”
“ ก็จริงขอรับ…ผู้อาวุโส เราไปคุยกันที่ห้องอื่นกันเถอะขอรับ ข้ามีเรื่องจะให้ท่านช่วย ”
หวังเฟยหลงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ซินกู้เหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินนำหวังเฟยหลงไปที่ห้องอีกห้องหนึ่งที่ว่างอยู่ เขานั่งลงและทำสีหน้าจริงจัง พร้อมกับถามหวังเฟยหลงว่าต้องการให้เขาช่วยอะไร เพราะอย่างไรหวังเฟยหลงก็ช่วยเหลือพวกเขาไว้มาก
“ เจ้าต้องการความช่วยเหลือในเรื่องไหน เจ้าลองว่ามาสิ!? ”
“ ข้าถูกนักฆ่าหมายหัว!! ”
คำพูดของหวังเฟยหลงทำให้ซินกู้เหลินตกใจ ต้องไม่ลืมว่าสมาคมพ่อค้าทมิฬได้ประกาศและบอกคนอื่นๆไปแล้วว่าหวังเฟยหลงคือแขกกิตติมศักดิ์ จากนั้นหวังเฟยหลงก็เล่าเรื่องราวของข้อตกลงระหว่างตระกูลกับเจ้าเมืองให้ซินกู้เหลินฟัง รวมถึงเรื่องที่นักฆ่าดักซุ่มรอเขาด้วย ซินกู้เหลินขมวดคิ้วแน่น
“ แล้วเจ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไร เจ้ารู้ใช่ไหมว่าพวกข้าไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้โดยตรงน่ะ!?...แต่เจ้าสามารถขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ของเจ้าได้นิ?? ”
“ ขอรับ ข้าคิดเช่นนั้น แต่สิ่งที่ข้าต้องการคือหลักฐานการกระทำผิดของเจ้าเมืองขอรับ ”
“ ถ้าเรื่องนี้ข้าจะสั่งเซี่ยถิงถิงใหห้จัดการให้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะต้องการมันมาก ดูเหมือนจะมีเบื้องหลังอะไรบางอย่าง ช่วงนี้ก็ระวังตัวเองด้วยละ ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เจ้าเมือง แต่ภายในสถาบันเองก็เหมือนกันจะมีคนจ้องจะเอาชีวิตเจ้า!! ”
“ ขอรับ เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน แต่ท่านอาจารย์คอยระวังอยู่ขอรับ ”
“ อืม!! จากที่เจ้าเล่ามาศัตรูยังไม่รู้จักกัน แต่เจ้าาจะต้องระวังเอาไว้ ข้าว่าอีกไม่นานนักหรอกที่ศัตรูของเจ้าจะร่วมมือกัน…เอาเป็นว่าข้าจะบอกให้เซี่ยถิงถิงคอยติดตามการเคลื่อนไหวของเจ้าเมืองและหาหลักฐานส่งไปให้เจ้าก็แล้วกัน ”
“ ขอบคุณท่านผู้อาวุโสขอรับ ”
ตอนนี้หวังเฟยหลงยังพอมีเวลาก่อนจะถึงกำหนดที่จะต้องกลับเข้าสถาบัน เขาเปิดดูหน้าต่างสเตตัสก็พบว่าเขาใกล้จะเลเวลอัพแล้ว เขาตัดสินใจไปที่ป่าโขดหินเพื่อตามล่าสัตว์อสูร นอกจากจะเพื่อให้เขาเลเวลอัพแล้วยังเพื่อให้ไข่จักรพรรดิอสูรสามารถฟักได้อีกด้วย ไม่รอช้าหวังเฟยหลงรีบเดินทางทันที
……….
ขณะที่หวังเฟยหลงกำลังทำภารกิจข้างนอกอยู่นั่น ภายในสถาบัน กลุ่มของต้วนหลิงเทียนก็กลับมาถึงสถาบัน พวกเขาตรงเข้าไปรายงานชิงเหมาทันที เมื่อได้รับรายงานเขาก็ขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็เดินทางไปหาลู่หยางทันที
“ ขอบใจพวกเจ้ามาก พวกเจ้าไปพักก่อนเถอะ หากมีเรื่องอะไรข้าจะเรียกพวกเจ้าเอง ”
เมื่อลู่หยางได้รับรายงานเขาก็ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่รู้เลยว่าหวังเฟยหลงมีศัตรูคนไหนอีก หากเป็นคนในสถาบันพวกเขาจะรู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหวังเฟยหลงแน่นอน ไม่มีทางส่งนักฆ่าสองคนที่มีระดับหลอมรวมระยะกลางไปสังหารหวังเฟยหลงแน่
“ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง? ”
“ ไม่เลยขอรับ!! แต่คงต้องไล่สืบดูว่าก่อนที่จะเข้าสถาบันหวังเฟยหลงมีศัตรูที่ไหนบ้าง ”
“ อืม จัดการด้วย แล้วหลังจากนี้ต้องระวังเป็นพิเศษมากขึ้นไปอีก ข่าวนี้คงไปถึงหูพวกนั้นแล้วเช่นกัน ”
“ ขอรับ ข้าจะส่งคนไปคอยติดตามการเคลื่อนไหวและสืบเรื่องก่อนที่หวังเฟยหลงจะเข้าสถาบัน ”
……….
ภายในสถาบัน ศาลาของผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ภายในมีผู้อาวุโสอยู่ 4 คน กำลังรายงานเรื่องที่หวังเฟยหลงถูกหมายหัวจากนักฆ่า ชายชราที่เหมือนกับเป็นหัวหน้าของผู้อาวุโสคนอื่นๆทำสีหน้าจริงจังก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย เขามองไปที่หนึ่งในผู้อาวุโสที่อยู่ตรงหน้าเขา
“ ไปสืบมาว่าหวังเฟยหลงมีศัตรูที่ไหนบ้างและแค่ที่ต้องการสังหารเขา จำไว้ว่าศัตรูของศัตรูก็คือมิตร!! ”
“ ขอรับ ข้าจะเร่งสืบให้เร็;ที่สุด!! ”
“ แต่เจ้าต้องระวังให้ดี ที่ครั้งนี้พวกเราไม่ลงมือใดๆเพราะชิงเหมาคอยจับตาดูอยู่ ช่วงนี้พวกเราจะทำอะไรเจ้าจะต้องคอยระวังไว้เสมอ อย่าให้พวกมันได้รู้ตัวเด็ดขาด!! ”
“ ขอรับ!! ”
เมื่อผู้อาวุโสคนอื่นๆออกไป ชายชราคนนั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่าง พร้อมด้วยสีหน้าที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ก็จะพึมพำอะไรบางอย่างออกมาด้วยสีหน้า ท่าทางเย็นชา
……….
ณ ศาลาเจ้าเมืองฮวา มีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งชิบชาอยู่ที่ศาลากลางสระน้ำ ที่มีทั้งดอกบัวและปลาว่ายไปมาอย่างสวยงาม ทันใดนั้นเองก็ได้มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน ทำให้ชายชราขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดเวลาผ่อนคลายของเขา
“ ท่านเจ้าเมือง!! ”
“ เกิดอะไรขึ้นทำไมเจ้าถึงได้ร้อนรนเช่นนี้ ”
“ นักฆ่าทั้งสองงที่ถูกจ้าง ถูกสังหารขอรับ!! ”
“ ห้ะ!! เจ้าจะบอกว่าเจ้าเด็กนั้นที่อยู๋ระดับรวบรวมระยะปลายสามารถสังหารนักฆ่ามากประการณ์ระดับหลอมรวมระยะกลางทั้งสองคนได้?? ”
“ ไม่ใช่ขอรับ ข้าได้ส่งคนไปติดตามเพื่อยืนยันว่าพวกมันทำงานสำเร็จ แต่พบว่าเมื่อไปถึง ทั้งสองถูกสังหาร จากรายงานที่ข้าได้รับเหมือนจะมีคนที่อยู่ระดับกลั่นปราณมาช่วยไว้ขอรับ!! ”
“ เจ้าตรวจสอบแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่มีคนคอยคุ้มกันเจ้าเด็กนั่นน่ะ!! ”
“ ขอรับ ข้ามั่นใจ แต่เหมือนคร่าวการจ้างวานนักฆ่าจะหลุดไปและมีคนส่งคนมาช่วยเจ้าเด็กนั่นขอรับ!! ”
“ รีบไปกำจัดหลักฐานทั้งหมดเสีย อย่าให้มันสาวมาถึงข้าได้ ถึงพวกสมาคมพ่อค้าทมิฬจะรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับข้า พวกเขาก็ไม่อาจเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของเมืองฮวาได้…เจ้าจงไปสืบดูเสียว่าเจ้าเด็กนั่นมันมีคนอื่นที่หนุนหลังมันอีกหรือไม่?? ”
หลังจากชายคนนั้นออกไป เจ้าก็ก็ระเบิดโทสะ แก้วชาในมือของเขาพลันแตกกระจายทันที เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น
“ เพราะเจ้า แผนของข้าถึงได้พังไม่เหลือเช่นนี้ ข้าจะสังหารเจ้าให้ได้ ”
……….
กลับมาที่หวังเฟยหลง ตอนนี้เขากำลังไล่สังหารสัตว์อสูรระดับหลอมรวมระยะต้นและกลางมากมายเพื่อที่จะอัพเลเวลของตัวเอง เมื่อสังหารแล้วเขายังนำศพของสัตว์อสูรไปเข้าไปในมิติจักรพรรดิเพื่อให้ไข่จักรพรรดิอสูรได้ดูดซับพลังเพื่อฟักไข่
หวังเฟยหลงได้รับ EXP จากการสังหารสัตว์อสูรที่มีเลเวลมากกว่าเขาไม่มากเท่าไหร่นัก แม้เขาจะสังหารสัตว์อสูรไม่ต่ำกว่า 50 ตัว แต่ก็ยังเลเวลก็ยังไม่อัพ จริงๆแล้วการที่เขานั่งบ่มเพาะนั้นจะช่วยให้เลเวลของเขาอัพเร็วมากกว่า แต่เขาต้องการศพของสัตว์อสูรเพื่อใช้ในการฟักไข่ด้วย นอกจากนี้เขายังได้ชิ้นส่วนมากๆจากสัตว์อสูรรวมถึงสมุนไพรตามทางที่หวังเฟยหลงไป นี้คือเหตุผลที่เขาเลือกที่จะล่าสัตว์อสูรแทนที่จะเป็นการนั่งบ่มเพาะ
การล่าสัตว์อสูรดำเนินตลอดทั้งวันจนถึงเย็น หวังเฟยหลงไปดู EXP ของไข่สัตว์อสูรที่ได้รับ เขาพบว่า EXP ที่ใช้ในการฟักนั้นเพิ่มขึ้นกว่า 10% ถือว่าเยอะมาก หากยังเป็นเช่นนี้ หวังเฟยหลงคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะสามารถฟักไข่จักรพรรดิอสูรได้แล้ว และเขาจะได้รู้สักทีว่ามันคือไข่ของสัตว์อสูรอะไรกันแน่
“ ด้วยความเร็วในการล่าสัตว์อสูรตอนนี้ อีกไม่เกิน 7 วันน่าจะฟักได้เสียที!!...วันนี้พอเท่านี้ก่อนแล้วกัน ”
7 วันผ่านไป ศพของสัตว์อสูรอยู่ข้างหน้าหวังเฟยหลง เขาโบกมือศพก็หายเข้าไปในมิติจักรพรรดิ จากนั้นเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ EXP ในการฟักไข่ ใบหน้าของเขาพลันปรากฏรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาหายเข้าไปในมิติจักรพรรดิทันที
[ EXP ในการฟักไข่ ถึง 100% ]
[ ไข่จักรพรรดิอสูรกำลังฟักออก ]
ทันใดนั้นเองไข่ก็ปรากฏรอยร้าว มันร้าวขึ้นเรื่อยๆจนทั่วทั้งใบ ทันใดนั้นเองไข่ก็แตกออกและก็ได้มีตัวๆหนึ่งโผล่ออกมาจากไข่ หวังเฟยหลงเห็นก็รู้สึกสับสนและพูดไม่ออกทันที มันร้องคำรามใส่หวังเฟยหลงก่อนจะมาคลอเคลียที่ขาของหวังเฟยหลง
หวังเฟยหลงดูข้อมูลของมัน ปรากฏว่ามันคือ นกเพลิงทอง แม้มันจะเพิ่งฟักออกมาจากไข่ แต่มันก็มีขนแล้ว มันเป็นลูกนกที่ไม่ได้ตัวเล็ก มีตัวกลมอย่างกับนกที่อ้วนที่กินเยอะเกินไป และด้วยขนาดที่อ้วนของมัน หวังเฟยหลงคิดว่ามันไม่สามารถบินได้อย่างแน่นอน
ตามชื่อของมัน ขนของมันมีสีเหลืองทองอร่าม จงอยปากสีดำ หางสีแดงส้ม มันก็ถือว่าเป็นนกที่สวยนะ แต่หวังเฟยหลงมองไม่ออกเลยว่าอะไรที่ทำให้มันจะถูกเรียกว่าจักรพรรดิ ในเมื่อมันออกมาจากไข่จักรพรรดิ มันเหมือนนกธรรมดาที่มีขนสีเหลืองทองสวยแค่นั้นเอง
หวังเฟยหลงอุ้มมันขึ้นมาเขาก็พบว่า มันอ้วนจริงๆ ขนของมันไม่ได้หนาขนาดนั้น แต่ก็นุ่มลื่นมืออย่างมาก แต่ที่หวังเฟยหลงประหลาดใจจริงๆคือ ระดับพลังของมัน มันเริ่มต้นด้วยระดับหลอมรวมระยะต้น ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้มันมีพลังมากกว่าหวังเฟยหลง
พวกสเตตัสนั้นก็ไม่ได้แปลกจากสัตว์ตัวอื่นๆต้องพูดว่าต่ำกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ แต่มันจะมีอยู่สเตตัสอันหนึ่งที่โดดเด่นมากกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นๆหรือแม่แต่ตัวหวังเฟยหลงเองนั่นคือ ค่า Lucky ของมัน มันมี ค่า Lucky อยู่ 50 แต้ม มากกว่าหวังเฟยหลงถึง 5 เท่า ส่วนสกิลนั้น ไม่มีเลยแม้แต่น้อย
“ เฮ้อ!! ค่า Lucky มากขนาดนี้ จะเรียกเจ้าว่า ฉายฟู่ แล้วกัน ฉายฟู่ ที่แปลว่าโชคลาภ ”
เหมือนมันจะรู้และเข้าใจว่าหวังเฟยหลงพูดอะไรกับมัน มันกู่ร้องด้วยท่าทางดีใจ ก่อนจะไปกินศพสัตว์อสูรที่เหลืออยู่สองตัว มันใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีในการกินสัตว์อสูรทั้งสองตัวที่ตัวใหญ่กว่ามันไม่ต่ำกว่า 10 เท่า
“ รู้แล้วละว่าทำไมเจ้าถึงอ้วน ข้าเปลี่ยนไปเรียกเจ้าว่านกอ้วนไม่ดีกว่าหรือ!? ”