พ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก

    บทที่ 4 อำนาจตระกูลบริทเทรย์ // ศึกประลองยุทธ์ #02 ขัดเกลา

            อลันฝึกซ้อมให้อิเรเน่ที่ปราสาทก่อนวันแข่ง 3วัน

            บีนเฝ้าตามประกบแอนแทนอลัน    ต่อให้มีคนกำลังจะตายอยู่ห่างออกไป   บีนจะไม่ผละจากแอนไปช่วยใครเด็ดขาด    แผนล่อผู้ติดตามออกจากนายหญิงนั้น   พวกศัตรูไม่มีทางทำได้    อีกทั้งนางเองก็เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุดดังนั้นการเห็นคนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับนางตายนั้นถือว่าไม่เดือดไม่ร้อนอะไรเลยสำหรับนาง

            อาราเทียนั่งดูอลันสอนอิเรเน่

            อลันแม้ไม่ตามใจ   แต่ก็หาได้เข้มงวดกวดขันอะไรนัก   เพราะจะทำให้คนเรียนซึมซับได้ยาก  แต่จะสอนให้สนุกสนานเกินไปก็ไม่ใช่การฝึกต่อสู้แล้ว

            “อลัน  ถ้าคู่ต่อสู้มาในที่ที่คาดเดาและรับมือยากจะทำยังไงล่ะ?”...อิเรเน่ถามผู้ฝึกสอน

            “สนใจทำไม?”...อลันถามกลับ

            “เอ้า!  แล้วจะให้รับมือยังไงล่ะ?”

            “การตั้งรับท่าที่เข้ามาด้วยความพิสดารมีแต่เพิ่มความเสี่ยง  ขณะศัตรูรุก  เราต้องรุกกลับ  ลงมือทีหลังบรรลุก่อน!!”.....อลันกอดอกพูด

            “โอ.....”....อาราเทียอดอุทานไม่ได้

            “เดี๋ยวนะ พูดมันง่ายนะ”...อิเรเน่เท้าเอวมองอลัน

            “ศัตรูที่มีท่าและลูกเล่นพิสดาร   หากเราโจมตีใส่ส่งเดชมีแต่จะเจอกับดักที่มันวางหมากหลอกล่อไว้  มีแต่ตอนมันโจมตีด้วยท่าไม้ตายเท่านั้นที่แทบจะไร้การป้องกัน   ไม่จัดการมันตอนนั้น  จะให้จัดการตอนไหน?”...อลันตอบจริงจัง

            “แต่การไม่ตั้งรับมันออกจะ..........”...อิเรเน่กำลังจะค้าน

            อลันตวาดขึ้นมา

            “อยากรอรับท่าไม้ตายศัตรูแล้วเพิ่มโอกาสตายให้ตัวเองก็ไม่ว่า  แต่ขอร้องว่าให้ใช้ตอนสู้ด้วยเรื่องของตัวเองคนเดียว    หากมีคนอื่นรอเจ้าอยู่เบื้องหลังล่ะก็   รบกวนใช้วิธีของข้า”

            “ค...ค่ะ....”....อิเรเน่อึ้ง  แล้วรับคำแบบจ๋อยๆ

            “การรุกคือการป้องกันที่ดีที่สุด    ถ้าการป้องกันมันดี   ทหารมันก็คงไม่ต้องเน้นฝึกดาบฝึกทวนกันแล้ว    คงไปหัดใช้โล่ทั้งวันแล้วฝึกดาบฝึกทวนนิดๆหน่อยๆ ก็พอมั้ง”...อลันพูดเสียงดัง

            เหล่าทหารและนายกองของเคาน์ราเชนเองก็เริ่มสนใจสิ่งที่อลันสอน  พวกเขาหยุดยืนดูการฝึกและฟังอลันสอน

            “การตั้งรับปัดท่าไม้ตายคู่ต่อสู้นั้น    เอาไว้ตัวเองมีฝีมือห่างทิ้งคู่ต่อสู้หลายขุมค่อยทำ   เวลาฝึกมันสั้นเกินไป ถ้ามีสักเดือนหนึ่งไว้จะสอนวิธีจับกระแสฝั่งตรงข้ามให้  จะท่าพิสดารขนาดไหนก็จะรู้จุดสุดท้ายที่มันจะโจมตีในที่สุด   แต่อย่างที่รู้กัน  มีเวลาแค่ 3 วัน ไม่สิ  นี่ก็จะหมดวันแล้ว  เหลืออีก 2 วันเศษๆ เท่านั้น  จะฝึกเข้มล่ะนะ”......อลันถือไม้เท้าคนแก่ที่ซื้อมาระหว่างเดินกลับปราสาทเดินเข้าหาอิเรเน่

            แทงเข้าไป อิเรเน่ยกดาบรับ

            “โดน!”....ก่อนดาบอิเรเน่จะปัดเข้าที่ไม้ของอลัน  ปลายไม้เท้าจี้เข้าหว่างคิ้วนางแล้ว

            “อ..เอาใหม่…!!”...อิเรเน่ขออีกรอบ

            “เพลงดาบอักษรกรีดนภาของเจ้ามีท่าโจมจีเป็นชุด  หรือท่าหลอกมั้ย?”...อลันถาม

            “มี...ทำไมเหรอ?”

            “รวบให้เหลือการโจมตีครั้งเดียว   จะไม่มีการใช้ท่าหลอก  ทุกดาบที่ฟันหรือแทงออกไปหากศัตรูไม่เลี่ยงมันต้องตาย   ถ้ามันรู้ว่าเป็นท่าหลอกมันก็แค่ฟันๆ ปัดๆรอจังหวะเราเผยช่องโหว่โจมตีใส่แค่นั้น”

            อลันเดินกลับไปใหม่  แล้วโจมตีมาอีก

            อิเรเน่ฟันสวนด้วยดาบเหล็กไร้คมสำหรับฝึกซ้อม

             

            ยังคงโจมตีช้าไป

             

            “ดีขึ้น....อีกรอบ”....อลันเริ่มชมแม้ว่าจะยังทำไม่ได้

             

            ตกค่ำ

            “ทั้ง 3 คนทานมื้อเย็นกันก่อนเถอะ”....แอนเดินมาตามอลัน  อิเรเน่ และอาราเทีย

            “อืม พักก่อน  กินอิ่มแล้วค่อยฝึกต่อ”....อลันกวักมือเรียกอิเรเน่ที่ฝึกอยู่และอาราเทียที่ยืนดู

            “จะยกแขนไม่ขึ้นแล้ว”...อิเรเน่เดินบ่นโอดโอย

            “หม่อมฉันถือดาบให้นะเพคะ”...แอนเสนอตัว

            “ไม่ได้ครับนายหญิง   ให้นางถือเอง  วางได้แค่ตอนกำลังกินเท่านั้น”....อลันบอก

            “อืม....จ้ะ...เข้มงวดจัง”...แอนเม้มปากเดินมาดึงแก้มอลัน

            “ไว้หลัง 3 ทุ่มจะเริ่มสอนการควบคุมออร่าให้”....อลันพูดขึ้นมา

            “หา.....ตอนนั้นล้าไปหมดแล้ว    สภาพสมองจะพอรับรู้เรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้นได้ไง...แถมเผลอๆจะง่วงเอาด้วย”....อิเรเน่บ่นอีก

            “ไม่ฝึก?”....อลันเลิกคิ้วถาม

            “ฝึกค่ะ ฝึก”.....อิเรเน่ไม่กล้าบ่นอีก

            “ในที่สุดก็ได้ฝึกออร่าแล้ว”...อาราเทียตื่นเต้นเอามาก

             

            มื้อเย็น ในปราสาทมีการเปิดตั้งโต๊ะอาหารแบบบุฟเฟ่ต์   เน้นกินกันเรียบง่าย  เพราะปราสาทคึกคักจากการที่ทหารออกเวรเริ่มหยิบจับอาวุธมาร่วมฝึกในสิ่งที่อลันสอน   เคาน์ราเชนมองว่าเป็นโอกาสและบรรยากาศที่ดีจึงจัดมื้อเย็นแบบที่ทุกคนมาทานด้วยกันได้

            “องค์หญิงฝึกหนักเลย    อลันให้รางวัลนางไม่สิจ้ะ”...แอนกระซิบอลัน

            “นั่นสิคะนายท่าน   องค์หญิงแม้บ่นอิดออด   แต่ตั้งใจฝึกมากเลยนะคะ”....บีนเห็นด้วย

            อนัมองไปหาอิเรเน่ที่มือยกและหยิบจัดอาหารยากเย็นเพราะแขนสั่นมือสั่นไปหมด

            อลันเดินเข้ามาหยิบอาหารให้แล้วป้อน

            “อ้ำ”....อลันเอาอาหารจ่อปาก

            อิเรเน่มองอลันแป๊บเดียวแล้วอ้าปากยื่นมางับอาหารเคี้ยวหยุบหยับ   ดูไปน่ารักว่าง่ายดี

            อลันป้อนอีกเรื่อยๆ  อิเรเน่กินใหญ่เลย

            “อุตส่าห์ตั้งใจฝึก  แขนยังหยิบอะไรลำบาก  มา... ..ข้าถือว่าเป็นรางวัล จะป้อนให้นะ   เอ...รึหรือนับเป็นรางวัลไม่ได้?”...อลันแกล้งแหย่อิเรเน่

            “อื้อออ..อ.อ.”....อิเรเน่ย่ำเท้างอแง

            “ป้อนอีก”....นางอ้าปากรออลัน

            อลันป้อนอีก

            “คุ้มที่ฝึกมั้ยเพคะ?”...บีนยิ้มถาม

            “คุ้ม!!”....อิเรเน่พูดทั้งที่อาหารเต็มปาก

             

            พอทานเสร็จ พักให้หายอิ่มไปครู่เดียว อลันเริ่มฝึกอีก เหล่าทหารเองก็รบกวนอลันขอให้สอนด้วย

            “เอาล่ะ จะสาธิตวิธีการสกัดท่าใหญ่ๆ ให้  เชิญองค์หญิงให้ท่าไม้ตายที่รุนแรงโจมตีมา”....อลันผายมือเชิญอิเรเน่

            อิเรเน่ทีแรกจะถามว่า<<จะดีเหรอ?>>  แต่พอมาคิดดูว่าอีกฝั่งคืออลัน  นางก็ไม่ลังเลอีก

            เพลงดาบอักษรกรีดนภา......กระบวนท่าทำลายวิหารฟ้า!!

            อิเรเน่กรีดดาบลงพื้นรวบรวมพลังจากผืนปฐพี แล้วทะยานขึ้นด้วยพลังมหาศาลหมายจะฟาดลงมาด้วยท่าทำลายล้าง  มันสามารถพังตัวตึกเก็บอาวุธตรงนี้ได้ในคราเดียว    นี่คือท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของนาง

            ทว่าหลังจากกรีดพื้นแล้วจะงัดขึ้น

            อิเรเน่หงายกระเด็นแทบติดกำแพงอีกฝั่งด้วยการโดนเท้าเปล่าๆ  ของอลันยันเข้าที่ใบหน้า  แต่ไม่ได้กระทุ้งเท้าเข้าไป

            “มอญยันหลัก  อันนี้คือท่ายันหยุดการเข้าทำของคู่ต่อสู้ในมวยโบราณบ้านคุณตาของข้า”....อลันพูด

            ทุกคนตะลึงด้วย 2 สาเหตุ

            1.อลันสามารถหยุดท่าไม้ตายที่รุนแรงในชั่วอึดใจ

            2.อลันกล้าเอาเท้าทาบหน้าใส่องค์หญิง

             

            “อลัน!! ตายแล้ว!!  ทำไมทำแบบนี้”....แอนวิ่งเข้าไปพยุงอิเรเน่ขึ้นแล้วกล่าว

            “ขอประทานอภัยแทนอลันด้วยเพคะ”....แอนลนลาน

            “นี่คือการฝึกครับนายหญิง   ถ้าแค่นี้โดนไม่ได้ก็ถอนตัวจากการแข่งไป  ศัตรูมันคงรำคาญที่ต้องมาระวังบรรดาศักดิ์ของนาง”.....อลันบอกแอน

            “อย่างที่อลันพูดน่ะแอน   มันคือการฝึก   มันคือการต่อสู้   เจ้าถอยไปก่อน   ข้าจะฝึกต่อ”...อิเรเน่จับแขนแอน

            “แต่......”...แอนเป็นห่วง

            “ไม่มีแต่!”....อิเรเน่แกะมือแอนออก

            “ใช้ท่าเมื่อกี้มาอีก   เมื่อสักครู่คือการสวยก่อนท่าจะสำแดงหลังจากเราพอจะรู้แล้วว่าคู่ต่อสู้ตั้งใจจะทำอะไร..   ...ต่อไปจะโจมตีสวนขณะที่คู่ต่อสู้เริ่มออกท่ามาแล้ว  เอ้า! โจมตีมา”....อลันพูดกับทหารด้วย

            อิเรเน่ใช่ท่าเดิม  แต่เปลี่ยนจังหวะการโจมตี

            นางลอยขึ้นแต่ไม่เน้นสูงมากเพราะไม่ต้องการพลังทำลายที่เป็นวงกว้างกับคู่ต่อสู้แค่คนเดียว    อีกทั้งการโดดขึ้นยิ่งสูงมากยิ่งมีแต่จะเผยช่องว่างนานขึ้น

             

            วูบ.บ.บ.บ.บบ.บบบบบบ.บ.บ..บ

            ดาบฟาดฟันลงมาด้วยออร่าสายโจมตีที่อัดแน่นพลังทำลายที่รุนแรง

            ดาบชูขึ้นเหนือหัวแล้วฟันลงมาได้เพียง 1 ใน 3ของรอบวงการฟัน

            อลันซัดไม้พุ่งเข้ากระทุ้งอัดที่อกของอิเรเน่ดังอึก! ก่อนนางจะร่วงลงมา

            อลันรีบเข้าไปรับอิเรเน่ที่จะตกพื้นแล้วใช้ออกร่าอังเข้าที่จุดที่โดนหัวไม้เท้ากระทุ้งเพื่อคลายอาการจุกเสียด

            “เอาล่ะ ผลัดกันใช้ท่าไม้ตาย อีกคนชิงทำเคาน์เตอร์ก่อนจะโจมตีเสร็จ”....อลันสั่งทุกคนที่มาร่วมฝึกซ้อม

            อิเรเน่พักจนดีขึ้น

            “ต่อไปข้าจะทำการโจมตีบ้าง  เจ้าหัดทำเคาน์เตอร์ชิงลงมือใส่ข้า  เข้าใจนะ”....อลันลูบที่กลางอกอิเรเน่

            “ค่ะ....”...อิเรเน่หายใจเข้าออกยาวๆ

            “ดี”.....อลันลูบเต้าอิเรเน่โดยที่ไม่มีคนสังเกต

            อิเรเน่อึ้ง  แล้วเงยหน้าไปยิ้มให้อลัน  จากนั้นทำเป็นหยิกอลันเบาๆ

            “ให้รางวัลปลอบใจ”...อลันยิ้มตอบ

            “รางวัลอะไรคะ ตัวเองเป็นฝ่ายได้จับแท้ๆ เป็นฝ่ายเอากำไรจะมาพูดเอาบุญคุณว่าให้รางวัลคนอื่นอีก  หลงตัวเองจริงๆ..”....อิเรเน่ลูบแขนอลันแล้วเงยหน้ามอง

            “เอาล่ะ พร้อมฝึกต่อรึยัง?”...อลันถาม

            “ค่ะ”

            “ดี งั้นเริ่ม”

             

            การฝึกเป็นไปอย่างเข้มข้นจน 3 ทุ่ม

            อาราเทียเฝ้ารอเวลานี้

            อลันเห็นว่าเทคนิคต่อไปนี้อันตรายหากคนที่เอาไปใช้นั้นใช้ผิดทาง  อลันจึงเลือกสอนแค่หลักการรักษาและคงพลังออร่าไว้ไม่ให้ใช้ไปแบบสูญเปล่า   การคงสภาพพลังไว้กับท่าต่อสู้   พลังอาวุธ  และการคุ้มกันกายโดยที่ไม่ต้องเปล่งพลังแบบใช้แล้วทิ้งให้หมดไปในแต่ละครั้ง

            วิธีนี้เหล่าทหารชอบอย่างมาก   เพราะในการทำหน้าที่นั้น ทหารที่มีวิชาออร่าจะหมดออร่าไปอย่างรวดเร็วในการทำหน้าที่  พวกเขาจำต้องกักเก็บออร่าไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็น   แต่ถ้าคงสภาพออร่าไว้ได้   พวกเขาจะเอามาหมุนเวียนใช้ในการทำงานระยะยาวๆได้โดยไม่ต้องหมดพลัง

            แต่การคงสภาพพลังไว้ไม่ใช่ง่ายๆ   ไม่งั้นคงทำได้กันทุกคนหมดแล้ว

            อลันสอนการทำสมาธิโดยการเจริญสติจับที่ลมหายใจแบบพุทธเพื่อเป็นพื้นฐานในการคงสภาวะจิตให้สงบได้บ่อยครั้งในแต่ละวัน

            [เอาเถอะ   มีเวลาแค่ 3 วัน  จะมาเคี่ยวเข็ญเอาป่านนี้ก็มีแต่จะบาดเจ็บก่อนลงแข่งเปล่าๆ  ฝึกเท่าที่ไหวก็พอ  ถึงแพ้มาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรต่อแผนการณ์เดิมของเรา]...อลันคิด

            ............

            ทางด้านเอียนน์ที่โยฮันตัน

            หลังจากได้รับรายงานจากแอนและอลัน    เขาประเมินแล้วว่ายังไงพวกมันก็ต้องเป็นเจ้าภาพจัดงานประลองให้ได้เพราะงานเทศกาลทำให้เงินสะพัดอย่างมาก   มันจะช่วยชดเชยเงินส่วนที่หายไปจากการโดนพวกอลันถล่มห้องคลังได้บ้างในภาพรวม

            แต่นั่นยังไม่พอ    การพนันต่างหากที่เป็นตัวคืนทุนทรัพย์ของพวกมันที่แท้จริง  ถ้าอลันลงแข่งคราวนี้จะต้องเป็นตัวเต็งของรายการแน่ๆ  แน่นอนว่าการวางเดิมพันฝั่งที่เป็นแต้มต่อนั่นมันได้น้อยแสนจะน้อย  การพนันวงนอกต้องมี    แต่มันต้องพลิกโผหักปากกาเซียนเจ้ามือจึงจะกินเรียบรับทรัพย์มหาศาล

            ดูท่าคราวนี้อลันจะไม่ได้ลงแข่งแบบราบรื่นแล้วแน่แท้

            ไหนจะเงินรางวัลของรายการที่มาจากผู้สนับสนุนต่างๆอีกมากมาย  หากคนของมันชนะเลิศการแข่ง   ก็จะทำกำไรจากเรื่องนี้ได้ขึ้นไปอีก

            ดูท่าเอียนน์ต้องส่งคำสั่งใหม่ไปให้

            ..........

            ค่ำคืนที่ปราสาทวินบริค

            “ระหว่างที่อลันลงแข่งในรอบแรก    พวกเจ้าจะจัดการนางได้แน่นะ?”....มิลัวร์ถาม

            “ได้ครับ  ถ้าพวกเขา 3 คนช่วยกัน  ลำพัง เงามืดแม้จะเก่งที่สุดในหมู่นักฆ่าที่ข้าชุบเลี้ยงมา แต่ไม่อาจต้านทาน 3 ต่อ 1 ได้แน่  ระหว่างนั้นข้าจะจับแอนมาเอง”....การาโทสรับคำ

            “จำไว้ว่าแอนเป็นว่าที่เมียข้า ถ้าท่านทำอันตรายนางรับรองท่านไม่มีที่ซุกหัวแน่  อย่าลืมว่าแค่เราไม่ถือสาที่พวกเจ้าเลยลอบสังหารคนของเราตามคำสั่งองค์รัชทายาทมาก่อนนั้น   ก็นับว่าเมตตาปราณีมากแล้วในการให้ที่พักพิงพวกเจ้าที่กำลังโดนไล่ล่ากวาดล้าง”...เวนนี่ย้ำสถานะของพวกการาโทส

            “เรามิกล้าทำร้ายว่าที่พระชายาของรัชทายาทในอนาคตแน่นอครับ”....การาโทสรับคำอีก

            “เอาน่าน้องพี่   การาโทสเป็นมืออาชีพ  เขารู้หรอกน่าว่าต้องทำอะไร เราแค่ต้องการให้นางหายตัวไปให้อลันไขว้เขวจนพลิกผลการประลองแค่นั้น   ... แต่ถ้าเจ้าจะคว้าโอกาสเอานางทำเมียซะเลย  ข้าว่าอะไรๆ  มันก็จะเร็วขึ้นนะ”.....มิลัวร์เสนอให้น้องชาย

            “ข้าไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนั้นกับนางแน่!”...เวนนี่ค้าน

            “เจ้าคิดดู   นางเป็นคนหน้าบางขี้อาย   ข้านางเสียตัวให้เจ้า นอกจากไม่กล้าสู้หน้าอลันแล้ว  เผลอๆ อาจจะจำใจยอมแต่งกับเจ้าเพื่อให้เจ้ารับผิดชอบนาง ลองคิดสิถ้าเจ้าเอานางมากกจนกว่าจะจบการประลอง   นางที่ไม่ได้รับยาคุมเลยต้องตั้งท้องลูกเจ้าแน่   มีเหรอนางจะให้ลูกของนางกำพร้า   นางเป็นขุนนางยศไวเคานเตสนะมีแต่ต้องแต่งงานกับเจ้าเพื่อรักษาหน้า    อลันหลังแพ้การประลองหรือถอนตัวไปก่อนก็ตาม   เมื่อเขารู้ว่ายอดรักของเขาท้องกับเจ้า  ครั้นจะฆ่าเจ้าลูกของนางก็จะขาดพ่อ  เผลอๆ จะเสียศูนย์ในการใช้ชีวิตไปเลย   เป็นไงแผนพี่”

            ...มิลัวร์เสนอ

            เวนนี่ถึงกับนิ่งไปพักหนึ่งกับวิธีนี้

            “แรกๆ นางอาจจะโกรธเกลียดเจ้า   แต่หลังจากเจ้ารับผิดชอบนาง   นานวันเข้าผู้ชายหล่อและเก่งเช่นเจ้าเฝ้าดูแลเอาใจใส่เช้าเย็น    แถมผ่านการเสพสัมพันธ์สวาทกันข้ามวันคืนมาแล้ว    มีเหรอจะไม่อ่อนลง  พี่เป็นผู้หญิง  ดูผู้หญิงด้วยกันไม่ผิดหรอก”....มิลัวร์แจง

            “แต่....นางต่างจากท่านพี่นะ  ท่านพี่น่ะชอบเสพสมกับชายหนุ่มที่อ่อนไวกว่า  จะไปเข้าใจนางได้ยังไง”....เวนนี่ค้าน

            “เจ้าจะบอกว่านางวิเศษกว่าข้าในด้านหัวจิตหัวใจก็ว่างั้น?  ...  โถ....น้องรัก นางไม่ได้วิเศษกว่าใครเลย   นางก็หลงความหล่อและความเก่งของอลันเฉกเช่นหญิงสาวนางอื่นๆ   มีเหรอถ้าโดนเจ้าผู้เพียบพร้อมประเคนกามให้จนตั้งท้อง    แล้วแต่งเข้าตระกูลเราจนได้รับการดูแลอย่างดี   มีเหรอจะไม่ยอมใจอ่อนศิโรราบทำตัวเป็นเมียเจ้าในที่สุด   ต่อให้ไม่ถึงกับว่านอนสอนง่าย   แต่อย่างน้อยก็ยอมนอนเตียงเดียวกันให้เจ้ากอดทุกวันแน่นอน”....มิลัวร์พูดจนเวนนี่เหงื่อแตกออกมา

            นางเห็นว่าเวนนี่เองก็มีการแข็งตัวที่แท่งของเขา     จึงเติมเชื้อไฟต่อ

            “แต่เจ้าต้องทำตั้งแต่นางโดนโปะยาสลบนะ    ขนาดของเจ้านี่ไม่ธรรมดา   ตัวเล็กๆแบบนางรับครั้งแรกด้วยแท่งเจ้าไม่ไหวหรอกนะ  เอาไว้ทำได้ 1 วัน 1 คืนช่วงนางหลับ   ค่อยให้นางได้สติตื่นมาอาจจะระบมไปบ้าง  แต่ก็ยังดีกว่ารู้สึกตัวขณะโดนชำแรกด้วยแท่งขนาดเจ้า”

            “ท..ท่าน..พ..พี่..ว่า....มันจะได้ผลจริงเหรอ?”....เวนนี่เริ่มถามเสียงสั่นกระเส่า

            “ไม่ลองจะรู้เหรอ?”

            “แล้ว ถ้ามันไม่ได้ผลล่ะ?....ถ....ถ้านางเกลียดข้าชนิดที่ไม่อยากเจอหน้าล่ะ?   ถ้านาง...........”

            “ถึงตอนนั้นแล้วจะยังไง    ป่านนั้นลูกเจ้าคงสถิตอยู่ในท้องนาง    ข้าจะป่าวประกาศเองว่านางได้เสียกับเจ้าแล้วจนท้อง     ทางตระกูลบริทเทรย์พร้อมจัดงานแต่งงานรับผิดชอบนาง   ดูสิจะทำไง ถ้าไม่แต่งเข้าบ้านเรา นางจะเอาหน้าไปไว้ไหน”.....มิลัวร์ยิ้ม

            “เอา...ข้าเอา....วันแข่งรีบจับตัวนางมา   ข้าจะมอบความรักข้าเข้าไปในตัวนางเอง”....เวนนี่ยิ้มด้วยสีหน้าหื่นกระหาย

            “ครับ พวกข้ารับรองจะไม่พลาด”....การาโทสน้อมกายรับแผนการนี้

    คล้ายกับเรื่องพ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก ที่คุณอ่าน