“ข้อมูลนี้เชื่อถือได้ไหม?” ฉินอวี่ถาม
“น่าจะได้” หม่าเหลาเอ๋อขมวดคิ้วพร้อมตอบ “ฉันจับตัวเพื่อนของเสี่ยวฉู่เป็นตัวประกัน ฉันคิดว่ามันคงไม่กล้าโกหกหรอก”
“กลับมาคุยกันก่อนว่าเราจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”
“ฉันอยู่ที่สถานีเหนือแล้ว” หม่าเหลาเอ๋อพูดขณะเหลือบมองนาฬิกา “ฉันจะขึ้นรถไฟในอีกสิบนาที”
ฉินอวี่รู้สึกตกใจเมื่อได้ยิน “นายออกไปแล้วเหรอ? รีบเกินไปหรือเปล่า?”
“ฉันมีทางเลือกเหรอ? ชายแก่คนนั้นถือศักดิ์ศรียิ่งกว่าชีวิต ถ้าพวกมันเจอตัวเสี่ยวฉู่ก่อน เราคงไม่มีทางกอบกู้ชื่อเสียงคืนได้อีก” หม่าเหลาเอ๋อตอบ “ฉันเป็นคนก่อเรื่องนี้ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันต้องแก้ไขมันให้ได้”
“แต่เราควรคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ถ้านายใจร้อนแบบนี้ เราคงวางแผนอะไรไม่ได้หรอก!” ฉินอวี่กล่าวอย่างกังวล
“ยังไม่มีการยืนยันว่าเสี่ยวฉู่จะอยู่ที่เดียวนานๆ” หม่าเหลาเอ๋อตอบ “ถ้าเขาไปที่อื่นหลังจากแวะเฟิงเป่ย การหาตัวเขาคงยากเหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร...ฉันคิดดีแล้ว อย่างมากที่สุดเสี่ยวฉู่อาจไปถึงก่อนหน้าฉันไม่กี่ชั่วโมง และฉันอาจจับเขาได้ตราบใดที่ฉันเร็วพอ”
ฉินอวี่เงียบ
“ชายแก่คนนั้นยังโกรธฉันอยู่ ฉันเลยไม่โทรหาเขาตอนนี้” หม่าเหลาเอ๋อพูด “ฝากบอกเขาด้วยว่าฉันจะพาพี่หลิวจื้อชู เสี่ยวหลิว และเหมาจื่อไปด้วย ถ้าเจอเสี่ยวฉู่เมื่อไรฉันจะกลับซ่งเจียงทันที”
“นายต้องใช้เอกสารแสดงตนเพื่อขึ้นรถไฟ” ฉินอวี่พูดพร้อมขมวดคิ้ว “ถ้าสร้างปัญหาในเฟิงเป่ยชื่อของนายถูกขึ้นบัญชีดำแน่ และเมื่อถึงตอนนั้นทุกอย่างอาจมีปัญหา และนายก็จะมีคดีติดตัว”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะติดต่อกับผู้ค้ายาให้ติดต่อกับศุลกากร” หม่าเหลาเอ๋อพูด “ตราบใดที่ใช้เงินแก้ปัญหา ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”
“ฉันไม่อยากให้นายไป” ไม่ว่ายังไงฉินอวี่ก็รู้สึกว่าการทำเช่นนี้ก็ไม่ปลอดภัย
“ฉินอวี่ ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่จบ ตระกูลหม่าจะไม่มีที่ยืนในซ่งเจียง” หม่าเหลาเอ๋อพูดอย่างจริงจัง “พี่น้องของเราพึ่งพิงช่องทางการขายยาเพื่อเลี้ยงชีพ ฉันไม่สามารถทำลายชีวิตของพวกเขาเพียงเพื่อดื่มเหล้า...ดังนั้นฉันจะลังเลไม่ได้”
“ถ้ามีอะไรให้ติดต่อหาฉันทันที” ฉินอวี่สั่ง
“ซื้อโทรศัพท์ใหม่ซะแล้วฉันจะโทรหา” หม่าเหลาเอ๋อพูดด้วยความรอบคอบ “ถ้าเกิดอะไรขึ้นนายจะได้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
“ดูแลตัวเองด้วย”
“อืม แล้วเจอกัน”
ฉินอวี่มุ่งหน้าไปที่ชานชาลารถไฟหลังจากหม่าเหลาเอ๋อวางสาย ไม่นานชายวัยกลางคนสวมชุดทักซิโด้เดินออกมาจากห้องวีไอพีพลางกวักมือเรียกฉินอวี่ “ตามผมมา”
…
สำนักงานตำรวจ
ยิ่งฉินอวี่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไรก็ยิ่งไม่มั่นใจในเรื่องนี้มากเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจโทรหาแมวเฒ่า
“ว่าไง?”
“ฉันอยากให้นายมาที่ห้องของทีมสามเดี๋ยวนี้”
“โอเค”
หลังจากวางสาย แมวเฒ่าใช้เวลาเพียงห้านาทีก่อนมาถึงห้องทำงานของทีมที่สาม
ฉินอวี่ลากแมวเฒ่าเข้าไปในห้องประชุมก่อนล็อกห้องและพูดว่า “หม่าเหลาเอ๋อไปเฟิงเป่ย”
“เพื่ออะไร?” แมวเฒ่าถามด้วยความประหลาดใจ “เขาไม่ได้วางแผนจับเสี่ยวฉู่เหรอ?”
ฉินอวี่กอดอกพร้อมตอบอย่างเคร่งเครียด “เขาได้ข่าวมาว่าเสี่ยวฉู่ไปที่เฟิงเป่ย หม่าเหลาเอ๋อเลยกลัวว่าเขาจะอยู่ที่นั่นไม่นานเพราะถูกตระกูลหยวนไล่ล่า ตอนนี้หม่าเหลาเอ๋อเลยขึ้นรถไฟไปที่เฟิงเป่ย”
แมวเฒ่าครุ่นคิดก่อนถามว่า “ข้อมูลของหม่าเหลาเอ๋อเชื่อถือได้ไหม? จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันเป็นกับดักที่ตระกูลหยวนเตรียมไว้ล่ะ?”
“ฉันก็กลัวเหมือนกัน!” ฉินอวี่ตอบอย่างเห็นด้วย
“เสี่ยวฉู่เป็นแค่หมากตัวเล็กในเรื่องนี้ ซึ่งปัญหาคือเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ไม่รู้ว่าเสี่ยวฉู่สมรู้ร่วมคิดหรือถูกจ้างมา ถ้าถูกจ้างมายังคงไม่เลวร้ายเท่าไร เพราะความเป็นไปได้สองข้อคือเสี่ยวฉู่หนีไปหลังจากได้รับเงิน และตระกูลหยวนฆ่าปิดปากเขาเพื่อปิดผนึกชะตากรรมของตระกูลหม่า แต่ถ้าเสี่ยวฉู่สมรู้ร่วมคิดกับตระกูลหยวนมาตลอด สถานการณ์อาจเลวร้ายมากขึ้น…”
“นายกำลังบอกว่าถ้าเสี่ยวฉู่ภักดีต่อตระกูลหยวน เขาอาจเตรียมกับดักอื่นๆ ที่เฟิงเป่ยเพื่อรอให้ตระกูลหม่าเดินเข้าไปติดเหรอ?” แมวเฒ่าเข้าใจประเด็นนี้เช่นกัน
“ถูกต้อง” ฉินอวี่พยักหน้าเห็นด้วย “แม้แต่คนโง่ยังรู้เลยว่าวิธีเดียวที่ตระกูลหม่าจะกอบกู้ชื่อเสียงได้คือการจับเสี่ยวฉู่ซึ่งเป็นผู้ร้ายตัวจริง ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องทำคือหาวิธีเปิดเผยที่อยู่ของเสี่ยวฉู่ให้ตระกูลหม่ารู้ เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เคลื่อนไหว”
เหงื่อเย็นพลันไหลอาบแผ่นหลังแมวเฒ่า เมื่อตระหนักได้ว่าสถานการณ์เลวร้ายเพียงใด “ถ้าอย่างนั้นจริง พวกเราเจอปัญหาใหญ่แล้วล่ะ หม่าเหลาเอ๋อเป็นคนเด็ดเดี่ยวแต่ขาดความรอบคอบ นิสัยประมาทเลินเล่อของเขาไม่เหมาะที่จะสู้กับตระกูลหยวนผู้เจ้าเล่ห์ ถ้ามันเป็นอุบายของตระกูลหยวนที่ต้องการกำจัดหม่าเหลาเอ๋อ เขาก็ไม่น่าจะปกป้องตัวเองได้”
“อืม” ฉินอวี่เดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิด “ถ้าเขายังอยู่ในซ่งเจียง อย่างน้อยก็ยังมีเฒ่าหม่าและเราคอยระวังหลังให้ แต่ตอนนี้เขาไปเฟิงเป่ยคนเดียว เราเลยปกป้องเขามากไม่ได้”
“นายจะทำอะไร?” แมวเฒ่าถาม
ฉินอวี่ไม่ตอบแต่ล้วงบุหรี่ไฟฟ้าออกมาสูบก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง “ฉันจะไปเฟิงเป่ย”
แมวเฒ่าผงะ “เชี่ย! เอาจริงเหรอ? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังมียศติดตัวอยู่ นายรู้ไหมว่าเฟิงเป่ยไม่เหมือนเขตพัฒนา! ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เฒ่าหลี่จะซวยไปด้วยเพราะทุกคนรู้ว่าเราเป็นลูกน้องของเขา!”
“แล้วเราทำอะไรได้ล่ะ?” ฉินอวี่ตอบด้วยความรำคาญ “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหม่าเหลาเอ๋อช่องทางการค้ายาที่เราสร้างขึ้นจะพังลง...ความพยายามของเราจะสูญเปล่า”
แมวเฒ่าลูบศีรษะก่อนถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย “นายรู้ไหมว่าเฒ่าหลี่คิดยังไงกับเรื่องนี้?”
“รู้” ฉินอวี่ตอบโดยไม่ลังเล “เขาแสดงออกชัดเจนว่าตระกูลหม่าไม่ใช่ผู้ค้ายารายเดียวที่เราร่วมมือด้วย แม้พวกเขาจะถูกล้มล้าง แต่เรายังหาคนตามท้องถนนมาทำงานให้ได้ เพราะการเชื่อมโยงกับผู้จัดจำหน่ายอยู่ในมือเราแล้ว”
แมวเฒ่าเงยหน้ามองฉินอวี่พร้อมพูดว่า “ถ้าอย่างงั้นนายควรรู้สิว่าเขาไม่เห็นด้วยกับเราเรื่องไปเฟิงเป่ยแน่”
“แมวเฒ่า ที่นี่มีแค่เราสองคน ดังนั้นฉันขอพูดตรงๆ เลยนะ” ฉินอวี่พูดเปิดอก “ฉันต้องการช่วยตระกูลหม่า และฉันมีเหตุผลรองรับ”
“บอกมาสิ”
“การเป็นหุ้นส่วนกับตระกูลหม่าคือความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา ตระกูลหม่าต้องพึ่งพาสินค้าของเรา ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องร่วมมือกับเราเพราะตราบใดที่ตระกูลหม่ายังอยู่ในซ่งเจียง คำพูดของเราก็จะมีน้ำหนัก แต่ถ้าเฒ่าหลี่เปลี่ยนหุ้นส่วนเป็นตระกูลอื่น อิทธิพลของเราจะลดลงมาก...เข้าใจไหม?” ฉินอวี่พูดตามตรงกับแมวเฒ่า
“ฉันไม่ได้บอกว่าเฒ่าหลี่วางแผนลับหลังพวกเรา แต่นายลองคิดดูสิถ้าเฒ่าหลี่สนับสนุนตระกูลขึ้นชื่อแทนตระกูลหม่า...เราจะทำอะไรได้? ไม่มีใช่ไหมล่ะ? เราทำได้แค่เชื่อฟังและร่วมมือให้มากเท่าที่จะทำได้...แต่สำหรับฉันไม่มีประโยชน์เลย ตราบใดที่ไม่มีอำนาจในถนนเถ้าธุลี เราก็เป็นได้แค่คนกลางที่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ธุรกิจนี้เท่านั้น”
แมวเฒ่าเงียบอยู่ครู่หนึ่งหลังฟังฉินอวี่พูด “นายไม่กลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องเฒ่าหลี่เหรอ?”
“แมวเฒ่า ฉันไม่ใช่คนที่ไว้ใจใครง่ายๆ ฉันอาศัยกับผู้ชายคนหนึ่งในเขตพัฒนาอยู่แปดเดือน เราสองคนนอนห่างกันหนึ่งเมตรเท่านั้น และทุกคืนก่อนนอน ฉันจะวางเงินไว้ใต้หมอนเขาและถือปืนไว้ในมือขวา ภายนอกพวกเราอาจดูเหมือนพี่น้อง แต่ในความจริงแล้วเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน ก่อนที่จะแยกกันเขาบอกกับฉันว่าเขาไม่สามารถไว้ใจฉันได้ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยไว้ใจฉันเลย” ฉินอวี่มองแมวเฒ่าก่อนยิ้มมุมปาก
“ในเมื่อเปิดใจให้นายแล้ว ฉันจะพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม บางทีนายอาจไม่ชอบสิ่งที่ฉันพูด แต่มันคือความจริงใจและความซื่อสัตย์ที่ฉันมีให้นาย นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันพูดเรื่องเหล่านั้นกับนาย...มันสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจของฉัน จากนั้นนายจะทำอะไรก็เรื่องของนายแล้ว”
แมวเฒ่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนส่ายศีรษะพร้อมกล่าว “จริงๆ แล้ว ในแง่ของการตำแหน่ง ฉันควรจะเชื่อฟังเฒ่าหลี่ แต่ในมุมมองส่วนตัวฉันไม่อยากเห็นตระกูลหลี่ล่มสลายเหมือนกัน ถ้าเส้นสายของเฒ่าหลี่จัดแจงให้คนของพวกเขาเข้ามาทำธุรกิจแทนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา หรือได้รับผลประโยชน์แตกต่างกัน”
ฉินอวี่มองแมวเฒ่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ฉันปล่อยจะให้นายตัดสินใจ ตอนนี้ฉันต้องแวะไปที่ห้องทำงานของเฒ่าหลี่ก่อน”
“นายจะไปเฟิงเป่ยเหรอ?”
“ผมช่วยตระกูลหม่าได้แค่นี้ครับ” ฉินอวี่พูดขณะมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมถอนหายใจ “พวกเขาเป็นเพียงตระกูลเดียวในรัฐพื้นทมิฬที่ยืนหยัดต่อต้านตระกูลหยวน ถ้าพวกเขาถูกโค่นล้ม ท้องฟ้าของซ่งเจียงคงมืดมนสำหรับฉัน”
…
ณ คฤหาสน์เริงรมย์
หยงตงนอนฟังเพลงพลางสูบซิการ์อยู่บนโซฟาก่อนสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างห้องว่า “ติดตามบันทึกธนาคารของเสี่ยวฉู่เพื่ออะไร? มันเป็นแค่นักเลงที่หาเงินตามท้องถนน ไม่มีทางที่มันจะทำพลาดแน่! ตรวจสอบความสัมพันธ์ของมันแทน ผู้ร้ายหลบหนีจะติดต่อเส้นสายทั้งหมดที่มีเพื่อขอหลบภัย”
………………………………….