ไป๋จิงถิงนอนแผ่ราบบนพื้นข้างสระน้ำส่วนตัว
ร่างกายของเธอมีรอยแดงจ้ำอยู่ทั่ว เซ็กซี่เย้ายวนใจ ยามที่บิดร่างกายมองเห็นส่วนต่างๆ สั่นไหว โดยเฉพาะหน้าอกกลมงามคู่นั้น แทบไม่อาจละสายตาจากเนินขาวอูมชมพูได้
“เธอจะกลับไปทำงานอีกหรือเปล่า” หลินอู๋เฉินถามในระหว่างที่กำลังหยิบเสื้อและกางเกงขึ้นมาสวม เทียบกับร่างกายแสนบอบบางที่นอนหมดเรี่ยวแรงบนพื้น เขายังสบายๆ ต่อได้อีกหลายสิบยก
ไป๋จิงถิงชันแขนพยุงตัวเองขึ้นมานั่งบนพื้นเปียก โดยไม่สวมใส่เสื้อผ้าสักชิ้น หล่อนอ้าขากว้างเป็นรูปตัวเอ็ม ไม่มีคำว่าอายยังไงก็เห็นและดูดดอมหมดทุกส่วนแล้ว
“คงทำไม่ไหวค่ะ ตอนนี้ฉันอยากนอนมากเลย”
“งั้นเหรอ...งั้นก็นอนอยู่ที่นี่แล้วกัน”
“อะไรนะ คุณหลินพูดจริงเหรอคะ!” ไป๋จิงถิงลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ ลุกขึ้นยืนแล้วเกาะแขนเขาแน่น
ต้องรู้ก่อนนะว่าบ้านหลังนี้มีราคาแพงเว่อร์ นอกจากนั้นมีเงินอย่างเดียวก็ยังซื้อไม่ได้ ต้องรวยและมีอิทธิพลพอสมควร และวันนี้เธอก็จะได้นอนบ้านที่ใครหลายคนอยากนอน!
“จริง แต่ไม่ใช่หลังนี้หรอกนะ เป็นหลังราคา 20 ล้านหยวน”
“ขอบคุณค่ะคุณหลิน”
ไป๋จิงถิงไม่กล้าแง่งอน
ต่อหน้าคนร่ำรวยที่อาศัยเพียงคำพูดเดียว การพยายามทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนต่อหน้าจะเป็นเรื่องที่ฉลาด อีกอย่างคือบ้านหลัง 20 ล้านก็ไม่ถูกๆ ถึงมันจะแย่กว่าที่นี่แต่ก็ดีกว่าที่พักเดิมของเธอ
หลินอู๋เฉินส่งตัวผู้จัดการไป๋ที่บ้านพักริมทะเลสาบอีกหลัง แล้วกลับไปที่ป่านหลงวิลล่า เปลี่ยนชุดใหม่เพื่อที่จะไปทานอาหารค่ำคืนนี้กับลู่ซินหยี งานพบปะสังสรรค์เพื่อนเรียนสมัยก่อน
“คุณหลิน มาแล้วเหรอคะ ขอเข้าไปหน่อยค่ะ”
ลู่ซินหยีเลิกงานนานแล้ว พอมาถึงวิลลาก็อาบน้ำแต่งตัวทาหน้าทาปาก เมื่อได้ยินเสียงรถของหลินอู๋เฉินขับเข้ามาถึง เธอจึงวิ่งออกมาจากวิลล่าตัวเองแล้วกดออดถามคนข้างในวิลล่าอีกหลัง
“ใช่ เข้ามาสิ” เสียงเขาดังจากลำโพงหน้าประตูที่ติดสัญญาณกันขโมย
เมื่อได้รับอนุญาตประตูก็เปิดเองโดยอัตโนมัติ
หญิงสาวเดินเข้าไปข้างใน โดยสวมชุดแบรนด์เนมทั้งตัว เรียกได้ว่าวันนี้เธอสวยและแพงที่สุด
ครั้นเห็นหน้าหลินอู๋เฉินแล้วลู่ซินหยีค่อนข้างตกใจ
ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งสัญชาตญาณจึงค่อนข้างแรง ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะไปทำอะไรมากับผู้หญิงอื่น ถึงได้มีรอยดูดดื่มที่คอ แต่ถึงกระนั้นเธอกลับไม่ถามเรื่องส่วนตัว
“คุณหลิน ชุดนี้เป็นยังไงบ้างคะ เหมาะกับฉันหรือเปล่า” เธอหมุนตัวให้เขาดู อวดเร้าส่วนเว้าโค้งของร่างกาย โดยเฉพาะหน้าอกและบั้นท้าย
“สวย” ชายหนุ่มตอบคำถามสั้นๆ แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดี
“จะไปกันเลยไหม เธอนัดเพื่อนไว้กี่โมง” หลินอู๋เฉินถาม
“ใกล้ได้เวลาแล้วค่ะ ไปเลยก็ดีเหมือนกัน”
“อื้อ”
ลู่ซินหยีเดินเข้าไปคล้องแขน พยายามเอานมโดยแขนเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลินอู๋เฉินหัวเราะมุมปาก ปล่อยให้เธอทำไปส่วนเขาก็ตักตวงหาความสุข
รปภ. หน้าป่านหลงวิลล่าทันทีที่เห็นรถขับออกมาโดยไม่ชะลอความเร็ว ก็รีบยกไม้กั้นขึ้น หัวใจแทบตกไปอยู่ในตาตุ่มเกือบจะยกไม้กั้นไม่ทันแล้วเชียว
“ผู้จัดการลู่นี่ดีจริงๆ ได้อาศัยอยู่ในวิลล่าหรู แถมยังได้นั่งรถราคาแพง” รปภ.คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉา
“จะทำยังไงได้ล่ะ ผู้จัดการลู่หน้าตาสวยขนาดนั้น ไม่แปลกหากคุณหลินจะชอบ”
“เฮ้อ ฉันอยากให้ลูกของฉันเป็นผู้หญิงของคุณหลินบ้างจัง ชีวิตจะได้สุขสบาย”
“ไอ้บ้า แกไม่มีลูกสาวมีแต่ลูกชาย คุณหลินเขาจะเอาไปทำไม!”
“ฮ่าฮ่า นั่นสินะ แต่ถ้าหากเป็นลูกของนายล่ะก็ ฟังว่าเรียนอยู่มหาลัยชุนเหลียนนี่นา มีแฟนหรือยังล่ะ ถ้ายังไม่มี...”
“หุบปากแกซะ ต่อให้ตายฉันก็ไม่มีวันขายลูกสาวกินอย่างเด็ดขาด!”
.......
หลินอู๋เฉินมาถึงโรงแรมการ์เด้นกรีนช่วงตอนเย็นกำลังจะค่ำ
พนักงานต้อนรับเมื่อเห็นหน้าคร่าตาของชายหนุ่มก็รีบเข้ามาต้อนรับเป็นพัลวัน
ที่โรงแรมการ์เด้นกรีนหลินอู๋เฉินถูกปฏิบัติเหนือกว่าแขกผู้ทรงเกียรติทั้งหมด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ใครใช้ให้เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่กันล่ะ
“เพื่อนของเธออยู่ไหน” หลินอู๋เฉินถาม เขาไม่ได้รีบแค่ไม่อยากรอใครนานๆ
ลู่ซินหยีหยิบโทรศัพท์ออกมา สักพักจึงบอกว่า “ทางนี้ค่ะ”
พวกเขาเดินมาถึงห้องทานอาหารในโรงแรม โดยปกติหลินอู๋เฉินมักจะมากินบ่อยๆ ด้วยบัตรฟรี 1 ปี ดังนั้นทุกอย่างสำหรับเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใหม่
“ลู่ซินหยี เธอมาแล้ว มาๆ เข้ามานั่งนี่สิ” ผู้หญิงที่อยู่ในชุดไปรเวทน่ารักๆ เดินเข้ามาจับแขนเธอ ก่อนจะกระซิบถามเสียงเบา “ผู้ชายคนนั้นใคร หรือว่าจะเป็นแฟนเธอ”
ลู่ซินหยีหน้าแดง ผงกศีรษะเป็นคำตอบ
ถึงแม้ความสัมพันธ์ทั้งคู่จะคลุมเครือ แต่มันก็เข้าข่ายสถานะแฟนอีกอย่างเขาไม่เคยบอกว่าไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์กับคนอื่น ดังนั้นคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
จางอี้ชิงมองลู่ซินหยีเชิงตำหนิ “เธอนี่ตาต่ำจริงๆ อกหักจากพี่เฟยแต่กลับไปคว้าผู้ชายหน้าตาธรรมดาเนี่ยนะ”
ลู่ซินหยีที่เพิ่งนั่งลงมองเพื่อนเก่าอย่างไม่เชื่อสายตา หล่อนคิดว่าตัวเองฟังผิดไป แต่พอสังเกตสายตาดูถูกเหยียดหยามนั้น มันเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
จางอี้ชิงกำลังดูถูกคุณหลิน!
“เฟยหวงสำหรับฉันก็แค่รุ่นพี่ ไม่เห็นมีความสำคัญเลยสักนิด อีกอย่างหนึ่งระวังปากเธอไว้ด้วยจางอี้ชิง!” ลู่ซินหยีเค้นเสียงเย็นชา
สำหรับเพื่อนเก่าอย่างยายนี่ที่เคยสนิทกันมาก่อน ก็แตกหักกันได้เมื่อพูดถึงคุณหลินในทางเสียหาย
จางอี้ชิงโกรธมาก หล่อนพยายามจะไม่โวยวาย จึงหันไปยิ้มให้กับหลินอู๋เฉินพร้อมกับกล่าว “นายทำงานอยู่ที่ไหนเหรอ ถึงได้มีเงินเยอะแยะซื้อของให้ลู่ซินหยี”
“ใช่ๆ วันก่อนเห็นเธอโพสต์ลงบนเวย์ปั๋ว ทุกชิ้นเป็นแบรนด์เนมทั้งนั้น ทั้งหมดนั่นราคาต้องไม่ต่ำกว่าล้านหยวน” เพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งร้องถาม รวมถึงคนอื่นๆ เองก็อยากรู้เหมือนกัน
“โพสต์ลงเวย์ปั๋ว...” หลินอู๋เฉินไม่รู้เรื่องราว จึงหันไปมองหน้าผู้จัดการลู่
เธอยิ้มตอบพลางกอดแขนเขาแน่น “วันนั้นฉันดีใจมากที่คุณซื้อเสื้อผ้า น้ำหอมรองเท้าให้ฉัน ก็เลยโพสต์ลงเวย์ปั๋ว...คุณหลินคงไม่โกรธฉันหรอกใช่ไหมคะ”
“ไม่โกรธหรอก ทำไมจะต้องโกรธด้วยล่ะ”
“ดีใจจัง นึกว่าคุณจะโกรธแล้วซะอีก”
หลินอู๋เฉินเข้าใจได้ไม่ยาก เธอก็แค่สนุกที่อวดรวยกับเพื่อนเก่าเท่านั้นเอง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีสังคมชอบเม้าท์มอย เขาเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาตั้งแต่สมัยอยู่มัธยมแล้ว ดังนั้นเลยมองว่าเป็นเรื่องปกติ
“ว่าแต่ทำงานอะไรเหรอ นายยังไม่ตอบคำถามเลยนะ” จางอี้ชิงคะยั้นคะยอ ดูเหมือนหล่อนกำลังวางแผนร้ายบางอย่าง อีกทั้งสายตาเองก็ไม่เป็นมิตร
“ไม่ได้ทำ ตอนนี้ฉันกำลังเรียนอยู่” หลินอู๋เฉินตอบเถรตรง
คำตอบของเขาทำให้เพื่อนของลู่ซินหยีตกใจ
นี่มันผิดจากที่คิดไว้มาก
ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาธรรมดา แต่งตัวดูดีแต่เป็นแค่นักศึกษา แล้วถ้าแบบนั้นเอาเงินมาจากที่ไหนซื้อของให้ลู่ซินหยี
“ฉันก็นึกไว้แล้วเชียว ลู่ซินหยีเหรอจะได้แฟนรวย ตลกเป็นบ้า ตอนที่เรียนอยู่ยังวิ่งตามหลังผู้ชายแต่ผู้ชายก็ไม่สนใจ ผู้หญิงแบบนี้เหรอคนรวยจะเอา ส่วนไอ้ของที่ถ่ายลงเวย์ปั๋วและชุดที่ใส่ในวันนี้ ก็คงเป็นของก๊อปที่ขายตามข้างทางสินะ หยี๋...กล้าใส่มาได้ไงเนี่ย ไม่อายบ้างหรือไง” จางอี้ชิงแสดงท่าทางรังเกียจชัดเจน มองทั้งคู่ราวกับของราคาถูกข้างทาง
“อะไรนะ ปรากฏว่ามันเป็นของก๊อปเหรอ...”
“นึกแล้วเชียว ลู่ซินหยีจะมีเงินที่ไหนซื้อของแพง”
“โห...โดนต้มเลยว่ะ ไม่น่าชวนเธอมาเลยงานกร่อยหมด พวกใช้ของปลอม!”
ลู่ซินหยีที่นั่งฟังพวกเขาพูดเย้ยหยันขบฟันกรอด
ไอ้พวกตาต่ำพวกนี้ไม่เข้าใจอะไรเลย
ของทุกชิ้นบนร่างกายเธอคือของจริง นอกจากนั้นด้วยฐานะของหลินอู๋เฉิน เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะใช้ของปลอม
จางอี้ชิงค่อนข้างมีความสุข ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหาลัยแล้ว ยายเพื่อนเลวคนนี้มักจะทำตัวโดดเด่นอยู่เสมอ ได้รับคำชมจากอาจารย์ พลอยให้พวกผู้ชายสนใจ ส่วนเธอก็เป็นได้แค่เป็ดที่คอยตามก้นลู่ซินหยี
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน!
หลังจากเปิดโปงความรวยปลอมๆ ของลู่ซินหยี จางอี้ชิงมีความสุขเหลือเกิน
“พวกเธอนี่ตาต่ำกันจริงๆ”
ในขณะที่จางอี้ชิงกำลังมีความสุข เสียงของหนึ่งในเพื่อนร่วมรุ่นที่นั่งอยู่เงียบๆ ตรงมุมได้ดังขึ้น
จางอี้ชิงขมวดคิ้วมุ่นแต่ยังแสร้งถาม “หมายความว่ายังไงเหรอ ป๋ายอวี่”
ผู้หญิงเลวป๋ายอวี่ก็เป็นหนึ่งในคนที่เธอเกลียดเหมือนกับลู่ซินหยี ดังนั้นน้ำเสียงจางอี้ชิงจึงดูไม่เป็นมิตร
“ฉันเป็นเลขาคุณหลิว ทำงานอยู่ที่บริษัทจิวเวลรี่ ฉันพบหน้าพบตาลูกค้าทุกระดับ โดยเฉพาะคุณหลิวซือซือเธอมักจะใส่แบรนด์เนมทั้งตัว เหมือนกับของลู่ซินหยีและของผู้ชายคนนี้ แต่จางอี้ชิงเธอกล้าพูดว่ามันเป็นของปลอม นี่กำลังจะบอกว่าเจ้านายของฉันคุณหลิวซือซือ ที่มีทรัพย์สินมากกว่า 500 ล้านหยวนใส่ของปลอมด้วยเหรอ!”
ป๋ายอวี่ปกติเป็นคนเงียบๆ แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นเธอก็ต้องเข้าร่วมบทสนทนา โดยเฉพาะเรื่องที่จางอี้ชิงกำลังพูด มันดูเหมือนคนโง่ที่กำลังจับผิดคนรวยว่าใส่ของปลอม ทั้งที่ตัวเองใส่ชุดไม่กี่ร้อยหยวน