อลันฝึกซ้อมให้อิเรเน่ที่ปราสาทก่อนวันแข่ง 3วัน
บีนเฝ้าตามประกบแอนแทนอลัน ต่อให้มีคนกำลังจะตายอยู่ห่างออกไป บีนจะไม่ผละจากแอนไปช่วยใครเด็ดขาด แผนล่อผู้ติดตามออกจากนายหญิงนั้น พวกศัตรูไม่มีทางทำได้ อีกทั้งนางเองก็เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุดดังนั้นการเห็นคนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับนางตายนั้นถือว่าไม่เดือดไม่ร้อนอะไรเลยสำหรับนาง
อาราเทียนั่งดูอลันสอนอิเรเน่
อลันแม้ไม่ตามใจ แต่ก็หาได้เข้มงวดกวดขันอะไรนัก เพราะจะทำให้คนเรียนซึมซับได้ยาก แต่จะสอนให้สนุกสนานเกินไปก็ไม่ใช่การฝึกต่อสู้แล้ว
“อลัน ถ้าคู่ต่อสู้มาในที่ที่คาดเดาและรับมือยากจะทำยังไงล่ะ?”...อิเรเน่ถามผู้ฝึกสอน
“สนใจทำไม?”...อลันถามกลับ
“เอ้า! แล้วจะให้รับมือยังไงล่ะ?”
“การตั้งรับท่าที่เข้ามาด้วยความพิสดารมีแต่เพิ่มความเสี่ยง ขณะศัตรูรุก เราต้องรุกกลับ ลงมือทีหลังบรรลุก่อน!!”.....อลันกอดอกพูด
“โอ.....”....อาราเทียอดอุทานไม่ได้
“เดี๋ยวนะ พูดมันง่ายนะ”...อิเรเน่เท้าเอวมองอลัน
“ศัตรูที่มีท่าและลูกเล่นพิสดาร หากเราโจมตีใส่ส่งเดชมีแต่จะเจอกับดักที่มันวางหมากหลอกล่อไว้ มีแต่ตอนมันโจมตีด้วยท่าไม้ตายเท่านั้นที่แทบจะไร้การป้องกัน ไม่จัดการมันตอนนั้น จะให้จัดการตอนไหน?”...อลันตอบจริงจัง
“แต่การไม่ตั้งรับมันออกจะ..........”...อิเรเน่กำลังจะค้าน
อลันตวาดขึ้นมา
“อยากรอรับท่าไม้ตายศัตรูแล้วเพิ่มโอกาสตายให้ตัวเองก็ไม่ว่า แต่ขอร้องว่าให้ใช้ตอนสู้ด้วยเรื่องของตัวเองคนเดียว หากมีคนอื่นรอเจ้าอยู่เบื้องหลังล่ะก็ รบกวนใช้วิธีของข้า”
“ค...ค่ะ....”....อิเรเน่อึ้ง แล้วรับคำแบบจ๋อยๆ
“การรุกคือการป้องกันที่ดีที่สุด ถ้าการป้องกันมันดี ทหารมันก็คงไม่ต้องเน้นฝึกดาบฝึกทวนกันแล้ว คงไปหัดใช้โล่ทั้งวันแล้วฝึกดาบฝึกทวนนิดๆหน่อยๆ ก็พอมั้ง”...อลันพูดเสียงดัง
เหล่าทหารและนายกองของเคาน์ราเชนเองก็เริ่มสนใจสิ่งที่อลันสอน พวกเขาหยุดยืนดูการฝึกและฟังอลันสอน
“การตั้งรับปัดท่าไม้ตายคู่ต่อสู้นั้น เอาไว้ตัวเองมีฝีมือห่างทิ้งคู่ต่อสู้หลายขุมค่อยทำ เวลาฝึกมันสั้นเกินไป ถ้ามีสักเดือนหนึ่งไว้จะสอนวิธีจับกระแสฝั่งตรงข้ามให้ จะท่าพิสดารขนาดไหนก็จะรู้จุดสุดท้ายที่มันจะโจมตีในที่สุด แต่อย่างที่รู้กัน มีเวลาแค่ 3 วัน ไม่สิ นี่ก็จะหมดวันแล้ว เหลืออีก 2 วันเศษๆ เท่านั้น จะฝึกเข้มล่ะนะ”......อลันถือไม้เท้าคนแก่ที่ซื้อมาระหว่างเดินกลับปราสาทเดินเข้าหาอิเรเน่
แทงเข้าไป อิเรเน่ยกดาบรับ
“โดน!”....ก่อนดาบอิเรเน่จะปัดเข้าที่ไม้ของอลัน ปลายไม้เท้าจี้เข้าหว่างคิ้วนางแล้ว
“อ..เอาใหม่…!!”...อิเรเน่ขออีกรอบ
“เพลงดาบอักษรกรีดนภาของเจ้ามีท่าโจมจีเป็นชุด หรือท่าหลอกมั้ย?”...อลันถาม
“มี...ทำไมเหรอ?”
“รวบให้เหลือการโจมตีครั้งเดียว จะไม่มีการใช้ท่าหลอก ทุกดาบที่ฟันหรือแทงออกไปหากศัตรูไม่เลี่ยงมันต้องตาย ถ้ามันรู้ว่าเป็นท่าหลอกมันก็แค่ฟันๆ ปัดๆรอจังหวะเราเผยช่องโหว่โจมตีใส่แค่นั้น”
อลันเดินกลับไปใหม่ แล้วโจมตีมาอีก
อิเรเน่ฟันสวนด้วยดาบเหล็กไร้คมสำหรับฝึกซ้อม
ยังคงโจมตีช้าไป
“ดีขึ้น....อีกรอบ”....อลันเริ่มชมแม้ว่าจะยังทำไม่ได้
ตกค่ำ
“ทั้ง 3 คนทานมื้อเย็นกันก่อนเถอะ”....แอนเดินมาตามอลัน อิเรเน่ และอาราเทีย
“อืม พักก่อน กินอิ่มแล้วค่อยฝึกต่อ”....อลันกวักมือเรียกอิเรเน่ที่ฝึกอยู่และอาราเทียที่ยืนดู
“จะยกแขนไม่ขึ้นแล้ว”...อิเรเน่เดินบ่นโอดโอย
“หม่อมฉันถือดาบให้นะเพคะ”...แอนเสนอตัว
“ไม่ได้ครับนายหญิง ให้นางถือเอง วางได้แค่ตอนกำลังกินเท่านั้น”....อลันบอก
“อืม....จ้ะ...เข้มงวดจัง”...แอนเม้มปากเดินมาดึงแก้มอลัน
“ไว้หลัง 3 ทุ่มจะเริ่มสอนการควบคุมออร่าให้”....อลันพูดขึ้นมา
“หา.....ตอนนั้นล้าไปหมดแล้ว สภาพสมองจะพอรับรู้เรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้นได้ไง...แถมเผลอๆจะง่วงเอาด้วย”....อิเรเน่บ่นอีก
“ไม่ฝึก?”....อลันเลิกคิ้วถาม
“ฝึกค่ะ ฝึก”.....อิเรเน่ไม่กล้าบ่นอีก
“ในที่สุดก็ได้ฝึกออร่าแล้ว”...อาราเทียตื่นเต้นเอามาก
มื้อเย็น ในปราสาทมีการเปิดตั้งโต๊ะอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ เน้นกินกันเรียบง่าย เพราะปราสาทคึกคักจากการที่ทหารออกเวรเริ่มหยิบจับอาวุธมาร่วมฝึกในสิ่งที่อลันสอน เคาน์ราเชนมองว่าเป็นโอกาสและบรรยากาศที่ดีจึงจัดมื้อเย็นแบบที่ทุกคนมาทานด้วยกันได้
“องค์หญิงฝึกหนักเลย อลันให้รางวัลนางไม่สิจ้ะ”...แอนกระซิบอลัน
“นั่นสิคะนายท่าน องค์หญิงแม้บ่นอิดออด แต่ตั้งใจฝึกมากเลยนะคะ”....บีนเห็นด้วย
อนัมองไปหาอิเรเน่ที่มือยกและหยิบจัดอาหารยากเย็นเพราะแขนสั่นมือสั่นไปหมด
อลันเดินเข้ามาหยิบอาหารให้แล้วป้อน
“อ้ำ”....อลันเอาอาหารจ่อปาก
อิเรเน่มองอลันแป๊บเดียวแล้วอ้าปากยื่นมางับอาหารเคี้ยวหยุบหยับ ดูไปน่ารักว่าง่ายดี
อลันป้อนอีกเรื่อยๆ อิเรเน่กินใหญ่เลย
“อุตส่าห์ตั้งใจฝึก แขนยังหยิบอะไรลำบาก มา... ..ข้าถือว่าเป็นรางวัล จะป้อนให้นะ เอ...รึหรือนับเป็นรางวัลไม่ได้?”...อลันแกล้งแหย่อิเรเน่
“อื้อออ..อ.อ.”....อิเรเน่ย่ำเท้างอแง
“ป้อนอีก”....นางอ้าปากรออลัน
อลันป้อนอีก
“คุ้มที่ฝึกมั้ยเพคะ?”...บีนยิ้มถาม
“คุ้ม!!”....อิเรเน่พูดทั้งที่อาหารเต็มปาก
พอทานเสร็จ พักให้หายอิ่มไปครู่เดียว อลันเริ่มฝึกอีก เหล่าทหารเองก็รบกวนอลันขอให้สอนด้วย
“เอาล่ะ จะสาธิตวิธีการสกัดท่าใหญ่ๆ ให้ เชิญองค์หญิงให้ท่าไม้ตายที่รุนแรงโจมตีมา”....อลันผายมือเชิญอิเรเน่
อิเรเน่ทีแรกจะถามว่า<<จะดีเหรอ?>> แต่พอมาคิดดูว่าอีกฝั่งคืออลัน นางก็ไม่ลังเลอีก
เพลงดาบอักษรกรีดนภา......กระบวนท่าทำลายวิหารฟ้า!!
อิเรเน่กรีดดาบลงพื้นรวบรวมพลังจากผืนปฐพี แล้วทะยานขึ้นด้วยพลังมหาศาลหมายจะฟาดลงมาด้วยท่าทำลายล้าง มันสามารถพังตัวตึกเก็บอาวุธตรงนี้ได้ในคราเดียว นี่คือท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของนาง
ทว่าหลังจากกรีดพื้นแล้วจะงัดขึ้น
อิเรเน่หงายกระเด็นแทบติดกำแพงอีกฝั่งด้วยการโดนเท้าเปล่าๆ ของอลันยันเข้าที่ใบหน้า แต่ไม่ได้กระทุ้งเท้าเข้าไป
“มอญยันหลัก อันนี้คือท่ายันหยุดการเข้าทำของคู่ต่อสู้ในมวยโบราณบ้านคุณตาของข้า”....อลันพูด
ทุกคนตะลึงด้วย 2 สาเหตุ
1.อลันสามารถหยุดท่าไม้ตายที่รุนแรงในชั่วอึดใจ
2.อลันกล้าเอาเท้าทาบหน้าใส่องค์หญิง
“อลัน!! ตายแล้ว!! ทำไมทำแบบนี้”....แอนวิ่งเข้าไปพยุงอิเรเน่ขึ้นแล้วกล่าว
“ขอประทานอภัยแทนอลันด้วยเพคะ”....แอนลนลาน
“นี่คือการฝึกครับนายหญิง ถ้าแค่นี้โดนไม่ได้ก็ถอนตัวจากการแข่งไป ศัตรูมันคงรำคาญที่ต้องมาระวังบรรดาศักดิ์ของนาง”.....อลันบอกแอน
“อย่างที่อลันพูดน่ะแอน มันคือการฝึก มันคือการต่อสู้ เจ้าถอยไปก่อน ข้าจะฝึกต่อ”...อิเรเน่จับแขนแอน
“แต่......”...แอนเป็นห่วง
“ไม่มีแต่!”....อิเรเน่แกะมือแอนออก
“ใช้ท่าเมื่อกี้มาอีก เมื่อสักครู่คือการสวยก่อนท่าจะสำแดงหลังจากเราพอจะรู้แล้วว่าคู่ต่อสู้ตั้งใจจะทำอะไร.. ...ต่อไปจะโจมตีสวนขณะที่คู่ต่อสู้เริ่มออกท่ามาแล้ว เอ้า! โจมตีมา”....อลันพูดกับทหารด้วย
อิเรเน่ใช่ท่าเดิม แต่เปลี่ยนจังหวะการโจมตี
นางลอยขึ้นแต่ไม่เน้นสูงมากเพราะไม่ต้องการพลังทำลายที่เป็นวงกว้างกับคู่ต่อสู้แค่คนเดียว อีกทั้งการโดดขึ้นยิ่งสูงมากยิ่งมีแต่จะเผยช่องว่างนานขึ้น
วูบ.บ.บ.บ.บบ.บบบบบบ.บ.บ..บ
ดาบฟาดฟันลงมาด้วยออร่าสายโจมตีที่อัดแน่นพลังทำลายที่รุนแรง
ดาบชูขึ้นเหนือหัวแล้วฟันลงมาได้เพียง 1 ใน 3ของรอบวงการฟัน
อลันซัดไม้พุ่งเข้ากระทุ้งอัดที่อกของอิเรเน่ดังอึก! ก่อนนางจะร่วงลงมา
อลันรีบเข้าไปรับอิเรเน่ที่จะตกพื้นแล้วใช้ออกร่าอังเข้าที่จุดที่โดนหัวไม้เท้ากระทุ้งเพื่อคลายอาการจุกเสียด
“เอาล่ะ ผลัดกันใช้ท่าไม้ตาย อีกคนชิงทำเคาน์เตอร์ก่อนจะโจมตีเสร็จ”....อลันสั่งทุกคนที่มาร่วมฝึกซ้อม
อิเรเน่พักจนดีขึ้น
“ต่อไปข้าจะทำการโจมตีบ้าง เจ้าหัดทำเคาน์เตอร์ชิงลงมือใส่ข้า เข้าใจนะ”....อลันลูบที่กลางอกอิเรเน่
“ค่ะ....”...อิเรเน่หายใจเข้าออกยาวๆ
“ดี”.....อลันลูบเต้าอิเรเน่โดยที่ไม่มีคนสังเกต
อิเรเน่อึ้ง แล้วเงยหน้าไปยิ้มให้อลัน จากนั้นทำเป็นหยิกอลันเบาๆ
“ให้รางวัลปลอบใจ”...อลันยิ้มตอบ
“รางวัลอะไรคะ ตัวเองเป็นฝ่ายได้จับแท้ๆ เป็นฝ่ายเอากำไรจะมาพูดเอาบุญคุณว่าให้รางวัลคนอื่นอีก หลงตัวเองจริงๆ..”....อิเรเน่ลูบแขนอลันแล้วเงยหน้ามอง
“เอาล่ะ พร้อมฝึกต่อรึยัง?”...อลันถาม
“ค่ะ”
“ดี งั้นเริ่ม”
การฝึกเป็นไปอย่างเข้มข้นจน 3 ทุ่ม
อาราเทียเฝ้ารอเวลานี้
อลันเห็นว่าเทคนิคต่อไปนี้อันตรายหากคนที่เอาไปใช้นั้นใช้ผิดทาง อลันจึงเลือกสอนแค่หลักการรักษาและคงพลังออร่าไว้ไม่ให้ใช้ไปแบบสูญเปล่า การคงสภาพพลังไว้กับท่าต่อสู้ พลังอาวุธ และการคุ้มกันกายโดยที่ไม่ต้องเปล่งพลังแบบใช้แล้วทิ้งให้หมดไปในแต่ละครั้ง
วิธีนี้เหล่าทหารชอบอย่างมาก เพราะในการทำหน้าที่นั้น ทหารที่มีวิชาออร่าจะหมดออร่าไปอย่างรวดเร็วในการทำหน้าที่ พวกเขาจำต้องกักเก็บออร่าไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็น แต่ถ้าคงสภาพออร่าไว้ได้ พวกเขาจะเอามาหมุนเวียนใช้ในการทำงานระยะยาวๆได้โดยไม่ต้องหมดพลัง
แต่การคงสภาพพลังไว้ไม่ใช่ง่ายๆ ไม่งั้นคงทำได้กันทุกคนหมดแล้ว
อลันสอนการทำสมาธิโดยการเจริญสติจับที่ลมหายใจแบบพุทธเพื่อเป็นพื้นฐานในการคงสภาวะจิตให้สงบได้บ่อยครั้งในแต่ละวัน
[เอาเถอะ มีเวลาแค่ 3 วัน จะมาเคี่ยวเข็ญเอาป่านนี้ก็มีแต่จะบาดเจ็บก่อนลงแข่งเปล่าๆ ฝึกเท่าที่ไหวก็พอ ถึงแพ้มาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรต่อแผนการณ์เดิมของเรา]...อลันคิด
............
ทางด้านเอียนน์ที่โยฮันตัน
หลังจากได้รับรายงานจากแอนและอลัน เขาประเมินแล้วว่ายังไงพวกมันก็ต้องเป็นเจ้าภาพจัดงานประลองให้ได้เพราะงานเทศกาลทำให้เงินสะพัดอย่างมาก มันจะช่วยชดเชยเงินส่วนที่หายไปจากการโดนพวกอลันถล่มห้องคลังได้บ้างในภาพรวม
แต่นั่นยังไม่พอ การพนันต่างหากที่เป็นตัวคืนทุนทรัพย์ของพวกมันที่แท้จริง ถ้าอลันลงแข่งคราวนี้จะต้องเป็นตัวเต็งของรายการแน่ๆ แน่นอนว่าการวางเดิมพันฝั่งที่เป็นแต้มต่อนั่นมันได้น้อยแสนจะน้อย การพนันวงนอกต้องมี แต่มันต้องพลิกโผหักปากกาเซียนเจ้ามือจึงจะกินเรียบรับทรัพย์มหาศาล
ดูท่าคราวนี้อลันจะไม่ได้ลงแข่งแบบราบรื่นแล้วแน่แท้
ไหนจะเงินรางวัลของรายการที่มาจากผู้สนับสนุนต่างๆอีกมากมาย หากคนของมันชนะเลิศการแข่ง ก็จะทำกำไรจากเรื่องนี้ได้ขึ้นไปอีก
ดูท่าเอียนน์ต้องส่งคำสั่งใหม่ไปให้
..........
ค่ำคืนที่ปราสาทวินบริค
“ระหว่างที่อลันลงแข่งในรอบแรก พวกเจ้าจะจัดการนางได้แน่นะ?”....มิลัวร์ถาม
“ได้ครับ ถ้าพวกเขา 3 คนช่วยกัน ลำพัง เงามืดแม้จะเก่งที่สุดในหมู่นักฆ่าที่ข้าชุบเลี้ยงมา แต่ไม่อาจต้านทาน 3 ต่อ 1 ได้แน่ ระหว่างนั้นข้าจะจับแอนมาเอง”....การาโทสรับคำ
“จำไว้ว่าแอนเป็นว่าที่เมียข้า ถ้าท่านทำอันตรายนางรับรองท่านไม่มีที่ซุกหัวแน่ อย่าลืมว่าแค่เราไม่ถือสาที่พวกเจ้าเลยลอบสังหารคนของเราตามคำสั่งองค์รัชทายาทมาก่อนนั้น ก็นับว่าเมตตาปราณีมากแล้วในการให้ที่พักพิงพวกเจ้าที่กำลังโดนไล่ล่ากวาดล้าง”...เวนนี่ย้ำสถานะของพวกการาโทส
“เรามิกล้าทำร้ายว่าที่พระชายาของรัชทายาทในอนาคตแน่นอครับ”....การาโทสรับคำอีก
“เอาน่าน้องพี่ การาโทสเป็นมืออาชีพ เขารู้หรอกน่าว่าต้องทำอะไร เราแค่ต้องการให้นางหายตัวไปให้อลันไขว้เขวจนพลิกผลการประลองแค่นั้น ... แต่ถ้าเจ้าจะคว้าโอกาสเอานางทำเมียซะเลย ข้าว่าอะไรๆ มันก็จะเร็วขึ้นนะ”.....มิลัวร์เสนอให้น้องชาย
“ข้าไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนั้นกับนางแน่!”...เวนนี่ค้าน
“เจ้าคิดดู นางเป็นคนหน้าบางขี้อาย ข้านางเสียตัวให้เจ้า นอกจากไม่กล้าสู้หน้าอลันแล้ว เผลอๆ อาจจะจำใจยอมแต่งกับเจ้าเพื่อให้เจ้ารับผิดชอบนาง ลองคิดสิถ้าเจ้าเอานางมากกจนกว่าจะจบการประลอง นางที่ไม่ได้รับยาคุมเลยต้องตั้งท้องลูกเจ้าแน่ มีเหรอนางจะให้ลูกของนางกำพร้า นางเป็นขุนนางยศไวเคานเตสนะมีแต่ต้องแต่งงานกับเจ้าเพื่อรักษาหน้า อลันหลังแพ้การประลองหรือถอนตัวไปก่อนก็ตาม เมื่อเขารู้ว่ายอดรักของเขาท้องกับเจ้า ครั้นจะฆ่าเจ้าลูกของนางก็จะขาดพ่อ เผลอๆ จะเสียศูนย์ในการใช้ชีวิตไปเลย เป็นไงแผนพี่”
...มิลัวร์เสนอ
เวนนี่ถึงกับนิ่งไปพักหนึ่งกับวิธีนี้
“แรกๆ นางอาจจะโกรธเกลียดเจ้า แต่หลังจากเจ้ารับผิดชอบนาง นานวันเข้าผู้ชายหล่อและเก่งเช่นเจ้าเฝ้าดูแลเอาใจใส่เช้าเย็น แถมผ่านการเสพสัมพันธ์สวาทกันข้ามวันคืนมาแล้ว มีเหรอจะไม่อ่อนลง พี่เป็นผู้หญิง ดูผู้หญิงด้วยกันไม่ผิดหรอก”....มิลัวร์แจง
“แต่....นางต่างจากท่านพี่นะ ท่านพี่น่ะชอบเสพสมกับชายหนุ่มที่อ่อนไวกว่า จะไปเข้าใจนางได้ยังไง”....เวนนี่ค้าน
“เจ้าจะบอกว่านางวิเศษกว่าข้าในด้านหัวจิตหัวใจก็ว่างั้น? ... โถ....น้องรัก นางไม่ได้วิเศษกว่าใครเลย นางก็หลงความหล่อและความเก่งของอลันเฉกเช่นหญิงสาวนางอื่นๆ มีเหรอถ้าโดนเจ้าผู้เพียบพร้อมประเคนกามให้จนตั้งท้อง แล้วแต่งเข้าตระกูลเราจนได้รับการดูแลอย่างดี มีเหรอจะไม่ยอมใจอ่อนศิโรราบทำตัวเป็นเมียเจ้าในที่สุด ต่อให้ไม่ถึงกับว่านอนสอนง่าย แต่อย่างน้อยก็ยอมนอนเตียงเดียวกันให้เจ้ากอดทุกวันแน่นอน”....มิลัวร์พูดจนเวนนี่เหงื่อแตกออกมา
นางเห็นว่าเวนนี่เองก็มีการแข็งตัวที่แท่งของเขา จึงเติมเชื้อไฟต่อ
“แต่เจ้าต้องทำตั้งแต่นางโดนโปะยาสลบนะ ขนาดของเจ้านี่ไม่ธรรมดา ตัวเล็กๆแบบนางรับครั้งแรกด้วยแท่งเจ้าไม่ไหวหรอกนะ เอาไว้ทำได้ 1 วัน 1 คืนช่วงนางหลับ ค่อยให้นางได้สติตื่นมาอาจจะระบมไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่ารู้สึกตัวขณะโดนชำแรกด้วยแท่งขนาดเจ้า”
“ท..ท่าน..พ..พี่..ว่า....มันจะได้ผลจริงเหรอ?”....เวนนี่เริ่มถามเสียงสั่นกระเส่า
“ไม่ลองจะรู้เหรอ?”
“แล้ว ถ้ามันไม่ได้ผลล่ะ?....ถ....ถ้านางเกลียดข้าชนิดที่ไม่อยากเจอหน้าล่ะ? ถ้านาง...........”
“ถึงตอนนั้นแล้วจะยังไง ป่านนั้นลูกเจ้าคงสถิตอยู่ในท้องนาง ข้าจะป่าวประกาศเองว่านางได้เสียกับเจ้าแล้วจนท้อง ทางตระกูลบริทเทรย์พร้อมจัดงานแต่งงานรับผิดชอบนาง ดูสิจะทำไง ถ้าไม่แต่งเข้าบ้านเรา นางจะเอาหน้าไปไว้ไหน”.....มิลัวร์ยิ้ม
“เอา...ข้าเอา....วันแข่งรีบจับตัวนางมา ข้าจะมอบความรักข้าเข้าไปในตัวนางเอง”....เวนนี่ยิ้มด้วยสีหน้าหื่นกระหาย
“ครับ พวกข้ารับรองจะไม่พลาด”....การาโทสน้อมกายรับแผนการนี้