เื่ก่อตั้งสำนักศึกษาขนาดเล็กภายในหมู่บ้านจ้าวหยางกำลังจะไปปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากผลัดมาสองวัน แต่ก่อนจะก้าวเท้าออกจากประตูเสียงหวาน ๆ ของบุตรสาวก็ดังขัดเสียก่อน
“ท่านพ่อ ข้าจะไปบ้านท่านปู่อี้กับท่านด้วย”
ในหมู่บ้าน่กลางวันชาวบ้านที่ไม่ได้ลงนาหรือขึ้นเขาไปหาของป่าต่างนั่งคลายร้อนจับกลุ่มคุยกันอยู่บริเวณใต้ร่มไม้ใหญ่
“เสี่ยวชิง เ้ากับพ่อของเ้าจะไปที่ใดรึ” หญิงชาวบ้านนางหนึ่งมีบุตรชายทำงานอยู่ในสวนผลไม้เอ่ยถามดรุณีน้อย
“ไปบ้านท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านเ้าค่ะท่านป้า”
“เปลือกต้นชวนหวงป้อบ้านข้าแห้งแล้ว พรุ่งนี้สามารถนำไปขายให้กับเ้าได้”
“พรุ่งนี้เช้าปลายยามเฉิน (07.00 – 08.59 น.) ข้าจะตั้งโต๊ะรับซื้อเปลือกชวนหวงป้อแห้งที่หน้าประตูบ้าน หากท่านป้าอยากเป็คนแรกก็ต้องรีบไปเร็ว ๆ หน่อยนะเ้าคะ”
“ข้าจะไปเป็คนแรกเลย”
“ข้าจะรอเ้าค่ะ”
ชาวบ้านต่างสนทนากันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะนำเปลือกไม้ไปแลกเงิน
“เสี่ยวชิงกับพ่อของนางช่างหน้าตางดงาม ดูแตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเรา”
“ตอนนี้พวกเสี่ยวชิงก็กลายเป็ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเรานี่แหละ”
“ธรรมดาที่ไหน พวกเ้าไม่เห็นผลไม้บนเขา ลูกชายข้าบอกว่าผลดก มีผลไม้ที่พวกเราไม่เคยเห็นปลูกด้วย นั่นคือต้นเงินเลยนะ” บุตรชายนางได้รับผูเถาเชื่อมน้ำผึ้งตากแห้งกลับมา มันอร่อยอย่าบอกใครเชียวล่ะ บุตรชายนางโชคดีที่ได้รับเลือกให้ทำงานในสวนผลไม้
“ข้าอิจฉาบุตรชายเ้าที่ได้ทำงานที่นั่น”
“บุตรชายข้าเกิดมาเป็คนมีวาสนา”
หญิงชราเกาะกลุ่มนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ต่างเบ้ปากส่งสายตาปะหลับปะเหลือกกับประโยคโอ้อวด
จ้าวลู่ชิงนั่งแทะเมล็ดถั่วคุยสัพเพเหระอยู่กับภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากท่านพ่อของนางเข้าไปปรึกษากับท่านปู่อี้ด้านใน
“เสียดายที่วันนั้นข้าไม่ได้ไปด้วย” เนื่องจากลูกสะใภ้กับหลานขึ้นเขาไปลอกเปลือกไม้ บุตรชายคนรองก็ทำงานอยู่ในสวนผลไม้ ไม่มีใครอยู่เฝ้าบ้านหน้าที่จึงต้องตกเป็ของนาง
“หากท่านย่าไปด้วยต้องช่วยพวกเราได้มากแน่ ๆ” ถ้าให้จัดอันดับหญิงครองเรือนปากคอเราะร้ายที่สุดในหมู่บ้านหญิงชราก็อยู่อันดับต้น ๆ ทว่าจากที่นางััคนในหมู่บ้านปากร้ายแต่จิตใจดี หากไม่มีใครมาหาเื่หรือเอาเปรียบพวกเขาก็จะไม่เอ็ดตะโรใส่
“เ้าทานให้เยอะ ๆ ผูเถาที่เ้าให้บุตรชายข้ามาทั้งหอมทั้งหวานเคี้ยวหนุบหนับ ถั่วพวกนี้มิอาจสู้ได้” ดรุณีตรงหน้าผิวพรรณขาวเนียนแถมยังนุ่มนิ่ม หน้าตาก็งดงามมองแล้วเพลินตา มองหาไกลเป็ร้อยลี้ไม่รู้ว่าจะมีผู้ใดงดงามเท่าสาวน้อยคนนี้
“ท่านย่าเก็บผูเถาแห้งไว้เถิดเ้าค่ะ ไม่ต้องเอาออกมาต้อนรับข้า เอาไว้ให้พวกเด็ก ๆ เคี้ยวเล่น”
“หลานข้าน่ะ มีแต่พวกตะกละ หากไม่จำกัดให้ทานได้สองวันต่อหนึ่งกำมือคงหมดภายในวันเดียว เ้าน่าจะทำไปขายในตำบลหรืออำเภอ พวกเศรษฐีต้องแย่งกันซื้อ” ของอร่อยเพียงนี้แน่นอนว่าสามารถดึงดูดเงินในกระเป๋าของบรรดาเศรษฐีได้
“ของอร่อยมีเพียงน้อยนิด นำไปขายก็เสียดายแย่น่ะสิเ้าคะ สู้เก็บไว้ให้คนในครอบครัวทานจะไม่ดีกว่าหรือ”
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ ช่วยบ้านเจียงด้วย!”
เสียงร้อนรนเรียกหาสามีนางดังอยู่หน้าประตูทำให้ซูซื่อ รีบลุกขึ้นไปเปิดประตู
“เกิดอันใดขึ้น” น้ำเสียงดุถามบุรุษที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่หน้าบ้าน
“บ้านเจียงเกิดเื่แล้ว แม่กับบรรดาพี่น้องของหรงซิ่วมายืนด่าคนบ้านเจียง”
“พวกมันกล้าเข้ามาหมู่บ้านพวกเราเลยรึ” ซูซื่อรีบเข้าไปเรียกสามี ส่วนจ้าวลู่ชิงวิ่งไปบ้านเจียงพร้อมกับคนที่มาเรียก ในมือซ้ายนางถือเก้าอี้ติดมาด้วย ส่วนมือขวาถือจานถั่ว
ชาวบ้านต่างยืนมุงอยู่หน้าบ้านเจียง เพื่อรับชมความสนุก จ้าวลู่ชิงหามุมเหมาะ ๆ วางเก้าอี้แล้วนั่งลง มีชาวบ้านอยู่ประมาณสี่ถึงห้าคนที่นำเก้าอี้มานั่งแบบเดียวกับนาง
“เจียงเหมย เ้ามันเป็นางผู้หญิงโคมเขียว แพศยา หลอกล่อบุตรชายของข้า เพ้ย! หญิงแพศยาอย่างเ้ากล้าดีอย่างไรถึงยังมีชีวิตอยู่ เหตุใดถึงไม่ผูกคอตายให้มันรู้แล้วรู้รอด”
หญิงชรามารดาของหรงซิ่วยืนผรุสวาจาใส่คนบ้านเจียง ด้านหลังมีสามีและญาติพี่น้องที่มาทวงความเป็ธรรมจำนวนสิบกว่าคน
“เ้าน่ะสิ นางผู้หญิงโคมเขียว สำส่อนมั่วบุรุษไม่เลือกหน้า คลอดบุตรออกมาก็เป็เดรัจฉาน พวกเ้าทั้งครอบครัวน่าจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป คนทั่วต้าถังจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง”
ฉางซื่อไม่ยอมให้คนพวกนี้มาด่าครอบครัวและบุตรสาวนางให้เสียหาย กล้าดีอย่างไรมาพ่นประโยคให้ร้ายบุตรสาวนางจนเสื่อมเสียชื่อเสียง
มารดาหรงซิ่วแทบกระอักเืกับคำด่า “นังแก่หนังเหี่ยว บุตรสาวเ้าโดนบุรุษข่มเหงจนเน่าไปทั้งตัว แล้วมาโยนความผิดให้บุตรชายข้า
หรงซิ่ว! เ้าทำเวรทำกรรมอันใดไว้ถึงได้โชคร้ายถูกนังผู้หญิงโคมเขียวใส่ร้ายจนต้องติดคุก หากบุตรชายข้าเป็อันใดขึ้นมาข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วต้าถังว่าบุตรสาวของเ้ามันเป็ผู้หญิงแพศยา”
ครอบครัวเจียงโมโหจนแทบจะฆ่าคนได้ คนพวกนี้ไร้เหตุผลสิ้นดี
“เพ้ย! นางหมูสกปรก มิน่าล่ะเ้าถึงได้คลอดบุตรออกมาสกปรกเช่นนี้ บุตรชายเ้ามันอำมหิตคิดจะฆ่าพวกข้าทั้งครอบครัวเพียงเพราะบุตรสาวข้ามิได้โง่งมยอมแต่งเข้าตระกูลฆาตกร พวกเ้ามันเป็ฆาตกร! กล้าดีอย่างไรถึงมาใส่ร้ายบุตรสาวข้า นังสารเลว”
“ไล่ฆาตกรออกจากหมู่บ้านเราไป!” จ้าวลู่ชิงส่งเสียงเป็แกนนำชาวบ้านที่มุงอยู่รอบ ๆ ก็กล่าวตาม
“ออกไป!”
“ฆาตกรออกไป!”
“พวกเ้าน่ะสิฆาตกร พวกเ้าเกือบพรากชีวิตบุตรชายข้าไปเพียงเพราะคำโกหกของนังผู้หญิงแพศยา”
“นี่นังแก่ ตระกูลเ้ามันช่างไร้ยางอายนัก ทำผิดแล้วยังกล้าแบกหน้ามาแหกปากโวยวายใส่ร้ายผู้อื่น เห็นหมู่บ้านพวกข้ารังแกได้ง่ายถึงเพียงนั้นเลยรึ บุตรชายเ้าถูกโบยแค่สามสิบไม้ข้ารู้สึกว่ามันยังน้อยไป น่าจะถูกโบยจนตาย ชาวบ้านจะได้ปลอดภัยจากเดรัจฉาน”
หญิงชรารูปร่างอ้วนที่ขึ้นชื่อว่าปากคอเราะร้ายที่สุดในหมู่บ้านนั่งแทะถั่วอยู่บนเก้าอี้ พร้อมพ่นคำด่าอย่างใจเย็น นางมิได้เกรงกลัวคนพวกนี้เลยสักนิด เพราะนางมีบุตรชายห้าคนหลานชายหกคนยืนอยู่ด้านหลัง ในหมู่บ้านนางเด่นเื่คลอดบุตรชายให้กับสามี ผู้คนต่างมาขอเคล็ดลับ ทว่านางไม่สามารถบอกเคล็ดลับได้เพราะวาสนาของคนเรามันไม่เท่ากัน
“์! เพราะเหตุใดท่านถึงไม่ลงโทษพวกคนชั่ว หมู่บ้านซานเป่ยมีแต่พวกใจคออำมหิต พวกมัน้าให้บุตรชายข้าตาย” ทิ้งตัวลงกับพื้นนั่งตบขาคร่ำครวญ
“ท่านป้า ท่านไปเรียนงิ้วจากสำนักใดมา พวกข้ามาชมงิ้วที่ท่านเล่นต้องเสียเงินหรือเปล่าเ้าคะ”
เสียงหัวเราะของชาวบ้านดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนต่างคิดว่าจ้าวลู่ชิงพูดออกมาด้วยความไร้เดียงสา เพราะใบหน้าและแววตานางดูใสซื่อ หน้าตาก็งดงามเกินกว่าจะมาต่อปากต่อคำ
“เล่นงิ้วบ้านเ้าน่ะสิ หมู่บ้านแห่งนี้ขนาดเด็กยังปากดี ข้าจะไปป่าวประกาศว่าหมู่บ้านซานเป่ยมีแต่สตรีแพศยาหากบุรุษบ้านใดแต่งงานด้วยจะซวยไปทั้งชีวิต ตระกูลจะล่มจมเพราะมีพวกผู้หญิงสกปรกเป็ตัวอัปมงคล”
“เ้าน่ะสิตัวอัปมงคล นังสารเลว! ตอนเป็สาวเ้าคงผ่านบุรุษมาเป็ร้อยเป็พันถึงได้พยายามสาดน้ำสกปรกใส่ผู้อื่น” ซูซื่อมาพร้อมกับสามีก่นด่าด้วยความโมโหกับประโยคที่ได้ยิน
“พวกสุนัขหมู่บ้านอื่นกล้าดีอย่างไรถึงมาสาดน้ำสกปรกใส่สตรีในหมู่บ้านข้า ห๊ะ! นังแก่น่าตาย”
จ้าวลู่ชิงเกือบสำลักถั่ว สตรีปากคอเราะร้ายที่สุดในหมู่บ้านอันดับหนึ่งต้องเปลี่ยนมือเสียแล้ว ท่านย่าภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านด่าจนนางกลืนน้ำลายผิดจังหวะ
“พวกเ้าจะรังแกกันมากเกินไปแล้ว” มารดาหรงซิ่วคิดว่าจะมาสาดน้ำสกปรกใส่คนบ้านเจียงให้ชาวบ้านพวกนี้ฟัง ไม่คิดเลยว่าคนในหมู่บ้านจะร้ายกาจถึงเพียงนี้
“รังแกรึ ผู้ใดรังแกกันแน่ บุตรชายเ้าพยายามฆ่าคนบ้านเจียง ถูกโบยก็สมควรแล้ว น่าจะถูกเนรเทศไปใช้แรงงานในถิ่นทุรกันดาร”
“เ้าคือผู้ใด เหตุใดถึงปากคอเราะร้าย กล้ามาแช่งให้บุตรชายข้าถูกเนรเทศ เ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายคนรองข้าเป็ผู้ใด” บิดาหรงซิ่วโมโห คนพวกนี้กล้าดีอย่างไรมาแช่งบุตรชายตน หากไม่สั่งสอนคงไม่รู้สำนึก
“นางเป็ภรรยาข้าเอง ข้าคือหัวหน้าหมู่บ้านซานเป่ย” จ้าวอี้ยืนหลังตรงมือไพล่หลัง ส่งสายตาดุดันให้กับคนตะกูลหรง “พวกเ้าเข้ามาทำอันใดที่หมู่บ้านของข้า”
“จะมาทำอันใด ถ้าไม่มาด่าคนบ้านเจียง พวกมันทำให้บุตรชายข้าต้องถูกโบยและยังถูกกักขังไว้ในคุก”
“ท่านนายอำเภอเป็ผู้ตัดสินว่าบุตรชายเ้าทำผิดสมควรได้รับโทษ จะมาโวยวายอยู่ที่นี่เพื่ออันใด เ้าไปโวยวายที่หน้าศาลาว่าการแล้วตีกลองร้องทุกข์ขอความเป็ธรรมสิ เผื่อท่านนายอำเภอจะเห็นใจแล้วตัดสินคดีความให้ใหม่”
“หน็อยแหน่ หัวหน้าหมู่บ้านเป็แบบนี้นี่เองชาวบ้านถึงได้เจริญรอยตาม ข้าจะบอกบุตรชายคนรองของข้าให้จัดการพวกเ้า”
“ท่านป้า บุตรชายคนรองท่านเป็ผู้ใดหรือเ้าคะ” จ้าวลู่ชิงสอดปากถามทั้งที่ปากยังเคี้ยวถั่วหนุบหนับ นางเสียดายที่ซูเซียงกับซูเจินไม่ได้มาร่วมชมความสนุกด้วย ถั่วในจานถูกเด็กน้อยที่ยืนอยู่ใกล้ยื่นมือมาหยิบกินจนเกือบหมด พอนางมองหน้าเด็กน้อยผู้นั้นก็ยิงฟันหลอใส่
“บุตรชายข้าเป็ผู้ช่วยนายอำเภอ พวกเ้าระวังตัวไว้ให้ดี”
“บุตรชายท่านเป็ผู้ช่วยนายอำเภอ แต่คนที่ตัดสินลงโทษเป็นายอำเภอนะเ้าคะ ท่านป้ามิทราบจริงหรือเ้าคะว่าผู้ใดมีตำแหน่งสูงกว่ากัน หรือว่าบุตรชายของท่านป้า้าปีนขึ้นไปนั่งตำแหน่งนายอำเภอ หากนายอำเภอรู้เข้าจะคิดอย่างไรกันนะ” จ้าวลู่ชิงยกมือขึ้นปิดปากทำราวกับว่าใกับสิ่งที่กล่าวออกไป
“อ๊ายหยา! ราชสำนักคงต้องบัญญัติตำแหน่งใหม่เสียแล้วว่าผู้ช่วยนายอำเภอมีอำนาจมากกว่านายอำเภอ” เสียงชาวบ้านดังแทรกเข้ามา
จ้าวหยางยืนมองความวุ่นวายอยู่ด้านหลังบุตรสาว ไม่คิดเลยว่าบุตรสาวจะกล้าโต้เถียงกับหญิงปากสกปรกให้เสื่อมเสียเกียรติ
“เ้า!...”
“กลับ!” บิดาหรงซิ่วโมโหจนแทบกระอักเื ลากแขนภรรยาขึ้นรถม้ากลับหมู่บ้าน
“ปล่อยให้พวกมันปากดีกันไปก่อน ข้าจะตอบแทนอย่างสาสม” มารดาหรงซิ่วฉายแววตาดุร้าย แหวกผ้าม่านสำรวจหมู่บ้าน