งานที่ร้านซ่อมค่อนข้างว่าง หานเซียวเลยมีเวลาเหลือเฟือจัดการธุระส่วนตัวและแวบออกไปรับจ๊อบพิเศษข้างนอก
สุสานขยะคล็อกคือแหล่งรวบรวมขยะที่ใหญ่ที่สุดในเขต 7 ขยะที่นี่กองสูงเป็ูเา มีเครื่องจักรขนาดั์คอยคัดแยกขยะอยู่ตลอดเวลาแบบไม่มีพัก
ที่นี่คือถิ่นของหลีเม่า ขาใหญ่ผู้คุมพื้นที่สีเทาของเขต 7 ตราบใดที่โลกนี้ยังมีกฎหมายและอารยธรรม มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีผู้มีอิทธิพลคอยหากินกับธุรกิจมืด พวกเขาเป็เหมือนเงาที่แฝงตัวอยู่ใต้แสงแดด ยิ่งในสภาพสังคมที่วุ่นวายก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ถึงซีตูจะเป็เมืองหลวงของชิงหลงแต่ก็มีสายลับจากประเทศและขุมกำลังอื่นแฝงตัวอยู่เพียบ แถมยังมีพวกพ่อค้าอาวุธ นายหน้าค้าข่าว และนักฆ่าจากดาร์กเน็ตแอบกบดานอยู่ใต้ดินรอโอกาสก่อเื่ ขาใหญ่ในพื้นที่สีเทาพวกนี้เปรียบเสมือนเ้าถิ่น ถึงจะมีชื่อเสียงในซีตูอยู่บ้าง แต่เอาเข้าจริงก็เป็แค่พวกนอกกฎหมายที่เอามาเชิดหน้าชูตาไม่ได้
หานเซียวสวมหน้ากากอนามัยเดินเข้าไปในสุสานขยะ ก่อนจะโดนพวกหน้าเหี้ยมสองสามคนโผล่มาดักหน้าไว้
"ไอ้หนู ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก"
ชายล่ำหัวโล้นยืนขวางหน้าหานเซียวพร้อมกวาดสายตามองด้วยความประสงค์ร้าย รูปร่างผอมบางของหานเซียวในสายตาพวกมันดูไม่ต่างจากลูกกระจ๊อกที่เคี้ยวเล่นได้สบายๆ
"ฉันอยากเจอหลีเม่า"
หานเซียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
พวกคนงานพากันหัวเราะลั่นราวกับเพิ่งได้ยินเื่ตลกที่สุดในชีวิต
"พวกฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับแกหรอก รีบไสหัวกลับไปหาแม่แกซะ ไม่งั้นฉันจะหักขาแกทิ้ง" ชายหัวโล้นควงประแจในมือข่มขู่
"หลีเม่าปล่อยให้หมาเฝ้าบ้านกระจอกๆ อย่างพวกแกมาเป็ตัวแทนหรือไง?"
"แกว่าไงนะ!"
ชายหัวโล้นเดือดจัดพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อหานเซียวทันที
หานเซียวกะพริบตาปริบๆสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แค่วางมือลงบนข้อมือของชายล่ำแล้วออกแรงบีบเบาๆ
ชายหัวโล้นเจ็บแปลบที่ข้อมือจนเผลอปล่อยมือ พอชำเลืองมองก็ถึงกับผงะ เมื่อเห็นรอยนิ้วมือช้ำเป็จ้ำเขียวปรากฏหราอยู่บนข้อมือตัวเอง
"พี่ชาย นายเป็ใครมาจากไหน?"
ชายหัวโล้นหน้าถอดสี ท่าทีเปลี่ยนเป็ระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที
จังหวะนั้นเอง ชายหัวโล้นเอียงหูฟังข้อความจากหูฟังขนาดเล็ก ก่อนจะเก็บท่าทีดุร้ายเมื่อครู่แล้วเบี่ยงตัวหลบทางให้พร้อมพูดเสียงเข้ม
"บอสอยากพบนาย"
หานเซียวเดินตามชายหัวโล้นเข้าไปในโซนพักผ่อนด้านในสุดของสุสานขยะ
ชายร่างผอมเกร็งคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างพิงโซฟา นิ้วคีบแก้วไวน์แดงแกว่งไปมา ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็ยากจะเชื่อว่าเขาคือหลีเม่า ผู้กุมอำนาจในพื้นที่สีเทาของเขต 7
หลีเม่าถามด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
"ได้ยินว่าอยากพบฉัน จะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ?"
"ช่างหาน"
หานเซียวตอบสั้นๆ
หลีเม่าแค่นหัวเราะ
"ถ้านายทำให้กรู้สึกว่ากำลังเสียเวลาเปล่า... นายก็น่าจะรู้ดีนะว่าจุดจบจะเป็ยังไง"
นานมากแล้วที่ไม่มีคนแปลกหน้ากล้าบุกมาขอเจรจาถึงที่ ยิ่งเป็วัยรุ่นที่ดูยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแบบนี้ด้วยแล้ว ที่เขายอมเจอหน้าก็เพราะความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ
หานเซียวเลิกคิ้ว จู่ๆเขาก็ยื่นมือออกไป เงาแขนพาดผ่านข้างเอวชายหัวโล้นด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ก่อนที่หลีเม่าจะทันมองเห็นได้ชัดก็เป็ตอนที่ปืนพกกระบอกหนึ่งก็มาโผล่อยู่ในมือของหานเซียวเรียบร้อยแล้ว
ชายหัวโล้นหน้าถอดสีรีบตะปบเอวด้านหลังและพบว่าปืนที่ซ่อนไว้ถูกฉกไปแล้วจริงๆ
ลูกน้องข้างกายหลีเม่าต่างพากันชักปืนออกมาเล็งใส่หานเซียวอย่างลุกลี้ลุกลน
"แกหมายความว่าไง?"
หลีเม่าผงะ ใจเริ่มเต้นรัว เขารู้ฝีมือของชายหัวโล้นดี หมอนี่คือมือขวาตัวฉกาจที่สู้แบบหนึ่งต่อสิบได้สบายๆ แต่กลับมองการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ทัน... หมอนี่มันเป็ใครกันแน่?
นิ้วของหานเซียวขยับพลิ้วไหวราวกับกำลังบิดรูบิค ปืนพกในมือถูกแยกส่วนอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน แค่พริบตาเดียว ชิ้นส่วนปืนก็หลุดกระจายร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้งคร้าง
"อาวุธปืนคือสินค้าทำกำไรมหาศาลของพวกขุมกำลังใหญ่แต่ฉันช่วยนายลดต้นทุนพวกนั้นได้ สิ่งที่ฉัน้าแลกเปลี่ยน... ก็แค่ค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น"
หลีเม่าตาลุกวาวด้วยความสนใจทันที ไอ้เด็กนี่สร้างปืนได้!
อาวุธปืนคือสกุลเงินแข็งในพื้นที่สีเทา ราคาปืนในตลาดมืดนั้นแพงหูฉี่ เรียกว่าโขกสับราคากันแบบหน้าด้านๆ
แต่การใช้ปืนเป็กับการสร้างปืนได้มันคนละเื่กัน ช่างกลที่รู้วิธีผลิตอาวุธคือแรร์ไอเทมที่ใครๆก็อยากได้ ขุมกำลังท้องถิ่นอย่างหลีเม่าไม่มีปัญญาดึงตัวช่างกลฝีมือดีมาร่วมงานได้อยู่แล้ว พอมีช่างกลตัวจริงมาเสนอตัวให้ถึงที่ หลีเม่าเลยมองว่านี่คือโอกาสทอง
"นายอยากร่วมงานรูปแบบไหนล่ะ?"
"เดี๋ยวฉันจดลิสต์ของที่ต้องใช้ให้ นายรับผิดชอบเตรียมวัสดุกับชิ้นส่วนเอง ส่วนฉันจะรับหน้าที่ผลิตและประกอบให้ ฉันจะมาทำงานที่นี่แค่วันละสองชั่วโมง่เช้า ค่าแรงกระบอกละ 1,500 เหรียญ และฉันต้องได้สิทธิ์หยิบขยะจักรกลที่ถูกใจกลับไปด้วย"
หานเซียววิเคราะห์โครงสร้างอาวุธขององค์กรเจอร์มินัลมาจนทะลุปรุโปร่งแล้ว การสร้างปืนพื้นฐานพวกนี้มันก็แค่เื่เล็กน้อย
หลีเม่าพยายามต่อรองกดราคา
"วัสดุเป็ของฉันหมดเลยนะ ฉันให้ค่าแรงได้เต็มที่แค่ 1,000 เหรียญ"
หานเซียวไม่พูดพร่ำทำเพลงพร้อมหันหลังเดินหนีทันที
คราวนี้หลีเม่าถึงกับลนลาน เขาแค่กะจะลองเชิงต่อราคาดูเฉยๆ ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะเล่นบทโหดเดินหนีเอาดื้อๆแบบนี้ เลยรีบะโรั้งไว้
"เดี๋ยวๆ! เอาตามราคานายก็ได้!"
ปืนพกหนึ่งกระบอกในตลาดมืดราคาตกอยู่ที่ 3,000 ถึง 4,000 เหรียญ ค่าแรงที่หานเซียวเรียกมาเลยยังอยู่ในระดับที่หลีเม่าพอรับได้
"เตรียมเครื่องกลึงกับวัสดุไว้ให้พร้อม พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่ ตอนนี้ฉันขอไปเลือกขยะจักรกลก่อน" หานเซียวรู้ดีว่าช่างกลที่กุมเทคโนโลยีไว้ในมือมีอำนาจต่อรองสูงลิ่วในการเจรจาแบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาเป็ใครและเก่งแค่ไหน
หลีเม่าหรี่ตาลงส่งสัญญาณให้ชายหัวโล้นตามไปเฝ้าดู เขาไม่เกี่ยงที่จะให้หานเซียวได้ลิ้มรสความหอมหวานไปก่อน ยังไงซะสุสานขยะก็เป็ถิ่นของเขา เขามีวิธีจัดการกับพวกสิบแปดมงกุฎอยู่แล้ว
…
หานเซียวเลือกชิ้นส่วนที่ยังพอใช้งานได้ไปไม่น้อย ก่อนจะเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์ เขารู้ดีว่ามีหางตามติดมา และเดาความคิดของหลีเม่าออกทะลุปรุโปร่งว่าแค่อยากสืบตัวตนและที่พักของเขา หานเซียวแกล้งเดินวนไปวนมาตามถนนไม่กี่สายก็สลัดคนสะกดรอยทิ้งได้อย่างง่ายดาย
ด้วยวิธีนี้ หน่วย 13 ก็จะได้รับรู้ถึงความสามารถด้านช่างกลของฉันไปด้วย... หานเซียวคิดในใจ ด้วยขีดความสามารถด้านข่าวกรองของหน่วย 13 คงตามสืบได้ไม่ยากว่าเขาแอบมารับจ๊อบพิเศษกับหลีเม่า นี่เป็วิธีการโชว์ของแบบเนียนๆ และเขายัง้าโอกาสในการประดิษฐ์เครื่องจักรด้วย ถึง่ต้นเกมอาชีพช่างกลจะอ่อนแอ แต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะเมื่อเทียบกับอาชีพสายต่อสู้ทั่วไปแล้ว ช่างกลจะเป็ที่้าของขุมกำลังต่างๆมากกว่า แถมยังช่วยปั่นแต้มผลงานได้ไวสุดๆ
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงต้องเลือกหลีเม่าน่ะเหรอ? ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก... แค่เพราะมันอยู่ใกล้ เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลาแค่นั้นแหละ
…
พอกลับมาถึงร้านซ่อมเครื่องจักร หานเซียวก็โดนลวี่เชี่ยนซักไซ้ทันทีแต่เขาเตรียมคำตอบไว้แล้ว เลยชี้ไปที่ถุงชิ้นส่วนใบโตที่หิ้วกลับมา
"ฉันไปคุ้ยหาของเก่าที่สุสานขยะมาน่ะ"
"สุสานขยะ? ที่นั่นไม่ค่อยปลอดภัยเลยนะ วันหลังก็อย่าไปบ่อยนักล่ะ"
ลวี่เชี่ยนไม่ได้คิดอะไรมาก ตราบใดที่ไม่กระทบกับงานที่ลูกค้าสั่ง เธอก็ไม่คิดจะก้าวก่ายเวลาพักผ่อนของหานเซียวอยู่แล้ว ยิ่งเธอมีความรู้สึกดีๆ ให้กับพนักงานที่เรียกค่าจ้างแสนถูกคนนี้เป็ทุนเดิมด้วย ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าเขาขออะไรเธอก็ยอมให้หมด
หานเซียววางถุงชิ้นส่วนลงแล้วเพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างระบบ เขายังมีแต้มศักยภาพเหลืออยู่เพียบ ประจวบเหมาะพอดีที่จะเอามาเรียนรู้ความรู้พื้นฐานสายอาวุธอีกสองอย่างให้ครบ
ในร้านซ่อมแห่งนี้มีคลังความรู้พื้นฐานสายช่างกลอยู่อย่างครบถ้วน ไม่มีที่ไหนจะเหมาะกับการฟาร์ม่ต้นเกมของสายช่างกลไปมากกว่าที่นี่อีกแล้ว หนังสือความรู้พวกนี้เป็ของสะสมส่วนตัวของตาเฒ่าลวี่ ซึ่งหานเซียวก็เคยไปเอ่ยปากขอยืมจากเขาตรงๆ แต่ก็โดนไล่ตะเพิดกลับมาตามคาด
"ฉันอยากอ่านหนังสือความรู้จักรกล"
"ไปๆๆ ไปไหนก็ไป! ไม่มีหนังสืออะไรให้แกอ่านทั้งนั้นแหละ!"
"อย่าขี้เหนียวนักเลยน่า ถือซะว่าสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ปั้นพนักงานที่มีศักยภาพไงล่ะตาเฒ่า" "...แกนี่มันหน้าด้านเกินกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ! แต่มันไม่ได้ผลหรอกโว้ย ฉันไม่อยากให้แกดู มีปัญหาไหม?"
เป็คำถามที่ดี... แล้วหานเซียวจะทำอะไรได้ล่ะ?
จนกระทั่งวันต่อมา พอลวี่เชี่ยนแอบฉกหนังสือออกมาแล้วส่งให้ถึงมือหานเซียวด้วยตัวเอง ตาเฒ่าลวี่ก็ถึงกับเจ็บใจจนแทบกระอักเื
"นี่ฉันไปมีหลานสาวที่เห็นคนนอกดีกว่าตาตัวเองแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันเนี่ย?!"
ลวี่เชี่ยนนั้นมีกุญแจห้องสำรองของเขา แน่นอนว่าเขาคงไม่มีปัญญาไปทวงคืน นี่ทำให้เขาโกรธจนหนวดกระดิก
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! สักวันฉันจะเอาคืนแล้วไล่แกตะเพิดออกจากร้านไปให้ได้!"
…
[อาวุธวิทยาพื้นฐาน] และ [สารานุกรมวัสดุพื้นฐาน] คือความรู้ขั้นพื้นฐานสองอย่างสุดท้ายในสายอาวุธ
ภารกิจเลื่อนคลาสเลเวล 20 ของหานเซียว คือการเรียนรู้ความรู้ขั้นก้าวหน้าให้ได้หนึ่งอย่างโดยมีเงื่อนไขเบื้องต้นคือ ต้องเรียนรู้ความรู้พื้นฐานในสายเดียวกันให้ครบทั้งห้าอย่างเสียก่อน
ภารกิจเลื่อนคลาสของผู้เล่นแต่ละคนไม่ได้ตายตัว ภารกิจเลเวล 20 ของเขาจัดว่าอยู่ในระดับความยากที่หินที่สุด เพราะบนดาวเริ่มต้นแบบนี้ ความรู้ขั้นก้าวหน้าหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เงื่อนไขการเลื่อนระดับของหานเซียว ต่อให้เอาไปตั้งเป็ภารกิจเลเวล 40 ของผู้เล่นทั่วไปก็ยังถือว่าตึงมือเกินไปเลยด้วยซ้ำ
สำหรับผู้เล่นเลเวล 20 ทั่วไป แค่จะหาความรู้พื้นฐานให้ครบสายเดียวก็ลากเืแล้ว บางคนดวงซวยหนักถึงขั้นยังปลดล็อกอาชีพหลักไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ถึงร้านซ่อมจะไม่มีความรู้ขั้นก้าวหน้า มีแค่ความรู้พื้นฐานให้เก็บเกี่ยว แต่หานเซียวก็พอใจมากแล้ว การตามหาหนังสือสกิลเป็เื่ที่น่าปวดหัวสำหรับผู้เล่นทุกคน ผู้เล่นเลเวล 40 หรือ 50 บางคนยังเก็บความรู้พื้นฐานได้ไม่ครบทุกอย่างเลย แต่ร้านซ่อมแห่งนี้กลับมีชุดความรู้พื้นฐานสายช่างกลแบบครบวงจร! นี่มันไม่ใช่แค่การได้ออกสตาร์ทนำหน้าคนอื่น แต่มันคือการไปยืนหล่อๆรออยู่ที่เส้นชัยแล้วต่างหาก!
ตาม [สนธิสัญญาติดต่ออารยธรรมสากล (ฉบับแก้ไขครั้งที่ 7)] ที่ร่างขึ้นระหว่างสามมหาอำนาจระดับจักรวาลได้ระบุไว้ว่า: "หากค้นพบสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ไม่อนุญาตให้ใช้า การตัดต่อพันธุกรรม ฟีโรโมน... และวิธีอื่นๆ อีก 127 วิธี ในการแทรกแซงกระบวนการพัฒนาของอารยธรรมระดับต่ำอย่างรุนแรง"
ด้วยเหตุนี้ ดาวอความารีนเลยไม่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากขุมกำลังระดับดวงดาว ความรู้ขั้นก้าวหน้าเลยถือเป็เทคโนโลยีระดับสูงสุดที่ถูกขุมกำลังใหญ่บนดาวดวงนี้ควบคุมไว้ด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาดและถือเป็ความลับสุดยอด
[ยืนยันการใช้แต้มศักยภาพ 1 แต้ม เพื่อเรียนรู้ อาวุธวิทยาพื้นฐาน หรือไม่?]
[ยืนยันการใช้แต้มศักยภาพ 1 แต้ม เพื่อเรียนรู้ สารานุกรมวัสดุพื้นฐาน หรือไม่?]
"ยืนยัน"