His name is PANNAWIT
SUNDAY
“งื้อ เจษ โอเคใช่มั้ย? ทำไมผอมจัง” ยลภัทรเอ่ยทันทีที่เจอหน้าเพื่อนรักพร้อมโผเข้ากอด ั้แ่เจษลินทร์ออกจาก‘ที่นั่น’ นี่เป็ครั้งที่สองที่ยลภัทรได้เจอหน้าเพื่อน
ครั้งแรกเป็วันที่ยลภัทร ขุนพลและครอบครัวของเ้าตัวไปรับเจษลินทร์กลับบ้าน ตอนนั้นเพื่อนของเธออยู่ในสภาพย่ำแย่มาก เอาแต่เหม่อและใจลอย
ว่าจะไปหาอีกครั้ง เพื่อนตัวดีก็ทำงานราวกับมีหนี้สินท่วมหัวไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาไปหาเลย ยังดีที่เจอกันคราวนี้สีหน้าเ้าตัวดูดีและสดใสขึ้นมาก
หลังจากยลภัทรผละออก ก็เป็ขุนพลที่เข้ามากอดคอเจษลินทร์
“สีหน้ามึงดีกว่าคราวที่แล้วเยอะ โอเคแล้วใช่มั้ย”
เจษลินทร์พยักหน้าและยกยิ้มให้เพื่อนทั้งสองที่แสดงอาการเป็ห่วงเป็ใย
เขาตัดสินใจเล่าเื่ที่ตัวเองโผล่มาอนาคตให้เพื่อนรักฟัง
“หา? / วอท!!!” ยลภัทรและขุนพลอุทานพร้อมกันอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“มันไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ” เจษลินทร์พูดแล้วถอนหายใจ
“เออ มันไม่น่าเชื่อจริงๆ นั่นแหละ แต่เราเชื่อเจษ” หญิงสาวเอ่ย
“มันเกิดขึ้นได้ไงวะ” ขุนพลเอ่ยบ้าง
“ไม่รู้เลย นี่งงในงง คิดหาความจะเป็ต่างๆมากมาย แต่คิดไม่ออกเลย”
"แม่งโคตรแฟนตาซี"
ทั้งสามคุยเื่การมาอนาคตของเจษลินทร์อย่างออกรสออกชาติไปได้พักใหญ่ เมื่อหาข้อสรุปไม่ได้ จึงเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ขุน พอจะรู้เื่คดีของเราบ้างมั้ย?” เจษลินทร์เอ่ยถาม
“จะว่าไงดี มึงไม่เคยเล่าเื่คนชื่อธิตินั่นให้ฟังเลย มาบอกว่าตัวเองมีข้อตกลงอะไรสักอย่างกับคนชื่อธิติก็ตอนที่มึงไปอยู่ในซังเตแล้วโน่น”
หลังจากขุนพลพูดจบ ยลภัทรก็เอื้อมมือมาบีบปากเจษลินทร์
“นี่ ปากเล็กๆนี่อมพะนำอะไรไว้นักหา มีอะไรทำไมไม่ยอมบอกเพื่อนคะ”
“ถามตอนนี้เจษก็ไม่รู้อ่า”
ยลภัทรได้แต่ส่ายหัว ยอมปล่อยมือจากปากเรียวของเพื่อน
เจษลินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์โน้ตบันทึกเื่ที่ขุนบอกไว้และย้ำกับตัวเองว่าเขาต้องไปพบคนชื่อธิติให้ได้ จึงขอที่อยู่และเบอร์โทรของเขามา แต่ก็พบว่าตัวเองมีเบอร์ของธิติอยู่แล้ว
“เอ้อขุน เื่คดีของชวินทร์ เราได้หลักฐานอะไรเพิ่มบ้างหลังจากที่เราคุยกันวันที่คุณเจนเข้าโรงบาลอ่ะ” เจษลินทร์ถามอีกครั้ง
“อือ ก็คือชวินทร์น่ะถนัดซ้าย แต่ลายนิ้วมือในมีด ดันเป็รอยนิ้วมือขวาของเขา และรอยนิ้วบนคอผู้ตายก็เป็มือขวา ซึ่งวันนั้นชวินทร์มือข้างขวาเจ็บอยู่ มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่เขาจะใช้มือข้างที่เจ็บและไม่ถนัดบีบคอและแทงผู้ตาย”
เจษลินทร์เบิกตาโพลง
“งั้นแปลว่าเขาไม่ได้ทำจริงๆ! มีคนใส่ร้ายเขาตามที่เราคาดการณ์ไว้ว่าเขาโดนยาแล้วสลบไปใช่มั้ย เรามีหลักฐานอื่นเพิ่มอีกรึเปล่า? เพราะจันทร์บอกว่าเคยไปยื่นขอรื้อคดีใหม่แต่ผู้พิพากษาไม่อนุมัติ”
สิ้นคำถามของเจษลินทร์ ก็ทำให้ขุนพลปักใจเชื่อจริงๆแล้วว่าเพื่อนของเขาโผล่มาจากเมื่อหนึ่งปีก่อนจริงๆ เพราะเื่ราวของคดีนี้ล้วนแล้วแต่เป็เจษลินทร์ที่ดิ้นรนหาข้อมูลหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างให้ชวินทร์มาโดยตลอด แต่วันนี้เ้าตัวกลับไม่รู้เื่อะไรเลย
“ไม่มีหลักฐานเพิ่มเติมหรอก เราอาศัยหลักฐานเก่า พวกผลชันสูตร และรูปถ่ายสถานที่แล้วก็หลักที่ว่าชวินทร์ถนัดซ้ายนั่นแหละ”
“แต่เราก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้ว มีผู้ชายอีกคนขึ้นรถไปกับชวินทร์และผู้ตายจริงๆ พวกเราก็กำลังสืบเื่นี้กันอยู่แต่เจษโดนจับก่อน” หญิงสาวเพียงคนเดียวในแก๊งเอ่ย
“พวกเราเหรอ?” เจษลินทร์เลิกคิ้วสงสัยเพราะยูเป็แพทย์นิติเวชบอบบางเท่านี้ มาร่วมสืบเื่นี้ด้วยหรือ
“อ่าเจษ มึงไม่รู้สินะว่านังยูเมียจอมปลอมของมึงเนี่ย ได้แฟนเป็ตำรวจสน.เดียวกับกู เขาก็ช่วยเราสืบเื่นี้ด้วย”
เจษลินทร์ทำท่าใ ก่อนจะหันมายิ้มยินดีกับเพื่อน
“เห้ย เพื่อนเรามีแฟนแล้วอ่ะยินดีด้วยนะยู”
ยลภัทรยิ้มรับ ก่อนจะเอ่ย
“อ่ะ อีขุนก็มีแฟนแล้วค่ะ เป็น้องหมอหน้าตาจิ้มลิ้มในโรงพยาบาลยูเอง”
นั่นทำให้เจษลินทร์ทำตาโตไปอีก
“โหย ยินดีด้วยนะขุน ผ่านไปหนึ่งปีมีเื่เกิดขึ้นมากมายจริงๆ แม้แต่จันทร์เองก็มีแฟนแล้ว”
“เออ มีแต่มึงนั่นแหละที่ยังอึมครึมกันอยู่” ขุนพลว่า
“อึมครึมกับใครอ่ะ? พี่ซันเราก็ไม่ได้คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ เอ้อพูดถึงเื่พี่ซัน ยูรู้รึเปล่าว่าทำไมเรากับพี่ซันเลิกคุยกัน” ประโยคหลังเจษลินทร์ให้ไปถามยลภัทร
“รู้แค่พี่ซันเป็ฝ่ายบอกเลิกเจษอ่ะ แหม่ะ คิดแล้วก็ยังแค้นแทนไม่หาย ไม่มีเวลาให้เจษไม่พอยังกล้าเทเจษอีก"
"แล้วประเด็นคือมึงก็ไม่อะไรด้วยนะ เหมือนโล่งใจซะด้วยซ้ำมั้งที่ได้เลิกคุยกันอ่ะ" ขุนพลเอ่ยเสริม
"อ่า งั้นเหรอ" เจษลินทร์ยกมือขึ้นมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองอย่างคนใช้ความคิด
"่นั้นยูเห็นว่าเจษก็ยุ่งกับการสืบเื่คดีของชวินทร์หัวหมุนเลย”
เจษลินทร์พยักหน้าหงึกหงัก ดูท่าเขาจะจริงจังกับคดีนี้มากเลยแฮะ
“เอ้อ ขุน จำได้ว่าเราเคยบอกให้ขุนช่วยสืบประวัติของครอบครัวชวินทร์ให้ด้วย ได้ข้อมูลมั้ย”
ขุนพลพยักหน้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาอะไรอยู่ครู่หนึ่ง จึงส่งให้เจษลินทร์ดู
“อือ ครอบครัวนี้มีกันอยู่สามคนคือ คนแม่ ชวินทร์ แล้วก็น้องชายอ่ะ แม่เขาไม่ค่อยสบายต้องฟอกไตเป็ประจำ พอชวินทร์โดนจับได้เกือบปี แม่ก็เสีย อาจเพราะเสาหลักของครอบครัวโดนจับเลยไม่ค่อยมีเงินไปรักษา เพราะตอนนั้นน้องชายเขาก็เพิ่งเรียนมหาลัยปีสุดท้ายเอง”
“นี่คงเป็สาเหตุที่ชวินทร์ฆ่าตัวตายแหละมั้ง” ยลภัทรเอ่ยเสริม
ได้ฟังดังนั้นเจษลินทร์ก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้ ถ้าหากชวินทร์ไม่ผิด นี่มันคือเื่ที่โคตรแย่เลยนะ
“แล้วขุนพอมีประวัติน้องชายของชวินทร์มั้ย?” จะว่าไปั้แ่เจษลินทร์โผล่มาอนาคต เขาก็ลืมเื่นี้ไปเลยแฮะ
“อื้อมีสิ นี่ไง ชื่อ ปัณณวิชญ์ กรณ์กัณณ์ ปีนี้อายุ 26” ขุนพลเอ่ยพร้อมยื่นรูปถ่ายบัตรประชาชนของเ้าตัวให้ดู
เจษลินทร์รู้สึกหน้าชาไปครึ่งซีกหัวใจวูบโหวงขึ้นมากะทันหัน ปัณณวิชญ์เป็น้องชายของชวินทร์!
งั้นก็แสดงว่าปัณณวิชญ์คือ ‘เ้าเด็กป่วน’ ที่ส่งข้อความให้เขานั่นเอง
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยคิดแบบนี้ แต่พอได้รู้ความจริงก็อดใไม่ได้
“อ่า มึงคงใสินะที่รู้ตอนนี้ คนที่กูพูดเมื่อกี้ว่ามึงอึมครึมกันอยู่ก็คนนี้นี่แหละ กูสงสัยความสัมพันธ์แปลกๆ ของพวกมึงั้แ่ก่อนที่มึงโดนจับแล้ว พอมึงโดนจับ ปัณณวิชญ์คือคนที่ไปหามึงบ่อยที่สุด ได้ข่าวว่า่นั้นน้องมันทำงานแทบหัวหมุนเพื่อแลกกับการใช้เส้นสายในนั้นช่วยให้มึงได้รับการดูแลอย่างดี”
ได้ยินดังนั้นหัวใจเจษลินทร์พลันหนักอึ้งไปอีก
เขางุนงงไปหลายนาที
“ขุนช่วยอธิบายหน่อย อะไรคือทำงานแทบหัวหมุนเพื่อแลกกับการให้เราได้รับการดูแลอย่างดี”
“เอางี้ต้องอธิบายก่อน ว่าเรือนจำที่มึงโดนส่งตัวไป ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการดูแลของสน.กูหรือแฟนของจันทร์ พวกกูเลยช่วยอะไรมึงไม่ได้
ส่วนปัณณวิชญ์ น้องมันเป็สายตำรวจอยู่แล้ว เลยไปดีลกับนายตำรวจใหญ่ที่ดูแลเรือนจำที่มึงอยู่ และการที่มันขอให้เขาช่วยดูแลมึงมันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเป็ธรรมดาอยู่แล้ว
ถึงจะเป็สายให้ตำรวจแต่ด้วยความที่น้องมันเป็คนกวนตีนๆ เลยทำให้ตำรวจทางนั้นหมั่นไส้อยู่บ้างเขาเลยใช้งานซะคุ้มเลยแถมเสี่ยงด้วย จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งโดนยิงจนต้องเข้าโรงพยาบาลดีนะะุแค่ถากไหล่ไป”
เจษลินทร์อึ้งหนักกว่าเดิม หัวใจเขาเหมือนถูกบีบรัดเต้นระส่ำมั่วซั่วไปหมด เขาเองก็อธิบายไม่ถูกกว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร ทั้งแปลกใจ ใ เป็ห่วง อบอุ่นและเสียใจ
“เจษ โอเคมั้ย” ยลภัทรถามพลางลูบไหล่เพื่อนที่นิ่งไปครู่ใหญ่แล้ว
“โอเคๆ เราแค่ แบบ ยังไงดีล่ะ อธิบายไม่ถูก อยู่ๆหลายเื่มันมาทีเดียวเราใน่ะ”
ยลภัทรและขุนพลพยักหน้าเข้าใจเพื่อน
พวกเขาจึงเปลี่ยนมาคุยเื่อื่นที่ไม่ปวดหัวกันอยู่ราวชั่วโมงกว่า ซึ่งส่วนมากจะเป็ขุนกับยูทะเลาะกันเสียมากกว่า เจษลินทร์คิดว่าไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี เชื่อเถอะสองคนนี้ก็ยังคงทะเลาะกันอยู่แน่ๆ
[ Jecelyn's Part ]
ั้แ่ฟังเื่ที่ขุนบอกผมก็ค่อนข้างใจลอย รู้ตัวอีกทีตัวเองก็มานั่งอยู่ที่บ้านแล้ว ผมอ่านข้อความที่ปัณณวิชญ์ส่งมาให้ั้แ่เมื่อกลางวัน
‘ผมมีงานด่วน ต้องไปทำงานแถวปริมณฑลประมาณ3-4วัน
อาจจะติดต่อไม่ได้นะครับ เสร็จแล้วผมจะรีบกลับไปหา
อย่าลืมกินข้าวให้ตรงเวลา ดูแลตัวเองด้วย’
ผมมองข้อความนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ไม่รู้ทำไมั้แ่ที่คุยกับขุนหัวใจผมมันก็วูบโหวงมาตลอด
เป็ปัณณวิชญ์ไม่ใช่เหรอที่ต้องไปทำงานเสี่ยงอันตราย ยังไม่วายเป็ห่วงคนอื่นอีก
ผมรู้สึกแสบจมูกและขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา
ปัณณวิชญ์สูญเสียคนในครอบครัวไปหมดแล้ว จะพูดก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ใช่ความผิดของพ่อผม ถ้าตอนนั้นพ่อจะตรวจสอบหรือเอะใจกว่านั้นอีกสักหน่อย ไม่แน่วันนี้เด็กคนนี้อาจจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขไปแล้ว...
เขาคงโดดเดี่ยวมากใน่หลายปีมานี้ ทั้งยังต้องมาคอยดูแลผมอีก
ยิ่งคิดหัวใจผมก็เหมือนโดนรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
‘ไม่สิ จะโทษพ่อทั้งหมดก็ไม่ถูกนัก ต้องโทษคนที่มันก่อเื่นี้ขึ้นมาต่างหาก!’
ผมกะพริบตาสองสามครั้งไล่ไอ้น้ำใสๆให้ไปกลิ้งเล่นที่อื่น แล้วเดินขึ้นห้องนอน ปกติผมเป็คนชอบจดทุกอย่างลงในสมุดบันทึก เดาว่าในสมุดบันทึกของผมมันต้องมีอะไรให้อ่านบ้างแหละ
แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะสมุดบันทึกที่อยู่ในห้องตอนนี้เป็เล่มใหม่เพิ่งเปิดใช้ไปไม่กี่แผ่น แล้วเล่มเก่าไปไหนล่ะ?
ผมลงมือหาทั่วทุกซอกทุกมุมของห้อง แต่ก็ไม่เจอ
เล่มที่ใช้จดเื่ราวตลอดหนึ่งปีมานี้มันหายไป เพราะก่อนที่ผมจะโผล่มาอนาคตจำได้ว่าเล่มที่ใช้จดประจำ ไม่ใช่เล่มที่ว่างอยู่บนโต๊ะตอนนี้
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความถามแฝด
'จันทร์ไม่เคยเห็นอ่ะ ลองถามคุณเจนดูสิ'
พอดูนาฬิกา ตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ต้องไปรับคุณเจนพอดี งั้นถามตอนคนสวยกลับมาถึงบ้านแล้วกัน
.
.
“คุณเจนเหนื่อยมั้ยครับวันนี้” เจษลินทร์เอ่ยพร้อมซบไหล่มารดาเมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้าน
“ไม่เหนื่อยจ่ะ แม่อายุแค่สี่สิบเองนะ งานแค่นี้จะเหนื่อยอะไร” เจนจิราตอบอย่างอารมณ์ดีจนลูกชายหัวเราะออกมา
“งั้นเจษต้องเรียกว่าพี่เจนแล้วป้ะ”
“ได้ค่ะ น้องเจษ”
คราวนี้สองแม่ลูกหันมาหัวเราะคิกคักใส่กัน แล้วช่วยกันเตรียมอาหารเย็น
ค่ำนี้จิรากรออกไปดินเนอร์กับแฟนของเ้าตัว เพราะเมื่อวานลภัสวัฒน์มีงานด่วนเลยต้องกลับกะทันหันทั้งที่ยังไม่ทันได้ดูหนัง วันนี้ทั้งคู่เลยไปสวีทชดเชย จึงเหลือแค่สองแม่ลูกนั่งทานอาหารด้วยกัน
"ลุงศินจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ" เจษลินทร์เอ่ยถามถึง ลุงที่ไปต่างประเทศั้แ่สามเดือนก่อน เพราะป้าเมย์ต้องผ่าตัดอีกครั้ง
"ยังไม่รู้เหมือนกันจ้ะ ต้องรอดูอาการของแม่เ้านินทร์ก่อน"
เจษลินทร์พยักหน้ารับ คิดว่าพรุ่งนี้เขาต้องโทรหาลุงศินเสียหน่อยแล้ว
"เอ้อ คุณเจนเห็นสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินในห้องเจษมั้ยครับ มีเล่มหนึ่งมันหายไป เจษหาไม่เจอ”
เจนจิราชะงักเล็กน้อยแต่ครู่เดียวก็ปรับมาเป็ปรกติ โดยที่เจษลินทร์ไม่ทันได้สังเกตเห็น
“ไม่เห็นจ้ะ ไม่ใช่เจษเอาไปเก็บไว้ที่อื่น หรือไม่ก็ทิ้งไปแล้วเหรอลูก”
“คุณเจนก็รู้ว่าเจษไม่เคยทิ้งสมุดบันทึกเลยสักเล่ม”
“หรือลูกลืมที่เก็บรึเปล่า วันนี้แม่เหนื่อยๆอ่ะ แม่ว่าแม่ขึ้นห้องเลยแล้วกันนะ” ว่าจบเจนจิราก็เดินขึ้นห้องไปเลย
เจษลินทร์งุนงงเล็กน้อย ปกติก็ต้องนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยหรือดูข่าวก่อนนี่นา ถามเมื่อกี้ก็บอกว่าไม่เหนื่อยแท้ๆ เขาได้แต่โคลงศีรษะ เดาว่ามารดาคงเหนื่อยแต่ไม่อยากบอกเขาแต่แรกกระมัง
ครู่ต่อมาเจษลินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาปัณณวิชญ์
‘คุณเองก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกันนะ’
‘ตอนนี้ผมกินข้าวแล้ว ฝีมือคุณเจนอร่อยเหมือนเดิม คุณอย่าทำงานจนลืมกินข้าวล่ะ’
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับมานะ ผมรอคุณอยู่’
ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มกับโทรศัพท์ คล้ายจะส่งยิ้มไปให้คนที่เขาส่งข้อความไปหาอย่างไรอย่างนั้น
ฝ่ายเจนจิราพอขึ้นห้องก็เดินไปที่เก๊ะข้างเตียงนอนของตัวเอง ไขกุญแจแล้วหยิบสมุดบันทึกสีน้ำเงินของลูกชายขึ้นมา
ใช่ เธอโกหกเจษลินทร์! เธอเป็คนเก็บสมุดเล่มนี้ไว้เอง
เพราะั้แ่ที่ลูกชายคนโตกลับมาจาก ‘ที่นั่น’ ก็เอาแต่เหม่อและเศร้าซึม เธอเดาว่ามันคงเป็เื่คดีที่เ้าตัวเขียนบันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้เป็แน่ เหตุผลที่เจษของเธอยอมโดนขังตั้งหกเดือนทั้งที่ไม่ผิด ก็คงจะเกี่ยวพันกันแน่นอน
แค่คิดว่าตลอดเวลาครึ่งปีลูกชายเข้าไปลำบากอยู่ในเรือนจำ หัวใจคนเป็แม่ก็เ็ปยิ่งนัก เธอไม่อยากให้ลูกไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรพวกนั้นอีก แม้่เดือนกว่ามานี้เจษลินทร์จะกลับมาตั้งอกตั้งใจทำงาน ร่าเริงตามเดิม แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่และนิสัยที่คาดเดาไม่ได้ของเขา เธอก็ไม่อาจรู้ว่าเ้าตัวจะทำอะไรอีกหรือเปล่า จึงคิดว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เลือกเก็บสมุดบันทึกนี้ไว้เองดีกว่า
‘แม่ขอโทษนะลูก’
ลูกๆสองคนของเธอจะมานอนกับเธออาทิตย์ละวัน ซึ่งอาจจะทำให้เจษลินทร์เจอสมุดเล่มนี้เข้าสักวัน เจนจิราจึงเปลี่ยนที่เก็บไปไว้ในชั้นเก็บเอกสารห้องทำงานของสามีเธอเสีย เพราะยังไงเด็กๆก็ไม่เคยยุ่งกับเอกสารในห้องนั้นอยู่แล้ว
T B C
งื้อ น้อนปืน แอบดูแลพี่เขามาตลอดเลย งู้ยยยย
พี่่เขารู้แล้วนะคะคนดี
ติชมกันเข้ามาได้นะคะ
-LOVE-