ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

    EP. 9 มีอิทธิพลต่อใจ 1---100%

            “ใจเย็นๆ นะคะ ทำใจให้สบายทุกอย่างจะผ่านไปถ้าเราไม่ใส่ใจกับมันมาก ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ คุณเป็นคนเก่ง ฉลาด และเข้มแข็ง ไม่นานคุณจะผ่านมันไปได้ค่ะ”

            ไม่รู้ทำไมกับแค่สองเรียวแขน กับแค่สองฝ่ามือบางๆ ลูบหรือตบหลังเบาๆ และกับแค่ประโยคปลอบใจเรียบง่าย แค่นี้ ถึงให้ความอบอุ่นหัวใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง และใบหน้าขาวสวยไร้เครื่องแต่งแต้มกำลังส่งยิ้มน้อยๆ ให้

            เมื่อเขาผละออกจากอ้อมกอดเธอ ดึงหัวใจให้กระตุกวาบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาค่อยๆ เลื่อนมือมาเชยคางมนขึ้น จะได้มองดวงหน้าเรียว ดวงตาคู่สวย คิ้วก้งโค้ง จมูกโด่งแต่พองาม สองพวงแก้มนวลเนียน

            และริ่มฝีปากสีชมพูระเรื่อ หัวใจกระตุกเต้นแรงขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วออกคำสั่งให้เขาก้มลงไปหาสองกลีบที่เม้มเข้าหากันจนชิด เพียงชั่วเสี้ยววินาทีก็ถูกเปิดออกด้วยริมฝีปากอุ่นของเขาที่ก้มลงไปจูบ

            ยังผลให้อีกคนตกใจกับการกระทำนี้ไม่น้อย เนื้อตัวแข็งทื่อในท่าเดิม สองแขนเหมือนถูกตรึงไม่ให้ขยับไปไหน นอกจากเกาะอยู่บนอกกว้าง ปล่อยให้เขาครอบครองเรียวปากนุ่ม

            อย่างแผ่วเบาประหนึ่งเกรงกลัวเจ้าของจะเจ็บ เนิ่นนานกว่าร่างแข็งทื่อจะอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมอก เมื่อเขารั้งเข้ามากอดแนบแน่น สองฝ่ามือไล้ไปตามแผ่นหลังมีเสื้อคลุมผ้าแพรเนื้อดีหุ้มไว้

            ก่อนจะเลื่อนขึ้นตรงท้ายทอยเพื่อให้ได้ดูดดื่มความหวานล้ำจากสองกลีบนุ่มอิ่มถนัดกว่าเดิม เนิ่นนานกว่าเดิม และหนักหน่วงกว่าเดิม แปลกเหลือเกินที่ความทุกข์ใจเมื่อครู่มลายหายสิ้น

            แล้วมีความสุขใจเติมเต็มเข้ามา ขณะบดเบียดอยู่กับริมฝีปากนุ่ม ล่วงล้ำเข้าไปหาไออุ่นด้านในด้วยลิ้นอันชำนาญการ เรียกร้องให้เจ้าของลิ้นแบ่งปันไออุ่นมาให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

            จนเขาลืมเลือนทุกสิ่งอย่าง ลืมแม้กระทั่งว่าฝ่ามือกำลังเลื่อนไปหาอกอุ่น เพื่อสัมผัสความนุ่มนิ่มจนยากจะหักห้ามใจ หากไม่มีสองฝ่ามือบางดันอกออก เขาถึงได้สติกลับเข้าตัว

            อยากจะเอ่ยปากขอโทษกับการกระทำเมื่อครู่เต็มกำลัง แต่เจ้าของเรียวปากก็อายเกินกว่าจะนั่งอยู่ข้างเขาได้อีกต่อไป เลยรีบผละออกจากอ้อมกอดแล้วลุกหนีไป อยากจะเดินตามร่างนุ่มเหลือกำลังแต่ก็ไม่ทัน

            เพราะหายเข้าห้องปิดประตูไปเรียบร้อยแล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจหนักๆ ออกมาเพราะเหนื่อยใจกับเหตุการณ์อันไม่คาดคิดเมื่อครู่ ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้สักที

            เขานั่งรอเกือบสิบนาทีเพื่อหวังให้คนในห้องออกมา แต่ทุกอย่างก็เงียบ จึงลุกขึ้นไปปิดไฟทุกดวงแล้วออกจากห้องไปในที่สุด ทิ้งให้คนยืนพิงประตูเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวภายนอกต้องว้าวุ่นจิตใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน

            และแม้จะดึกดื่นสักแค่ไหน ดวงตาคู่สวยก็ไม่อาจหลับลงได้ เมื่อคิดถึงวินาทีนั้นขึ้นมา ไม่ต่างจากเขานักที่ยอมกลับมานอนบ้านแทนคอนโด เพื่อหมายจะได้เห็นดวงหน้าสวยในตอนเช้าก่อนไปทำงาน และพอคิดถึงริมฝีปากนุ่ม

            มันตื้นตันและเติมเต็มหัวใจอย่างไม่เคยรู้สึกกับสตรีคนใดมาก่อน ที่มักจะมีเพียงความใคร่และอยากได้อยากระบายความต้องการออกไปเท่านั้น

            แต่เขาไม่คิดจะรีบร้อนค้นหาคำตอบกับความรู้สึกนี้ เพราะเชื่อว่ามีเวลาอีกมากมาย ทุกอย่างจะเปิดเผยตัวของมันออกมาเอง จึงชัดวิสกี้เพรียวๆ ไปสองแก้ว หนังตาแข็งๆ ถึงได้อ่อนยวบลงและหลับในที่สุด

     

    “ฉันอยากแต่งร้านใหม่น่ะตะวัน สปาก็อยากให้แนวไทยแท้ ยูนิฟอร์มก็เหมือนกัน หาให้เข้ากับบรรยากาศของร้าน ห้องเสื้อแต่งให้ออกโมเดิร์นกว่าตอนนี้ ให้สมกับชื่อไฮคลาสและสมกับไฮโซทั้งหลายที่เข้าร้าน ร้านจีเวลรีก็อยากจะให้แต่งหรูหรากว่าเดิม เวลามีแขกวีไอพีมาก็อยากจะให้มีห้องพิเศษไว้ แบ่งพื้นที่ชั้นสองก็ได้”

            ตอนเช้าลงมาเดินยังไม่ทันถึงห้องอาหาร ก็ได้ยินเสียงแม่สั่งงานแล้ว เขาเหลือบไปมองดวงหน้าสวยกับริมฝีปากที่ได้ประทับรอยจูบไว้เมื่อคืนนี้ แต่อีกคนกลับหลบหน้าด้วยการก้มลงไปจดบันทึก อยากจะแซวแม่ให้เพลาๆ การสั่งลงบ้างเหมือนกัน

            แต่พอเห็นพ่อกับน้องๆ เดินตามกันลงมาก็เปลี่ยนความคิดทันที บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้านี้จึงดูเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไรกับใคร นอกเสียจากเจ้านายที่ยังคงสั่งงานเลขาไปกินมื้อเช้าไปคนเดียวเท่านั้น

            “อ้อ! อีกเรื่องนะตะวัน ฉันอยากหาคนมาทำศาลาริมน้ำเพิ่มอีกหลังน่ะ แต่อยู่คนละฝั่งของบ่อนะ ไม่ต้องติดแอร์ทำเป็นแบบเปิดโล่งรับลม มีที่กันฝนไว้ด้วยก็ดี ในบึงก็อยากจะหาบัวหลวงมาลงให้เต็มเลย หาเรือไม้มาไว้สักลำหรือสองไว้พายไปเก็บเวลามีการมีงาน หรือไม่ก็เอามาปักแจกันได้”

            “ค่ะ”

            ส่วนเลขาก็รับคำสั้นๆ แล้วรีบผละออกไปโดยไม่คิดจะแตะอาหารในจานเลยสักนิด ด้วยไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับผู้ชายที่ทำให้ตัวเองแทบจะหลับไม่ลงมาทั้งคืน

            ซึ่งผิดกับอีกคนโดยสิ้นเชิงที่อยากจะอยู่ใกล้ๆ และมองหน้าขาวสวย ให้เต็ม ตาก่อนออกไปทำงานไม่น้อย แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น เพราะมีอะไรมากมายรออยู่

            “เจ! เดี๋ยวเช้านี้พี่จะผ่านวิทยาลัยพอดีไปกับพี่นะ เย็นๆ ถ้าว่างจะแวะรับกลับ หรือถ้าไม่ว่างก็ให้นายเล็กเลยไปรับก่อนแล้วค่อยรับแอ๊นทีหลัง”

            นี่ก็อีกเรื่องที่จะต้องจัดการ เพราะอยากเปิดอกพูดตรงๆ กับน้อง เพื่อกันไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาเดิมๆ อีก

            ‘คุณต้องใช้ไม้อ่อนนะคะไม่ใช่ไม้แข็ง เพราะคุณเจเป็นคนไม่ชอบคนพูดแรงๆ ใส่’

            วันก่อนเลขาแม่บอกไว้ระหว่างทางไปราชบุรี เขาจึงได้สติแล้วสรรหาถ้อยคำดีๆ มาบอกมาสอนน้องในระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน เขาไม่รู้หรอกว่าน้องจะเชื่อมากน้อยแค่ไหน เพราะน้องนั่งนิ่งมาตลอดทาง กระทั่งรถจอดกึกอยู่หน้ามหาวิทยาลัย

            “ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อ พี่จิณหรือทุกคนผิดหวังหรอกครับ ผมจะตั้งใจเรียนจบแล้วจะไปต่อโทที่เมืองนอกให้ได้ ผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย”

            ก่อนลงน้องส่งประโยคหนักแน่นมาให้ชนิดไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน แต่เขาก็ยังไม่ได้ดีอกดีใจจนเนื้อเต้น หรือไม่ได้แสดงท่าทีไม่เชื่อในน้ำคำให้น้องเห็น นอกจากยิ้มรับแล้วตบบ่าน้องเบาๆ สามสีครั้งก่อนจะให้น้องลงจากรถได้

            และแม้ตั้งใจว่าจะลืมเรื่องที่รับรู้มาเมื่อวานของพ่อสักแค่ไหน ครั้นเข้าออฟฟิศมา และต้องนั่งประชุมด้วยกัน เขาก็กระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก

            จนต้องหาทางออกจากออฟฟิศด้วยการชวนทรงกลดกับทนายประจำบินไปอีสานอีกครั้ง เพื่อสะสางปัญหาให้จบสิ้น ตั้งใจว่าจะไปกลับภายในวันเดียว แต่เอาเข้าจริงๆ เขาก็ต้องค้างถึงสองคืนเต็ม กลับมาก็เจอกับงานค้างอีกจนแทบไม่มีเวลาจะกินข้าว

            “บ่ายสองแล้วเห็นเลขาบอกว่าแกยังไม่กินข้าว พ่อเลยสั่งมาเผื่อด้วย เพราะยังไม่ได้กินเหมือนกัน”

            จู่ๆ พ่อก็โผล่เข้ามาในห้อง มีเลขาเดินตามหลังมาพร้อมถาดอาหาร ความหิวทำให้เขาต้องละทิฐิ ด้วยการรีบตักอาหารเข้าปากอย่างไม่เกี่ยงงอน ทำเอาคนเป็นพ่อทั้งขำทั้งโล่งอกอยู่ในที เพราะรู้ดีว่าถ้าลองลูกได้กินข้าวด้วยแบบนี้ก็แปลว่าคงจะโกรธน้อยลงแล้ว เขาถึงได้ลงมือกินบ้าง

            “เดี๋ยวพ่อจะเซ็นเช็คให้สี่สิบล้าน จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าไปเสี่ยง หรือจะได้ไม่ต้องกู้แบงก์ให้เสียดอกเปล่าๆ”

            ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่วันมานี้เขาคงจะยิ้มรับด้วยความดีใจไปแล้ว แต่สำหรับตอนนี้เขายังไม่วายตั้งแง่อยู่ดี

            “พ่อจะเอาเงินปิดปากผมเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก รับรองว่าผมไม่บอกคุณแม่หรอก ไม่ใช่เพราะอยากช่วยคุณพ่อนะ แต่ผมห่วงว่าคุณแม่จะช็อกไปอีกต่างหาก”

            “พ่อรู้ว่าแกไม่มีวันบอกหรอก ที่พ่อให้ก็เพราะว่าอยากจะให้ เพราะว่าแกเป็นลูกที่ดี ตั้งใจทำงาน ไม่เคยสร้างปัญหาหรือทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังเลยต่างหาก พ่อจะไม่ขอร้องไห้แกยกโทษให้ด้วย พ่อรู้ว่าพ่อผิด แต่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากต้องรับผิดชอบเด็กคนนั้น และกับลูกที่เกิดด้วยความไม่ตั้งใจของพ่อเอง”

            ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีกเลย นอกจากเสียงช้อนกระทบจานข้าวเท่านั้น แล้วความโกรธของจิณณวัตรก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลงในวันถัดๆ มา ไม่ใช่เพราะเงินของพ่อแต่อย่างใด หากเป็นเพราะประโยคเตือนสติของเพื่อนรักอย่างทรงกลดและเพื่อนคนอื่นๆ อีกที่เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

            ‘คนเดียวยังน้อยไปสิ พ่อฉันโน่นมีสี่ลูกอีกสิบ ดีแค่ไหนที่ฉันเกิดมากับท้องเมียแต่งอย่างแม่ ไม่งั้นนะป่านนี้คงได้ตบตีแย่งสมบัติพ่อกับพวกน้องๆ ที่เกิดจากท้องเมียน้อยไปแล้ว’

            ‘พ่อแกยังดีที่ยังมีเป็นตัวเป็นตน แต่พ่อฉันสิ เลี้ยงแต่อีหนูสาวๆ สวยๆ ไว้นับสิบ เดือนหนึ่งๆ ต้องจ่ายค่าเทอมบ้าง งวดรถบ้าง บัตรเครดิตบ้าง ให้ใช้บ้าง ต้องส่งเสียทางบ้างให้บ้าง หมดเป็นล้านๆ เห็นแล้วฉันล่ะกลุ้มใจแทน แต่จะโทษพ่อก็ไม่ถูกหรอก แม่พวกนั้นก็น่าฟัดจะตาย ปากนิดจมูกหน่อย ขาวจั๊วะ เอาใจหรือก็เก่ง ไม่เหมือนคุณแม่เอาแต่บ่นๆ ๆ จนคนในบ้านรำคาญไปตามๆ กันแล้ว’

            ‘คิดมากทำไมวะ แก่ไปไม่แน่เราอาจจะเป็นยิ่งกว่าบรรดาพ่อๆ เราอีกก็ได้ ดูอย่างตอนนี้สิใช้สเปิร์มเปลืองๆ กันทั้งนั้น มีคืนไหนบ้างที่พวกเราไม่ได้ใช้ ไหนลองบอกมาหน่อยสิ’

            ซึ่งอันที่จริงมันก็ถูกอย่างที่เพื่อนพูดไม่น้อย และไหนจะประโยคเด็ดที่บ่งบอกว่าใจกว้างยังกับแม่น้ำของเลขาแสนสวยของแม่ต่างหาก

            “แต่ถ้าคุณจะคิดให้ดีๆ คุณก็จะเห็นความดีของท่านบ้าง ท่านรักษาหน้าที่สามีที่ดี เป็นพ่อที่เรื่องปากท้องลูกๆ ให้อยู่ดีกินอิ่ม คุณเองก็รู้ว่าการมีเล็กๆ น้อยๆ เพียงแค่นี้ของท่านถือว่ารักษาตัวไว้ได้ดี คนอื่นฉันเห็นมีไม่รู้กี่บ้านต่อกี่บ้าน ลูกเมียนั้นเมียนี้ยุ่งวุ่นวายกันไปหมด คอยแย่งสมบัติกัน”

            หัวใจเขากระตุกวาบขึ้นอีกครั้ง เมื่อคิดถึงริมฝีปากหวานล้ำในค่ำคืนนั้น กี่วันแล้วนะไม่ได้เห็นใบหน้าสวยนั้น แล้วจู่ๆ หัวใจก็เรียกร้องอยากจะเจอะอยากจะเจอขึ้นมาทันใด

            และหลีกเลี่ยงลำบากเสียด้วย จะรอเจอตอนเช้าก็ดูเหมือนต่างคนต่างยุ่งกับงาน จะไปดักรอที่หน้าห้องก็คงจะถูกไล่ตะเพิดมาแน่ เขาหันไปมองนาฬิกาแล้วครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่ง

            +++++

    E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ 

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

    สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

    คล้ายกับเรื่องร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199