อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

บทที่ 197 จ่าฝูงปรากฏตัว

บทที่ 197 จ่าฝูงปรากฏตัว




​ทางทิศใต้มีทหารพิเศษกว่าสิบคน แต่ไม่ปรากฏสัตว์กลายพันธุ์บุกเข้ามา ตอนที่เขาส่งคำขอไป ได้รายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้เข้าใจแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทหารพิเศษทำไมถึงยังเลือกจะปกป้องกำแพงทิศใต้แทนที่จะมาช่วยทางฝั่งทิศเหนือ




​ทหารที่เข้ามารายงานสถานการณ์ของทหารพิเศษพูดชัดเจนว่าเขาได้บอกกับทหารพิเศษทั้งสิบแล้วว่าทางทิศเหนือกำลังแย่ ตอนนี้มีแค่ทหารพิเศษอันเท่านั้นที่เป็นผุ้ออกคำสั่ง กระนั้นก็ยังได้รับคำตอบเหมือนเดิม พูดแค่ว่าทิศเหนือให้น้องใหม่จัดการไปก็พอแล้ว




​แม้ว่าผู้นำฐานจะมีตำแหน่งสูง แต่ถ้าเผชิญหน้ากับพวกทหารพิเศษแล้ว เขาก็ยังต้องให้ความเกรงใจ ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นผู้นำฐานกุมขมับหมดปัญญาอย่างเช่นตอนนี้




“ท่านผู้นำครับ ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้จ่าสิบตรีอันก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีไม่ใช่หรอครับ บางทีอาจจะไม่มีปัญหาอะไรก็ได้” ทหารผู้ช่วยพยายามคิดในแง่ดี ซึ่งคนเป็นผู้นำก็ทำได้แค่คิดเช่นนั้นเหมือนกัน




“อืม สั่งการออกไป ให้หน่วยลาดตระเวนพยายามตรวจสอบให้ลึกเข้าไปอีก ก่อนหน้านี้ทหารพิเศษอันได้บอกเกี่ยวกับจ่าฝูงของพวกมัน ถ้ามีโอกาสก็ให้ลอบจัดการมันได้เลย”




“เข้าใจแล้วครับ” ในขณะที่พวกผู้นำกำลังสนใจแค่กำแพงฝั่งทิศเหนือและคิดว่าทหารพิเศษสิบคนที่เพิ่งมาถึงนั้นไม่ทำประโยชน์อะไรเพื่อฐานทัพเลย ไม่ถึงห้านาทีหลังจากที่พวกเขาผิดหวัง จู่ๆก็มีทหารรีบเข้ามารายงานสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว พร้อมกันนั้นเสียงเตือนภัยระดับสูงสุดก็ถูกสั่นขึ้นอีกครั้ง




“เกิดอะไรขึ้น!”




“ผู้นำครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”




“มีอะไร รีบรายงานมา” คิ้วของผู้นำขมวดมุ่น วันนี้รู้สึกว่าพวกทหารของเขาทำงานไม่ได้เรื่องเลย กว่าจะรายงานอะไรออกมาแต่ละคำล้วนเชื่องช้าไม่ทันใจ




“กำแพงทางใต้ครับ กำแพงทางใต้เวลานี้มีสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากบุกโจมตีแล้วครับ!”




“อะไรนะ! มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง”




“พวกมันจู่ๆก็เข้ามาโจมตีครับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เวลานี้ทหารพิเศษกำลังไล่จัดการพวกมันอยู่ แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดกลับเป็น...” ทหารคนนั้นเหมือนถูกรัดคออีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดมันออกไปในสถานการณ์นี้หรือไม่




“มีอะไรอีก ทำไมไม่พูดให้มันรู้เรื่อง อยากถูกลงโทษกันนักใช่ไหม!”




“มะ ไม่ใช่ครับ แต่ว่า...ปัญหาที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่เรื่องที่พวกกลายพันธุ์เข้าโจมตีกำแพงครับ แต่เป็นเรื่องที่ทหารพิเศษไล่ฆ่าทหารพลธนูของพวกเราต่างหาก”




“อะไรนะ?” ผู้นำไม่รู้ว่าเขาควรจะตกใจกับอะไรก่อนดี




​ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่กำแพงทางทิศใต้มีปัญหาขึ้นมาจริงๆ ถ้าหากไม่ใช่เพราะทหารพิเศษทั้งสิบอยู่ที่นั่น กำแพงทางนั้นอาจจะถูกทำลาย เป็นผลให้พวกกลายพันธุ์เข้ามาโจมตีฐานจากด้านหลังแล้วก็ทำลายฐานได้ง่ายๆ ดังนั้นเรื่องนี้ยังต้องขอบคุณทหารพิเศษที่ไม่ฟังคำสั่ง หรือบางที...พวกเขาอาจจะรู้ล่วงหน้าว่ากำแพงทิศใต้มีปัญหาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้




​ทว่า....ครั้นจะรู้สึกขอบคุณก็ขอบคุณได้ไม่สุด ใครจะคิดว่าทหารพิเศษที่ควรจะช่วยปกป้องฐาน เวลานี้กลับกำลังทำเรื่องบ้าบิ่นด้วยการไล่สังหารพลธนูของฐานเสียเอง นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ แล้วเขาควรจะต้องออกคำสั่งอย่างไร?




​จับตัวพวกทหารพิเศษหรือ? เช่นนั้นกำแพงทิศใต้จะจัดการอย่างไร?




​ปล่อยทหารพิเศษไว้แบบนั้นหรือ? เช่นนั้นพลธนูของเขาจะถูกฆ่าไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?




​ความคิดของผู้นำซับซ้อนสับสนวุ่นวายไปหมด แน่นอนว่าปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น เพราะจู่ๆก็มีทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามา สีหน้าแตกตื่นของอีกฝ่ายทำให้คนเป็นผู้นำอยากจะมุดดินหนีไป เขาไม่ต้องการฟังการรายงานปัญหาอะไรอีกต่อไปแล้ว




“ท่านผู้นำครับ เกิดเรื่องแล้วครับ...”




“...............” ไม่เหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา ปกติแล้วผู้นำจะบอกให้รีบรายงานอย่าชักช้า ทว่าครานี้เขาไม่เพียงแค่ไม่ตอบรับ กลับยกมือห้าม ไม่ปล่อยให้ทหารรีบรายงานเกินไป เกรงว่าสมองของเขาจะคิดตามไม่ทัน




“เอ่อ ผู้นำครับ...”




“อืม พูดเถอะ” แม้จะไม่อยากฟัง ทว่าสถานการณ์นี้เขาไม่สามารถเพิกเฉยได้ สุดท้ายจึงพยักหน้าเป็นสัญญาณให้อีกฝ่าย คาดหวังว่าเขาจะไม่ได้รับการรายงานเรื่องรุนแรงเกินไป เพราะเขายังคิดตามเรื่องที่เกิดขึ้นและหาทางออกไม่ได้เลย




“ท่านผู้นำ ทหารสองคนที่ถูกส่งไปควบคุมหัวหน้าพลธนูอี้ฉางถูกฆ่าตายแล้วครับ จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นน่าจะเป็นหัวหน้าอี้ที่ลงมือ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในกระโจมที่พักด้วยซ้ำ อาวุธธนูคู่กายของเขาก็หายไปเช่นกันครับ พวกเราไล่ตามเส้นทางที่หัวหน้าอี้จะหนีไป กลับพบร่องรอยของสารดึงดูดสัตว์ร้ายด้วยครับ บางที...กำแพงทิศใต้ที่เกิดปัญหา อาจจะเป็นสารดึงดูดสัตว์ร้ายครับ”




​เมื่อได้ยินการรายงานนี้ ดวงตาของผู้นำก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ




​เขาก็คิดอยู่แล้วว่าการควบคุมของอี้ฉางมีปัญหา ตั้งแต่ที่สั่งให้ใช้ระเบิดเล็กเพื่อโจมตีไปยังตำแหน่งของทหารพิเศษอันและพลธนูที่ออกไปทำภารกิจพิเศษ ดังนั้นเขาจึงรีบจัดการริบหน้าที่หัวหน้าหน่วยพลธนูเอาไว้ก่อน คิดไม่ถึงว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของเขา




​อย่างไรก็ตาม อี้ฉางไม่น่าจะเลวร้ายได้ขนาดนี้ ใครจะรู้ว่าเขาไม่เพียงแค่ต้องการสร้างปัญหาให้กับพลธนูอัน แต่กลับต้องการทำลายฐานเขต F นี้ด้วย!




​ร่องรอยของการใช้สารดึงดูดสัตว์ร้ายก็เป็นหลักฐานชั้นดีแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่กำแพงทิศใต้จะมีปัญหา หรือว่าบางที...ทหารพิเศษทั้งสิบอาจจะพบเจอร่องรอยอะไรบางอย่าง ดังนั้นการลงมือฆ่าคนของพวกเขาก็น่าจะมีเหตุผลเช่นนี้




​คิดไม่ถึงว่าข่าวที่ได้รับนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีมากกว่าเรื่องเสีย ไม่เพียงแค่เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น เขายังสามารถวางใจต่อทหารพิเศษได้อีกด้วย




“ส่งคนไปพูดคุยกับทหารพิเศษ พวกเขาทำแบบนี้ต้องมีเหตุผล แล้วก็ให้ทหารไปสนับสนุนพวกเขาเพื่อป้องกันเขตทิศใต้ด้วย ส่วนพลธนูอี้...ให้รายงานเรื่องนี้ไปถึงศูนย์บัญชาการใหญ่ ตระกูลอี้ควรจะต้องมีคำตอบให้พวกเรา!”




​อี้ฉางไหนเลยจะรู้ว่าปัญหาดำเนินการมาถึงตรงนี้แล้ว ไม่เพียงแค่เขาไม่สามารถหนีพ้นจากเงื้อมือของพวกกลายพันธุ์ข้างนอกเท่านั้น แต่ยังทำให้ตระกูลอี้ต้องเดือดร้อนด้วย




​ร่องรอยของสารดึงดูดสัตว์ร้าย รวมทั้งทิศทางของเขา เป็นกลุ่มราชาหนูที่จัดการ แน่นอนว่าการพบตัวของทหารทั้งสองที่ตายไปก็เช่นกัน ถ้าไม่ใช่พวกหนูขาวจัดการให้ถูกพบเจอเร็วเช่นนี้ บางทีเขาก็อาจจะพ้นข้อสงสัยไปก็ได้ น่าเสียดายที่แผนการของเขาทั้งหมดต้องเสียเปล่า ในเมื่อเขาคิดจะมีปัญหากับซูหยวน อย่างนั้นก็ต้องรอดูตอนเธอเอาคืนด้วย




​ตระกูลอี้ไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองจะมีปัญหาเข้ามามากมายแบบนี้ การที่ต้องชดใช้ความผิดในขณะที่ตนเองไม่ได้ก่อ ทำให้พวกเขาหันไปกดดันตระกูลอี้สาขามากขึ้น ครอบครัวของอี้ฉางยังถูกขับไล่ให้ออกไป จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างดีในเขตชั้นใน เวลานี้กลับต้องออกไปอยู่เขตชั้นกลางแล้ว




​ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นภรรยาของอี้ฉางตัดสินใจจบชีวิตของตนเองเพราะความอัปยศอดสูนี้ เธอเองก็มาจากตระกูลระดับสูงเช่นกัน ไม่คิดว่าแต่งงานผิดแค่ครั้งเดียวจะทำให้ชีวิตตกต่ำมากขนาดนี้




​น่าเสียดายที่ความโหดร้ายของโลกใบนี้ไม่ได้มีความปราณีอยู่ในนั้น ทุกเดือนที่ใช้เงินของสามี กินอยู่สุขสบายจากการกระทำที่ชั่วช้าของสามี อีกทั้งเธอก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย การที่ไม่สนับสนุนแต่ไม่ห้าม สุดท้ายมันได้ย้อนกลับมาทำลายเธอเสียแล้ว




​แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องในอนาคต ซูหยวนไม่ได้รู้และไม่ใส่ใจเกี่ยวกับครอบครัวของอี้ฉางอีก เธอจัดการอี้ฉางก็เพราะเขาลงมือกับเธอก่อน สำหรับตระกูลอี้คนอื่น...เธอเชื่อว่ายังมีคนดีอยู่อีกมาก เหมือนพวกรุ่นพี่อี้เหิงและอี้กังของเธอ แม้แต่รุ่นน้องอี้ที่เพิ่งเข้ามาก็เช่นกัน




​ตอนนี้สิ่งที่ซูหยวนต้องใส่ใจมีแค่การปกป้องกำแพงทิศเหนือเท่านั้น คลื่นวานรลมกลายพันธุ์ทยอยลดลงไปแล้ว ไม่ใช่เพราะพวกมันถูกจัดการทั้งหมด หากแต่จ่าฝูงเรียกพวกมันกลับไป อีกฝ่ายรู้แล้วว่าการส่งลูกสมุนของตนเองเข้ามาโจมตีเรื่อยๆนั้นไม่มีประโยชน์อะไร เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พวกมันกำลังรวมกำลังแล้วบุกตะลุยโจมตีรวดเดียว!




“หัวหน้าอัน ในที่สุดพวกเราก็ขับไล่พวกมันไปได้แล้วใช่ไหมครับ”




“สุดยอด! ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะฆ่าวานรลมกลายพันธุ์ได้มากมายขนาดนี้ กองซากกลายพันธุ์ที่สูงเช่นนั้น ดูด้วยตาแล้วก็มากกว่าร้อยตัวเสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าอันออกคำสั่ง ไม่มีทางเลยที่พวกเราจะรับมือได้ขนาดนี้ แถมยังไม่มีคนได้รับบาดเจ็บด้วย”




“หลังจากนี้ ถ้าหัวหน้าได้ขึ้นเป็นหัวหน้าอย่างเป็นทางการจริงๆ มีภารกิจอะไร ฉันก็จะตอบรับ ติดตามหัวหน้าไปทำภารกิจทุกอย่าง!”




“จริงด้วย ฉันก็เหมือนกัน ติดตามหัวหน้าอันได้ทำประโยชน์จริงๆ แถมยังไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบโง่ๆด้วย” พวกทหารพลธนูส่งเสียงโห่ร้องยินดีหลังจากที่เห็นว่าจำนวนวานรลมกลายพันธุ์ลดลงเหลือเพียงไม่กี่ตัวแล้ว




​ทว่าท่าทางของซูหยวนกลับไม่ได้มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย การแสดงออกนี้ทำให้ทหารทั้งหลายค่อยๆเงียบเสียงลงไป รอจนกระทั่งซูหยวนพูดข้อเท็จจริงที่ทำให้พวกเขาต้องอ้าปากค้างออกมา




“พวกมันกำลังรวมตัวกัน ในอีกไม่เกินสามสิบนาทีนี้ คงจะเป็นการบุกทะลวงครั้งใหญ่ กำแพงทิศเหนือจะถูกทำลายหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับการโจมตีระลอกสุดท้ายนี้แล้ว” เธอพูดเสียงเรียบ ไม่ได้ให้ความหวังกับพวกเขามากนัก




​คำพูดของซูหยวนถูกถ่ายทอดออกไป แม้แต่พวกผู้นำก็ยังได้ยินแล้วด้วย พวกเขาถึงกับยืนขึ้นมา ไม่สามารถนั่งออกคำสั่งได้เท่านั้นแล้ว




“เอาอุปกรณ์สำหรับการโจมตีที่รุนแรงออกไปให้พวกพลธนู บอกให้หน่วยจู่โจมรู้เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ ให้พวกเขาเตรียมพร้อมเอาไว้ตลอดเวลา แล้วก็ไปแจ้งต่อทหารพิเศษทั้งสิบด้วย เผื่อพวกเขาจะแบ่งคนมาช่วยรับมือกับทางจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์” ผู้นำออกคำสั่ง ก่อนที่เขาจะหยิบโล่เหล็กของตนเองขึ้นมา




​ด้านบนของโล่มีแกนพลังงานระดับสูงติดตั้งอยู่ด้วย นี่เป็นอาวุธประจำตัวของเขา ทุกครั้งที่ได้ออกสนาม มันจะสามารถป้องกันการโจมตีที่รุนแรงได้ ทำให้เขาสามารถบุกทะลวงและส่งทหารใต้บังคับบัญชากลับบ้านอย่างปลอดภัยมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว




“ผู้นำ ท่าน...”




“ฉันก็จะออกสู้ด้วย อยากจะดูว่าเจ้าจ่าฝูงกับผู้นำฐานอย่างฉัน ใครมันจะแข็งแกร่งกว่ากัน” เขาพูดอย่างนั้นแล้วทุบอกตนเองเสียงดังปัก!




​แม้จะเหมือนการพูดเล่นอย่างไม่ใส่ใจอะไร ทว่า...ท่าทางของเขาก็ชัดเจนแล้วว่ารับรู้ได้ถึงวิกฤติในครั้งนี้ดี




​ก่อนหน้านี้จ่าสิบตรีอันไม่เคยแสดงท่าทางเคร่งเครียดเช่นนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น และก็คาดเดาได้ว่าสิ่งที่เธอรู้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ




“ถ้าท่านผู้นำออกสนามด้วย เช่นนั้นมือกระบองเหล็กอย่างผมจะไม่เข้าร่วมได้ยังไง” ผู้นำหน่วยย่อยอีกคนหัวเราะก่อนจะคว้ากระบองหนามของตนเองขึ้นมาพาดบ่า ท่าทางของพวกเขาทำเอาพวกผู้นำหน่วยย่อยทั้งหลายได้แต่ตื่นตัวกันขึ้น




​ถ้าในเมื่อฐานต้องเสี่ยงถูกทำลาย เช่นนั้นพวกเขาจะยังมานั่งออกคำสั่งแล้วจะได้ประโยชน์อะไร พวกมันคิดจะโรมรันโจมตีรวดเดียวจบ อย่างนั้นพวกเขาก็จะทุ่มสุดตัวเหมือนกัน




​ซูหยวนเห็นการเคลื่อนไหวของพวกผู้นำก็พยักหน้าให้ ตอนนี้ที่ฐานมีเพียงความเงียบงันเท่านั้น ทุกคนกำลังรอการมาถึงของฝูงวานรลมกลายพันธุ์ระลอกสุดท้าย นี่จะเป็นการต่อสู้เพื่อชี้ให้เห็นแล้วว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือพ่ายแพ้!




“มาแล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เสียงใสกระจ่างของเธอจึงได้ยินพร้อมกันทุกคน มือเล็กยกขึ้นพร้อมกับเล็งลูกศรออกไป จากนั้นเธอก็ใช้ทักษะ “ศรพิพากษา” ที่ติดระเบิดเล็กมากกว่าสิบลูก ส่งออกไปโดยมีเป้าหมายเป็นจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ตัวนั้น!!




​ฟิ้ว!!




​ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!




​การระเบิดอย่างรุนแรงมากกว่าสิบครั้งถือเป็นการประกาศสงครามครั้งสุดท้ายนี้ เถาวัลย์มากมายบริเวณนั้นถูกทำลายสิ้น ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจนบังวิสัยทัศน์ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าการโจมตีเมื่อครู่นั้นรุนแรงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนไม่ได้ลดมือของตนเองลงเลย เธอยังโจมตีต่อไปด้วยศรพิพากษา แม้จะไม่มีระเบิดเล็กติดไปด้วย แต่ก็ยังมีพลังทำลายล้างสูงอยู่ดี




​ปัง!!




​อย่างไรก็ตาม ศรพิพากษาที่ถูกยิงออกไปกลับสะท้อนกลับมาอย่างรุนแรงเช่นกัน เมื่อฝุ่นควันหายไป ร่างขนาดใหญ่มากกว่าตึก 5 ชั้นก็ปรากฏให้เห็น ก่อนหน้านี้เพื่อไม่ให้ศัตรูรู้ตัว มันเดินสี่ขามาตลอด แต่หลังจากถูกโจมตี...มันก็ยกตัวขึ้นสูงแล้วทำลายสิ่งกีดขวางข้างหน้าจนสิ้น!




“นะ นั่น จ่าฝูงหรือ?”




“บัดซบเอ้ย! นั่นยังเรียกวานรลมกลายพันธุ์อีกรึไง! นี่ไม่ใช่สายพันธุ์กอลิล่าหรือ? ตัวใหญ่ขนาดนั้นได้ยังไง!”




“ระเบิดมากมายที่โจมตีออกไปไม่สามารถทำอันตรายมันได้เลย นี่มันบ้าไปแล้ว!”




“แค่การโจมตีเดียวของมัน คงมากพอที่จะทำลายกำแพงได้เลย แล้วแบบนี้...พวกเราจะยังจัดการกับมันได้หรอ?”




“ก่อนหน้านี้เคยได้ยินเกี่ยวกับจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์มาบ้างนะ แต่นี่มันผิดปกติแล้ว ไม่เห็นจะเหมือนจ่าฝูงที่อยู่ในข้อมูลนั่นเลย!” เพียงแค่เห็นจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ปรากฏตัว ทหารทั้งหมดก็เหมือนทำให้หวาดกลัวแล้ว ขาของพวกเขาสั่นเทาและมีความคิดที่จะหนีอยู่ตลอดเวลา




​ซูหยวนสัมผัสได้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าเปลี่ยนไป เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ภายใต้สถานการณ์แบบนี้...ถ้าเรียกขวัญกำลังใจของทหารกลับมาไม่ได้ เช่นนั้นก็เท่ากับพ่ายแพ้ไปแล้ว...




……………………

คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
337K 1011
Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
5K 89
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
71K 458
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
คุณพ่อยอดพระกาฬ

คุณพ่อยอดพระกาฬ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
848K 1761