Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 105 ปาฎิหาริย์บังเกิด

    ตอนที่ 105            อีกนิดเดียว...อีกแค่นิดเดียวก็จะผ่าเอามะเร็งออกมาจากตับอ่อนได้หมดแล้ว ดนัยคิดในใจขณะที่กำลังเร่งผ่ามะเร็งออกจากตับอ่อนให้หมดมะเร็งพวกนี้จะเหลือไว้ในร่างกายไม่ได้เพราะถ้าเหลือเอาไว้มันจะเติบโตและแพร่กระจายอีกแบบนั้นที่ผ่าตัดมาทั้งหมดมันก็ไร้ความหมาย            ดนัยใช้หางตาเหลือบมองยูมิซึ่งเธอยังคงทำหน้าที่ใช้มือปั้มหัวใจตลอดเวลาที่ผ่านมาซึ่งมันก็ผ่านมากว่าสี่สิบนาทีแล้ว            “เปลี่ยนกับคุณรินะหน่อยมั้ยครับ” ดนัยถาม            “ไม่เป็นไรค่ะคุณรินะต้องดูเรื่องเลือดและต้องดูออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองตลอดเวลา” ยูมิตอบ            ใช่แล้วตอนนี้ทุกคนต่างมีหน้าที่กันหมดและหน้าที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือวิสัญญีแพทย์อย่างรินะเพราะเธอต้องคอยดูไม่ให้สมองของคนไข้ขาดออกซิเจนเพราะถ้าสมองขาดออกซิเจนเมื่อไหร่ถึงแม้จะผ่าตัดและทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้ก็ไม่มีประโยชน์เพราะสมองนั้นขาดออกซิเจนได้อย่างมากก็แค่ห้านาทีถ้าเกินกว่านะจะเกิดภาวะสมองตายนั่นเอง            “ตอนนี้เลือดถุงที่ห้ากำลังจะหมดค่ะดนัยส่วนค่าออกซิเจนในร่างกายตอนนี้ 87%” รินะดูข้อมูลก่อนจะบอกดนัย            “ต่ำไปหน่อยนะครับเพิ่มออกซิเจนหน่อย” ดนัยสั่งให้เพิ่มออกซิเจนเข้าไปในร่างกายเพราะปกติออกซิเจนในร่างกายควรจะอยู่ที่ 96-99%            ฉับ !! ชิ้นเนื้อถูกตัดออกก่อนหมอมิโฮะจะใช้คีมคีบเอาชิ้นเนื้อไปวางไว้ในถาดที่เตรียมเอาไว้            เอาล่ะจุดสุดท้ายแล้ว !! ดนัยมองจุดสีขาวจุดสุดท้ายที่อยู่บนตับอ่อนเขายื่นมือไปรับมีดมาจากซากิก่อนจะเริ่มผ่าเอาชิ้นเนื้อชิ้นสุดท้ายออกมา            ควับ !! กรีด !! ฉับ !! เสียงการลงมีดการกรีดไปตามแนวและการใช้กรรไกรตัดชิ้นเนื้อออกดนัยใช้เวลาไม่นานก็เอาเนื้อร้ายชิ้นสุดท้ายออกมาได้สำเร็จ            “ฟู่ว...เสร็จแล้ว !!” ดนัยพ่นลมหายใจออกมา            “จะใช้เครื่องช็อตเลยมั้ยคะ” หมอมิโฮะถาม            “ครับคุณรินะรบกวนฉีดยากระตุ้นด้วยครับคุณยูมิเตรียมเครื่องปั้มหัวใจครับปรับกระแสไฟไปที่หนึ่งร้อยแปดสิบครับครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะบอกรินะและยูมิ            “ค่ะ” รินะตอบก่อนจะหยิบยากระตุ้นหัวใจมาฉีดลงไปในร่างกายคนไข้            ส่วนยูมิก็หยุดปั้มหัวใจด้วยมือไปเตรียมเครื่องปั้มหัวใจทันทีไม่ถึงนาทีเครื่องปั้มหัวใจก็พร้อมใช้งานอีกครั้ง            “พร้อมแล้วค่ะดนัย” ยูมิบอกดนัย            “ถ้าอย่างนั้นก็ชาร์จเลยครับ !!” ดนัยและหมอมิโฮะรีบยกมือขึ้นและถอยห่างจากคนไข้ทันที            ปั้ง !! ยูมิทำการใช้เครื่องปั้มหัวใจชาร์จลงไปทันทีเมื่อทุกคนถอยออกไปร่างกายของคนไข้ที่ถูกไฟฟ้ากำลังสูงจากเครื่องลอยขึ้นมาจากเตียงทันที            ควับ !! ทุกคนหันไปที่จอมอนิเตอร์โดยอัตโนมัติเพื่อดูว่าหัวใจกลับมาเต้นหรือยังแต่ทว่าเส้นกราฟบนหน้าจอมอนิเตอร์นั้นยังวิ่งเป็นเส้นตรงและยังมีเสียงยาวดังออกมาอยู่            “อีกครั้งครับ !!” ดนัยสั่งอีกครั้งทันที            ปั้ง !! ยูมิชาร์จอีกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้ก็ยังเงียบไม่มีวี่แววว่าหัวใจจะกลับมาเต้นเลย            “ปรับไปที่สองร้อยครับแล้วลองอีกครั้ง” ดนัยยังไม่ยอมแพ้            กลับมาเถอะครับได้โปรดคุณยังมีหลานที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลกรอคุณอยู่นะรีบกลับมาที่โลกนี้เถอะครับ !! ดนัยภาวนาอยู่ในใจ            วี๊ด !! ปั้ง !! ยูมิทำการปรับแรงไฟฟ้าขึ้นไปถึงสองร้อยก่อนจะชาร์จลงไปอีกรอบแต่ทุกอย่างก็ยังเงียบหัวใจยังไม่กลับมาเต้น            “ฮิคาริ !!” ดนัยตะโกนเรียกฮิคาริ            ช่วยหน่อยนะฮิคาริ !! ดนัยเหลือบมองไปที่ห้องมอนิเตอร์ก่อนจะคิดในใจ  ห้องมอนิเตอร์            ฮือ !! เสียงมาเรียภรรยาของไรอันกำลังร้องไห้ออกมาส่วนไรอันก็กำลังปลอบภรรยาของเขาอยู่และถึงแม้ไรอันจะไม่ได้ร้องไห้ออกมาแบบภรรยาแต่ดวงตาของเขาก็แดงกร่ำ            ดูเหมือนปาฎิหาริย์จะไม่เกิดกับคุณพ่อท่านสินะ !! ไรอันคิดในใจ            “ฮิคาริ !!” เสียงดนัยดังออกมาจากลำโพงซึ่งมันเป็นการเรียกที่ไม่มีใครรู้เลยว่าดนัยนั้นเรียกฮิคาริทำไมแต่ฮิคารินั้นรู้ว่าดนัยเรียกเธอทำไม            “มิสมาเรีย...มิสเตอร์ไรอันคุณช่วยส่งเสียงเรียกคุณพ่อของพวกคุณกลับมาหน่อยนะคะ” ฮิคาริหันไปพูดกับไรอันและมาเรียก่อนจะบังคับรถเข็นไปที่แผงควบคุมและกดลงไปที่ปุ่มไมโครโฟนซึ่งปุ่มนี้นั้นเมื่อกดลงไปแล้วคนจากในห้องมอนิเตอร์จะสามารถพูดผ่านไปยังห้องผ่าตัดได้            ไรอันและมาเรียทำหน้างงนิดหน่อยก่อนจะเป็นไรอันที่เห็นฮิคาริกดปุ่มไมโครโฟนเขาจึงรีบเดินไปที่ไมโครโฟนพร้อมมาเรียภรรยาของเขา            “คุณพ่อกลับมาเถอะครับรีบกลับมาอยู่กลับพวกเรานะครับ !!” ไรอันพูดกรอกลงไปเสียงของเขาก็ดังผ่านลำโพงไปยังห้องผ่าตัด            “มาเรียช่วยกันเรียกคุณพ่อให้กลับมาเร็วเข้า !!” ไรอันหันมาบอกภรรยา            “ฮือ...คุณพ่อคะ...รีบกลับมาเถอะค่ะพวกเราน่ะยังไม่ได้ตั้งชื่อหลานเลยนะคะแล้วสิทธิตั้งชื่อหลานเราก็ยกให้คุณพ่อด้วยรีบกลับมาเถอะค่ะ...ฮือ !!” มาเรียร้องไห้ไปพูดไปและเมื่อเธอพูดจนจบประโยคดนัยก็สั่งชาร์จอีกครั้งทันที            “ชาร์จ !!”            ปั้ง !! เสียงร่างคนไข้ลอยขึ้นมาจากเตียงทุกคนมองไปที่จอมอนิเตอร์ที่อยู่เหนือหัวคนไข้เพื่อดูว่าเส้นกราฟที่วิ่งเป็นเส้นตรงจะกลับมาขยับหรือไม่            หนึ่งวินาที !! สองวินาที !! สามวินาที !! และทันใดนั้นเองปาฎิหาริย์ก็บังเกิด            ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! กราฟที่เคยนิ่งขยับเป็นคลื่นทันที            “คุณพ่อ !!” ไรอันอุทานออกมาด้วยความดีส่วนมาเรียภรรยาของเขายกมือขึ้นปิดปากก่อนจะสวมกอดไรอันสามีของเธอไว้ด้วยความดีใจ            “เยส/คนไข้กลับมาแล้วค่ะ !!” เสียงตะโกนด้วยความดีใจดังมาจากในห้องผ่าตัด            “เก็บความดีใจเอาไว้ก่อนครับการผ่าตัดยังไม่เสร็จสิ้นเราต้องรีบเย็บปิดแผลด่วนหมอมิโฮะผมฝากเย็บแผลที่หน้าอกหน่อยนะครับส่วนหน้าท้องผมจะเย็บเอง !!” ดนัยรีบสั่งงานต่อทันที            “มิสฮิคาริขอบคุณ...ขอบคุณมาก” ไรอันที่กอดภรรยาอยู่หันมาขอบคุณฮิคาริ            “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะมันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว” ฮิคาริพูด            “ผมทราบดีครับเพราะผมก็เป็นหมอแต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณจริงๆครับ” ไรอันพยักหน้าพลางมองดูในห้องผ่าตัดที่ทีมแพทย์จากญี่ปุ่นกำลังเก็บงานผ่าตัดให้เรียบร้อย  หนึ่งชั่วโมงต่อมา            “คุณพ่อท่านจะฟื้นเมื่อไหร่คะ” มาเรียถามดนัยพลางมองดูพ่อของเธอที่กำลังถูกยูมิและรินะพาเข้าเครื่องสแกน MRI เพื่อสแกนสมอง            “ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ครับต้องรอดูผลสแกน MRI ก่อนเพราะหัวใจคนไข้หยุดเต้นไปนานมากไม่รู้จะเกิดผลอะไรกับสมองมั้ยถึงแม้เราจะให้ออกซิเจนกับสมองตลอดเวลาที่หัวใจหยุดเต้นแต่มันก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าคนไข้จะกลายเป็นเจ้าชายนิทรามั้ย” ดนัยพูด            “จะ...จะ...เจ้าชายนิทรา !!” มาเรียอุทานออกมาเมื่อรู้ได้ยินว่าพ่อของเธอจะเป็นเจ้าชายนิทรา            “นั่นก็แค่กรณีที่เลวร้ายที่สุดครับต้องดูผลสแกนสมองก่อนถ้าผลสแกนออกมาไม่เป็นอะไรก็น่าจะฟื้นคืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้าครับ” ดนัยบอก            “งั้นเหรอคะ” มาเรียโล่งใจไปเปลาะหนึ่งเธอภาวนาให้ผลสแกนสมองของพ่อเธอออกมาไม่มีปัญหา            “ว่าแต่ผู้อำ...สามีคุณมิสเตอร์ไรอันไปไหนเหรอครับ” ดนัยไม่เห็นไรอันจึงถาม            “เมื่อครู่เห็นเข็นรถเข็นมิสฮิคาริออกไปข้างนอกนะคะ” มาเรียพูดพลางมองไปที่ประตูห้องที่สามีเธอพาฮิคาริออกไป            ไปกับฮิคาริงั้นเหรอไปไหนกัยยะ ดนัยคิดในใจก่อนจะหันกลับไปสนใจคนไข้ที่ยูมิกำลังพาเข้าเครื่องสแกน MRI ไม่นานยูมิก็จัดการสแกนสมองจนเสร็จรินะจึงเข็นพาคนไข้ออกมาและพากลับไปที่ห้องพักส่วนยูมิก็ต้องรอผลสแกนก่อน            “กลับไปที่ห้องพักกันเถอะครับกว่าผลสแกนจะออกก็เป็นชั่วโมง” ดนัยชวนมาเรียกลับไปที่ห้องพัก VIP ของคนไข้            “ค่ะ” มาเรียพยักหน้า            เมื่อกลับมาถึงห้องพักมาเรียก็นั่งเฝ้าพ่อของเธอไม่ห่าง            “ดนัยไม่ไปพักหน่อยเหรอคะ” รินะถามเพราะตั้งแต่ผ่าตัดดนัยยังไม่พักเลยส่วนซากิกับหมอมิโฮะนั้นไปพักแล้วเพราะเหนื่อยมาก            “ผมขออยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนคุณมาเรียก่อนแล้วกันครับคุณรินะไปพักเถอะคุณเองก็เหนื่อยมาเยอะแล้วนะ” ดนัยบอกรินะ            “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปพักหน่อยนะคะ” รินะบอกก่อนจะออกจากห้องไป            “มิสเตอร์ดนัยจะไปพักก่อนก็ได้นะคะฉันไม่เป็นไรไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันหรอกค่ะ” มาเรียหันมาพูดกับดนัย            “ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวรอสามีคุณกลับมาก่อนผมค่อยไปพัก” ดนัยยิ้มให้เธอซึ่งดนัยนั้นอยู่ในห้องกับมาเรียและคนไข้ประมาณสิบนาทีประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมทั้งฮิคาริและไรอันที่เดินเข้ามาในห้อง            ฮิคาริบังคับรถเข็นมาข้างดนัยส่วนไรอันก็เดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงกับมาเรียภรรยาของเขา            “เป็นไงบ้างดนัย” ฮิคาริถามดนัยเป็นภาษาญี่ปุ่น            “รอผลสแกนสมองน่ะคนไข้หัวใจหยุดเต้นไปนานฉันกลัวว่าสมองจะมีปัญหาน่ะสิ” ดนัยตอบกลับเป็นภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน            “งั้นเหรออีกนานมั้ยล่ะกว่าผลจะออก” ฮิคาริถามถึงเวลา            “ก็น่าจะเป็นชั่วโมงแหละ” ดนัยพูด            “ถ้าอย่างนั้นปล่อยให้พวกเขาอยู่กับลำพังเถอะเอาไว้ผลสแกนออกมาเมื่อไหร่เราค่อยกลับมาอีกที” ฮิคาริพูด            “โอเค” ดนัยพยักหน้า            “มิสเตอร์ไรอันถ้ายังไงผมกับฮิคาริขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวผลสแกนออกแล้วผมจะกลับมาแจ้งผลนะครับ” ดนัยบอกกับไรอัน            “ครับขอบคุณมากครับมิสเตอร์ดนัย” ไรอันหันมาขอบคุณดนัย            “ขอบคุณมากนะคะมิสเตอร์ดนัย” มาเรียเองก็รีบหันมาขอบคุณ            “ด้วยความยินดีครับ” ดนัยยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินมาข้างหลังรถเข็นฮิคาริและเข็นพาเธอออกจากห้องไป            “โชคดีมากนะดนัยตอนที่หัวใจหยุดเต้นไปนึกว่าจะพาคนไข้กลับมาไม่ได้แล้วเสียอีก” ฮิคาริพูดหลังจากดนัยเข็นเธอออกมาจากห้อง            “ไม่ใช่โชคหรอกเป็นเพราะคนไข้ตอบรับเสียงเรียกของคนที่ต้องการให้เขากลับมาต่างหากล่ะ” ดนัยพูด            “ตอบรับเสียงเรียกงั้นเหรอ !!” ฮิคาริอุทานออกมาเบาๆ            “ใช่เขาตอบรับเสียงเรียกของมิสเตอร์ไรอันและมิสมาเรียที่เรียกเขาให้กลับมาแต่ว่าเธอก็เก่งนะที่รู้ด้วยว่าฉันต้องการให้ทำอะไรทั้งที่ฉันแค่เรียกชื่อเธอเท่านั้น” ดนัยพูด            “พอนายพูดแบบนี้แล้วตอนนั้นฉันรู้ได้ยังไงนะว่านายต้องการให้ฉันเปิดไมโครโฟนน่ะ !!” ฮิคาริเองก็แปลกใจตัวเองที่ตอนนั้นรู้ว่าดนัยต้องการอะไรทั้งที่เขาแค่เรียกชื่อเธอเท่านั้น            ตอนนั้นเราเหมือนกับว่าเรารู้ความคิดของดนัยเลยซิงโครงั้นเหรอบ้าน่ามันจะเป็นไปได้ยังไงตอนนั้นเราไม่ได้อยู่ในห้องผ่าตัดด้วยกันเสียหน่อยสมาธิเราไม่น่าจะเชื่อมถึงกันจนรู้ความคิดกันได้สิ !! ฮิคาริพยายามคิดหาเหตุผลว่าเธอรู้ได้อย่างไร  จบ...


    error loadedภาพมะเร็งตับอ่อนตอนที่แล้วลืมลงเลยเอามาลงตอนนี้แทน

    error loadedตับอ่อน



    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน