ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง

    ตอนที่ 41 หยกแขวน

            “ซานหลาง! เจ้ายัดสิ่งใดใส่หัวของบุตร” หวังซื่อเรียกชื่อรองของสามีที่คนในสกุลฮั่วเรียกกัน คำพูดของบุตรสาวเมื่อสักครู่ราวกับเหล็กร้อนแทงเข้ามากลางใจของนาง

            ฮั่วหนานอันสะดุ้งกับน้ำเสียงอันเยือกเย็น สายตาของภรรยาน่ากลัวจนต้องรีบหลบโดยการหันมองไปทางอื่น

            “พวกเจ้าอย่าไปฟังคำสอนเหลวไหล ตนเองกระทำความผิดแล้วโยนความผิดให้กับผู้อื่น หาใช่สิ่งที่ผู้มีปัญญาพึงกระทำกัน”

            หวังซื่อสั่งสอนบุตรสาวทั้งสองด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง เพื่อมิให้พวกนางเติบใหญ่ขึ้นมาแล้วกลายเป็นพวกเห็นผิดเป็นชอบ

            ระหว่างที่ภรรยาสอนบุตรสาว ฮั่วหนานอันก็นั่งเงียบมาตลอดทาง เอาเถิด ให้นางสั่งสอนไปก่อน ช่วงที่นางเผลอเขาจะแอบสั่งสอนบุตรสาวทั้งสองให้อยู่ในโลกความเป็นจริง การเป็นคนดีและซื่อตรงจนเกินไปจะถูกผู้อื่นเอารัดเอาเปรียบได้ง่าย

            มนุษย์ทั่วใต้หล้าล้วนเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ผู้อ่อนแอมักถูกผู้ที่แข็งแกร่งกว่ากำจัด ภรรยาของตนถูกบิดามารดา ไทเฮา และบรรดาพี่ชายประคบประหงม เลี้ยงดูราวกับไข่มุกในฝ่ามือ

            เส้นทางที่นางเดินโรยไปด้วยกลีบมวลผกา เพียงแค่ผู้ใดคิดร้ายกับนาง ล้วนถูกผู้ที่รักนางกำจัดออกไปให้พ้นทาง การมีคนอื่นคอยปกป้องมันดีเสมอ แต่หากวันใดวันหนึ่งคนที่ปกป้องจากไป คนที่เคยประจบประแจงจะเปลี่ยนไปคล้ายหน้ามือกับหลังมือ จะมาเสียใจทีหลังก็สายไปเสียแล้ว

            หากหวังซื่อรู้ว่าสามีคิดสิ่งใดในใจ นางคงต้องกางเล็บข่วนใบหน้าของเขาเพื่อระบายอารมณ์ เกิดมาในสกุลที่เต็มไปด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี เหตุใดเขาถึงได้ผิดแปลกไปจากพี่น้องคนอื่นมากนัก

            วัวเทียมเกวียนเดินทางมาจนถึงตัวอำเภอ ความวุ่นวายบนถนนสร้างความสงสัยให้กับคนบ้านฮั่วว่าเกิดอันใดขึ้น

            “ท่านป้า ข้างหน้ามีงานอะไรกัน” ฮั่วหนานอันยื่นมือไปสะกิดบ่าของหญิงชรานางหนึ่ง

            “พ่อหนุ่ม เป็นบุรุษมาแตะเนื้อต้องตัวสตรี ระวังข้าจะให้เจ้ารับผิดชอบ”

            หญิงชราขยิบตาให้กับบุรุษรูปงาม แต่พอหันไปเห็นสตรีรูปโฉมงดงามและเด็กน้อยสองคนที่น่ารักน่าเอ็นดูยืนอยู่ด้านหลัง หญิงชราก็หยุดล้อเล่น

            “วันนี้มีนายอำเภอคนใหม่ที่ฝ่าบาทแต่งตั้ง เดินทางมารับตำแหน่งที่อำเภอจางหลิน ผู้คนจึงออกมาต้อนรับและดูว่านายอำเภอมีหน้าตาอย่างไร”

            โบกผ้าเช็ดหน้าในมือไปมา บอกลาครอบครัวหน้าตางดงาม แล้วรีบเดินเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชน

            “นายอำเภอคนใหม่หรือ”

            ราชสำนักรีบแต่งตั้งนายอำเภอคนใหม่เร็วเสียจริง ฮั่วหนานอันหาได้สนใจว่าผู้ใดจะเป็นนายอำเภอ เขาพาภรรยาและบุตรเดินไปยังโรงรับจำนำ

            ฮั่วหมิงจูหันหน้าไปมองรถม้าของนายอำเภอคนใหม่ หากจำไม่ผิด นายอำเภอผู้นี้ก็คือขุนนางที่รับใช้สกุลหลี่ แม้ว่าจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับสกุลหลี่ทางสายเลือด แต่พวกเขาคือหมากที่สกุลหลี่วางเอาไว้ในเมืองท่าเรืออย่างจางหลิน

            หลังจากเดินทางมาเกือบสองชั่วยาม ฮั่วหนานอันหาโรงเตี๊ยมให้กับภรรยาและบุตรสาวพักผ่อน ส่วนเขาเดินทางไปยังโรงรับจำนำ

            เถ้าแก่โรงรับจำนำจ้องหยกแขวนในมืออยู่นาน ก่อนจะเงยหน้ามองผู้ที่นำมันมาขายให้กับโรงรับจำนำ

            “นายท่านจะขายจริงหรือ”

            “ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน จึงตัดใจขายของรักของหวงที่เป็นตัวแทนของบิดา หวังว่าเถ้าแก่จะให้ราคายุติธรรมกับข้า”

            ฮั่วหนานอันก้มหน้ามองพื้น ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไม่ไหลออกมาสักหยด หลังจากเก็บได้เขาสำรวจจนแน่ชัดแล้วว่าไม่มีตัวอักษรบ่งบอกความเป็นเจ้าของสลักอยู่ในหยกแขวน มีเพียงตัวอักษรมงคลสลักอยู่เท่านั้น

            อยู่ในมือผู้ใดหยกแขวนชิ้นนี้ก็เป็นของคนผู้นั้น ฮั่วหนานอันโกหกได้อย่างลื่นปาก ในบรรดาพี่น้องสี่คน ความเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อนมากองอยู่ในบุตรชายคนที่สามของเหลียงอ๋องเพียงคนเดียว

            เถ้าแก่โรงรับจำนำเข้าใจว่าบิดาของคนตรงหน้าคงลาลับจากภพนี้ไปแล้ว และหยกแขวนชิ้นนี้คือของที่เป็นตัวแทนไว้ดูต่างหน้า หากไม่เดือดร้อนจริงๆ คงไม่มีผู้ใดนำหยกเนื้อดีออกมาขาย

            “ข้ารับซื้อสองร้อยตำลึง”

            ราคาที่เถ้าแก่เสนอราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจของฮั่วหนานอัน

            “เถ้าแก่เห็นข้าน่าสมเพชปานนี้เชียวหรือ หยกแขวนชิ้นนี้แม้มันจะชิ้นเล็ก กลับเป็นหยกมันแพะชั้นดี ท่านดูลวดลายที่แกะสลัก ผู้ที่จะแกะสลักลวดลายงดงามต้องใช้ความประณีตเพียงใด หากมิใช่ปรมาจารย์ที่อยู่ในแวดวงหยกมีหรือจะสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้งดงามขนาดนี้”

            ฮั่วหนานอันดึงหยกคืนจากมือของเถ้าแก่ “ท่านพอจะแนะนำโรงรับจำนำที่อื่นในอำเภอจางหลินให้กับข้าได้หรือไม่”

            เถ้าแก่หนวดกระตุก มาถามหาโรงรับจำนำอื่นกับตน ช่างกล้าหาญและหน้าด้านยิ่งกว่ากีบเท้าหมู

            “ในอำเภอจางหลินมีโรงรับจำนำสองแห่ง ที่นั่นกดราคายิ่งกว่าข้าเสียอีก คุณชายต้องการไปขายที่นั่นข้าก็มิขัด แต่ถ้าคุณชายหวนกลับมาหาข้าอีกรอบ จากสองร้อยตำลึงจะเหลือเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเท่านั้น”

            ฮั่วหนานอันยักไหล่ เบ้ริมฝีปากออกมาเพราะไม่สนใจคำขู่ “ถ้าในอำเภอจางหลินให้ตามที่ข้าต้องการไม่ได้ เดินทางไปขายเมืองที่ใหญ่กว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง”

            เถ้าแก่โรงรับจำนำมองตามหลังฮั่วหนานอัน พอเห็นว่าลูกค้าตัดสินใจไปยังโรงรับจำนำอีกแห่ง ก็รีบบอกให้พนักงานวิ่งไปตามกลับมา

            “นายท่านหยุดก่อนขอรับ!” คนงานของโรงรับจำนำวิ่งมาขวางหน้าฮั่วหนานอัน

            “มีอันใด”

            “เถ้าแก่เชิญนายท่านกลับไปเจรจากันอีกครั้ง”

            “เถ้าแก่เจ้าให้ราคาตามที่ข้าต้องการไม่ได้ ข้าต้องการไปโรงรับจำนำอีกแห่ง”

            “เรื่องราคา นายท่านกับเถ้าแก่สามารถเจรจาต่อรองกันได้ เชิญนายท่านกลับไปยังโรงรับจำนำของพวกเราขอรับ”

            ฮั่วหนานอันปรายสายตามองคนงานร่างกำยำที่มาเชิญตนกลับไป

            “เอาล่ะ ถ้าครั้งนี้ตกลงราคากันไม่ได้ ข้าคงต้องไปโรงรับจำนำที่อื่น”

            เดินกลับไปหาเถ้าแก่คนเดิม เจรจาอยู่สักพัก ฮั่วหนานอันก็เดินตัวปลิวออกมาจากโรงรับจำนำ มุ่งหน้าเดินกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่ภรรยาและบุตรสาวพักอยู่

            ระหว่างเดินทางกลับโรงเตี๊ยม ต้องผ่านภัตตาคารฟู่หยวน เสี่ยวเอ้อของภัตตาคารจำนวนหนึ่ง ยืนเรียงรายอยู่ด้านหน้าเหมือนกำลังรอต้อนรับใครสักคน คนที่ออกคำสั่งกับพวกเขาคงมิแคล้วเป็นหลงจู๊ของภัตตาคาร

            ภัตตาคารฟู่หยวน ชื่อนี้คุ้นหูฮั่วหนานอันอย่างแน่นอน เนื่องจากในเมืองหลวงก็มีภัตตาคารฟู่หยวนตั้งอยู่ ยืนแอบฟังคนของภัตตาคารสนทนากันอยู่สักพัก

            “เจ้าบอกว่าคุณชายสามจะมาเยือนภัตตาคารฟู่หยวน สาขาจางหลิน?”

            หลงจู๊หรี่สายตามองผู้ที่เดินเข้ามาถามตน เกี่ยวกับเรื่องคุณชายสาม ความระแวดระวังเริ่มทำงาน ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้หวังดีหรือประสงค์ร้าย

            “มิทราบว่าคุณชายท่านนี้ถามหาคุณชายสามเพราะเหตุใดขอรับ”

            “ข้ารู้จักคุณชายสามสกุลเฉิน ไม่คิดว่าเขาจะเดินทางจากเมืองหลวงมายังอำเภอจางหลิน”

            สกุลเฉินคือสกุลคหบดีอันมั่งคั่งแห่งเมืองหลวง คุณชายสามสกุลเฉินคือหนึ่งในสหายของตน ฮั่วหนานยกนิ้วขึ้นลูบริมฝีปาก

            “คุณชายสามของเจ้าจะมาเมื่อไหร่”

            หลงจู๊เห็นว่าคุณชายท่านนี้รู้จักกับคุณชายของพวกตน ก็มีท่าทีนอบน้อมยิ่งกว่าเดิม

            “ใกล้ถึงแล้วขอรับ อีกไม่เกินสองเค่อเรือคงเทียบท่า”

            “ขอบคุณเจ้ามาก”

            ฮั่วหนานอันตบบ่าของหลงจู๊ภัตตาคารฟู่หยวน เดินผิวปากกลับไปยังโรงเตี๊ยม สวรรค์ช่างไม่ทอดทิ้งคนดีอย่างเขาเสียจริง ขนาดอยู่ในชนบทห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ ยังส่งคนรู้จักให้มาพบเจอหน้า