มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 27 ข้อแลกเปลี่ยน (1)

    “เอากลับไป” อานนท์วางกล่องโลหะบนโต๊ะแล้วดันไปทางผอ.ธาวิส



    ผอ.ธาวิสเหลือกตาขึ้นบนเพื่อมองอานนท์โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะมองกล่องโลหะที่อีกฝ่ายดันมาหา เขาปล่อยให้กล่องวางไว้เฉย ๆ



    เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งอานนท์พูดอย่างสนุกสนานราวกับเด็ก ๆ ว่า “ไม่เอาน่า ไม่ต้องกลัวไปหรอก มันสงบลงแล้ว แต่กว่ามันจะสงบก็ใช้เวลาอยู่หลายวัน ขนาดข้ารีบกลับร่างนี้แล้วนะ อย่างว่ามันไม่ได้เจอกับพลังระดับอสูรจักรราศีมานาน”



    ผอ.ธาวิสไม่ได้เปิดดูภายใน เขาใช้นิ้วเคาะเล่นที่ฝากล่องของมันขณะพูด “ตามจริงคุณเก็บไว้กับตัวไม่ดีกว่าหรือ? เผื่อจำเป็นต้องใช้มัน ดีกว่ามาฝากไว้แบบนี้ ไม่กลัวใครขโมยไปหรือยังไง?”



    “ก็หวังว่าคนที่กล้าขโมยมันจะไม่ถูกมันดูดพลังเวทมนตร์เข้าไปจนแห้งตายก่อนล่ะนะ” อานนท์กลอกตาแล้วพูดต่อว่า “แล้วอีกอย่างตอนนี้ข้ากลายเป็นนักเรียนของเจ้าอยู่นะ จะให้ถือมันควงไปไล่ฆ่าใคร? นอกเสียจากเจ้าจะเบื่อการเป็นผอ.โรงเรียนนี้แล้ว ข้าก็ช่วยสงเคราะห์ทำให้มันหายไปได้ภายในสามวินาทีนะ”



    เมื่อผอ.ธาวิสเห็นรอยยิ้มดุจปีศาจของอานนท์ เขาได้แต่กลืนน้ำลาย ลำพังถ้าแค่ชีวิตเขาเอง เขาไม่คิดมากนัก แต่ยังมีอีกหลายร้อยชีวิตที่เป็นทั้งลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานของเขา



    “แล้วอีกอย่าง เจ้ายังมีคดีที่ยังไม่สะสางกับข้าอยู่นะ” เมื่อได้ยินอานนท์พูดออกมาอย่างนั้น ผอ.ธาวิสก็กลืนน้ำลายอีกเอือกหนึ่ง เขารู้ตัวว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องใดออกมา อานนท์พูดต่อว่า “เจ้ากล้าดีนักนะที่หลอกให้ข้าไปเจอกับนาง ข้าคิดว่าข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วนะ ถ้ายังอยากให้โลกนี้ไม่วุ่นวายไปกว่านี้ก็จงให้ข้าอยู่ห่างจากนาง”



    “คุณพูดถึงใครงั้นหรือครับ?” ผอ.ธาวิสแกล้งทำเป็นพาซื่อ



    เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย อานนท์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “อย่าทำเป็นไขสือ เจ้าจงใจหลอกข้าให้ไปเจอกับไอลีน หรือเจ้าจะปฏิเสธ?”



    “ไอลีน? คุณหมายถึงปลายฝนหรือเปล่า? ตกลงเธอคือไอลีนที่คุณพูดถึงงั้นหรือ? ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? ฉันเพิ่งมีอายุห้าสิบเอ็ดปีเองนะ” ผอ.ธาวิสเหมือนกำลังยิ้มอยู่แต่ไม่ได้ยิ้มออกมาขณะพูดต่อว่า “ฉันแค่เห็นว่าปลายฝนเป็นบุคคลสำคัญต่ออาณาจักรก็เลยส่งคุณไปด้วยแค่นั้น อย่างที่ฉันเคยบอกไป จะเลือกใช้มันหรือไม่มันก็อยู่ที่ตัวคุณเอง ฉันไม่ได้ไปบังคับคุณสักหน่อย จริงไหม?”



    ตอนนี้อานนท์เข้าใจแล้วว่าเขาได้พลาดตกหลุมพรางตาแก่เจ้าเล่ห์คนนี้เข้าให้แล้ว เขาได้แต่แยกเขี้ยวขณะพูดว่า “ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ ก็เตรียมตัวรับมือกับความโกลาหลกว่าที่เจ้าธารโลหิตอะไรนั่นเคยก่อไว้ได้เลย”



    เมื่ออานนท์จากไปผอ.ธาวิสพูดกับตัวเอง “ถึงทั้งโลกจะต้องพบกับโกลาหล แต่ถ้าครั้งนี้สำเร็จ พวกเราทุกคนอาจจะได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริงก็เป็นได้”




    ณ ท้องพระโรงของพระราชวังในอาณาจักรวสุธา



    “ได้โปรดพิจารณาให้กษาปณ์พฤษภอยู่ในการคุ้มครองของอาณาจักรธาราด้วยเถิดครับ”



    ผู้กองเกรียงเดชกำลังคุกเข่าต่อหน้าที่ประชุมที่มีพระราชาแห่งอาณาจักรวสุธานั่งอยู่บนบัลลังก์ รอบ ๆ มีเหล่าขุนนางมากหน้าหลายตา รวมถึงเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรวสุธาก็ร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย



    “ทำไมพวกเราจะต้องยกกษาปณ์พฤษภที่เป็นเหมือนหัวใจของอาณาจักรให้กับผู้ที่อาจจะกลายเป็นภัยต่อพวกเราในภายภาคหน้าด้วย?” หนึ่งในเหล่าขุนนางเอ่ยถามขึ้นมา



    “เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีอย่างกบฏปัถวีลงกรณ์อีก การฝากเก็บไว้กับพันธมิตรอย่างธาราจะเป็นการดีกว่าครับ ท่านเจ้าพระยามณีเดช” ผู้กองเกรียงเดชหันมาตอบคนที่เอ่ยถามออกมา



    ความจริงแล้ว เขาอยากจะยกให้อานนท์เป็นผู้ดูแลเสียตั้งแต่จบการต่อสู้ในคืนนั้นแล้ว แต่เขาทำไม่ได้ หากเขาใจร้อนรีบให้ไป จะเกิดความบาดหมางขึ้นระหว่างอาณาจักรได้



    เหตุผลหลักที่เขาคิดจะให้อานนท์เป็นคนเก็บรักษากษาปณ์พฤษภ เนื่องจากเขาเป็นอีกคนที่ยังมีสติอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสลบไป แต่มันก็มากพอที่จะทันได้เห็นพลังของอานนท์ในร่างผมเงิน



    ในครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องอานนท์จากผอ.ธาวิสมาตั้งแต่สมัยพวกเขายังเป็นเพื่อนร่วมรบกัน ในตอนนั้นเขาไม่เชื่อเรื่องอานนท์เลย จนกระทั่งได้มาเจอกับตัวเอง เมื่อครั้งแรกที่เจอ อานนท์ยังอยู่ในร่างผมดำ เขาดูเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไปที่ดูไม่เก่งกาจอะไร แถมยังมีข่าวลือว่าเขาเป็นเด็กหลังห้องที่ได้คะแนนสอบต่ำที่สุดในโรงเรียนอีก จนกระทั่งเขาได้เห็นมากับตาถึงพลังที่แท้จริงของชายหนุ่มในร่างผมเงิน ทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่เพื่อนรักของเขาเคยเล่าให้ฟัง

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน