บทที่ 46
ราชาหมาป่าโลหิต
สิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในยามนี้ทำให้จางหมิงตื่นตระหนกตกใจ
ร่างของสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาขึ้นผ่านไปสามวันหลังจากที่ทำภาระกิจในการก้าวข้ามขีดจำกัดสำเร็จ
หมาป่าโลหิตตอนนี้มันพัฒนาขึ้นกลายเป็นราชาหมาป่าโลหิตเรียบร้อยแล้ว
ภายในใจของจ้างวินทั้งสับสนทั้งตื่นเต้นในยามนี้ไม่รู้เลยว่าจะแสดงความรู้สึกเช่นไรก่อน
เขาไม่รู้เลยว่าตนเองนั้นจะต้องดีใจกับสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าหรือว่าจะประหลาดใจก่อน
หนึ่งอย่างที่ควรประหลาดใจเลยก็คือไม่เคยรู้มาก่อนว่าหมาป่าโลหิตที่เป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวมันจะสามารถพัฒนาขึ้นมาได้
ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรทั่วไปไม่สามารถพัฒนาได้เพราะว่าสัตว์อสูรเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน
พวกมันย่อมสามารถพัฒนาระดับฝีมือของตนเองได้เมื่อเวลานั้นผ่านไปแต่ว่าไม่เคยมีความรู้ภายในหัวมาก่อนเลยว่าหมาป่าโลหิตจะสามารถพัฒนากลายเป็นราชาหมาป่าโลหิตด้วย
และไม่เพียงเท่านั้นจากที่มองเห็นในตอนนี้
[ชื่ออสูร ราชาหมาป่าโลหิต LV.1 ]
[ระดับ 3 ดาว หายาก ]
[พลังชีวิต 2000/2000 ปราณ 500/500]
[ความสามารถ - คมเขี้ยวแข็งแกร่ง lv.3 - เคลื่อนไหวรวดเร็ว lv.3 - กระหายโลหิต lv.3 ]
สิ่งที่กำลังปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้ามันน่าตกตะลึงมากขึ้นไปอีก “ นี่มันอันใดกันหลังจากที่พัฒนากลายเป็นราชาหมาป่าโลหิตสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวยังหมาป่าโลหิตมันกลายเป็นสัตว์อสูรระดับสามดาวหายาก”
“ แล้วอย่างระดับค่าความสามารถที่มันลดลงจนเหลือเพียงแค่หนึ่งอีกแต่ถึงแม้ว่าจะลดเหลือแค่หนึ่งแต่ค่ารวมโดยอื่นมันเองก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม”
จางหมิงภายในหัวกำลังเต็มไปด้วยความคิดมากมายเรื่องที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าย่อมเป็นเรื่องที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน
ตอนแรกภายในหัวตามความคิดแล้วการพัฒนาขึ้นอาจจะพัฒนาเพียงแค่เล็กน้อย
มีผู้ใดจะคิดละว่าตอนนี้การพัฒนาขึ้นของมันจะพัฒนากลายเป็นก้าวข้ามระดับอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้
“ นี่เสี่ยวหนิง หมาป่าโลหิตสามารถก้าวข้ามระดับได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?” เขาถามกับสิ่งที่อยู่ภายในหัวของตนเองด้วยความสงสัย
เพราะว่านี่เป็นความรู้ที่ไม่เคยอยู่ภายในหัวสมองของเขาแม้ว่าจะเป็นผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธมาเป็นเวลานาน
“ เรียนนายท่านสัตว์อสูรทุกชนิดสามารถพัฒนาขีดความสามารถของตนเองได้หมด”
“ ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ข้าก็ไม่คิดว่าสัตว์อสูรระดับต่ำยังหมาป่าโลหิตมันจะสามารถพัฒนาระดับของตนเองได้” เขากล่าว
“ ขอชี้แจงในท่านโดยทั่วไปแล้วมนุษย์จะไม่ค่อยสนใจพวกสัตว์อสูรระดับต่ำสักเท่าไหร่รวมไปถึงโดยธรรมชาติแล้วพวกมันอ่อนแอมักจะโดนสัตว์อสูรหรือว่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งกว่าสังหารตายก่อนที่จะพัฒนา”
“ เพราะแบบนั้นพวกสัตว์อสูรที่สามารถพัฒนาระดับได้จึงมองเห็นว่ามีเพียงแค่พวกสัตว์อสูรที่มีระดับแข็งแกร่งเท่านั้น”
“ เลยกลายเป็นบรรทัดฐานของมนุษย์แล้วก็กลายเป็นความรู้ของในมนุษย์ว่าพวกสัตว์อสูรระดับต่ำไม่สามารถพัฒนาระดับของตนเองได้”
“ แต่อันที่จริงแล้วสัตว์อสูรระดับต่ำเองก็มีความสามารถในการพัฒนาระดับของตนเองได้เช่นเดียวกัน” เสี่ยวหนิงให้คำตอบอย่างกระจ่าง
เมื่อเสียงนั้นตอบมาภายในหัวมันก็สามารถไขข้อกระจ่างภายในใจที่กำลังสงสัยได้
จางหมิงเองก็รู้ได้ในทันทีว่าตนเองมีความรู้ที่น้อยนิดถ้าจะไปเทียบกับความรู้ของทุกอย่างภายในใต้หล้า
“ แล้วราชาหมาป่าโลหิตสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับได้หรือไม่?”
“ ขอชี้แจงในท่านราชาหมาป่าโลหิตคือระดับพัฒนาสูงสุดของหมาป่าโลหิตแล้วในตอนนี้ไม่สามารถพัฒนาไปอีกระดับได้ ” เสี่ยวหนิงตอบ
จางหมิงจากที่ได้คำตอบเช่นนั้นก็ทำความเข้าใจได้ในทันที
ส่วนใหญ่แล้วเขาเองก็คิดเอาไว้เช่นนั้นแหละเพราะว่าพวกสัตว์อสูรมาจากพัฒนาเพียงแค่หนึ่งครั้งในชีวิต
ในตอนนี้พัฒนากายเป็นราชาหมาป่าโลหิตความแข็งแกร่งเองก็เพิ่มพูนขึ้นมากแต่คงจะไม่สามารถก้าวข้ามระดับไปเป็นระดับอื่นได้แล้ว
“ เข้าใจแล้วแสดงว่าถ้าขีดความสามารถของมันถึงระดับ 100 ทุกอย่างเองก็จะหยุดพัฒนาสินะ ”
“ นายท่านเข้าใจถูกแล้วเจ้าค่ะเพราะว่านั่นคือระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์หมาป่าโลหิตที่จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ตามความช่วยเหลือจากระบบ ”
จางหมิงเข้าใจได้ภายในใจของเขาก็คิดไว้อยู่แล้วว่าอย่างไรระบบที่เข้ามาช่วยเหลือเองก็ต้องมีขีดจำกัดเช่นเดียวกันและในตอนนี้ก็ได้รู้ว่าขีดจำกัดของมันกำลังจะมาถึงแล้ว
หลังจากที่หมาป่าโลหิตพัฒนาขึ้นมากลายเป็นราชาหมาป่าโลหิตระดับเลเวลของมันถูกรีเซ็ทใหม่จนกลายเป็นหนึ่งในตอนนี้เมื่อสามารถเก็บเลยเรื่องของมันและพัฒนาขึ้นไปจนถึงระดับ 100 ได้ก็จะถือว่าเป็นขีดจำกัดความสามารถสูงสุด
“ เรียนนายท่านจากการพัฒนากายเป็นราชาหมาป่าโลหิตได้รับความพิเศษ ”
[ ระบบ : ได้รับเสียงขู่คำรามของราชาหมาป่า ]
อักษรบริเวณเบื้องหน้าปรากฏขึ้นมาอีกครั้งมันปรากฏลอยขึ้นมาบนอากาศ
“ นี่มันเสียงขู่คำรามของราชาหมาป่างั้นเหรอ? ” จางหมิงอ่านสิ่งที่อยู่ด้านหน้า
“ นายท่านเข้าใจถูกต้องแล้วเจ้าค่ะเสียงขู่คำรามของราชาหมาป่าความสามารถเฉพาะตัวของราชาหมาป่าโลหิตผู้ใดที่ตกอยู่ภายใต้เสียงคำรามร่างกายจะไม่สามารถขยับได้ชั่วขณะ ”
“ ถือว่าเป็นความารถที่ดีเลยนิเสียงคำรามที่สามารถหยุดได้ทุกการเคลื่อนไหวเรื่องอย่างนั้นรึ? ”
“ ไม่เจ้าค่ะความสามารถของความสามารถนี้มีขีดจำกัดตรงที่ไม่สามารถหยุดยั้งคู่ต่อสู้ที่มีระดับห่างชั้นเป็นอย่างมากกับราชาหมาป่าโลหิตได้”
“ เข้าใจแล้ว~ ”
ในตอนนี้ทำความเข้าใจกับความสามารถพี่มันถูกเพิ่มเติมขึ้นมาหลังจากที่พัฒนากลายเป็นราชาหมาป่าโลหิตให้เรียบร้อย
แน่นอนว่าความสามารถที่เพิ่มเติมขึ้นมาย่อมเป็นความสามารถที่ดีเยี่ยม
หลังจากที่มันพัฒนากายเป็นราชาหมาป่าโลหิตร่างกายดูใหญ่โตมากขึ้นความสามารถภายในร่างกายก็เพิ่มมากขึ้น
จางหมิงเริ่มทดสอบความสามารถของมัน
โดยเขาให้หมาป่าโลหิตออกไปล่าพวกสัตว์อสูรภายในป่าก่อนเลยเป็นอันดับแรก
ร่างของหมาป่าสีดำสนิทที่มีร่างกายขนาดยักษ์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแม้ว่าร่างกายของบ้านขยายตัวมากขึ้นหลายเท่าแต่ยามนี้ก็ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนเดิม
แถมดูแล้วน่าจะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากกว่าเดิมเสียด้วย
สัตว์อสูรสองดาวอยู่เบื้องหน้าราชาหมาป่าโลหิตกระโจนครั้งเดียวกรงเล็บอันแหลมคมเพียงพุ่งผ่านก็สังหารสัตว์อสูรระดับสองดาวได้อย่างง่ายดาย
พละกำลังการโจมตีมหาศาลแรงการโจมตีที่เยี่ยมยอดนี่มันเหนือกว่รที่คิดเอาไว้เสียอีก
ความสามารถที่พัฒนาขึ้นของมันต้องกล่าวได้ว่าเหนือกว่าความคิดของเขาเป็นอย่างมาก
หลังจากที่ลองทดสอบความสามารถของหมาป่าโลหิตที่พัฒนาขึ้นกลายเป็นราชาหมาป่าโลหิตแล้ว
จางหมิงที่กำลังนั่งอยู่ภายในถ้ำกำลังคิดอย่างจริงจัง
เขายกฝ่ามือขึ้นมาจับบริเวณปากแล้วก็ลูบไปมา “ ในเมื่อความสามารถของมันพัฒนาขึ้นในระดับนี้บวกกับความสามารถของพวกสัตว์อสูรที่พัฒนาขึ้นบางทีถ้าพวกมันทั้งสี่ร่วมกันอาจจะสามารถเอาชนะสัตว์อสูรระดับสี่ดาวได้”
หลังจากที่มองเห็นความแข็งแกร่งของราชาหมาป่าโลหิตปฎิเสธไม่ได้เลยว่าความคิดที่จับเอาชนะสัตว์อสูรระดับสี่ดาวมันจะปรากฏขึ้นภายในหัว
เพราะว่าความแข็งแกร่งของราชาหมาป่าโลหิตตอนนี้เป็นความแข็งแกร่งของพวกสัตว์อสูรระดับสามดาวหายาก
และเขาเองก็มีสัตว์อสูรระดับสามดาวอยู่ถึงสองตัวถ้าพวกมันร่วมมือกันบางทีอาจจะสามารถเอาชนะสัตว์อสูรระดับสี่ดาวได้
ในขณะที่ความคิดนั้นปรากฎขึ้นมาจางหมิงใช้เวลาในการตัดสินใจไม่นานนะเค้าตัดสินใจได้ในทันทีว่าตนเองจะล่าพวกสัตว์อสูรระดับสี่ดาว
จางหมิงควบคุมสัตว์อสูรอย่างพวกราชาหมาป่าโลหิต ปีศาจเถาวัลย์แล้วก็แมงมุมเหล็กอีกสองตัวมึงส่งไปยังทิศตะวันออกของภูเขา
“ ในตอนนี้ถ้าอยากจะล่าสัตว์อสูรระดับสี่ดาวก็จำเป็นจะต้องล่าสัตว์อสูรระดับสีเทาที่มีร่างกายใกล้เคียงกันแก่นวิญญาณของสัตว์อสูรจะพบเจอในร่างกายของสัตว์อสูรระดับสี่ดาวขึ้นไปเท่านั้นแต่ก็ไม่ใช่จะเจอทุกตัว ”
“ ลองไตร่ตรองและคิดดูแล้วภายในภูเขาแห่งนี้ขาดอสูรระดับสี่ดาวที่น่าจะสามารถรับมือง่ายที่สุดก็น่าจะเป็นเสือหน้าอสูร ”
ในตอนนี้ลองคิดแล้วไตร่ตรองภายในหัวเรียบร้อยแล้วหลังจากที่คิดแล้วไต่ตรองมาสักพักมันก็ทำให้เขาคิดได้ว่าสัตว์อสูรเทวน่าจะเป็นเป้าหมายที่สุดคือตัวใด
เสือหน้าอสูรมันเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาวที่มีร่างกายไม่ได้ใหญ่มากนักน่าจะสามารถรับมือกับมันได้ง่ายดายที่สุด
และมันก็เป็นสัตว์อสูรที่พบเจอแก่นวิญญาณอสูรได้ง่ายด้วยภายในร่างกายเป้าหมายของจางหมิงเลยมุ่งตรงไปที่มัน
ณบริเวณป่าฝั่งตะวันออกของภูเขาไป๋หลง
ต้นไม้สูงใหญ่มากมายตั้งรกร้างอยู่ภายในบริเวณนี้ส่วนบริเวณนี้เป็นส่วนที่ไม่มีผู้ใดเข้ามาร่างกายมากที่สุดแม้แต่ศิษย์ของสำนักไป๋หลงเช่นเดียวกัน
ร่างของราชาหมาป่าโลหิตก้าวเข้ามาภายในอาณาเขตนี้พร้อมกับศัตรูที่รออยู่ด้านหน้า
จบบท