ฉางฟงและเทียนเล่อก้าวเท้าเข้ามายืนเว้นระยะห่างจากข้างเตียงอย่างนอบน้อม ในขณะที่สีหน้าภายใต้ผ้าขาวปิดหน้านั้นยังคงฉายร่องรอยของความเคร่งเครียด
ยอดฝีมือวัยสามสิบปีผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็ยอดองครักษ์เงาประจำตัวของแม่ทัพใหญ่ ฉางฟงถือเป็พี่คนโตที่มีความสุขุมและดุดัน ไม่เคยทำงานผิดพลาด ทหารในกองทัพและเหล่าขุนศึกล้วนให้ความเคารพยำเกรง ส่วนเทียนเล่อเปรียบดั่งน้องรองที่ร่วมผ่านศึกเป็ตายมากับผู้เป็นายั้แ่เยาว์วัย
แม่ทัพเสวียเฉิงเคยยื่นมือช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขา ชุบเลี้ยงเทียนเล่อมาั้แ่อีกฝ่ายอายุได้เพียงสิบขวบปีท่ามกลางกองเพลิงา ไม่แปลกที่สองพี่น้องต่างสายเืจะจงรักภักดีกับสกุลเว่ยเป็อย่างมาก
แม้กระทั่งตอนที่ทั้งสองพยายามจะตามหาหมอมารักษาโรคร้ายให้ท่านแม่ทัพ พวกเขาก็บุกป่าฝ่าเขาไปพาตัวหมอชรานับหลายสิบคนมาถึงกระโจม
“ที่จวนแม่ทัพเป็อย่างไรบ้าง สบายดีกันหรือไม่?” แม่ทัพผู้มิได้รู้เื่ราวเพราะอาการป่วยได้รับคำตอบเป็การส่ายหน้า แววตาที่หลุบลงมองต่ำคราวเทียนเล่อเอ่ยรายงาน
“คุณชายใหญ่อวี่เจ๋อเพิ่งจะก่อเื่งามหน้าเหลือเกินขอรับ เขาพาสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่งนามว่าเหลียนฮวาข้ามธรณีประตูเข้าจวนแม่ทัพอย่างโจ่งแจ้ง ซ้ำยังยกย่องเชิดชูนางอย่างออกหน้าออกตาโดยมิสนคำครหาของคนใต้หล้าเลยสักนิด ขนาดว่าพวกผู้าุโในตระกูลออกปากตักเตือนแล้ว เขาก็ยังดื้อแพ่งไม่ยอมฟังผู้ใด...”
เสวียเฉิงที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนฟูกนอน ได้ยินเื่อัปยศเช่นนั้น ั์ตาคมปลาบพลันวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ!
ก่อนหน้านี้ตัวเขาถูกพิษร้ายเข้าแทรกซึมจนแทบสิ้นสติ กระทั่งฟื้นคืนกายขึ้นมาเห็นท่าทีสนิทสนมกลมเกลียวของสองพ่อลูกที่คอยสลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาดูแลรักษาเขาด้วยความจริงใจ ภาพของคุณหนูตัวน้อยในอดีตที่เขาเคยพบพานยามเยาว์วัยก็พลันซ้อนทับขึ้นมา ยิ่งทำให้เขาจำได้แม่นยำขึ้นใจ... ว่าดรุณีน้อยผู้เก่งกาจเปี่ยมเมตตาตรงหน้า มีสัญญาหมั้นหมายผูกพันกับบุตรชายเพียงคนเดียวของตนมาั้แ่ยังเล็กนัก
“ไอ้ลูกทรพี! มันบังอาจพาสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเข้าจวนแม่ทัพสกุลเว่ยของข้าเชียวหรือ ไหนเ้าว่าทางพวกผู้าุโกำลังตระเตรียมงานมงคลกับคุณหนูิอวี้ในเร็ววัน ตัวมันเองก็มีสัญญาหมั้นหมายอยู่แล้ว เหตุใดมันถึงได้ทำตัวเหลวไหลไร้ยางอายได้เยี่ยงนี้!”
“มิใช่เพียงเท่านั้นขอรับท่านแม่ทัพ” ฉางฟงรีบก้าวขึ้นมาเอ่ยเสริมด้วยสีหน้าหน้าดำคร่ำเครียด “คุณชายใหญ่ประกาศกร้าวต่อหน้าแม่นมหลิวและเหล่าขุนพลาุโ ว่าวันก่อนนั้นนางเหลียนฮวาถูกคุณหนูิอวี้ตบตีทำร้ายจนาเ็ คุณชายใหญ่จึงตั้งใจจะรับนางเข้าจวนในฐานะภรรยาเท่าเทียม แถมลั่นวาจาว่าจะยกเกี้ยวแปดคนหามไปสู่ขอนางเข้าจวนอย่างสมเกียรติ มิให้น้อยหน้าบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายซ้ายเด็ดขาดขอรับ”
เมื่อได้รับฟังเื่พฤติกรรมอันแสนเบาปัญญาของบุตรชายตนเอง ทั่วร่างกำยำของเสวียเฉิงก็เกิดอาการสั่นสะท้านด้วยโทสะอันแรงกล้า หน้าอกแกร่งที่ขึ้นรอยปื้นสีม่วงชาดจากพิษร้ายกระเพื่อมไหวสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง
จะไม่ให้เขาโมโหจนแทบกระอักเืได้อย่างไร! สองพ่อลูกสกุลกู้เพิ่งจะยื่นมือลงมาฉุดรั้งชีวิตของเขาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช จนเขาไม่ต้องไปเยือนปรโลกในวัยสามสิบห้าปี ในขณะที่หมอคนอื่นต่างพากันผลักไสรังเกียจ ด้วยกลัวจะติดพิษร้ายแรงไปด้วย คนทางบ้านของเขาแท้ ๆ กลับทำเื่งามหน้า เนรคุณหักหลังผู้มีพระคุณถึงเพียงนี้ แล้วจวนแม่ทัพสกุลเว่ยจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ใดในแผ่นดิน
“นี่ข้าอุตส่าห์ตรากตรำทำศึกอยู่ชายแดนอันห่างไกล เพียรส่งเบี้ยหวัดและเงินบำเหน็จกลับจวนไม่เคยขาด หวังให้มันเติบโตมาเป็บุรุษที่รู้ความ... ไอ้ลูกทรพีกลับหูหนวกตาบอด ย่ำยีศักดิ์ศรีตระกูลกู้ผู้มีพระคุณค้ำจุนกองทัพถึงเพียงนี้!”
จอมทัพหนุ่มใหญ่เค้นเสียงลอดไรฟันหมายจะยันกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยความเดือดดาล ในขณะที่ความเจ็บแปลบจากพิษร้ายชอนไชเข้ากระดูกกลับแล่นริ้วขึ้นมา จนร่างหนาทรุดฮวบกลับลงไปนอนแน่นิ่งอย่างหมดเรี่ยวแรง ลมหายใจทุ้มต่ำหอบกระชั้นถี่อย่างแสนทรมาน ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวราวกระดาษ
สององครักษ์ปรารถนาจะเข้าไปช่วยพยุงท่านแม่ทัพ แต่เป็เพราะว่าถูกหมอหญิงห้ามปรามเอาไว้ กระทั่งตอนนี้นางยังชำเลืองมองอยู่ด้านนอกประตู สอดส่องสายตาเหมือนองครักษ์เฝ้ายามห้ามมิให้ขัดคำสั่งเ้านายยังไงยังงั้น
“ฉางฟง เทียนเล่อ... ยามนี้ข้ายังไม่สามารถลุกไปจัดการไอ้ลูกทรพีด้วยตนเองได้ ฝ่าาทรงกำชับสั่งไม่ให้ข้าก้าวเท้าออกจากเรือนรักษาจนกว่าจะหายดี พวกเ้าเดินทางกลับไปที่จวนแม่ทัพ คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของอวี่เจ๋อเอาไว้ให้ดี ข้าฝากเ้าเป็ธุระด้วยแล้วกัน”
“รับบัญชาขอรับท่านแม่ทัพ”
สององครักษ์ประสานมือรับคำสั่งเสียงหนักแน่น เมื่อกระแสรับสั่งเด็ดขาดขององค์ฮ่องเต้ค้ำคออยู่ สองหนุ่มองครักษ์มองหน้ากัน มอบคำอวยพรขอให้ท่านแม่ทัพรักษาตัวให้หายดี ไม่ต้องเป็กังวลเื่ทางสกุลเว่ย
แม่ทัพใหญ่ทรุดนอนลงแล้วก็คงไม่ลุกขึ้นอีก เขาเอ่ยสั่งการองครักษ์ทั้งสอง ด้วยแววตาและน้ำเสียงเฉียบขาดแฝงไอสังหาร
“หากมันกล้าก่อเื่ชั่วช้าอันใดเพิ่มขึ้นมาอีก หรือดันทุรังจะยกเกี้ยวหามไปสู่ขอหญิงแพศยาผู้นั้นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตระกูลเว่ยของข้า... พวกเ้าสะกดรอยตามมันไป อย่าเพิ่งลงมือขัดขวาง ปล่อยให้มันหลงระเริงใจไปก่อน หากมีหลักฐานสำคัญเื่ใดให้เร่งเก็บรวบรวมไว้ให้ครบถ้วน รอจนกว่าข้าจะฟื้นตัวดี... ข้าจะไปสะสางบัญชีกับไอ้ลูกชายชั่วด้วยตนเอง!”
สิ้นคำสั่งเฉียบขาด จอมทัพใหญ่ปรายสายตามองไปทางประตูไม้ด้านหน้า ทั่วทั้งแววตาคู่คมทอประกายความละอายใจปานจะแทรกแผ่นดินหนี...