ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 129 : ข้าแค่รักเด็ก

    ไท่หั่วหัวหน้าทหารยามสามดาบร่างสั่นสะท้าน เขารู้สึกว่าสายตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า ราวกับเป็นสัตว์ร้ายที่น่าหวาดกลัว กำลังจ้องมองมาที่ตัวเขา สายตาแบบนี้ทำให้ไท่หั่วรู้สึกได้ว่า ตัวเขากับชายหนุ่มผู้เป็นช่างหลอมนั้น ราวกับเป็นคนละชนชั้นกัน


    "!เกิดอะไรขึ้น" เสียงชายหนุ่มที่น่าฟังดังมาแต่ไกล ท่านชายเหวินชูเดินมา เสียงดังเอะอะจากการแผดเสียงไปมา เรียกความสนใจของท่านชายผู้นี้ได้


    และท่านชายเหวินชูก็พบความพิเศษอะไรหลายอย่าง เขายิ้มและมองไปทางเซี่ยซีหาน ก่อนจะทำหน้าจริงจังกับหัวหน้าทหารยามซึ่งเป็นนักรบสามดาบไท่หั่ว


    !เพี้ยะ เสียงตบหน้าดัง ไท่หั่วแปลกใจ เขามองจ้องท่านชายเหวินชูครู่สั้น ก่อนเอามือจับไปที่แก้มของตัวเอง จากนั้นหันมองผู้คนรอบด้าน การตบหน้าครั้งนี้สำหรับไท่หั่วผู้เป็นนักรบสามดาบ มันไม่ได้เจ็บมากนักที่ใบหน้า


    แต่สิ่งที่ทำให้ไท่หั่วเจ็บแค้นในใจมากที่สุดคือ เขาถูกหมิ่นเกียรติต่อหน้าทุกคน


    "เจ้าพวกนี้มันก็แค่สวะที่เป็นช่างหลอม พวกสิ้นชาติจากต่างแดน แต่ท่าน..."


    !เพี้ยะ ท่านชายเหวินชูฟาดฝ่ามือตบเข้าไปที่ใบหน้าไท่หั่วอีกครั้ง


    ตอนนี้เซี่ยซีหานประหลาดใจเล็กๆ นั่นคือ ทำไมหัวหน้าทหารยามสามดาบที่ชื่อไท่หั่วผู้นี้ ถึงห้าวจนกล้าต่อล้อต่อเถียงกับท่านชายเหวินชู แม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม


    แน่นอนสิ่งที่เซี่ยซีหานนั้นยังไม่รู้ยังมีอีกหลายเรื่องในโลกใบนี้ แม้โดยผิวเผิน การมีสายเลือดของผู้ปกครองอาณาจักรแม้จะดูยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือนราชาของดินแดน


    แต่โครงสร้างของอาณาจักรชั้นหนึ่งนั้น ประกอบด้วยขุมอำนาจที่หลากหลาย จะไม่เกินจริงเลยถ้าจะพูดว่า ผู้แข็งแกร่งต่างมีอำนาจเป็นของตัวเอง ส่วนฐานะผู้ปกครองอาณาจักรนั้น หากเจ้าไม่แข็งแกร่ง และมีรากฐานที่ยิ่งใหญ่มากพอ ซึ่งคือกำลังรบ สมบัติวิเศษ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะครอบครองอาณาจักรทั้งหมดได้


    ไท่หั่วเขามีบิดาเป็นนักรบหกดาบนอกจากเป็นนักรบหกดาบเขายังมีบริวารที่แข็งแกร่งนับพัน มีฐานะเป็นผู้มีเกียรติ กุมอำนาจในพื้นที่ของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ ดังนั้น โดยสามัญไท่หั่วไม่ได้เกรงกลัวท่านชายเหวินชูมากนัก และเขามาที่นี่เพราะการทำหน้าที่ตามคำสั่งของอาณาจักร ที่ตอนนี้เรียกร้องขุมกำลังจากผู้มีเกียรติทั่วอาณาจักรเพื่อทำสงคราม


    ไท่หั่วไม่ได้มาที่นี่อย่างเต็มใจ โดยที่ไท่หั่วไม่รู้ว่าบิดาตัวเองมีความหวังดีต่อตัวเขา


    งานของนักรบที่ป้อมปราการที่เป็นความลับแห่งนี้ปลอดภัยกว่าการไปรบกับอาณาจักรศิลาดำ ที่มีนักรบแปดดาบเป็นผู้นำกองทัพ


    แต่ตอนนี้ไท่หั่วกับกล้าที่จะทำตัวเย่อหยิ่ง เช่นลูกชายของผู้มีเกียรติที่ใช้อำนาจตามใจ


    สำหรับท่านชายเหวินชู ไท่หั่วเป็นพวกโง่เกินเยียวยา ไม่สมควรแม้แต่จะเป็นหมากในกระดานของตัวเขา


    "!ท่าน ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าคือบุตรของใคร" ไท่หั่วแผดเสียงอย่างไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าลงมือกับตัวเขา


    "เจ้ากล้าขึ้นเสียงกับข้า และกล้าใช้ฐานะบิดาของเจ้ามาขู่ข้า ดีดีดี ไอ้สวะที่ไม่รู้จักฐานะตัวเอง" ร่างท่านชายปราณพลังก่อตัว ทำเสื้อผ้าของท่านชายปลิดปลิวและโปร่งพอง นี่แสดงให้เห็นว่าท่านชายเหวินชูนั้นไม่ใช่คนธรรมดาหรือผู้วิเศษสามัญอย่าที่เขาแสดงให้ใครต่อใครเข้าใจ แต่เขาคือนักรบ! นักรบผู้ฝึกปราณพลังขั้นสูง นี่คือขอบเขต... 'เปลี่ยนเลือด'


    !ตู้ม


    ร่างไท่หั่วถูกคลื่นพลังจากหมัดปราณของท่านชายเหวินชูกระแทก ภาพที่เกิดขึ้นไม่มีใครคิดว่าจะเป็นเช่นนี้แม้แต่เซี่ยซีหาน


    <span id="proof-wrong_36_1" class="proof-wrong-word proof-wrong_36_1 wrong-word" title="ไม่(คำมักใช้ผิด: ไม่)">ไท่</span><span id="proof-wrong_36_2" class="proof-not-found proof-wrong_36_2 wrong-word">หั่ว</span>ร่างของเขาอาบเลือด โชคดีเพียงอย่างเดียวของเขาในตอนนี้คือ เขายังไม่ตาย


    เซี่ยซีหานตอนนี้มองจ้องท่านชาย ที่แต่ก่อนทุกคนคิดว่า ตัวเขาคือผู้วิเศษระดับต่ำ อย่าง 'ผู้ฝึกหัด' แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ท่านชายเหวินชู คือผู้เดินบนเส้นทางแห่งนักรบต่างหาก และเขาเดินไปอย่างยิ่งใหญ่จนถึงขอบเขตเปลี่ยนเลือดแล้ว


    ตอนนี้เซี่ยซีหานได้แต่คิดในใจ เขาคิดไม่ผิด ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบท่านชายผู้นี้ ในเหตุการณ์ช่วยชีวิตหญิงสาวที่ถูกข่มเหงโดยสวะ 'หยางหลิงเทียน' ลูกชายหยางฮ่าวไอ้อ้วนบ้านรวย 'ผู้รักษาสัจจะของคนบาป'


    เขาก็คิดไว้แล้วว่าท่านชายคนนี้ไม่ธรรมดา ยิ่งในตอนนี้เซี่ยซีหานก็พบว่าจริง ในใจตอนนี้ได้แต่คิดว่าโชคดี ที่ตอนนั้นตัวเขาไม่ได้ไปหาเรื่องท่านชายคนนี้ ซึ่งดูจากฝีมืออย่างไรก็ต้องไม่ต่ำกว่านักรบหกดาบ เพราะท่านชายเป็นถึงผู้ฝึกปราณพลังของเขตเปลี่ยนเลือดแล้ว นอกจากนั้นยังชำนาญการใช้เวทย์จากพลังวิเศษอีก


    แต่ทำไมเขาถึงอยู่ๆ เปิดเผยความสามารถของตัวเองล่ะ? เซี่ยซีหานพบว่าเขาจำต้องคิดในเรื่องนี้ให้ดีด้วย


    "น้องชายของข้า เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ น่าอายจริงๆ ที่ทำให้เจ้าต้องพบเจออะไรแบบนี้ ฮะฮาฮ่า" น้ำเสียงท่านชายแฝงไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น ก่อนหันมองไปที่เหล่าคนแคระที่ร่างสั่นเทา


    สำหรับท่านชายเหล่าคนแคระทั้งหลายไม่ได้มีค่ามากนัก เจ้าเด็กเซี่ยซีหานนั่นต่างหากที่พิเศษและเขาต้องการรักษาเอาไว้


    จิตนักรบที่เซี่ยซีหานปล่อยมาเมื่อครู่ ท่านชายรับรู้ได้ สิ่งนี้ไม่ธรรมดาเลย มีแต่ผู้เป็นนักรบที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะครอบครองสิ่งนี้ได้ และตอนนี้ท่านชายเหวินชูก็รับรู้แล้วว่า สิ่งที่เขาคิดไว้นั้นไม่ผิด เซี่ยซีหานมีความพิเศษแอบแฝงจริงๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงช่างหลอมธรรมดา แต่ยังเป็นนักรบ... นักรบที่แข็งแกร่งถึงขนาดปลุกจิตนักรบได้เช่นตัวเขา


    "เจ้าอยากช่วยเหลือสหายตัวเล็กเล่านี้งั้นเหรอ" เวลาพูดท่านชายหรี่สายตาเล็กน้อย คล้ายเขาพยายามสังเกตความคิดของเซี่ยซีหาน


    เซี่ยซีหานหรี่สายตาครู่สั้น ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและตอบด้วยรอยยิ้มที่แกล้งใสซื่อ "ข้าหวังว่าพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมเท่านั้น แม้พวกเขาจะเป็นเผ่าพันธุ์ผู้มุดอยู่ในดิน แต่ก็ยังเยาว์วัยมาก การทำงานที่นี่พวกเราต้องใช้แร่จำนวนมาก การขาดคนงานที่มีประสิทธิภาพเช่นเผ่าพันธุ์ผู้มุดอยู่ในดิน อาจจะทำให้งานเราหล้าช้าลงได้ และการหลอมยุทธภัณฑ์ในครั้งนี้ ก็จำต้องใช้แร่คุณภาพสูง อย่าง 'เหล็กลายน้ำนมดำ' จำนวนมาก โดยทั่วไป หากให้มนุษย์เช่นพวกเราขุดหาแร่เอง ข้าคิดว่าจำนวนที่ได้ต่อวันคงต้องน้อยกว่านี้ถือสิบเท่า ท่านชายเหวินชู ท่านคิดเหมือนข้าไหมขอรับ"


    "ฮะฮาฮ่า" ท่านชายเหวินชูหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเขาจะเดินเข้าหาเซี่ยซีหานและเอามือตบหลังเบาๆ


    "ท่านชงท่านชายอะไรกันน้องชายซีหานของข้า เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่ชายเหวินชูสิถึงจะถูก เจ้าจำไม่ได้แล้วรึว่าตอนนั้นข้าพูดว่าอะไร ตอนนี้เมื่อเจ้าอยู่ที่อาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง พวกเราเป็นเหมือนพี่น้องกัน ส่วนเรื่องเผ่าพันธุ์ผู้มุดอยู่ในดินข้าก็เห็นตามที่เจ้าพูด"


    ท่านชายพูดถึงตรงนี้ก็ทำมือชี้ไปที่คนแคระหนุ่มที่มีแววตากล้าหาญ ที่ตอนนี้นั่งอยู่กับพื้นตรงหน้าคนแคระหญิง ผู้มีใบหน้าเยาว์วัยราวเด็กหญิง


    ท่านชายเหวินชูบอกเหล่าทหารว่าห้ามมีการลงไม้ลงมือที่รุนแรงจนเกินไปอีก นอกจากนั้นยังสำทับว่าใครไม่ทำตาม หากงานสำคัญของอาณาจักรเสียหายข้าจะฆ่าพวกเจ้าซะ


    น้ำเสียงช่วงสุดท้ายของท่านชายเหวินชูแฝงจิตสังหาร เหล่าทหารยามทั้งหลายร่างสั่นสะท้าน พวกเขาไม่เคยเห็นท่านชายเป็นแบบนี้


    "พวกเจ้าดื่มนี่สิ" เซี่ยซีหานที่เดินมาตรงหน้าคนแคระชายหญิงหนุ่มสาว เขายื่นขวดยาวิเศษให้ทั้งสอง


    แต่ด้วยนิสัยรักเด็ก โดยเฉพาะเด็กหญิงแก้มจ้ำม่ำน่ารักน่ารัก เซี่ยซีหานพบว่าเขาจ้องมองคนแคระหญิงมากไปสักนิด พร้อมด้วยประกายตาที่หลงใหลเกินบรรยาย มือราวกับอยากจะยื่นไปลูบไล้ใบหน้าคนแคระหญิงด้วยความเอ็นดู


    นั่นเพราะคนแคระหญิงที่เส้นผมสีแดงถักเปียสองข้าง เธอดูน่ารักคล้ายเด็กหญิงอายุ 4 ถึง 5 ขวบ แก้มเธอจ้ำม่ำน่าจับเหลือเกิน ดวงตาของเธอที่กลมโตทำให้เธอดูราวตุ๊กตา นั่นทำให้เซี่ยซีหานรู้สึกอดใจไม่ไหว


    คนแคระหนุ่มเมื่อเขาเห็นสายตาแบบนี้ของเซี่ยซีหาน เขาก็รีบยันกายขึ้นก่อนจะยืนบังด้านหน้า คนแคระสาวผู้มีใบหน้าคล้ายเด็กหญิง


    "เจ้ามนุษย์ชั่วช้า นี่เจ้าต้องการตัวของ 'ฉงฉง' งั้นเหรอ ชั่วช้าที่สุด"


    ฉงฉงคนแคระใบหน้าเด็กหญิง ดวงตากลมโตของเธอสั่นไหว พร้อมมองจ้องเซี่ยซีหานด้วยปากอ้ากว้าง พร้อมกับคำว่า "หาาาาาาาาา" ลากยาว


    'ข้าเหมือนไอ้โรคจิตแบบนั้นเหรอ' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง


    เขาไม่ใช่คนโรคจิตแบบนั้นแน่นอน เขาแค่เอ็นดูคนแคระหญิงมากไปนิด นิดเดียวจริงๆ เท่านั้น แต่ทำไมไอ้คนแคระหนุ่มคนนี้ ถึงคิดแบบนี้นะ


    เซี่ยซีหานไม่เข้าใจ แต่เซี่ยซีหานยังไม่ทันได้ออกปากแก้ตัว คนแคระหนุ่มก็พูดต่อทันที


    "เจ้ามนุษย์ชั่วช้า จำไว้! ฉงฉงนางคือหญิงสาวของข้า เจ้ามนุษย์ชั่วช้าอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองนาง มีแต่ชายที่กล้าหาญและหลอมศาสตราเทพเช่นข้าได้เท่านั้นที่คู่ควรกับนาง"


    แก้มฉงฉงแดงฉ่ำ นิ้วชี้จิ้มเข้าหากันถี่ๆ


    ความเข้าใจผิดยังไม่ทันจางหายไปดี เสียงของชายหนุ่มที่น่าฟังก็ดังขึ้น


    "น้องชายข้าซีหาน เจ้าชอบหญิงสาวแบบนี้งั้นรึ ด้วยสายตาของข้าคนแคระสาวนางนี้ น่าจะอายุราว 17-18 ปีแล้ว หากเจ้าต้องการนางละก็"


    เซี่ยซีหานหน้าแดงร้อนผ่าว เขารีบแผดร้องคำว่า ไม่!.....ในใจลากยาว


    "ท่านต้องการตัวข้างั้นเหรอ" คนแคระหญิงจับคอเสื้อของตัวเองแน่นเวลาพูดประโยคนี้


    'เข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว ข้าแค่รักเด็กกกกกกกกกกกกกก' เซี่ยซีหานแผดเสียงร้องในใจตัวเองอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน