ไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด

    ตอนที่ 38 กลับบ้าน (2)

            หนุ่มน้อยไป๋ลู่ที่ตอนนี้ลืมตาน้อยเผย นันย์ตาแดงฉาน ในสภาพสลึมสลือ พร้อมร่างที่ไหวเอน ซ้าย ขวาเล็กน้อยตามแรงลากเกวียนที่ขนเหล่าเด็กๆที่ยังไม่ได้สติอยู่ เด็กหนุ่มบิดเนื้อตัวก่อนจะสังเกตว่าผมที่โล้นทั้งหัวตอนนี้กลับมีกระจุกผมเป็นหย่อมๆ เต็มผมไปเสียแล้วเด็กหนุ่มชันตัวขึ้นพลันลูบหัวไปมาอย่างไม่ชินค่อยๆ



            เด็กน้อยค่อยๆ เดินเตาะแตะออกมาอย่างเชื่องช้า ไล่ตามแสงเล็กน้อยที่ลอดผ่านม่านกระโจมเบื้องหน้า เมื่อเปิดม่านกระโจม ลมอ่อนนุ่มพร้อมท่อแสงที่ค่อยสาดส่องใบหน้าเด็กหนุ่ม ทำให้ต้องปิดตาตัวเองไปตามสัญชาตญาณ แสงที่แยงตาต้องทำให้เด็กหนุ่มปรับสายตาไม่กี่อึดใจ ก่อนจะเริ่มเห็นมุมมองที่เริ่มกว้างขึ้นและชัดเจนในที่สุด



            เด็กน้อยมองเห็นเหล่ารถเกวียนนับร้อยที่กำลังพาตนไปสถานที่หนึ่งทันที "นี้ข้าอยู่ไหนกันอีกละเนี้ย? เด็กหนุ่มขี้สงสัยเดินส่ายไปมาเอียงตัวเกาะราวเกวียนไล่ไปตามเส้นทางเล็กน้อย ก่อนจะเห็นชายหนุ่ม สามสี่คนที่นั่งคุยกัน เรื่องศึกที่ผ่านมา บางมุมมองพวกเค้าก็ดูขึงขังจริงจัง อากัปกิริยาพวกเค้าสลับ ไปมาเดี้ยวโศกเศร้าเงียบฉับพลันก็มี แต่ระหว่างที่เมื่อพวกเค้าสนทนาอย่างเพลินเพลินอยู่นั้นก็สัมผัสถึงการมาถึงของผู้มาใหม่นี้ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจเนื่องจาก พวกเด็กที่ไม่ได้สตินั้นถูกเสริมอาคม ให้นอนนานขึ้นไปอีกเพื่อป้องกันโวยวายและเป็นการง่ายที่จะจัดแจงหาผู้ปกครองเมื่อกลับไปถึง



            "เอ้าเจ้าหนูฟื่นแล้วอย่างนั้นหรือ? ชายหนุ่มที่ทักเด็กหนุ่มสวมชุดหรูหราเล็กน้อยผ้าไหมที่รัดรูปเสื้อเกราะภายใน ใบหน้าเจ้าสำราญที่แสดงให้เห็น ผมเผ้ายุ้งเหยิงเล็กน้อยพร้อมฝุ่นควันที่ยังเกาะเต็มตามไหล่ตามตัว อาการฟื่นตัวที่ยังไม่สมบูรณ์ยังคงเหลือความเหนื่อยหอบเล็กน้อย "พวกเจ้าดูใบหน้านั้นสิ ช่างน่าเอ็นดูนัก เนื้อตัวนี้สิมอมแมมมาเชียว ไม่ต่างจากข้าเลยเจ้าว่าใหม่ เอ้ามานี้สิเจ้าหนู เอาเนื้อไก่ไหม ข้าพึ่งย่างเสร็จได้ไหมนานเจ้าคงจะหิวมาก เอาไปกิ....! เห้ย! ชิ้ง! เจ้าเป็นอสูรจำแลงมารึ



            เด็กหนุ่มที่เห็นการเชื้อเชิญเบื่องหน้าภายใต้ท่วงท่าที่ยังบดบังแดด เมื่อเห็นพวกเค้าคุยด้วยว่าง่ายท่าทางใจดี พร้อมยื่นน่องไก่ที่พึ่งย่างกำลังร้อนๆ ชวนหิว ท้องน้อยเกิดเสียงโครกครากเล็กน้อย ทำเจ้าตัวเคอะเขินไปพลางๆ เด็กๆ เดินค่อยๆเดินเข้าหาเสมือนรักษาท่าทีน้อบน้อมที่ตนพึงปฏิบัติกับผู้อื่นตลอดเวลา ท่วงท่าย่างก้าวที่ค่อยๆ กระเถิบทีละนิดๆ อย่างกล้าๆกลัวๆ ของเด็กหนุ่มทำเอาชาวยุทธในนั้นก็อดจะรู้สึกสงสารไม่ได้ ตามที่ได้รับรายงานมาพวกเค้าต้องเจอเหล่าสัตว์อสูรภายในคง ต้องทุกทรมาณทั้งกายและจิตใจที่ต้องเป็นของเล่นให้พวกเดรัจฉานพวกนั้น



            ทว่าหลังจากที่ท่าบดบังแสงเเดดของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นแบบมือประกบกัน รอรับชิ้นเนื้ออย่างว่าง่าย ทุกสายตากลับจดจ้องนันต์ตาแดงฉานดั่งโลหิต กายเนื้อทั่วร่าง สัญชาตญาณวิ่งร้องคะนอง ร่างบุรุษที่นั่งสบายปล่อยตัวพูดสนทนาไม่นาน เปลี่ยนท่าทีคึงขังฉับพลัน โลหิตในกายสูบฉีดอย่างรวดเร็ว สรรพวุธมากมายที่อยู่ใกล้ตัวต่างถูกยืบขึ้นมาพร้อมเพรียง



            ชายหนุ่มที่ท่าทางใจดีกำลังทำท่วงท่าที่กำลังหยิบยื่นน่องไก่ป่าเปลี่ยนเป็นหันคมดาบฉับพลัน ดวงตาเค้าถลึงมองเด็กน้อยเบื่องหน้าอย่างไม่วางตา ระเบิดพลังปราณออกมาเล็กน้อยไม่ต้องการให้เกวียนเสียหายเพราะอาจส่งผลกระทบต่อเด็กๆที่เหลือด้านหลัง ความปลอดภัยพวกเค้าต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก สภาพพวกเค้าทั้งหมดต่างเตรียมพร้อม เข้าประกบเด็กหนุ่มทันที สารถีที่อยู่ด้านหน้าก็ตกใจกับท่าทีเปลี่ยนไปของ ชาวยุทธที่พึ่งพูดคุยกันได้ไหมนานนี้ ท่าทางพวกเค้าล้วนแล้วจริงจังเป็นอย่างมาก เมื่อสลับมองไปดูที่เด็กน้อยผู้หน้าสงสารเบื้องหน้า คราแรกตกนั้นกะจะเข้าไปช่วยเหลือ ทว่าด้วยความกลัวต่อนันต์ตาสีแดงที่น่ากลัวกลับทำให้สารถีเปลี่ยนใจ ตั้งตามองทางด้านหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ภาวนาไม่ให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับตนในทันที



            ชายหนุ่มพยายามตรวจสอบเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะใช้ดาบแหลมคมที่ชักออกมาชี้ที่เด็กหนุ่มไป๋ที่ตกใจท่าทีที่เปลี่ยนไปก่อนนึกขึ้นได้ว่าตนนั้น ยังเป็นที่รังเกียจของเหล่ามนุษย์ด้วยกันอยู่ พลันด้วยนันต์ตาแดงฉานอันเกิดจากหมอกควันโลหิตที่คร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วนปรากฏ สิ่งที่ตามมาจากนั้นล้วนแล้วตาลปัตร พลิกแพลง บิดพริ้วทั้งสิ้น ความใจดีแทนที่ด้วยความรังเกียจอย่างรวดเร็ว



            "เดี้ยวก่อน ข้าไม่ใช่อ๊า ร่างเด็กน้อยที่ถอยหลังก่อนสะดุดล้มยกมือขึ้นป้องมีดที่จ่อเข้ามาในระยะอย่างหวาดกลัว พร้อมร่างเงาชาวยุทธ สามคนที่โอบล้อมเตรียมสังหารแม้เป็นเด็กหากยืนยันว่าเป็นอสูรก็ไม่สามารถ ปล่อยไปได้เด็ดขาด "พวกเจ้ากลับไปประจำที่เรียบร้อยซะ นั้นมันคนของหมู่บ้านขจี! เสียงเข้มตวาด ของหมางต้า เข้าสู่โสดประสาทชาวยุทธทั้งสามที่พยายามดึงร่างเด็กหนุ่มมาตรวจสอบ ก่อนจะหันเข้าหาเสียงพร้อมประสานมือพร้อมกันอย่างหวาดกลัวต่อเสียงที่มาไม่ห่างจากตน ทว่าเสียงนั้นกลับอยู่ด้านหน้าหัวขบวณที่ห่างจากจุดตนเป็นอย่างมาก



            "ขออภัยท่านหัวหน้า พวกข้าหารู้ความในไม่ขออภัยอีกครั้งขอรับ พวกเราไปกันเถอะ อภัยให้ข้าด้วยเจ้าหนูแทนคำขอโทษ เนื้อที่ข้าย่างทั้งหมดนี้ข้ายกให้เจ้าก็เเล้วกัน พวกข้าผ่านศึกอสูรมาได้ไม่นานความตื่นตัวยังอยู่กับพวกเราทุกคน หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ ชายหนุ่มเก็บดาบเคารพก่อนเดินออกไปพลางลูบหัวเด็กน้อยที่หวือหว่าอยู่ก่อนแล้ว ทุกท่วงท่าฉับพลันของชาวยุทธเบื้องหน้า เด็กหนุ่มกระตุกกลัวตลอดทุกกิริยาที่เค้าแสดงก่อนร่างพวกเค้าจะจากไปเด็กหนุ่มมองไปที่ห่อใบป่าขนาดใหญ่ที่ห่อเนื้อย่างมากมายในนั้น ด้านข้างสารถีก็เปลี่ยนท่าทีตามที่เห็นได้ว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นภัย 



            "ถ้าอย่างงั้นข้าไม่เกรงใจหละ เด็กน้อยไป๋ไม่รอช้า หยิบน่องไก่ กินอย่างมุมมามภายใต้สายตาการจับจ้องของชาวยุทธที่จากไปได้ไม่นานพวกเค้า ต่างพยายามจับผิดไป๋ลู๋อยู่ห่างๆ ก่อนจะเห็นเพียงความไร้เดียงสาเช่นเด็กคนนึงเท่านั้น "ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์จริงๆ แหะนี้ข้ามือตกถึงขั้นแยกแยะมนุษย์กับสัตว์อสูรจำแลงไม่ได้แล้วหรือนี้"



            เพื่อนๆ รอบกายเมื่อได้ยินอย่างนั้นต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ กลับไปค่อยไปแก้ตัวตอนเราฉลองกันอีกที ข้าจะได้บอกพวกที่เหลือเรื่องเจ้าให้ทั่วเลยคอยดู วะฮ่าๆๆ" "หุบปาก! 

    คล้ายกับเรื่องไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด ที่คุณอ่าน