สายลมหนาวพัดผ่านซากปรักหักพังของจวนเ้าเมืองนครไร้ใจที่บัดนี้กลายเป็เพียงฐานรากของ "สำนักมารนิรันดร์" เสาหินจารึกอักษรสีเืตั้งตระหง่านท้าทายสายตาชาวเมืองและยอดฝีมือที่แอบซุ่มดูอยู่ทั่วสารทิศ เยี่ยฉินยืนอยู่บนยอดเสาหินนั้น รัศมีระดับ ราชันย์ปฐี ของเขาแผ่ซ่านออกมาจางๆ แต่กลับกดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เขามองลงไปเบื้องล่าง เห็นไป๋เสวี่ยและมู่หย่งกำลังรวบรวมเหล่าผู้ฝึกตนพเนจรและนักฆ่าที่เหลือรอดในเมือง คนพวกนี้ไม่มีความซื่อสัตย์ พวกเขามาที่นี่เพราะความกลัวและกลิ่นอายของทรัพยากรที่เยี่ยฉินเพิ่งชิงมาจากคลังสมบัติของกู่เทียน
‘ความภักดีที่สร้างจากผลประโยชน์นั้นแข็งแกร่งกว่าศีลธรรมจอมปลอมเสมอ’ เยี่ยฉินคิดพลางลูบ ภูตแกนกลางความทรงจำ ที่หน้าผาก
เยี่ยฉินร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางเสียงอึกทึกของฝูงชนที่เงียบกริบลงในทันที เขาเดินตรงไปที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้กลางลาน บนนั้นมีศิลาจิตภูตและคัมภีร์ยุทธ์ระดับต่ำนับร้อยวางเรียงราย
"ใครก็ตามที่ก้าวเท้าเข้ามาในสำนักมารนิรันดร์ ข้าจะมอบทรัพยากรให้พวกเ้าเท่าที่ความสามารถของเ้าจะไขว่คว้าได้" เสียงของเยี่ยฉินราบเรียบแต่ทรงพลัง "แต่จำไว้... หากใครคิดคดทรยศหรือแอบส่งข่าวให้วิหารเทพ ข้าจะไม่เพียงแค่ฆ่ามัน แต่ข้าจะกักขังิญญาของมันไว้ในกงล้อกาลเวลา ให้มันต้องตายและเกิดใหม่ในความเ็ปซ้ำนับหมื่นปี!"
เขาสะบัดมือ เรียก ภูตหยาดน้ำสังหาร ออกมา สร้างม่านหมอกสีดำจางๆ ปกคลุมไปทั่วลาน ใครก็ตามที่สาบานตนเป็ศิษย์สำนัก จะต้องเดินผ่านหมอกนี้เพื่อประทับ "ตราประทับิญญา" ที่เยี่ยฉินสามารถสั่งตายได้ทุกเมื่อ
ในขณะที่การรับศิษย์กำลังดำเนินไป ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลขุมหนึ่งพุ่งทะยานมาจากทิศตะวันออก แสงสีเขียวมรกตที่คุ้นเคยพาดผ่านท้องฟ้า พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมยาวสีเขียวอ่อนที่ปักลวดลายกิ่งหลิว
"เยี่ยฉิน! เ้าช่างกล้านักที่มาตั้งสำนักปีศาจกลางเมืองใหญ่เช่นนี้!"
เสียงนั้นคือ ผู้าุโชิงซาน แห่งสำนักไม้หอม หนึ่งในสำนักฝ่ายธรรมะที่คุมเขตแดนใกล้เคียง เขามาพร้อมกับศิษย์ระดับแก่นแท้มนุษย์นับสิบคน
เยี่ยฉินไม่ได้เงยหน้ามอง "ผู้าุโชิงซาน... ชาติก่อนท่านเคยไล่ล่าข้าเพียงเพราะข้าสมุนไพริญญาระดับปฐี ชาตินี้ท่านยังจะมาหาเื่ตายเร็วขึ้นอีกรึ?"
"สามหาว! ข้าไม่รู้ว่าเ้าไปได้วิชามารมาจากไหน แต่การสังหารเ้าเมืองและศิษย์วิหารเทพคืออาชญากรรมที่ไม่อาจให้อภัย!" ชิงซานเรียก ภูตกระบี่ไม้พันปี ออกมา กิ่งหลิวเหล็กนับพันเส้นพุ่งเข้าหาเยี่ยฉินราวกับตาข่ายมรณะ
นาฏกรรมแห่งการทำลายล้าง
เยี่ยฉินเพียงแค่ขยับปลายนิ้ว
"เขตแดนกาลเวลา: ร่วงโรย"
พริบตานั้น กิ่งหลิวที่พุ่งเข้ามากลับเหี่ยวเฉาและกลายเป็ผงถ่านกลางอากาศก่อนจะถึงตัวเขา พลังกาลเวลาของเยี่ยฉินในระดับราชันย์ปฐีนั้นรุนแรงจนสามารถเร่งอายุขัยของสิ่งมีชีวิตและวัตถุธาตุรอบตัวได้อย่างแม่นยำ
ชิงซานเบิกตากว้าง "ระดับราชันย์! เป็ไปได้อย่างไร! เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเ้ายังเป็เพียงขยะััปราณ!"
"นั่นคือสิ่งที่พวกเ้าเรียกข้า... แต่ตอนนี้ ข้าคือผู้กำหนดอายุขัยของเ้า"
เยี่ยฉินพุ่งตัวออกไปราวกับเงา เขาไม่ได้ใช้ดาบ แต่ใช้ฝ่ามือที่อาบด้วยปราณพิรุณเยือกแข็งตบเข้าที่หน้าอกของชิงซาน พลังความเย็นที่แฝงด้วยเจตจำนงสังหารแช่แข็งเส้นชีพจรของผู้าุโในพริบตา โดยที่ผู้าุโคนนี้ไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ
เพล้ง!
ร่างของชิงซานแตกกระจายเป็เศษน้ำแข็งต่อหน้าเหล่าศิษย์ที่ยืนตัวสั่นเทา
"กลับไปบอกสำนักของพวกเ้า..." เยี่ยฉินปัดมืออย่างเฉยเมย "นครไร้ใจคือเขตแดนต้องห้าม ใครก็ตามที่ย่างกรายเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีจุดจบไม่ต่างจากเศษน้ำแข็งพวกนี้"
หลังจากจัดการเสี้ยนหนามเล็กๆ ไปแล้ว เยี่ยฉินพามู่หย่งและไป๋เสวี่ยเข้าไปในห้องลับที่เขาสร้างขึ้นใหม่ใต้เสาหินสำนัก เขาหยิบ ศิลาิญญาา ออกมาวางบนแท่นหินที่สลักวงจรอาคมสลับซับซ้อน
"นายน้อย ท่านจะเปิดประตูสู่สุสานกระบี่ตอนนี้เลยหรือขอรับ?" มู่หย่งถามด้วยความกังวล "ข้าััได้ว่าวิหารเทพกำลังรวบรวมยอดฝีมือระดับ ราชันย์นภา มาที่นี่"
"ระดับราชันย์นภาในตอนนี้ ข้ายังพอรับมือได้" เยี่ยฉินตอบพลางส่งปราณเข้าไปในศิลา "แต่สิ่งที่เราขาดคือ 'อาวุธ' ที่จะทำลายค่ายกลป้องกันของพวกมัน สุสานกระบี่นิรันดร์ไม่ได้มีเพียงกระบี่ แต่มี 'เจตจำนงกระบี่' ที่ข้าทิ้งไว้เมื่อชาติก่อน"
ศิลาเริ่มเปล่งแสงสีเืและสั่นะเื ทันใดนั้น แผนที่ดวงดาวปรากฏขึ้นบนเพดานห้องลับ ชี้ไปยังทิศทางของเทือกเขาที่มืดมิดที่สุดในทวีป—หุบเขากระดูกั
เยี่ยฉินหันไปสั่งการไป๋เสวี่ย "เ้าจงดูแลสำนักที่นี่ ใช้ศิลาจิตภูตที่เหลือจ้างนักรบรับจ้างมาเป็เกราะกำบังหน้า และจงเริ่มปล่อยข่าวว่าสำนักมารนิรันดร์ 'ยาอายุวัฒนะหมื่นปี' เพื่อให้พวกสำนักต่างๆ เข่นฆ่ากันเองเพื่อชิงมันมา"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง" ไป๋เสวี่ยค้อมตัวลง แววตาของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำลายระเบียบโลกเก่า
เยี่ยฉินหันมามองมู่หย่ง "ส่วนเ้า มู่หย่ง... เดินทางไปกับข้า ถึงเวลาที่เ้าจะได้ปลุก 'เนตริญญาสยบมาร' ของเ้าอย่างเต็มที่ในสุสานกระบี่แล้ว"
—-----------------------------------—
ชื่อเสียงคือโล่ และข่าวลือคือดาบที่ฆ่าคนได้โดยไม่ต้องออกแรง จอมมารหวนคืนเริ่มขยายอำนาจมืดออกไปสู่ภายนอกนครไร้ใจ ทิ้งให้โลกเื้ัวุ่นวายกับการแย่งชิงภาพลวงตา ในขณะที่เขาเดินหน้
ามุ่งสู่การทวงคืนเขี้ยวเล็บที่แท้จริง