บุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก

    จับมือ

            “ที่พวกเราเป็นแบบนี้เพราะฝีมือเธออย่างนั้นเหรอ!?” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นพร้อมกับกัดฟันกรอด

            “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ นี่เป็นคำเตือนไม่ให้คนอย่างพวกคุณมายุ่งกับผมเฉยๆเอง แต่ถ้ายังไม่สนใจคำเตือนของผมพวกคุณก็จะโดนแบบนี้...” ชายหนุ่มเดินไปแตะตัวพวกนักข่าวทุกคนด้วยความเร็วแสงเพื่อติดตราแสดงตำแหน่งก่อนจะโบกมือวูบหนึ่ง ทำให้พวกนักข่าวก็หายไปทันที จากนั้นชายหนุ่มก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นมากางแล้วเริ่มนับเลข

            “1 2 3...10” เมื่อนับจบชายหนุ่มก็โบกมืออีกครั้งหนึ่ง

            วูบบบ

            ตูมมม!

            จู่ๆร่างของพวกนักข่าวก็ปรากฏขึ้นอยู่เหนือพื้นดิน 10 เมตร ก่อนจะร่วงลงมาใส่พื้นจนเกิดแรงกระแทกเสียงดัง

            “อ๊ากกกก!”

            “อั่กกก...”

            “เอื้อออ...”

            “อะเหื้อออ...!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกนักข่าวดังขึ้นจนทำให้คนที่อยู่บริเวณรอบๆพากันหันมามอง

            “นั่นเจ้าราฟนี่ แล้วพวกคนพกกล้องที่นอนกับพื้นนั่นใช่คนจากกิลด์นักข่าวรึเปล่า ดูเหมือนจะมีเรื่องกันนะ”

            “สงสัยพวกนักข่าวจะมาหาจ่าวของราฟจอมเพี้ยนแล้วถูกเขาจัดการนั่นแหละ นี่ถ้าฉันเป็นนักข่าวแล้วรู้ว่าต้องมาทำข่าวปรมาจารย์ทลายไข่นั่นฉันปฏิเสธทันทีแน่ กลัวมันทำลายจ้อนน้อยแสนรักเหมือนเจ้ามาคัส บรื๋อ แค่นึกถึงวันนั้นก็ยังเสียวไม่หาย” หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องของราฟที่เห็นเหตุการณ์พูดขึ้นเสียงสั่น

            “แต่คิดแล้วก็อิจฉาชะมัด ทำไมจู่ๆเขาถึงแข็งแกร่งขึ้นขนาดนั้นล่ะ ถึงขนาดจัดการเทียนเฉินได้เนี่ย ฉันว่าเขาต้องไปค้นพบสมบัติในตำนานบางอย่างที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาแน่ๆ” นักเรียนอีกคนพูดขึ้นด้วยใบหน้าอิจฉา

            “อาจจะใช่ก็ได้ เพราะไม่นานมานี้เขายังเป็นแค่คนไร้พลังอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันว่าเขาเท่สุดๆไปเลยที่จัดการตระกูลหลักที่เลวร้ายอย่างตระกูลเทียนลงได้ แถมตอนที่เขาแบกตำหนักนภาครามขึ้นฟ้าเพื่อช่วยชาวเมืองจากการระเบิดในคลิปของหน่วยพิราบสีขาวก็ยังติดตาฉันอยู่เลย” นักเรียนสาวคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงซ่าน

            “เธอเป็นแฟนคลับของพัคแทยังไม่ใช่เหรอ คิดจะเปลี่ยนสายมาชอบคนน่ากลัวอย่างกับปีศาจแบบเจ้าราฟนี่นะ!?” เพื่อนสาวของเธอหันมาถาม

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันชอบพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้รึไง อีกอย่างพวกเขาสองคนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันด้วยนี่ เป็นไปได้ฉันก็อยากได้พวกเขาทั้งสองคนมาเป็นสามีเลย คนหนึ่งสุภาพอ่อนโยนราวกับเทพบุตร อีกคนก็ร้ายกาจราวกับปีศาจ อร๊ายยย ฟินคร่าาา” หญิงสาวคนนั้นตอบพร้อมกับบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

            “ยัยนี่...” เพื่อนของเธอที่ได้ยินคำตอบถึงกับเอามือกุมหัว

            .

            .

            .

            ทางด้านราฟ

            “ทีนี้จะยอมทำตามที่ผมบอกรึยัง ถ้าไม่ยอมอีกผมจะไปถล่มกิลด์พวกคุณเหมือนที่ทำกับตระกูลเทียนทีละแห่งเลยคอยดู อย่าคิดลองดีล่ะ เพราะผมจำหน้าของพวกคุณไว้หมดแล้ว” ราฟบอกพวกนักข่าวที่กำลังนอนช็อคพร้อมกับหอบหายใจถี่รัวไม่หยุดด้วยรอยยิ้มกว้าง

            “ยะ ยอมแล้ว พวกฉันจะไปบอกหัวหน้ากิลด์ของพวกฉันให้ อย่าให้พวกฉันหล่นลงมาจากท้องฟ้าอีกเลยนะ ขอร้องล่ะ แค่นี้ก็รู้สึกเหมือนไปท่องปรภพมาสามรอบแล้ว อะ อ้วกกก” หนึ่งในนักข่าวตอบรับพลางอ้อนวอนราฟเสียงสั่นเครือทั้งนำ้ตา ก่อนจะก้มหน้ากับพื้นอ้วกออกมา

            “...” ราฟทีจมูกดีถึงกับต้องรีบเอามือปิดจมูกเพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหลายที่ถูกปล่อยออกมาจากพวกนักข่าว

            ราฟปรับสัมผัสของเขาให้เหมือนคนทั่วไปก่อนจะเกาหัวแล้วพูดต่อว่า

            “ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกคุณเป็นแบบนี้ ตอนแรกกะจะส่งพวกคุณไปดำน้ำที่ทะเลสามเหลี่ยมปีศาจแต่ก็กลัวว่าจะถูกอสูรรุมทึ้งซะก่อนเลยส่งขึ้นไปเล่นบันจี้จั๊มแทนน่ะ แหะๆ”

            “...”

            ‘เจ้าเด็กนี่มันเกิดในคาสิโนแล้วโตในคุกรึไงวะ ทำไมถึงคิดเรื่องโหดร้ายได้หน้าตาเฉยแบบนี้’ พวกนักข่าวรวมถึงนักเรียนไอรีนทีได้ฟังพากันคิดคล้ายกันโดยไม่ได้นักหมาย

            “เอาล่ะๆ ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วก็รีบกลับไปเถอะครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ ขอตัวล่ะ” เมื่อพูดจบราฟก็หายตัวไปจากสายตาของทุกคน ทิ้งให้พวกนักข่าวนอนฟุบอยู่แบบนั้น

            “เราไปช่วยพวกเขากันก่อนเถอะ” หนึ่งในนักเรียนพูดขึ้นขณะก้าวออกมา

            “โห นายแม่งโคตรแมนเลยว่ะ นับถือๆ” นักเรียนที่เหลือพากันยกนิ้วให้เขาก่อนจะพากันเดินเข้าไปช่วยด้วย

            “เปล่าหรอก แค่เหม็นกลิ่นพวกเขา พาตัวพวกเขาไปส่งห้องพยาบาลให้ไวเลย ขืนรอฝ่ายเก็บกวาดได้มีกลิ่นติดสวนหน้าหอพวกเราแน่ ถ้าเป็นงั้นจริงสาวๆไม่เดินมาเฉียดหอพวกเราแน่”

            “...”

            “นับว่ามีเหตุผล รออยู่อยู่ล่ะพวกนาย มาช่วยเก็บขยะ เอ๊ย พาพวกนักข่าวไปห้องพยาบาลเร็ว อุ๊บ พวกพี่แกปล่อยของจากตรงไหนบ้างวะเนี่ย”

            “พวกพี่ท่านกินอะไรกันมาครับเนี่ย ว่างๆไปตรวจลำไส้บ้างนะ อุ๊บบบ ใครก็ได้ไปเอาหน้ากากกันพิษมาหน่อย!”

            “ฮึกๆๆ” เหล่านักข่าวได้แต่ก้มหน้ารับคำบ่นของพวกนักเรียนไอรีนทั้งน้ำตา

            ‘เซราฟ ดาร์เซีย ต่อให้ตายตูก็จะไม่มาหาเอ็งอีก!’ และนี่ก็คือสิ่งที่บรรดานักข่าวคิดเหมือนกัน

            .

            .

            .

            [ห้องของราฟ]

            ฟุบบบ

            “เอาล่ะ ไปกันเถอะครับลิลิธ ว่าแต่หนูโกโก้จะไปในร่างไหนเหรอ”

            ราฟที่พึ่งมาถึงบอกลิลิธก่อนจะหันมาถามโกโก้

            “หนูอยากไปในร่างเด็กค่าาา หนูจะกินของอร่อยให้หมดเลยยย” โกโก้พูดเสียงร่าเริงบนตักของลิลิธ เด็กน้อยเริ่มคุ้นชินกับการแทนตัวแบบนี้แล้ว ทำให้ราฟมองเธออย่างเอ็นดู

            ดูเหมือนแม้แต่จักรพรรดิโลหิตผู้น่าเกรงขามก็ยังต้องแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กสาว

            “เคจ้า ถ้างั้นไปกันเลยนะ” ราฟใช้สองมือจับมือโกโก้และลิลิธคนละข้างก่อนจะเทเลพอร์ตไปจากห้อง

            .

            .

            .

            [ย่านการค้าไอรีน]

            ฟุบบบ

            “ถึงแล้วครับ” ราฟหันมาบอกลิลิธก่อนจะอุ้มโกโก้ขึ้นมาตามความเคยชิน จากนั้นชายหนุ่มก็ยื่นมืออีกข้างไปหาลิลิธ

            “?” ลิลิธมองดูมือที่ยื่นมาอย่างสงสัยแล้วเงยหน้าขึ้นมามองราฟ

            “จับมือไงครับ คนรักกันเค้าก็ทำกันทั้งนั้นแหละ”

            “...” ลิลิธที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านนี้แต่ก็เคยได้ดูซีรีย์เลิฟคอมเมดี้ของแดนมนุษย์มาบ้างทำให้เธอรู้สึกเขินหนักมากเพราะไม่เคยทำมันมาก่อน