เทพสงครามมังกรเทวะ

    ครึ่งก้าวเทพอมตะ

    วันวานที่สงบสุขผ่านไปสามเดือนเต็ม เหล่าครอบครัวของเฟยหรงพากันรอคอยชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ ในเวลาสิบปีนี้ทั้งเฟิงหยุนเยว่และปิงลี่อินบุตรสาวของชายหนุ่มเองก็โตเป็นสาวแล้ว อีกทั้งพวกนางยังมีความงดงามเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าได้จุดเด่นของพ่อกับแม่มาเต็มๆและมีตบะถึงระดับนิพพานด้วยอายุเพียงแค่สิบห้ากับสิบสี่ปีนี่นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของผู้ฝึกตนเลยก็ว่าได้ที่มีระดับนิพพานที่อายุน้อยเช่นนี้

     

    พรสวรรค์ของหญิงสาวทั้งสองคนนี้ทำให้หอกระบี่พากันแตกตื่นยกใหญ่ ด้วยความงดงามเงินกว่าใครบวกกับพรสวรรคืเช่นนี้พวกนางนั้นจึงได้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว

     

    "ลี่อิน นี่ก็จะครบสิบปีแล้วท่านพ่อจะออกมาหรือยังนะ ข้าคิดถึงท่านพ่อจัง"หญิงสาวผมสีแดงสพายกระบี่สีแดงฉานไว้ด้านหลังพร้อมกล่าวขึ้นมาด้วยความเศร้าสร้อย ด้านข้างของนางมีหญิงสาวผู้งดงามไม่แพ้กันเส้นผมสีฟ้าครามสพายกระบี่สีฟ้าเอาไว้ด้านหลังเช่นเดียวกับนาง แน่นอนว่านางย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฟิงหยุนเยว่และปิงลี่อินที่กำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าผาสองของคฤหาสน์จ้าวนิกาย

     

    "ท่านพี่ ข้าเองก็คิดถึงท่านพ่อไม่แพ้ท่านเช่นกัน เชื่อข้าเถอะอีกเดี๋ยวท่านพ่อก็ออกมาแล้ว"ปิงลี่อินกล่าวปลอบโยนพี่สาวของนางพร้อมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น เวลานี้นิสัยของพวกนางในเวลานี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง เฟิงหยุนเยว่จะค่อนข้างเอาแต่ใจเล็กน้อย ส่วนปิงลี่อินนั้นนางมีความเป็นผู้ใหญ่ ดูสุขุม และสงบมากว่าเดิมที่คอยเอาแต่ตามให้ท้ายพี่สาวของนางไปเรื่อยเหมือนตอนเด็กๆ

     

    "บูม!!"

     

    ในขณะที่พวกนางกำลังเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อนั้นเองเสียงระเบิดพลันดึงขึ้นจากเบื้องหน้าของนางอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว พร้อมด้วยแสงสีทองและสีน้ำเงินพุ่งขึ้นฟ้าดูหน้าเกรงขามและสูงส่งน่าเลือมใส พลังปราณที่หนาแน่นไหลทะลักออกมาจากห้องของเฟยหรงไม่ขาดสาย ทันใดนั้นร่างกายชายหนุ่มก็ปรากฏอยู่บนอากาศใจกลางแสงทั้งสองนั้นในทันใด

     

    แสงทั้งสองสีนั้นพลันเเปรเปลี่ยนเป็นมังกรสีทองขนาดใหญ่และเทพสมุทรตามลักษณะสายเลือดกับเส้นลมปราณของชายหนุ่ม ในเวลานี้เองเหล่าผู้อาวุโส ศิษย์ในนิกาย รวมไปถึงครอบครัวของชายหนุ่มต่างมองมาที่ร่างเงานั้นเป็นตาเดียว นี่คือการทะลวงขั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เฟยหรงยืนตระหง่านอยู่กลางฟ้ามองไปยังท้องนภาอย่างเมินเฉย

     

    "มาแล้ว"

     

    เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นทัณฑ์สวรรค์สีทองค่อยๆปรากฏขึ้นมาในทันใด ทั้งมันยังไม่ใช่สายฟ้าธรรมดาๆเหมือนครั้งก่อนแต่มันกลับเป็นมังกรสายฟ้าจำนวนเก้าร้อยเก้าสิบเก้าตัวด้วยกันที่กำลังแหวกวายอยู่บนเมฆดำเหนือศรีษะของชายหนุ่ม

     

    "ไม่ต้องข่มขู่ข้าให้มากความ"เฟยหรงไม่คิดจะเสียเวลาให้กับทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้แม้แต่น้อย เขาเรียกใช้บัลลังก์แห่งราชันอัสนีในทันทีเวลานี้ในเวลานี้มังกรสายฟ้าพลันมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เฟยหรงค่อยๆก้าวไปบนบันได้แห่งราชันอย่างมั่นคงในที่สุดเขาก็นั่งลงยังบัลลังก์ราชันสายฟ้าอย่างสง่างาม

     

    เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็นดังนายแห่งสายฟ้าทั้งมวลมีหรือที่มังกรสายฟ้าเหล่านั้นจะกล้าต่อต้าน เฟยหรงนั่งเท้าคางอยู่บนบัลลังก์ก่อนที่จะวาดมือของเขาออกไปทันใดนั้นเหล่ามังกรที่ถูกสร้างโดยทัณฑ์สวรรค์ทั้งหลายค่อยๆถูกบัลลังก์ราชันดูดกลืนเข้าไปอย่างไม่อาจที่จะต่อต้านได้

     

    อำนาจสยบฟ้าของบัลลังก์ราชันสร้างความตื่นตระหนกและศรัทธาให้กับเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของนิกายไม่น้อย แม้แต่คนในครอบครัวของเฟยหรงเองยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่

     

    พลังของบัลลังก์นี้เกินกว่าจินตนาการของพวกเขาไปมาก และไม่มีใครกล้าที่จะต่อต้านเฟยหรงอีกแล้วต่อให้คนผู้นั้นจะมีความกล้าสักเพียงใดก็ตาม

     

    "เจ้าปีศาจน้อยยินดีด้วยนอกจากเจ้ากลายเป็นครึ่งก้าวเทพอมตะแล้ว พลังวิญญานของเจ้ายังทะลุไปถึงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ในเวลานี้เกรงว่าทั้งโลกคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว"กู่เทียนหลงกล่าวอย่างยินดี ในเวลานี้ทักษะเพลิงวิญญานเก้าชาติภพของเฟยหรงเองก็เข้าขั้นที่เจ็ดแล้ว ซึ่งมันเหนือกว่ากู่เทียนหลงผู้เป็นอาจารย์ที่ฝึกฝนถึงขั้นที่หกเท่านั้นเป็นที่เรียบร้อย ความสำเร็จครั้งใหญ่เช่นนี้เห็นทีว่าจะมีเพียงเฟยหรงคนเดียวเท่านั้นที่ทำมันได้

     

    "จะมีทุกวันนี้ได้อย่างไรหากอาจารย์ไม่สอนสั่ง"กู่เทียนหลงทำหน้ามุ้ยในทันที "เหอะ เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว"

     

    เฟยหรงเมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ชายหนุ่มก็อดส่ายหัวให้ไม่ได้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆซึมซับเอาร่างปราณของใหญ่พอที่จะปิดฟ้าทั้งสองร่างของเขากลับเข้ามาในร่างกายของตนเอง ความรู้สึกในเวลานี้บอกได้เลยว่าสดชื่นเป็นอย่างมาก อีกทั้งเฟยหรงยังรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ของเขาและบัลลังก์ราชันทุกชิ้นนั้นเข้าขั้นลึกซึ้งถึงขนาดที่ว่าเพียงแค่คิด เขาก็สามารถใช้งานได้ในทันทีเลยทีเดียว

     

    ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขาแปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน ใจหนึ่งคิดว่าอาจจะเป็นเพราะหอคอยเทพมังกรแต่ทว่าอีกใจหนึ่งพลันคิดว่ามันอาจจะเป็นความลึกลับบางอย่างของบัลลังก์ราชันก็เป็นได้ ไม่เพียงแต่เขาที่รู้สึกเช่นนั้นแม้แต่กู่เทียนหลงเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันแม้มันอาจไม่เทียบเท่ากับเฟยหรงผู้ถือครองบัลลังก์แต่ทว่ากลับมีความคุ้นเคยแปลกๆ

     

    ในช่วงสิบปีมานี้เฟยหรงและกู่เทียนปรึกษากันถึงเรื่องนี้ตลอดและคำตอบที่ได้คืออาจจะเป็นเพราะหอคอยเทพมังกรจริงๆที่ทำให้เกิดปรากฏการณืเช่นนี้เกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสองคน

     

    "ตูม!!"

     

    เมื่อซึมซับพลังเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพลังของเฟยหรงก็มาถึงระดับครึ่งก้าวเทพอมตะในทันที อีกทั้งเวลานี้เขากล้าพูดเลยว่าเขาคือเทพอมตะที่แข้งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ อำนาจสยบสั่นคล่อนพิภพนี้ในทันใด เหล่าศิษย์นิกายต่างพากันคุกเข่าราวกับเห็นพระเจ้ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น

     

    เฟยหรงสบัดมือโดยพลันอำนาจสยบนั้นหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ชายหนุ่มค่อยๆลอยลงมายังพื้นดินอย่างสง่างาม ในช่วงเวลานั้นเหล่าครอบครัวของเขาพลันพุ่งทะยานมาหาอย่างรวดเร็ว แน่นอนคนที่มาถึงเป็นแรกย่อมไม่ใช่ใครนอกจากสาวน้อยตัวแสบทั้งสองของเฟยหรงนั่นเอง

     

    "ท่านพ่อ!!"พวกนางกล่าวออกมาพร้อมกับ และพุ่งเข้ามากอดบิดาที่ห่างหายไปเกือบสิบปีด้วยความคิดถึง ทางด้านเฟยหรงเองเมื่อได้สัมผัสความรักของบุตรสาวเขาก็กอดพวกนางกลับในทันใด "สิบปีนี้พวกเจ้าเติบโตขึ้นมากทีเดียว งดงามเหมือนพวกแม่เจ้าไม่มีผิด"เฟยหรงกล่าวอย่างเอ็นดู ทั้งเฟิงหยุนเยว่และปิงลี่อินพากันบ่อน้ำตาแตกอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงกลุ่มคนที่มาถึงพอดี

     

    "ยินดีด้วยที่ประสบความสำเร็จ"เสียงของเฟยเทียนดังขึ้นมา เฟยหรงที่ยังคงกอดสาวน้อยของเขาอยู่นั้นเบนสายตาไปด้านขวาเล็กน้อย สิ่งที่เขาเห็นคือเฟยเทียนและคนอื่นๆที่กำลังส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนประดุจต้อนรับเขากลับบ้านอย่างไรอย่างนั้น เฟยหรงยกยิ้มโดยพลันและตอบกลับในทันที "ข้ากลับมาแล้ว"