Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 68 ท้าทาย

    ตอนที่ 68 ท้าทาย

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     




    ธีออนขมวดคิ้วมุ่นเขารู้สึกไม่ชอบใจเลยที่ชายชราตรงหน้านี้กำลังจะทำให้พรสวรรค์ของเด็กน้อยกลายเป็นสิ่งไร้ค่า


    เมื่อเด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะทางด้านพลังเวท เขาไม่ควรถูกชักนำไปผิดทาง


    นักเวทยาศาสตร์อะไรกัน เขาควรเป็นนักเวทมากกว่า


    ทว่าธีออนก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป แต่สายตาของเขากลับพูดออกมาได้หมด นั่นทำให้ออสตินจำต้องพูดบางอย่างออกไป ไม่เช่นนั้นคนรอบๆ ที่อยู่ที่นี่คงต้องคิดว่าเขาเป็นตาแก่เผด็จการเอาแต่ใจเป็นแน่


    “มันเป็นความต้องการของเขา”


    “เขา?” ธีออนแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ


    “ใช่ เด็กคนนี้สนใจในวิชาการมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก ถ้าคุณรู้ว่าทำไมเขาถึงมาทดสอบพลังเวทในตอนนี้ มันไม่ใช่เพราะการใช้คาถาเวทของเขาอ่อนด้อยอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะเขาต้องการขึ้นไปชั้นที่สองของหอสมุดประจำเมืองมากกว่า” ออสตินกล่าวอธิบายพร้อมกับยิ้มจนตาหยีเมื่อคิดถึงเรื่องนี้


    คำพูดนี้ทำให้ทุกคนอึ้งไป พวกเขาไม่คิดว่าคนที่มาทดสอบพลังเวทจะมีจุดประสงค์แบบนี้


    เพื่อการอ่านรายงานวิจัยเนี้ยนะ?


    “จริงๆ หรอ?” ธีออนถามอย่างไม่เชื่อ 


    แม้เด็กคนนี้จะเป็นบุตรชายของมหาปราชญ์ ย่อมได้รับความรู้มากมาย แต่เด็กที่อายุเพียงเท่านี้จะสามารถเข้าใจงานวิจัยได้อย่างนั้นหรอ?


    หลายคนที่อยู่ที่นี่ก็คิดเช่นนี้ แต่ทว่าพวกเขาไม่กล้าเอ่ยมันออกมา เพราะตัวตนระดับออสติน พวกเขายังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเข้าร่วมการสนทนานี้ได้


    ออสตินไม่ทันได้ตอบคำถาม เด็กน้อยผู้มีเรือนผมสีเงินจุดแสงของดวงจันทร์ก็ยกมือออกมาจากแท่นผลึกจนภาพสะท้อนการบ่มเพาะนั้นหายไป เขาเดินเข้ามาและเอ่ยว่า “ใช่ครับ ผมต้องการเข็มกลัดเพื่อขึ้นไปชั้นที่สองของหอสมุดจริงๆ”


    เมอร์ลินเอ่ยเจตจำนงของตนเองออกมา เขาคิดว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังเป็นความลับอะไร


    “เธอทำให้ฉันประหลาดใจมาก ช่างเถอะถ้าอย่างนั้นฉันหวังว่าในอนาคตเธอจะกลายเป็นนักเวทยาศาสตร์ที่เยี่ยมยอดเหมือนพ่อของเธอ” ธีออนเอ่ยด้วยท่าทางที่จริงใจ แม้เขาจะรู้สึกเสียดายต้นกล้าที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ออกตาม


    ต้องรู้ไว้ว่าแม้มหาทวีปแห่งนี้จะไม่ขาดแคลนนักเวท แต่จำนวนของนักเวทระดับสูงนั้นมีน้อยมาก ไม่ต้องเอ่ยถึงจอมเวทหรือมหาจอมเวท พวกเขาล้วนเป็นตัวตนชั้นยอดที่ประเทศต่างๆ ต้องการ


    “พวกเราไปทำการทดสอบต่อไปกันเถอะ” ออสตินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม คนเป็นพ่ออย่างเขาจะไม่รู้สึกดีใจที่มีบุตรชายยอดเยี่ยมแบบนี้ได้อย่างไร


    “งั้นไปกัน”


    ธีออนไม่ชักช้า เขาเดินนำพวกเขาไปอีกโซนหนึ่งทันที


    นอกจากโซนห้องทดสอบพลังเวทแล้วยังมีโซนทดสอบการใช้วิชาที่ถูกจัดแบ่งออกเป็นห้องๆ เรียงรายอยู่มากมาย


    เมอร์ลินเดินมาถึงห้องโล่งกว้างที่ผนังถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแข็งแกร่งที่เปร่งพลังเวทออกมา


    “นี่คือห้องศิลาต้านเวทหรอครับ?” เด็กน้อยนั้นอดที่จะถามออกมาไม่ได้


    ใช่แล้ว เขานั้นเคยอ่านเจอในหนังสือถึงได้ทราบถึงลักษณะของศิลาต้านเวท


    “เด็กน้อยมีความรู้ไม่เบา ถูกต้องห้องนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยศิลาต้านเวท วัตถุลงค่ายกลที่สามารถต้านทานพลังเวทของนักเวทได้ แต่ห้องทดสอบคาถาเวทของที่นี่รองรับได้แค่คาถาเวทระดับสี่เท่านั้น หากต้องการใช้คาถาเวทที่สูงกว่านี้จำเป็นต้องไปทดสอบด้านนอกหรือห้องทดสอบในเมืองอคาเดมี” ธีออนกล่าวอธิบาย


    “ครับ” 


    แล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปในห้องนั้น โดยมีธีออนเป็นผู้คุมสอบด้วยตัวเอง


    “เอาล่ะ เมอร์ลินเธอสามารถใช้คาถาเวทของเธอออกมาได้เลย แล้วฉันจะเป็นคนประเมินการสอบของเธอเอง”


    ออสตินและผู้ติดตามของธีออนต่างยืนอยู่ริมผนังห้อง 


    เป็นเมอร์ลินที่ก้าวออกไปตรงกลางห้องแล้วกวาดสายตาไปรอบๆ


    ท่าทางของเขานั้นทำให้ธีออนต้องเอ่ยถามออกมา


    “มีอะไรอย่างนั้นหรอ?”


    เมอร์ลินยกมือเกาท้ายทอยอย่างเขินๆ และเอ่ย “คือว่าคาถาเวทที่ผมใช้มีเพียงแค่คาถาเดียวนั่นคือคาถาเวทแรงโน้มถ่วงระดับต้น แต่ที่นี่ดูเหมือนไม่มีอะไรให้ผมใช้คาถาออกมาได้เลย”


    “โอ้ ที่แท้เธอก็เป็นห่วงเรื่องนี้เอง ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้เธอยืมเจ้านี่” ธีออนยิ้มและล้วนปากกาเวทมนตร์ด้านหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ


    “รับไป”


    ทันทีที่กล่าวจบชายชราในชุดสูทสีขาวผ้าคลุมดำก็โยนปากกาในมือของเขาออกไป


    การกระทำนี้แน่นอนว่าเมอร์ลินไม่ทันตั้งตัว


    แต่เขากลับทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด


    แทนที่เด็กคนนี้จะยื่นมือไปรับปากกา แต่เขากลับขยับนิ้วมือกลางอากาศใช้เวทมนตร์รับปากกาด้ามนั้นให้ลอยเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ


    การกระทำนี้นั้นอดที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกชื่นชมไม่ได้ เวทแรงโน้มถ่วงนี้อาจจะเรียกว่าเวทควบคุมวัตถุก็ได้ เพราะมันใช้พื้นฐานของกฎแรงโน้มถ่วงมากกว่า ผู้คนจึงเรียกมันว่าเวทแรงโน้มถ่วงแทนที่จะเรียกเวทควบคุมวัตถุ 


    ซึ่งเด็กน้อยสามารถควบคุมปากกาที่ถูกโยนออกมาอย่างกระทันหันได้ดีมาก


    ทว่าเมอร์ลินกลับกล่าวคำพูดหนึ่งออกมา “คุณไม่กลัวมันเสียหายเหรอครับ?”


    คำถามนี้ทำให้ธีออนเลิกคิ้วขึ้นและเอ่ยถาม “เสียหาย? เธอคิดจะใช้มันโจมตีฉันอย่างนั้นหรอ?”


    เมอร์ลินพยักหน้าอย่างใสซื่อ


    “ครับ ผมคิดว่าถ้าจะทดสอบคาถาเวททั้งทีหากไม่ใช่เวทโจมตีก็คงจะทำให้ผ่านไม่ได้”


    คำพูดนี้ทำให้คนทั้งสองต้องหัวเราะออกมากับความคิดของเด็กน้อย โลกนี้ยังมีเวทมนตร์หลายอย่างที่ไม่สามารถโจมตีได้ แต่เป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆ 


    แต่เมื่อเมอร์ลินแสดงมุมนี้ออกมาก็ทำให้พวกเขาคิดว่าเด็กคนนี้อาจเหมือนเด็กทั่วไปบ้างก็ดี


    “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ใช้มันโจมตีฉันได้เลย ไม่ต้องกลัวมันเสียหาย ถ้าหากเธอโจมตีฉันได้สำเร็จฉันจะให้รางวัลกับเธอชิ้นหนึ่ง” ธีออนกล่าวออกมาอย่างใจดี


    ต้องรู้ไว้ว่าเขานั้นเป็นถึงมหาจอมเวท การกล่าวคำพูดนี้แทบจะไม่ต่างไปจากการรังแกเด็กน้อย แต่ผู้คนที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนรู้ว่าเขาจงใจหยอกล้อเด็กน้อยเล่น


    “เอาสิเมอร์ลิน ถ้าลูกทำได้ พ่อก็จะให้รางวัลอีกชิ้นหนึ่งเหมือนกัน” ออสตินกล่าวอย่างยิ้มๆ


    ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของเมอร์ลินก็เป็นประกายขึ้นมาทันที


    “จริงนะครับ”


    “จริงสิ เอาเลยจัดการเขาได้เลย”


    “ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่เกรงใจแล้วนะครับ”


    ทันทีที่กล่าวจบสายตาของเมอร์ลินก็เปลี่ยนไปในทันที


    คู่ต่อสู้ตรงหน้านี้เป็นถึงมหาจอมเวท เด็กน้อยเช่นเขาย่อมไม่ชนะได้อย่างแน่นอน แต่เงื่อนไขมันเป็นเพียงการโจมตีให้สำเร็จเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าเขายังมีโอกาส


    “รับมือนะครับ”


    ทันทีที่สิ้นเสียงเมอร์ลินก็ใช้คาถาเวทแรงโน้มถ่วงควบคุมปากกาตรงหน้าทันที

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน