ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    การต่อสู้ 2

    ตูมมมม!

    อู๋จ้าวที่ได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เขามองเล่ยเฉินด้วยสายตาแห่งความโกรธ ก่อนจะกระชากอาจารย์ของเล่ยเฉินเข้ามาประกบปากจูบอย่างดูดดื่มต่อหน้าทุกคน

    แต่ถึงกระนั้น สีหน้าของเล่ยเฉินก็ยังคงสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความกดดัน ศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะบางคนเริ่มโกรธแค้นจนมือกำหมัดแน่น ขณะที่ศิษย์บางคนรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    จากนั้น อู๋จ้าวก็กระโดดลงไปกลางลานประลอง พร้อมกับลากอาจารย์ของเล่ยเฉินและอดีตคู่หมั้นของเขาลงไปด้วย ซึ่งผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็เปิดรูปแบบให้เขาเข้ามาก่อนจะปิดมันทันทีเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาด้วย แต่ผู้พิทักษ์ของอู๋จ้าวไม่ได้สนใจอะไร เนื่องจากว่าหญิงสาวข้างกายอู๋จ้าวนั้นมีการบ่มเพาะระดับกึ่งจักรพรรดิ และในตัวอู๋จ้าวยังมีเศษจิตวิญญาณของทั้งพ่อของเขาและบรรพบุรุษอีกหลายคนด้วย ด้านล่าง อู๋จ้าวยิ้มก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ แล้วกล่าวเสียงดัง

    "มาเลย ข้าจะต่อให้พวกเจ้าทุกคนเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้!"

    "ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าศิษย์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะขยะๆ จะมีดีสักแค่ไหนกันเชียว?"

    เสียงเย้ยหยันของเขาทำให้ศิษย์หลายคนโกรธจัด แต่ในขณะเดียวกัน จินเทียน ที่ยืนมองเล่ยเฉินอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมในความสงบนิ่งของเล่ยเฉิน หลังจากเขาเห็นสถานการณ์ทั้งหมดเขาพอจะเดาเรื่องได้คร่าวๆ

    ด้านบนท้องฟ้า มู่หนานซือ เจ้าแห่งยอดเขา และผู้อาวุโสคนอื่นๆ กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จากกองกำลังฝ่ายตระกูลอู๋ แรงกดดันอันมหาศาลปะทะกันบนท้องฟ้า จนเหมือนท้องฟ้าจะถล่มลงมาได้ตลอดเวลา แต่แค่ตัวของ มู่หนานซือ คนเดียวก็สามารถต่อสู้กับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เกือบ 15 คนด้วยตัวคนเดียว แต่ก็ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

    แต่ในขณะนั้นเอง ร่างของเล่ยเฉินพลันเคลื่อนไหว เขากระโดดขึ้นไปกลางเวทีประลอง ดวงตาของเขาจ้องมองอู๋จ้าวอย่างเยือกเย็น

    "ข้าจะเป็นคู่มือให้เจ้าเอง"

    อู๋จ้าวที่ได้ยินเช่นนั้น หัวเราะออกมาอย่างสะใจ "ฮ่าฮ่าฮ่า! งั้นข้าก็จะเล่นกับเจ้าเอง!"

    สิ้นสุดคำพูดของอู๋จ้าว ร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่เล่ยเฉิน หมัดของเขาถูกเสริมพลังพุ่งตรงไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายทันที! โดยอ้อมแรงเอาไว้เมื่อกี้เขาสำรวจข้อมูลของเล่ยเฉินและพบว่ามันอยู่ในระดับแกนทองคำเท่านั้นดังนั้นเขากะจะทรมานมันเล่นสักหน่อย ก่อนจะฆ่าทิ้ง

    เมื่ออู๋จ้าวพุ่งเข้ามาพร้อมปล่อยพลังจากการบ่มเพาะระดับวิญญาณแรกเริ่ม ขั้นที่ 9 เท่านั้นจากระดับการฝึกฝนที่แท้จริงของเขาที่ไม่นับรวมพลังปีศาจอยู่ที่ ขั้นที่ 9 ของการรวมร่าง โดยหวังจะทำให้เล่ยเฉินพิการอีกครั้ง หมัดของเขาเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้กระดูกของศัตรูได้อย่างง่ายดาย

    ทว่าก่อนที่หมัดนั้นมันจะสัมผัสตัวเล่ยเฉิน ร่างของเขากลับเบี่ยงตัวออกด้านข้างอย่างง่ายดายด้วยความสงบนิ่งและพลิ้วไหว จากนั้นปล่อยหมัดเบาๆ ไปที่ไหล่ขวาของอู๋จ้าว

    ทันใดนั้นเอง อู๋จ้าวรู้สึกถึงบางสิ่งผิดปกติ แขนของเขาไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป!

    สายตาของเล่ยเฉินที่เคยสงบเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็น โทสะอันรุนแรง เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้าไปใช้นิ้วแทงเข้าไปที่ดวงตาของอู๋จ้าวโดยไม่ลังเล

    ฉึก!

    "อ๊าาาาาา!!"

    เสียงกรีดร้องของอู๋จ้าวดังขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เปล่งเสียงออกมาเต็มที่ ดาบสีดำพลันพุ่งออกจากร่างกายของเล่ยเฉิน แทงทะลุเข้าไปที่ไหล่ซ้ายทำลายเส้นประสาท ณ จุดนั้นทันที ทำให้แขนซ้ายของอู๋จ้าวไม่สามารถขยับได้ ก่อนจะตวัดดาบลงมาเฉือนเส้นเอ็นที่ข้อเท้าทั้งสองด้านของอู๋จ้าว ทำให้ร่างของเขาทรุดฮวบลงไปกับพื้นทันที

    แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น ดาบของเล่ยเฉินที่เต็มไปด้วยโทสะพุ่งเข้าหา ตันเถียน ของอู๋จ้าวอย่างไร้ความปรานี

    ฉึก!!

    "อ๊าาาาาา!"

    พลังมหาศาลซัดเข้าไปที่จุดตันเถียนของอู๋จ้าว ทำให้ตันเทียนของเขาพังทลายลง พร้อมกับพลังการบ่มเพาะที่ตกลงอย่างรวดเร็ว

    การรวมร่าง ระดับที่ 9

    ……

    การรวมร่าง ระดับที่ 1

    ……

    ……

    ก่อตั้งวิญญาณ ระดับที่ 1

    ……

    ……

    วิญญาณแรกเริ่ม ระดับที่ 1

    ……

    ……

    ……

    แกนทองคำ ระดับที่ 1

    ……

    ……

    การควบคุมชี่ ระดับที่ 1

    ภายในพริบตา การบ่มเพาะของอู๋จ้าวถูกทำลายจนหมดสิ้น

    แต่เล่ยเฉินไม่ได้หยุดแค่นั้น เขายกหมัดพุ่งเข้าหาอู๋จ้าวอย่างรวดเร็ว หมัดของเขาพุ่งตรงไปที่กลางอกอีกฝ่าย พร้อมแรงทำลายล้างอันมหาศาล

    ฉัวะ!

    หมัดของเขาทะลุเข้าไปถึงด้านหลัง ลากเอา กระดูกศักดิ์สิทธิ์ อันเดิมของตัวเล่ยเฉินออกมาพร้อมกันกับหมัดของเขา ก่อนที่เขาจะตวัดดาบที่อยู่ข้างลำตัวของอู๋จ้าวออก จนตัวของอู๋จ้าวขาดครึ่ง

    จินเทียน ศิษย์และผู้อาวุโสทุกคน ที่มองเหตุการณ์ต่างตกตะลึง ตั้งแต่แรกพวกเขาตั้งใจจะเตือนเล่ยเฉินว่า อู๋จ้าวนั้นมีการบ่มเพาะที่สูงกว่าหลายขั้น แต่จากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น พวกเขาเข้าใจได้ทันทีว่า ระดับพลังไม่มีความหมายเลย

    เพราะทุกอย่างจบลงในเวลาไม่ถึงสามวินาที! อู๋จ้าวที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะอันดับที่ 1 ในรายชื่ออัจฉริยะ กลับแพ้ง่ายๆ แบบนี้เลย

    จินเทียนที่เฝ้ามองอยู่พลันคิดขึ้นในใจ

    "ต่อให้เป็นระดับนิพพาน หากต่อสู้โดยใช้วิธีของอู๋จ้าว ภาพที่ออกมาก็คงไม่ต่างกันมากเท่าไหร่"

    ทั้งอาจารย์และคู่หมั้นของเล่ยเฉิน คนจากตระกูลอู๋ กองกำลังพันธมิตรต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก

    ขณะนั้นเอง อดีตอาจารย์ของอู๋จ้าวเห็นว่าเหตุการณ์ไม่สู้ดี นางตัดสินใจลงมือทันที หญิงสาวปล่อยออร่าระดับกึ่งจักรพรรดิ พุ่งตรงไปที่เล่ยเฉิน หวังจะสังหารเขา

    แต่ก่อนที่นางจะได้แตะต้องตัวของเล่ยเฉิน รูปแบบบางอย่างพลันปรากฏขึ้น ปกคลุมร่างของนางไว้ พลังของนางลดลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกสูบกลืน ก่อนที่ลำแสงสีทองสว่างจ้าจะพุ่งทะลุร่างของนาง เจาะทะลุร่างของนางจนเป็นรู อย่างน่าสยดสยอง

    จินเทียนรีบหันไปมองต้นตอของการโจมตี ก่อนจะพบว่า หานหมิง ยืนอยู่ไม่ไกล พร้อมกับกึ่งจักรพรรดิอีก กว่าพันคน

    แต่สิ่งที่ทำให้จินเทียนรู้สึกขนลุกก็คือ เขาไม่รู้สึกถึงพลังชีวิตจากพวกเขาเลย!

    กลับไปที่อู๋จ้าว ผู้ซึ่งตกอยู่ในสภาพน่าสมเพช เขานอนจมกองเลือดของตัวเอง ดวงตามืดบอด สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ พร้อมมองเห็นหมัดของเล่ยเฉินที่กำลังพุ่งเข้ามาที่หัวของเขาอย่างช้าๆ

    เขาหอบหายใจหนัก ก่อนจะพยายามส่งเสียงออกมา "ระบบ! ระบบ! ระบบ!!"

    เขาพยายามเรียกระบบของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    "ไอ้ระบบสุนัข! แกหายไปไหน! ช่วยฉันสิวะ!"

    แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับแม้แต่น้อย... สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย

    แต่ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะสิ้นใจ พลังบางอย่างในร่างของเขาพลันกระตุ้นออกมา

    ร่างวิญญาณของหญิงสาวปริศนา ร่างวิญญาณของพ่อเขาและบรรพบุรุษอีกหลายคนปรากฏขึ้นจากร่างของเขา ท่ามกลางพลังลึกลับที่หมุนวนอยู่รอบตัว

    ทว่าเพียงชั่วพริบตา...

    ฉึก!!

    คลื่นน้ำสีฟ้า พุ่งเข้าแทงทะลุร่างวิญญาณของหญิงสาวคนนั้นรวมถึงคนอื่นๆ ก่อนที่พวกเขาจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

    บนท้องฟ้า ณ สนามรบระหว่างจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ฉีหลานคง ที่กำลังต่อสู้กับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลอู๋ เหลือบตามองภาพนั้น ก่อนจะหัวเราะเบาๆ พร้อมกล่าวขึ้น

    "โอ้... บรรพบุรุษลงมือแล้วสินะ"

    ขณะนั้น หานหมิง โบกมือส่งสัญญาณ หุ่นเชิดระดับกึ่งจักรพรรดิ ทั้งหมดพุ่งตรงเข้าหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 33 คนจากตระกูลอู๋ และ อีกหลายกองกำลังทันที

    เสียงลมตัดผ่านอากาศ ดาบพลังวิญญาณส่องประกายวูบวาบ แรงกดดันอันมหาศาลจากหุ่นเชิดเหล่านี้ทำให้สนามรบปั่นป่วนไปทั่ว

    เจ้าแห่งยอดเขา และ ผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ ต่างปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาก็พุ่งเข้าโจมตีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 33 คนทันที

    ท้องฟ้าเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ขณะที่ศึกระหว่างยอดฝีมือระดับสูงปะทุขึ้น

    แต่แล้วในชั่วขณะนั้นเอง คลื่นพลังมหาศาลแห่งหยินหยางพลันพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า พุ่งตรงเข้าหาหานหมิงอย่างรุนแรง

    กระนั้น หานหมิงสร้างดาบแสงขึ้นมาในมือของเขาก่อนจะสะบัดดาบออกไปในเสี้ยววินาที แสงสีขาวสะท้อนฟากฟ้า ราวกับจะผ่าทะลุสวรรค์ ดาบนั้นทำลายคลื่นพลังหยินหยางได้อย่างสิ้นซาก ก่อนที่เขาจะหันไปมองเบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง

    สายตาของหานหมิงจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้า ด้านหลังของนางทอดยาวไปด้วยเรือเหาะนับหมื่นลำ ลอยเรียงรายเต็มท้องฟ้า และทหารมากมายหลาย 10 ล้านนาย แสงสะท้อนของธงประจำราชวงศ์สะบัดไหวไปมา

    ใบหน้านั้น... เขาจำได้ทันที มันเป็นใบหน้าเดียวกับเล่ยเฉิน และจากธงของราชวงศ์หยินหยาง ทำให้เขาเดาได้เลยว่านางคือ... แม่ของเล่ยเฉิน

    ในเวลาเดียวกัน ร่างของอู๋จ้าวก็ปลดปล่อยพลังสีแดงดำออกมาอย่างบ้าคลั่ง คลื่นอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน แต่เล่ยเฉินไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น เขายังคงชกเข้าไปที่หัวของอู๋จ้าว มุ่งหมายสังหารอู๋จ้าวให้ตายทันที

    แต่ก่อนที่หมัดนั้นจะสัมผัสกับอู๋จ้าว จู่ๆ ร่างของหญิงสาวหลายคนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเขา

    หนิงซิน... อดีตคู่หมั้นของเล่ยเฉิน จางฟู่... อดีตอาจารย์ของเล่ยเฉิน และสาวใช้หลายคนที่โผล่ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ที่ปล่อยออร่าของนักบุญ จนไปถึงกึ่งจักรพรรดิออกมา

    จางฟู่ในยามนี้ดวงตาไร้ความเยื่อใยใดๆ ต่อเล่ยเฉิน นางไม่เหลือแม้ความทรงจำหรือความผูกพันในอดีตอีกต่อไป ถึงแม้ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผล แม้ระดับการบ่มเพาะจะตกลงจากกึ่งจักรพรรดิ เหลือเพียงระดับนักบุญจากการโจมตีของหานหมิง จริงๆ นางควรตายแล้วแต่นางมีร่างกายพิเศษบางอย่าง ที่ทำให้นางมีหลายชีวิต

    พวกนางทุกคนต่างเป็นธิดาแห่งโชคชะตาภายใต้การควบคุมของอู๋จ้าว พวกนางไม่ลังเลที่จะลอบโจมตีเข้าใส่เล่ยเฉินจากด้านหลังเพื่อช่วยชีวิตของอู๋จ้าวเอาไว้ คลื่นพลังมากมายกำลังพุ่งเข้าใส่เล่ยเฉิน

    “เล่ยเฉิน ข้ามีชีวิตที่ดีแล้ว เจ้าหยุดมาทำลายชีวิตดีของข้าได้แล้ว”

    “ปล่อยนายน้อยเดี๋ยวนี้”

    “เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่แม้แต่คู่หมั้นตัวเองยังรักษาไว้ไม่ได้ กล้ามาแตะต้องนายน้อยของพวกเรางั้นเหรอ!?”

    “ตายซะ”

    “ถอยออกไปซะ ไอ้ขี้แพ้!!”

    ติง!! ติง! ติง!! ติง! ติง!! ติง!

    การโจมตีของหญิงสาวเหล่านั้นถูกป้องกันไว้ได้ทั้งหมด พร้อมปรากฏ ร่างของหรงหลี่เซียน ซูไป๋หนิง ฮ่าวหยาง จินเทียน รวมถึงผู้อาวุโสอีกหลายคนแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มายืนขวางรับการโจมตีของหญิงสาวเหล่านั้นเอาไว้

    “จะแตะต้องพี่ใหญ่ของเรา! ฝันไปก่อนก็แล้วกัน” หรงหลี่เซียนตวาดเสียงอย่างขบขัน

    “ไม่เสือกสิ” ฮ่าวหยางพูดขึ้นด้วยแววตาแห่งความเยือกเย็น

    พวกเขามองหน้ากันอยู่สักพักก่อนที่ศิษย์ของหานหมิงและจินเทียนจะหยิบยาบางอย่างขึ้นมากินทันที

    ตูมมมมมมม

    ออร่าของทั้ง 5 คนพุ่งทะยานขึ้นไปยังระดับนักบุญทันที

    “ตายซะ” หรงหลี่เซียนตะโกนขึ้น

    คลื่นพลังมังกรทอง พลังแห่งความว่างเปล่า คลื่นน้ำแข็ง ลูกไฟขนาดยักษ์ คลื่นดาบ พลังธาตุหลากชนิด และอาคมทำลายล้าง และการโจมตีอีกมากมาย ถูกปลดปล่อยออกพร้อมกันอย่างรวดเร็ว มันคือการโจมตีของหรงหลี่เซียน ซูไป๋หนิง ฮ่าวหยาง จินเทียน รวมถึงผู้อาวุโสอีกหลายคนแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ พุ่งเข้าใส่หนิงซิน จางฟู่ และสาวใช้ทุกคนอย่างรวดเร็ว

    ตูม! ตูม! ตูม!

    ตูม! ตูม! ตูม!

    เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ แสงจากการปะทะทำให้แม้แต่ฟากฟ้าก็สั่นไหว พื้นดินแตกร้าวราวกับวัยสิ้นโลก และบนท้องฟ้าออร่าแห่งความศักดิ์สิทธิ์พุ่งลงมาจากบนด้วยความมึนงง ว่ามันจะช่วยฝ่ายไหนดี

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน