ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดกระบวนการทั้งหมดก็สิ้นสุดลง
ณ จุดนี้เอง
เย่เทียนได้กลายเป็นราชาที่แท้จริงแล้ว
“แล้วอายุขัย…”
เย่เทียนตรวจสอบอย่างละเอียด และพบว่าในตอนนี้อายุขัยของอย่างน้อยก็ยืนยาวถึง800 ปี
อายุขัย 800 ปี แม้จะยาวนานเพียงใด แต่เย่เทียนยังคงไม่พอใจสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ 800 ปี แต่เป็นชีวิตยืนยาวชั่วนิจนิรันดร์
หากเป็นเมื่อร้อยปีก่อน มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่เขาข้ามมิติมาสู่ยุคสมัยนี้ทั้งยังมีพรสวรรค์ที่แสนโกงอย่างพรสวรรค์ในการคัดลอก หากไม่ไล่ตามความเป็นอมตะไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขามีเหนือคนอื่นมันจะสูญเปล่าหรอกหรือ?
“ได้เวลาออกเดินทางแล้ว!”
เย่เทียนพึมพำ
หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาก็จะออกเดินทางไปยังฐานทัพระดับสุดยอดสู่ฐานจงไห่ทันที
เช้าวันต่อมา
เย่เทียนได้ไปเยี่ยมราชาเยว่หลิงและเยว่หลิงอีกครั้งและบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เขากำลังจะออกจากฐานทะเลมารขอให้พวกเขาช่วยดูแลและช่วยเหลือเย่หยูให้มากที่สุดเมื่อยามที่เย่หยูเจอกับปัญหา
แน่นอนว่าราชาเยว่หลิงและเยว่หลิงตอบตกลงและสัญญาว่าจะไม่มีใครกล้าแตะต้องเย่หยูตราบใดที่พวกเขาอยู่ในฐานทะเลมาร
เมื่อกลับถึงบ้าน
เย่เทียนเก็บร่างเทียมตัวตายตัวแทนของเขาไว้ในมิติส่วนตัว จากนั้นเขาก็พาเย่หยูมายังห้องลับใต้ดิน
“เสี่ยวหยู นี่คือห้องลับที่ติดตั้งค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงไว้น้องสามารถฝึกฝนที่นี่ได้ในภายหลัง จำไว้ว่าอย่าเปิดเผยความลับของที่นี่ออกไปนะถ้ามีใครรู้เข้า มันจะต้องเกิดปัญหามากมายตามมา” เย่เทียนกำชับ
“อืม น้องเข้าใจแล้ว!”
เย่หยูไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับห้องลับนี่ แต่เธอกลับรู้สึกผิดหวังเธอไม่ต้องการให้พี่ชายของเธอจากไปเพราะเธอไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนทั้งคู่ถึงจะได้พบเจอกันอีกครั้ง
ในอดีต แม้ว่าพี่ชายของเธอจะออกไปล่าสัตว์อสูรในป่าอยู่บ่อยครั้งแต่เพียงไม่กี่เดือนเขาก็กลับมาแต่ครั้งนี้พี่ชายของเธอไม่สามารถบอกเธอได้เลยว่าอีกนานแค่ไหนเขาถึงจะกลับมา
“ในถุงเก็บของมิติเหล่านี้มีทรัพยากรมากมายในอนาคตน้องจะต้องใช้ทรัพยากรในการฝึกฝนอีกมากถ้าไม่จำเป็นก็พยายามอย่าออกไปล่าสัตว์อสูรในป่านะ!”
เย่เทียนยื่นถุงเก็บของมิติให้เย่หยู
เย่หยูเก็บถุงเก็บของมิติอย่างเงียบๆ เธอรู้ว่าเย่เทียนเป็นห่วงเธอดังนั้นจึงกำชับเธอเช่นนี้
หลังจากนั้น
เย่เทียนก็ได้พูดคุยกับเย่หยูอยู่เป็นเวลานานก่อนเขาจะออกจากบ้านไปพร้อมกับเสี่ยวเซวี่ย
ส่วนเสี่ยวจินและเสี่ยวจื่อ เขาไม่ได้พาพวกมันไปด้วยเพราะตอนนี้พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงของเย่หยูแล้ว
เมื่อออกจากฐานทะเลมาร เย่เทียนก็มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้
ในเวลานั้น เย่เทียนนั่งอยู่บนหลังของเสี่ยวเซวี่ยหันจ้องมองไปยังฐานทัพทะเลมาร และไม่นานเขาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของฐานทะเลมาร
ตลอดทางไม่มีสัตว์อสูรบินตัวใดมาขวางทางเพราะเสี่ยวเซวี่ยเป็นสัตว์อสูรระดับราชาแล้วมันเลื่อนขั้นกลายเป็นสัตว์อสูรระดับราชา และมันก็สามารถเปิดจุดชีพจรได้ 5 จุดแล้ว
ที่จริงแล้วความเร็วในการยกระดับของเสี่ยวเซวี่ยยังคงช้ามากตามการคาดเดาของเย่เทียน พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันไม่ควรเป็นเช่นนี้
แต่ตามที่เสี่ยวเซวี่ยบอก ตอนนี้มันอยู่ในวัยเยาว์การเติบโตจึงเป็นไปอย่างช้าๆ แต่เมื่อผ่านวัยเยาว์ไปแล้วความเร็วในการยกระดับของมันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
10,000 กิโลเมตร!
20,000 กิโลเมตร!
30,000 กิโลเมตร!
40,000 กิโลเมตร!
เสี่ยวเซวี่ยบินไปอย่างไม่รีบร้อน ตลอดเส้นทางพวกเขายังได้พบกับสัตว์อสูรระดับราชาอีกหลายตัวแต่ก่อนที่สัตว์อสูรพวกนั้นจะได้เข้าใกล้ทั้งคู่ พวกมันก็ถูกเผาโดยเพลิงแห่งมังกร
ในที่สุด
เย่เทียนและเสี่ยวเซวี่ยมาถึงแม่น้ำที่อยู่ห่างจากฐานทะเลมา 500,000 กิโลเมตร
แม่น้ำแห่งนี้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เปรียบได้กับทะเลกว้างไร้สิ้นสุด
“แม่น้ำฉางหลิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายย่อยที่แยกออกมาจากแม่น้ำแยงซีมันมีความกว้าง 10,000 กิโลเมตร ด้วยความเร็วของเสี่ยวเซวี่ยเราสามารถข้ามผ่านแม่น้ำนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้นแต่ในแม่น้ำแห่งนี้มีสัตว์อสูรมากมายและยังมีสัตว์อสูรที่น่ากลัวที่มีระดับสูงกว่าระดับราชาอีกด้วย!”
เย่เทียนพึมพำ ในใจรู้สึกกลัวอยู่เล็กน้อย
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้แม้แต่ระดับราชาไร้เทียมทานเขาก็ยังไม่สามารถรับมือได้ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าระดับราชาเลย
“เสี่ยวเซวี่ย บินให้เร็วที่สุด!”
เย่เทียนสั่ง
“ได้เลยนายท่าน!”
เสี่ยวเซวี่ยเองก็จริงจังเช่นกัน ในฐานะเจ้าแห่งสัตว์อสูรมันรับรู้ได้ถึงอันตรายของแม่น้ำสายนี้ได้โดยสัญชาตญาณมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่มันไม่อาจต่อกรได้ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวนั้นจะมีสายเลือดระดับต่ำกว่ามันแต่ด้วยความที่พวกมันมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนานมังกรที่เพิ่งฟักออกมาเช่นมันยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์อสูรเหล่านี้
มันต้องบินให้เร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงจากอันตราย นั่นคือความคิดของมัน!
ความเร็วของเสี่ยวเซวี่ยเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดร่างของมันกลายเป็นลำแสงพุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามไม่ว่าความเร็วของมันจะเร็วแค่ไหนสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งใต้น้ำก็ยังรู้สึกถึงมัน!!!!
สายน้ำจากแม่น้ำหมื่นลี้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
สัตว์อสูรจำนวนมากพุ่งทะยานขึ้นมาปิดล้อมเสี่ยวเซวี่ยและเย่เทียนไว้
บางส่วนเป็นสัตว์อสูรระดับราชา อีกส่วนหนึ่งเป็นสัตว์อสูรชั้นยอด
“ตาย!”
เย่เทียนถือดาบเวทระดับสูงในมือ เจตจำนงแห่งดาบระเบิดออกมาดาบมากมายนับไม่ถ้วนปรากฏออกมาและพุ่งผ่านอากาศสังหารสัตว์อสูรที่ขวางทางและตกลงไปในแม่น้ำฉางหลิง
1,000 กิโลเมตร!
2,000 กิโลเมตร!
3,000 กิโลเมตร!
พวกเขาฝ่าฝูงสัตว์อสูรออกไป เข้าใกล้อีกฝั่งของแม่น้ำขึ้นเรื่อยๆแต่จำนวนของสัตว์อสูรก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน!
ขณะที่เย่เทียนและเสี่ยวเซวี่ยกำลังจะไปถึงฝั่งตรงข้ามปลายักษ์ที่มีร่างยาว 300 เมตรก็พุ่งขึ้นมาจากน้ำมันมีปากขนาดใหญ่ราวกับหลุมดำที่สามารถกลืนกินดวงอาทิตย์ได้
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ปลาตัวนี้ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นมันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับราชาเท่านั้น แต่ท่ามกลางสัตว์อสูรระดับราชามันไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด
“ดาบสังหารสวรรค์!”
เย่เทียนฟันดาบโจมตีออกไปและเป็นครั้งแรกที่เขาใช้ทักษะดาบระดับเงินกับศัตรูแสงจากดาบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับมันฉีกกระชากห้วงเวลา
ดาบนี้รวดเร็วเกินกว่าความเร็วสูงสุดของระดับราชาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
พรูด!!!
แสงจากดาบตัดปลายักษ์ออกเป็นสองส่วน ศพของมันร่วงหล่นตกลงไปในแม่น้ำคลื่นน้ำสูงร้อยเมตรสาดกระเซ็นไปทั่วทันใดนั้นสัตว์อสูรจำนวนมากในน้ำก็คล้ายหยุดชะงักก่อนรีบพากันแยกย้ายกันไป
เย่เทียนข้ามแม่น้ำหมื่นลี้ได้สำเร็จ
“แม่น้ำฉางหลิงนั่น ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาทั่วไปไม่มีทางจะข้ามผ่านได้แน่ระดับราชาในฐานทะเลมาร ผู้ที่มีความสามารถข้ามผ่านแม่น้ำนี้ได้มีไม่เกิน 5 คน!”เย่เทียนกล่าว
เสี่ยวเซวี่ยยังคงบินต่อไป
ตลอดเส้นทางหลังจากนี้ล้วนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอันตรายใดๆสัตว์อสูรระดับราชาที่พบเจอเป็นครั้งคราวก็ไม่กล้าที่จะยั่วยุเสี่ยวเซวี่ย
เพียงไม่นาน
พวกเขาก็เข้าใกล้ฐานทัพจงไห่มากขึ้นเรื่อยๆแต่เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของมันเย่เทียนและเสี่ยวเซวี่ยจึงใช้เวลาไปกว่าสามวันเต็มๆ กว่าจะพบฐานทัพจงไห่
“เจอแล้ว!”
เย่เทียนมองไปยังฐานทัพขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ฐานทัพนี้ใหญ่กว่าฐานทะเลมารถึงสิบเท่าและยังมีเรือเหาะมากมายลอยอยู่บนท้องฟ้า บางครั้งก็มีเรือเหาะก็บินมาจากที่ไกลๆ
เรือเหาะทุกลำนั้นแข็งแกร่งและมีขนาดใหญ่กว่าเรือเหาะเหินวายุของฐานทะเลมารหลายเท่า
“ที่นี่ต้องเป็นฐานทัพจงไห่อย่างแน่นอน!” เย่เทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
พรึบ!
เย่เทียนขี่เสี่ยวเซวี่ยไปยังประตูสู่ฐานทัพจงไห่
ไม่นานเขามาถึงประตู
ประตูบานนี้มีขนาดใหญ่มากแม้แต่หอคอยด้านข้างของประตูก็มีความสูงหลายร้อยเมตรและยังมีอักขระลวดลายมากมายถูกสลักไว้
เย่เทียนเป็นจอมเวทค่ายกลระดับสูงดังนั้นเขาจึงสามารถบอกได้ว่าประตูและหอคอยแห่งนี้มีค่ายกลชั้นยอดมากมายแม้แต่ระดับราชาไร้เทียมทานก็อย่าแม้แต่จะคิดว่าจะฝ่าเข้าไปได้
“บัตรประจําตัวประชาชน!”
หนึ่งในผู้เฝ้าประตูหอคอยกล่าว