อาซันเดินออกมาจากริมน้ำ แล้วบอกกับ พี่มู่จา และ ทอมให้ตรวจตราทุกห้องให้ละเอียด เพราะรู้ว่าทั้งสองนั้นชอบ ซังอาแค่ไหน เลยให้ดูบ้านของนักร้องสาวให้เต็มตา ซังอากับผู้จัดการมาหาอาซันเพื่อสอบถามความคืบหน้า
“ เป็นอย่างไรบ้างคุณซูซัน” ซังอาเอ่ยถามด้วยความกังวล
“ ใกล้เจอแล้วครับ ให้เพื่อนๆ ผมทั้งสองคนตรวจห้องแต่ละห้องเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง ต้องมีคำตอบให้คุณซังอา ยินดีแน่นอน” อาซันให้ความหวัง
“ จริงๆ นะ เพราะตั้งแต่ฟาร์รา ไม่อยู่ซังอาไม่มีสมาธิ หรือ อารมย์อยากร้องเพลงเลย ฝากคุณซูซันด้วยนะ” ซังอาเอ่ยด้วยความหวัง อาซันพยักหน้าแล้วออกไปริมน้ำ มองซ้ายขวาไม่มีใคร ก็กระโดดลงน้ำไปทันที พอถึงประตูมิติ วังบาดาล
อาซันก็ใช้พลังเคลื่อนย้าย เข้าไปในมิติวังบาดาลอย่างรวดเร็ว อาซันสลัดผ้าจนแห้ง มีทหารกรูกันเข้ามาหา เป็นสิบคน แต่งกายคล้ายทหารของมนุษย์ ทุกคนมีครีบปลาขึ้นอยู่ตรงบั้นท้ายทุกคน นี่คงเป็นชาวเงือกกระมัง ทุกคนใช้อาวุธเอ็ม 16 เล็งมาที่อาซัน นี่มันอาวุธปืนของมนุษย์นี่ ทำไมเมืองบาดาลนำมาใช้กันแล้วหรือนี่
“ ใจเย็นทหาร ข้ามาดี ไปบอกเจ้าวังบาดาลข้ายมทูตซูซัน มาขอพบ” อาซันเอ่ยตามมารยาทไปก่อน แต่ทหารเฝ้ายามกลับหัวเราะ ทำหน้าไม่เชื่อ
“ เจ้านะหรือ คือยมทูต ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คือ เทพเจ้าแล้ว” ตูม ไม่รู้โดนหมัด
มาจากไหนคนพูดหลับไปก่อนใคร ที่เหลือกระหน่ำยิงเอ็ม 16 ใส่อาซันดังสนั่นหวั่นไหว ไปทั่ววังบาดาล แต่กระสุน ที่ยิงไม่สามารถ เข้ามาในม่านพลังของอาซันได้แลย ตูม ๆๆๆๆๆ หมัดมฤตยู ที่อาซันปล่อยออกมา โดนร่างทหารยามทุกคน
ล้วนสลบเกลื่อนไปหมด อาซันพุ่งร่างเข้าไปในวังบาดาล มีทหารเฝ้าอยู่อีก 10 คน อาซันอัดเข้าไปอีกชุด ทหารเฝ้ายามล้วนถูกหมัด ล้มไปนอนสลบ กันทุกคน
ทหารในวังกรูกันออกมาอีกนับร้อย ล้วนไม่มีใครต้านทานพลังหมัดมฤตยูของอาซันได้แม้แต่คนเดียว อาซันก้าวเดินเข้าไปในวัง พบกับ คนด้านในอีกเกือบ40คน
“ ข้าชื่อ ซูซัน ขอเข้าพบเจ้าวังบาดาล” อาซันเอ่ยเสียงเรียบ
“ ไม่ทราบว่าท่านต้องการพบข้า ด้วยเรื่องใดหรือ” เจ้าวังบาดาลยืนขึ้นแล้วถามด้วยอาการที่เริ่มหวาดกลัว
“ ข้าแค่มาตามแมวที่หายไปเท่านั้น” อาซันพูดคำนี้ออกไป ก็ทำให้เจ้าวังบาดาลถอนหายใจ อย่างโล่งอก แล้วเรียกคนให้ไปตามลูกสาวออกมา
“ ที่แท้เรื่องนี้เอง ข้าต้องขออภัยสำหรับเรื่องนี้ด้วย ลูกสาวของข้าออกไปเล่นน้ำที่โลกมนุษย์บังเอิญเจอแมวตัวนี้ เห็นมันอยู่ริมน้ำ ไม่เห็นมีเจ้าของเลยหิ้วกลับมาด้วย ข้าเตือนลูกสาวแล้ว แต่ว่าลูกคนนี้ดื้อ เหลือเกิน “ เจ้าวังเอ่ยด้วยความเกรงใจ จากนั้นอาซันก็เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งเดินอุ้มแมวลายเสือดาวตัวใหญ่เข้ามา อย่างทุลักทุเล ครีบน้อยด้านหลังปัดไปปัดมามองดูแล้วน่ารักดี เธอไม่ยอมให้ใครช่วยอุ้มเจ้าแมวตัวใหญ่ตัวนี้ พอเธอเดินเข้ามาในห้องโถง แล้วเห็นอาซัน ก็เดินหลบไปข้างหลังเจ้าวัง
“ ท่านพ่อข้าไม่ให้ เจ้าเหมียวไปนะ เจ้าเหมียวมันไม่อยากไปมันอยากอยู่ที่นี่”
เด็กหญิงน้อยแอบอยู่หลังเจ้าวังบาดาล ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“ ไม่ได้ลูกพ่อ เจ้าเหมียวมันไม่ใช่ของเรา เจ้าของเขามาตามแล้ว เจ้าต้องเอาคืนเจ้าของเขาไป” เจ้าวังเอ่ยขึ้นแบบไม่สบายใจเท่าใด
“ ท่านพ่อ แต่เจ้าเหมียวมันไม่อยากไปนะ “ เด็กหญิงน้อยยังดื้ออีก
อาซันเห็นเป็นเช่นนี้ สงสัยไม่ได้กลับบ้านแน่ จึงยกมือบอกเจ้าวัง ไม่ต้องพูด เขาพูดเอง อาซันก้มตัวลงแล้วเอ่ยกับเด็กหญิงน้อย
“ พื่ชื่อซูซัน หนูน้อยคนสวยชื่ออะไรหรือ” อาซันให้เด็กหญิงเข้ามาใกล้ๆ
“ ถิงถิง ค่ะ พี่ซูซันไม่เอาเจ้าเหมียวไปได้ไหม ถิงถิงให้ทองคำพี่ซูซันได้นะ “ ถิงถิงต่อรอง แต่อาซันส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ แล้วท่องคาถาสะกดใจ แล้วเป่าออกไปเบาๆใส่ถิงถิง เพี้ยง แล้วพูดว่า
“ เจ้าเหมียวมันไม่ใช่สัตว์ในมิติแห่งนี้มันอยู่ไม่ได้มันจะตาย ถิงถิงถ้ารักมันก็ไม่ควรปล่อยให้มันตายนะ ควรให้มันไปอยู่ในโลกของมันจะดีกว่า” อาซันเอ่ย
หลังโดนคาถาสะกดใจทำให้ถิงถิงใจอ่อนลงทันตาเห็น ทำให้ถิงถิงน้ำตาไหลพรากกลัวว่าเจ้าเหมียวจะตาย เลยอุ้มมาส่งให้อาซันทันที
“ เจ้าเหมียว ถิงถิงอยู่กับเจ้าไม่ได้แล้ว ไว้ถิงถิงคิดถึง จะไปหาเจ้านะ” ถิงถิงบอกกับเจ้าเหมียวแล้ว ร้องสะอื้นไห้ น้ำตาไหลไม่หยุด แล้วก็วิ่งกลับไปร้องไห้กับท่านเจ้าวังต่อ
อาซันเลยอุ้มเจ้าฟาร์รากลับบ้านซังอาทันที พอมาถึงซังอาก็รีบเข้ามา กอดเจ้าฟาร์ราทันทีไม่สนใจอาซันเลย ส่วนพี่มู่จา กับ ทอมเวลานี้ยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้มาในบ้านนักร้องคนโปรด แถมได้บัตรคอนเสิรท์มาอีก 10 ใบ อาซันถือโอกาสร่ำลากลับที่สำนักเอกภพต่อทันที
อาซันกลับมาคราวนี้รู้สึกชีวิตเริ่มไม่มีสาระ จึงได้ลงวิชาเรียนไปเกือบ 10 วิชา เรียนจนจบแล้วไม่มีวิชาใดที่น่าสนใจอีก มีเวลาว่างก็ไปดูที่วิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ ไม่พบพิรุธใดใด เลย จึงไม่สามารถหาเหตุผลมาทำลายล้างมันได้ จากนั้นก็ไปตรวจสอบราชวงศ์ซาร์ก็ไม่เห็นจะมีอะไร หรือแรงงานทาสให้เห็นเลยสักคน ได้พบกับชิงชิง กับ องค์หญิงซาร์เมนธาด้วย แต่อาซันไม่ไปทักทาย กลัวว่าทำให้เธอทั้งสองคิดถึงเรื่องที่ทำให้พ่อเธอต้องตาย ไม่เจอกันเสียดีกว่า เลยเอาแต่ฝึกตนอย่างเดียว จนเวลาผ่านไป สามเดือนเวลานี้ ขอบเขตพลังของอาซันขึ้นมาที่ขอบเขตจ้าวสวรรค์ ระดับที่ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ณ สำนักธารารมย์
“ เดือนหน้าอาจารย์จะจัดการประลองเลือกคู่ให้เจ้า โดยคัดเฉพาะคนที่มีธาตุหยางไม่ต่ำกว่าครึ่งของร่างกาย เพื่อมั่นใจว่า เจ้าแต่งไปแล้วจะได้ช่วยให้เจ้าได้มีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น” อาจารย์เจ้าสำนักธารามย์เอ่ยกับจูเลีย ศิษย์เอก
“ อาจารย์ ข้าไม่อยากแต่งงาน ข้าอยากอยู่รับใช้อาจารย์” จูเลียสาวสวยวัย 18 ปี เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจที่จะแต่งงาน
“ ถ้าเจ้าไม่แต่งงาน พลังหยินในร่างของเจ้ามันจะมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายร่างกายภายในของเจ้าก็จะถูกความเย็นแทรกซึมขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้ถึงตายได้ตลอดเวลาอาจารย์ยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้” อาจารย์โรซาเจ้าสำนักเอ่ยอย่างเด็ดขาด ทำให้จูเลียได้แต่นิ่งไป
“ เจ้าไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสภาพร่างกายเจ้าอย่างเดียว แต่มันพรหมลิขิตอีกด้วย ท่านเทพพยากรณ์ได้ทำนายไว้ว่า เจ้าอายุได้ 18 เจ้าจะได้คู่ครอง และคนนั้น เป็นหนึ่งศิษย์ของสำนักทั้งสี่ ข้าได้ส่งสาส์นให้พวกเขาส่งศิษย์ที่มี
พลังธาตุหยางมากันแล้ว เดือนหน้าคาดว่าพวกเขาคงมาถึง” อาจารย์โรซาเอ่ยกับ
จูเลียอย่างอ่อนโยน จูเลียอดนึกถึงคำทำนายที่ท่านเทพพยากรณ์บอก ว่าคนที่จะมาเป็นคู่ครองของเธอนั้น จะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าเธอจะหลีกเลี่ยงอย่างไร ก็ไม่อาจฝืนชะตานี้ไปได้ จูเลียได้แต่ถอนใจ...
สำนักเอกภพ ได้มีประกาศรับสมัครศิษย์จำนวน 10 คนที่มีพลังธาตุหยางมากกว่าครึ่งของร่างกาย ไปเป็นตัวแทนสำนักไปประลองเลือกคู่ที่สำนักธารารมย์ให้ศิษย์ทุกคนมาคัดตัวที่อาคารกลาง ที่รับแลกภารกิจ ศิษย์ชายที่ธาตุหยาง
ต่างก็เข้ามาที่สำนักงานภารกิจ เพื่อดูภาพของจูเลีย ที่ประกาศคัดเลือกคู่ครองในครั้งนี้ พอทุกคนที่เห็นภาพของจูเลียต่างแห่กันสมัครกันเป็นจำนวนมาก
แต่สำนักเอกภาพได้สิทธิ์ส่งคนไปคัดตัวแค่เพียง สิบคนเท่านั้น จึงต้องมีการคัดออกกัน โดยมีคนมาสมัครทั้งหมด เกือบ สามร้อยคนโดยให้ทุกคนปล่อยพลังมาที่หินเพลิง ใครทำให้หินเพลิงลุกไหม้ได้ คนนั้นได้สิทธิ์ไปงานประลองเลือกคู่ในครั้งนี้ แต่ว่ามีคนผ่านถึง 50 คน เลยตัดสินให้ทั้ง 50 คนเข้าอุโมงค์ตรวจสอบศิษย์ใครออกมาก่อน สิบคนแรก ได้ไปแข่งขันในครั้งนี้ ศิษย์พี่มู่จาอายุเกินไม่สามารถเข้าร่วมได้ ส่วนทอมก็รูปร่างไม่ได้ตามเกณฑ์ทำให้สมัครไม่ได้ ส่วน อาซันไม่ได้สมัครแข่งขันครั้งนี้ด้วย เพราะไม่อยากแต่งงานในช่วงนี้ ขณะที่ทั้งสามคนกำลังนั่งพักกันอยู่ ที่หน้าอาคารภารกิจ ศิษย์พี่โบลตัลมาบอกว่ารองเจ้าสำนักให้ไปพบ
“ อาซันทำไมเจ้าไม่ชอบจูเลียเลยหรือ” รองเจ้าสำนักเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ข้าไม่อยากแต่งงานในเวลานี้ ข้ายังต้องทำเรื่องอีกหลายอย่างไม่อยากผูกมัดใครเอาไว้” อาซันบอกตามตรง
“ จูเลียไม่ใช่คนที่จะเป็นคอยถ่วงเจ้าหรอก เจ้าน่าจะไปลองเจอเธอก่อนนะ แล้วอีกเรื่องหนึ่ง งานนี้มีคนจากสำนักสยบสวรรค์ และสำนักเทวาลัยเร้นลับไปด้วย พวกศิษย์ที่ไปสิบคนนี่ ข้ากลัวว่าจะโดนพวกสำนักอื่น ทำร้ายจนไม่อาจกลับสำนักได้อีก ถ้ามีเจ้าไปด้วย ข้าค่อยอุ่นใจ” รองเจ้าสำนักกล่อมอาซัน เพราะว่าจูเลียคือหลานสาวของเขานั่นเอง
“ ถ้าเช่นนั้นข้าไปก็ได้” อาซันรับปากท่านรองเจ้าสำนัก แล้วจึงเดินออกไป
“ หวังว่าเจ้าจะเป็นคนที่ท่านเทพพยากรณ์เคยบอกเอาไว้นะ จูเลีย ลุงช่วยเจ้าได้แค่เพียงเท่านนี้ ที่เหลือก็แล้วแต่โชคชะตาของเจ้าเอง” รองเจ้าสำนักเอ่ยหลังจากที่อาซันเดินออกไป
จากการที่อาซันตัดสินใจไป ทำให้อาซันต้องไปสัมผัสหินเพลิงเช่นคนอื่น พออาซันสัมผัส หินเพลิง ได้ครู่เดียว ก็ปรากฏหินเพลิงลุกไหม้ แล้วละลายหายไปเลย ทำให้คนคุมตรวจสอบ ตกใจยิ่งนัก พังอีกแล้วหรือนี่ แต่พออาซันบอกว่าจะทดสอบที่อุโมค์ต่อคนคุมตรวจสอบรีบบอกเลยว่าไม่ต้องให้อาซันผ่านไปได้เลย ดังนั้นคนที่ 10 ก็ถูกคัดออกไปโดยทันที มีอาซันเป็นผู้เข้ามาแทนที่ โดยคนที่ สิบพอรู้ว่าเป็นอาซันก็ไม่กล้าโวยวาย การเดินทางไปสำนักธารารมย์ ครั้งนี้ศิษย์พี่โบลตัล ได้รับมอบหมายให้ไปเป็นผู้คุมเหล่าศิษย์ทั้งสิบคนไป
รุ่งขึ้นทางสำนักใช้เรือเหาะคล้ายของอาซันพาศิษย์ทั้งสิบคนเดินทางไปสู่สำนักธารารมย์ ที่อยู่เมืองมิดเดิลฟิวด์ นั่งเรือเหาะลำนี้ไปไม่ถึง 2 ชั่วโมงทุกคนก็มาถึง
สำนักธารารมย์ โดยที่ตั้งสำนักตั้งอยู่บนบนพื้นที่มีต้นไม้ปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีสายธารไหลลงมจากภูเขาด้านหลังสำนัก บรรยากาศช่างดูร่มรื่นจริงๆ
ที่พักที่จัดให้นั้นก็แบ่งเป็นห้องพักได้คนละห้องเป็นการส่วนตัว คล้ายโรงแรม
อาซันมาถึงก็นั่งสมาธิสำรวจบรรยากาศภายในสำนักแห่งนี้ พบว่าผู้มีพลังสูงสุด
อยู่ในขอบเขตราชันระดับ 9 น่าจะเป็นเจ้าสำนักโรซ่า แต่อาซันมาสะดุดใจกับ
รูปปั้นหิน ที่ตั้งอยู่กลางสำนัก ที่ดูแล้วเป็นผู้ชายชัดๆ ทำไมสำนักที่มีแต่ผู้หญิงกลับมีรูปปั้นผู้ชายไว้เคารพด้วย อาซันลืมตาขึ้นมาเพราะศิษย์พี่โบลตัล
ชวนให้ไปคำนับท่านเจ้าสำนักธารารมย์ อาซันเดินผ่านรูปปั้น ก็เอ่ยถามศิษย์โบลตันทันที
“ ศิษย์พี่รูปปั้นผู้ชายคนนี้มาตั้งที่นี่ได้ยังไง”
“ เจ้าไม่รู้จักหรือ นี่คือรูปปั้นของท่านจอมจักรพรรดิยมเทพ เป็นผู้ก่อตั้งสำนักทั้งห้า รูปปั้นนี้ก็มีที่สำนักของเราด้วย” ศิษย์พี่โบลตันอธิบาย
“ อ้าว แล้วทำไมข้าไม่เห็นเลย”
“ เวลานี้รูปปั้นของท่านถูกเก็บเอาไว้ ในห้องของเจ้าสำนัก” ศิษย์โบลตัลเอ่ย
ทำให้อาซันเข้าใจขึ้นมา
พอทุกคนมาครบทั้งหมด ก็เข้ามาคำนับท่านเจ้าสำนักโรซ่า แต่ดูเหมือนท่านเจ้าสำนักจะสนใจอาซันเป็นพิเศษ
“ นี่เจ้าคือซูซันหรือ เห็นรองเจ้าสำนักของเจ้า ส่งข่าวมาว่าเจ้า ชอบทำลายค่ายกลเสียหาย เป็นจริงหรือไม่” รองเจ้าสำนักคงรายงานเตือนมาว่าอย่าให้อาซันเข้าอุโมงค์ทดสอบศิษย์ของสำนักธารารมย์
“ ไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพียงแค่เป็นอุบัติเหตุเท่านั้น” อาซันกล่าวอ้อมแอ้ม
“ ที่สำนักข้าก็มีอุโมงค์ทดสอบศิษย์ ถ้าพวกเจ้าอยากไปลองทดสอบ ข้าอนุญาต เจ้าด้วยซูซัน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถทำลายค่ายกลของสำนักของข้าได้”
เจ้าสำนักส่งยิ้มมาให้อาซัน เหมือนกับจะบอกว่า ยังไงอาซันก็ไม่สามารถทำให้อุโมงค์ตรวจสอบศิษย์พังได้
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอลองดูสักหน่อย “ อาซันสนใจอุโมงค์ทดสอบศิษย์ของสำนักธารารมย์เช่นกัน