ชายหนุ่มไม่ได้สนใจอะไรมาก ถึงหน้าตาพอไปวัดไปวาได้แต่อีกฝ่ายก็ดูธรรมดามากเมื่อเทียบกับผู้หญิงสวยๆทุกคนที่เขาเคยเจอ
“ อ๊ะ เอาคืนมานะ ”
เธอชักสีหน้าไม่พอใจใส่อีกฝ่าย เขย่งเท้าขึ้นขณะเอื้อมมือออกไปยื้อแย่งแว่นตาออกจากมืออีกฝ่ายแต่ชายหนุ่มกลับไวกว่า เขาชูมันสูงขึ้นกว่าเดิมจงใจแกล้งให้คนตัวเล็กกว่าะโไขว้คว้ามัน ร่างเล็กเบียดกายเข้ายื้อแย่งลืมความกลัวเมื่อครู่ไปชั่วขณะ
ความสูงที่ห่างกันเกือบยี่สิบเซนทำให้ทรวงอกอวบอิ่มเบียดเสียดเข้ากับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ ใกล้ชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ มือเล็กปัดป่ายถูกลำตัวของชายหนุ่มหลายครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ พอถูกเนื้อต้องตัวกันใกล้ชิดผู้ชายย่อมมีปฏิกิริยากับเื่พวกนี้ไวเป็ปกติอยู่แล้ว
“ อ่อยเหรอป้า เอานมมาถูอยู่ได้ ” ดวงตาคมกริบกวาดสายตามองหน้าอกของอีกฝ่ายแว็บนึง ถึงมีเสื้อเชิ้ตปิดอยู่เขาก็รู้สึกว่ามันใหญ่ใช่เล่น อาจจะคัพซีเลยด้วยซ้ำ
“ กรี๊ดดด.. ไอ้เด็กบ้า!ปากเสีย เอาแว่นฉันคืนมานะพูดไม่รู้เื่หรือไง เอาคืนมา! ไม่งั้นนายเจอดีแน่ ”พอได้ยินคำพูดหยาบคายของอีกฝ่ายก็รีบขยับตัวออกห่างทันที
“ ฮ้า! อยากเจอดีจัง ”ริมฝีปากหยักสวยเหยียดยิ้มหยัน ดวงตาคมเข้มเป็ประกายขบขัน
เสียงขู่ฟังยังไงก็เหมือนเสียงลูกแมวส่งเสียงแง้วๆมากกว่า อย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้แค่จะเอาแว่นตาคืนยังไม่มีปัญญา ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดตอบโต้อะไรเพื่อนในกลุ่มก็พูดขัดจังหวะออกมาเสียก่อน
“ จิน มึงเลิกเล่นเหอะ พวกมันจะมากันแล้วว่ะ” หนุ่มหน้าตี๋มองไปยังคนทั้งคู่ที่กำลังยื้อแย่งของกันเหมือนเด็กเล็กๆ
ชายหนุ่มอัดบุหรี่เข้าปอดฟอดใหญ่ก่อนทิ้งบุหรี่ที่เหลือค่อนมวนลงบนพื้น ปลายเท้าบดขยี้มันกับพื้นถนน เหลือบสายตามองเพื่อนแต่ละคนที่แยกย้ายกันขึ้นรถของใครของมัน เสียงสตาร์ทรถดังกระหึ่มลานจอดรถกว้าง
เขาจัดการโยนแว่นตาคืนให้เธอก่อนเดินกลับไปยังรถสปอร์ตที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว รถยนต์แต่ละคันเคลื่อนที่ออกจากลานจอดไปจนหมด ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบและกลับเข้าสู่สภาวะปกติเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
ริมฝีปากเล็กพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เหตุการณ์เมื่อครู่ผ่านไปด้วยดีโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ
วันนี้.. เธอก็แค่โชคร้ายนิดหน่อยที่เจอเื่แย่ๆ เท่านั้นเอง
หญิงสาวมองบ้านสองชั้นตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่าบ้านที่ไม่เหมือนไม่ใช่บ้าน…ถ้าจะเรียกให้ถูกจริงๆ ก็คือที่ซุกหัวนอนมากกว่า แสงไฟในบ้านสว่างจ้า เสียงหัวเราะพูดคุยกันดังออกจนถึงรั้วประตูบ้าน ริมฝีปากบางพ่นลมหายใจด้วยความเบื่อหน่าย
มณีวรรณที่นั่งสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าคร่ำเครียดแปรเปลี่ยนเป็แย้มยิ้มออกมาอย่างดีใจทันทีที่เห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้าน บุหรี่ที่เหลือครึ่งมวนถูกขยี้ลงในที่เขี่ยบุหรี่ทันทีก่อนเข้าเดินไปหา
กลิ่นของมันตลบอบอวลไปทั่วห้องแคบๆ มนินพัทธ์นิ่วหน้า เท้าที่ก้าวเดินไปข้างหน้าหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงทักของมารดาที่เดินตามหลังมาติดๆ
“กลับมาช้าจัง กินข้าวมาหรือยัง”คำพูดที่ถามด้วยความเคยชินปากมากกว่าจะถามด้วยความรู้สึกห่วงใยอะไร
มนินพัทธ์เหลือบสายตามองนาฬิกาติดผนังบ้าน มันเป็เวลาห้าทุ่มแล้ว.. เธอรู้ดีว่าแม่มานั่งรอทำไมถ้าวันนี้ไม่ใช่วันที่เงินเดือนเธอออก
ยืนห่างกันเป็เมตรแบบนี้ก็ยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกโชยมาแตะจมูก เธอเหลือบสายตามองใบหน้าแดงก่ำของแม่ที่อยู่ในอาการมึนเมา มองผ่านเลยไปยังกลุ่มผู้ชายที่นั่งดื่มเหล้าพูดคุยกันโหวกเหวกอยู่ตรงโต๊ะหน้าบ้าน ภาพคุ้นชินสายตาที่เธอเห็นอยู่เป็ประจำั้แ่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่
“อืม แม่มีอะไรหรือเปล่า”รู้ทั้งรู้ว่าเื่อะไรแต่ก็อดถามออกไปไม่ได้ ยืนรอฟังคำพูดเดิมที่เหมือนอัดเทปไว้ คำพูดที่เธอฟังจนเบื่อ ฟังจนจำขึ้นใจ
“เงินเดือนออกแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงเปิดกระเป๋าสะพาย เปิดกระเป๋าสตางค์ออกแล้วหยิบแบงค์สีเทาหกใบออกมายื่นส่งให้มารดาโดยไม่มองหน้า รอจนเงินจำนวนนั้นถูกหยิบออกไปก็รีบเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง วันนี้เธอทั้งอารมณ์ไม่ดีและเหนื่อยมากอยากอาบน้ำแล้วเข้านอนเลย
“เดือนนี้โรงเรียนเ้านนท์เปิดเทอมแล้ว ค่าใช้จ่ายมันเยอะขึ้นเดือนนี้แม่ขอเพิ่มอีกหกพันได้ไหมมิว”
เธอรู้ดีว่าค่าใช้จ่ายเยอะๆของแม่มันมีอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ไปลงกับหวย แชร์ และเื่ไม่เป็เื่เสียมากกว่า หลายครั้งที่แม่ไปกู้เงินนอกระบบจนเป็หนี้เป็สิน ซ้ำร้ายคนค้ำก็หนีทิ้งหนี้ไว้ให้แม่เธอจ่ายอีก คนที่ต้องตามใช้หนี้ให้ก็เป็เธอทั้งนั้น
“ ทำไมแม่ไม่ไปขอจากลุงนพบ้างล่ะ เขาเป็พ่อไม่ใช่เหรอหนูช่วยได้แค่นี้แหละ” กำลังจะเดินหนีมณีวรรณก็พูดตามหลังบุตรสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ทำไมแกพูดแบบนี้ ก็รู้อยู่ว่าพ่อเขาตกงาน ช่วยกันแค่นี้ไม่ได้เหรอไง”
“เขาไม่ใช่พ่อหนูซะหน่อย หนูให้แม่ได้อีกสี่พัน จะเอาหรือไม่เอา” มือบางหยิบเงินออกมายื่นส่งให้มองสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจของมารดาที่รีบดึงเงินจำนวนนั้นออกไปจากมืออย่างรวดเร็วเพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจขึ้นมา
“ถึงนพจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของแก แต่เขาก็ส่งเสียให้แกได้เรียนจนจบมหาลัยนะ บ้านที่แกอยู่ทุกวันนี้ก็บ้านเขา แกต้องรู้จักสำนึกบุญคุณของเขาไว้บ้างนะ”
เธอเม้มปากเข้ากันแน่นสนิทไม่ได้พูดตอบโต้อะไรหยิบเงินอีกสองพันยื่นส่งให้จบๆ ไป เสร็จแล้วก็เดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองทันที เสียงแม่ที่บ่นตามหลังมาถึงทำเป็ไม่สนใจแต่หูก็ยังได้ยินทุกประโยคทุกถ้อยคำที่มีแต่ทิ่มแทงทำร้ายจิตใจกัน
พอเข้าห้องนอนของตัวเองได้ก็รีบล็อกประตูห้องทันที ริมฝีปากบางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
ตอนที่พ่อเสียมนินพัทธ์เพิ่งจะเข้ามหาลัยปีหนึ่ง เธอไม่มีทางเลือกอื่นจึงจำใจย้ายมาอยู่กับครอบครัวใหม่ของแม่ แม่ของเธอมีอาชีพรับจ้างทั่วไปส่วนสามีใหม่ของแม่เป็พนักงานขับรถส่งของที่บริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง แล้วก็เพิ่งถูกไล่ออกจากงานเพราะมีปัญหากับหัวหน้างานที่ย้ายมาใหม่
พอคนหาเงินลดลงไปอีกหนึ่ง ภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในครอบครัวเลยมาตกอยู่ที่เธอคนเดียว ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเก็บเงินให้ได้จำนวนหนึ่งแล้วย้ายออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียว แต่ดูจากสถานการณ์ที่เป็อยู่ก็คงเป็ไปได้ยากถ้าเธอต้องเอาเงินเก็บมาจุนเจือครอบครัวใหม่ของแม่ทุกเดือนแบบนี้
แม่กับพ่อแท้ๆของมนินพัทธ์หย่ากันั้แ่เธออายุยังไม่ถึงสิบขวบั้แ่จำความได้เธอก็อยู่กับพ่อมาตลอด ส่วนแม่แต่งงานใหม่และมีลูกชายกับสามีใหม่หนึ่งคนส่วนพ่อเลี้ยงของเธอก็มีลูกติดจากภรรยาเก่าหนึ่งคนและอายุก็ไล่เลี่ยกับเธอกับพ่อเลี้ยงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรจะมีก็แต่กับลูกชายของพ่อเลี้ยงที่เธอไม่ถูกชะตาเท่าไหร่ พักหลังๆ สายตาที่มองมาก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆแต่ก็ทำเป็ไม่สนใจมาตลอด