แต่ว่าพวกมันหารู้ไม่ ว่าร่างอ้วนๆ แบบนี้คือนักฆ่าที่ฆ่าคนมาแล้วอย่างโชกโชน ยิ่งไม่มีพลังปราณยุทธ์แล้วด้วย ยิ่งทำให้ราเชนนั้นไม่เคยเกรงกลัวใครแม้แต่น้อย ต่อให้เป้าหมายมีมากกว่านี้เขาก็เคยผ่านมาแล้ว มีดนิรนามเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำกรีดเข้าไปที่ลำคอของ ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนแรก ไม่ทันได้ล้มกับพื้น ลมหายใจก็ขาดห้วงตายไป อีกคนแม้จะชักดาบออกมาฟาดใส่ แต่ก็ช้ากว่าราเชนมากนักถูกราเชนแทงเข้าปักหัวใจ แล้วคว้านเป็รอยลึกเพื่อให้มั่นใจว่าตายสนิท อีกคนเข้ามาทางด้านหลัง พยายามจะจับตัวของราเชนเอาไว้ แต่ว่า ถูกราเชนใช้มีดแทงกลับหลัง ปักเข้าที่ลำคอ อีกสองคนถึงกับหยุดนิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหว
แต่ว่าราเชนกลับเคลื่อนไหวด้วยท่าเท้าวายุเหินที่รวดเร็ว กรีดลำคอของพวกมันทั้งสองคน ลงไปนอนดับดิ้น ท่ามกลางสายตาของ อาจารย์ิเยว่ กับ อาจารย์ไป๋เซียง ที่อดทึ่งกับท่าร่าง การฆ่าคนของ ราเชนที่ช่างดูไหลลื่นขัดกับรูปร่างที่อ้วนพุงพลุ้ยอย่างสิ้นเชิง
ราเชนหันหลังกลับมาที่ องค์ชายหก แล้วถอดแหวนมิติของมันออกมา จากนั้นก็นำผลโพธิศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บไว้ข้างในออกมามีทั้งหมดสิบลูก จึงมอบให้กับอาจารย์ไป๋เซียงจัดการ นางนำมีดสั้นปลอกเปลือกออก แล้วฝานบางๆ แล้วทดลองกินด้วยตัวเอง พลังปราณยุทธ์ก็ค่อยๆฟื้นกลับคืนมาเป็ปกติ จึงได้รีบแจกจ่ายให้กับ ทุกๆ คน จนหมด ใช้ผลโพธิศักดิ์สิทธิ์ไปแค่เพียง สองผลเท่านั้น อาจารย์ไป๋เซียงเลยมอบคืนให้ราเชนทั้งหมด
แต่ว่าราเชนรับเอาไว้แค่ สี่ลูก ที่เหลือมอบให้ อาจารย์ไป๋เซียงกับ อาจารย์ิเยว่เก็บเอาไว้
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ต้าเฉิงตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย มององค์ชายหกหลี่ลิ่วที่นอนหลับเืออกจากปากและจมูก พร้อมกับ คนของ ตระกูลใหญ่ทั้งสาม ส่วน องค์ชายรองหลี่คังก็สลบตามไปด้วยอีกคน
“ พวกมันล่วงเกินอาจารย์ไป๋” ราเชนเอ่ยสั้นๆ รอให้อาจารย์ไป๋เซียง กับ อาจารย์ิเยว่ ตัดสินชีวิตพวกมัน แต่ตอนนี้ราเชนก็ยังคงไล่เก็บทรัพย์สินและอาวุธของพวกมันจนหมดไม่มีเหลือ แล้วก็นำพวกมันมามัดรวมกันเอาไว้
“ ฆ่ามันเลยดีไหนอาจารย์” ต้าเฉิงกับลูกศิษย์เอ่ยขึ้นอย่างโกรธแค้น
“ ไม่ พวกมันไม่มีค่าให้พวกเราลงมือ มัดพวกมันเอาไว้อย่างนี้ดีแล้ว”
ราเชนเดินเข้ามา แล้วใช้น้ำราดไปที่ องค์ชายรองหลี่คัง
“ ตื่นได้แล้ว องค์ชาย” องค์ชายรองหลี่คัง ตอนนี้ถูกมัดเอาไว้แน่น ถึงกับร้องโวยวายออกมาเสียงดังว่า
“ ไอ้อ้วน เ้ามามัดข้าทำไมกันนี่ ข้าไม่เกี่ยวกับน้องหกนะเว้ย”
“ พี่น้องกัน ก็คงนิสัยเหมือนกัน ปล่อยให้เสือมาเอาไปกิน นะดีที่สุดแล้ว”
“ เฮ้ย ไม่ได้นะเว้ย เราต้องลงกันแล้ว เ้าต้องเป็องครักษ์ของข้า จะเปลี่ยนใจแบบนี้ได้ไง?”
“ หือ ไหนองค์ชายบอกว่า ข้าไม่คู่ควร พลังยุทธ์ก็ไม่มี จะคุ้มครองท่านได้อย่างไรเล่า”
“ เฮ้ย ได้ซิ เ้า ๆ ทำได้ ข้าเชื่อเ้าแล้ว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นเงินที่เ้าควรจะได้ ใครจะหามาให้เ้ากันเล่า”
ราเชนนึกถึงเหรียญทองสิบล้าน ก็เลยนึกขึ้นมาได้ เลยหันมาบอกกับอาจารย์ไป๋
“ องค์ชายรองไม่เกี่ยวกับเื่นี้ ปล่อยเขาไปกับพวกเราได้ไหม”
“ เ้าเป็คนช่วยพวกเราเอาไว้ ข้าไม่มีปัญหา แต่ต้องถามอาจารย์ิเยว่ก่อน”
อาจารย์ิเยว่ได้ยิน ก็รีบเอ่ยว่า
“ คุณชายหยาง ช่วยสำนักฟ้าพิสุทธิ์ถึงสองครั้ง ท่านจะพาใครไปด้วย ก็แล้วแต่ท่านจะตัดสินใจเถอะ”
ราเชนถึงได้ยอมปล่อยองค์ชายรอง แล้วให้ลงลายมือเอาไว้
“ เฮ้ย ไหนบอกค่าจ้าง 10 ล้านเหรียญทอง นี่เ้าเขียนผิดหรือเปล่า นี่มัน 20 ล้านเหรียญทองเชียวนะ”
“ ไม่ผิดหรอก ตอนนี้ข้ามีผลงานเป็ที่ประจักษ์ ค่าตัวยอมแพงขึ้นอยู่แล้ว รวมหนี้เก่าที่ค้าง ก็เป็ 30 ล้านเหรียญทอง ท่านไม่ตกลงก็ได้ งั้นข้าจะมัดท่านติดกับ น้องชายของท่านก็แล้วกัน”
“ ได้ ได้ ข้ายอมก็ได้”
องค์ชายรองประทับนิ้วมือ บนแผ่นหนังสัญญาด้วยความไม่พอใจนัก
ราเชนเก็บแผ่นหนังสัญญาเงินกู้ 10 ล้านเหรียญทองขององค์ชายสาม และ สัญญาว่าจ้างอีก 20 ล้านเหรียญทอง รวมหนี้ที่ค้างอีก 10 ล้านเหรียญทอง ก็เป็จำนวน 40 ล้านเหรียญทอง เขาคิดว่า หากได้ทองคำเหล่านี้มาเขาจะพาแม่รั่วหลานออกจากบ้านตระกูลเมิ่ง หาคฤหาสน์หลังใหญ่ๆ ริมทะเล ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดอีกต่อไป
“ เ้าจะปล่อยน้องหกเอาไว้อย่างนี้เร๊อะ?” องค์ชายรองเอ่ยกับราเชนเบาๆ ไม่กล้าให้อาจารย์ไป๋เซียงได้ยิน
“ ข้าไม่อยากปล่อยมันเอาไว้หรอก ข้าอยากจะได้เงินค่าไถ่ชีวิตของมันมากกว่า แต่ทว่า อาจารย์ไป๋เซียง กับ อาจารย์ิเยว่แค้นมันอยู่ ข้าเลยไม่กล้าพูด”
ราเชนเอ่ยไปตามตรง
“ เ้านี่มันงกจริงๆ แต่ก็ช่างเถอะ คนของราชวงศ์มีเยอะแยะ ที่เข้ามา เดี๋ยวก็มีคนมาเจอพวกมัน ขอให้พวกเ้าโชคดีก็แล้วกัน” องค์ชายรองเอ่ยจบก็เดินตามราเชนไปติดๆ นึกในใจว่า ไอ้อ้วนนี่มันร้ายกาจจริงๆ จัดการกับคนอย่างองค์ชายหกกับ คนของสามตระกูลใหญ่ด้วยตัวเพียงคนเดียว โดยที่ไม่มีพลังยุทธ์แม้แต่น้อย พูดไปใครเล่าจะเชื่อกัน หากได้มันไปเป็พวก บัลลังก์อาณาจักรปัจจิมต้องเป็ของเขาแน่
“ หยางเฟยหลง ข้าไม่ปล่อยให้เ้าไปทำงานให้คนอื่นแน่ๆ หึ หึ หึ” องค์ชายรองหลี่คังยืนยิ้มอยู่คนเดียว
“ ยืนนิ่งทำบ้าอะไร เดี๋ยวก็ตามพวกเขาไม่ทันพอดี ไปเร็วเข้า ขืนชักช้า ถูกเสือคาบไปกิน ข้าไม่ช่วยท่านนะ”
“ เฮ้ยได้ไง เ้าลงนามเป็องครักษ์ของข้าแล้วนะเว้ย” องค์ชายรองรีบวิ่งไปหาราเชนทันที
พอทุกคนจากไปไม่นาน ก็มีชายแต่งชุดสำนักอินทรีมรกต มายืนอยู่ต่อหน้าองค์ชายหก และ คนของสามตระกูลใหญ่ ที่นอนสลบไสล ไม่ได้สติ
“ เกิดอะไรขึ้นแน่ คนพวกนี้ ถูกผงพิษของพวกเราได้ยังไง?”
ชายที่เป็หัวหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ เรียน หัวหน้าแปด พบคนของเราแล้ว”
หัวหน้าแปด เดินไปหาคนของเขาทันที พบว่า ถูกมีดของราเชนกรีดที่ลำคอตายไปอย่างโเี้
“ แล้วคนอื่นๆ เล่า”
ไม่ทันไร เสียงนกเหยี่ยวดำ ก็บินมาแล้วมาเกาะที่แขนของ ชายนักฆ่าอีกคนหนึ่งที่มือซ้ายของมันมีปลอกแขนที่สำหรับให้เหยี่ยวเกาะเอาไว้ มันคาบก้อนเนื้อมายื่นให้ กับ ชายที่ควบคุมเหยี่ยว
“ หัวหน้าเก้า กับพวกตายจนหมดสิ้นแล้ว”
“ อะไรนะ ตายหมดเลยรึ? ใครกันมันทำเช่นนี้ได้ ไอ้พวกนี้มันเป็ใคร หมายเลข 11 ให้ยาถอนพิษพวกมัน แล้วสอบถามพวกมันดู”
หมายเลข 11 นำขวดยาดมให้ทุกๆคนได้ดม พอทุกๆ คนตื่นเห็นคนเกือบสามสิบคนดีใจ องค์ชายหกถึงกับ คำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
“ ไอ้อ้วนหยางเฟยหลง มันต้องตาย มันเป็คนที่ฆ่าคนของพวกเ้า และ ทำให้พวกข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
“ ใครกันหยางเฟยหลง” หัวหน้าแปดเอ่ยเสียงเ็า ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบรายงานว่า
“ มันคือ ศิษย์ของสำนักเมฆาม่วง เป็ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหยาง แม้จะไร้พลังปราณยุทธ์ แต่มันมีวิชาลับของตระกูลหยาง เคยชกศิษย์ของท่านนักพรตชิงเต่า ตายไปภายในเจ็ดหมัดมาแล้ว”
“ หยางเฟยหลงอย่างนั้นรึ? แล้วพวกเ้ารู้ไหม ว่าองค์ชายรองหลี่คังอยู่ที่ใด”
“ ก็เดินทางไปพร้อมกับ หยางเฟยหลงแน่ๆ พวกเขามาด้วยกันนี่” องค์ชายหกเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“ ดี พวกเรารีบตามมันไป จะได้ปิดงานเสียที”
“ นี่..พวกเ้าหมายความว่าอะไร คิดลอบสังหารพี่รองของข้าอย่างนั้นรึ?”
หัวหน้าแปดไม่พูดอะไรมาก ยกมือซ้ายมาจับคอขององค์ชายหกหลี่ลิ่ว แล้วออกแรงบิดอย่างรวดเร็ว
พล็อค !!
คอขององค์ชายหกหลี่ลิ่ว ก็หักหมุนได้สามร้อยหกสิบองศา ตายไปด้วยสายตาเบิกโพลง
“ ฆ่าพวกมันให้หมด”
หัวหน้าแปดพูดจบ มีดตะขอ ก็บินว่อนไปทั่ว ได้ยินแต่เสียงร้องของผู้คนมากมาย สุดท้ายองครักษ์ขององค์ชายหกนั้นตายเรียบ คนของสามตระกูลใหญ่ ก็ตายไม่มีเหลือเช่นกัน
“ เป้าหมายของเราครั้งนี้เหลือแค่ องค์ชายรองหลี่คัง แต่ตอนนี้เพิ่มหยางเฟยหลงเข้าไปอีกคน เจอหน้าพวกมันให้ฆ่าทิ้งทันที”
หัวหน้าแปดเอ่ยจบ เหยี่ยวสีดำก็ถูกปล่อยขึ้นฟ้า บินออกตามหาเป้าหมายต่อไปทันที
ตอนนี้กลุ่มของ อาจารย์ไป๋เซียง ได้เดินทางผ่านเส้นทางที่ 8 มาแล้ว เข็มทิศที่ค้นหาของวิเศษ ก็พลันหมุนผิดปกติ มันพยายามชี้ไปในทางที่ไม่มีถนนให้เดิน มีแต่ทางป่าทึบทางด้านซ้าย
“ เข็มทิศจักรวาล มันชี้ไปทางด้านนี้ อาจารย์ิท่านคิดอย่างไร จะไปต่อดีไหม หรือว่าจะเข้าเส้นทางหลัก” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยถาม แต่สายตากลับจ้องไปทางป่าทึบนั่น
“ เข็มทิศจักรวาลของ เทพโอสถเทียนซาน นั้นมีชื่อเื่ค้นหาสมุนไพรวิเศษ ข้าเชื่อสนิทใจ เชิญแม่นางไป๋นำทางต่อเถอะ”
ไป๋เซียงบอกให้ ลูกศิษย์เดินนำหน้า ตัดกิ่งไม้ที่ขวางทางออกไป ราเชนกับต้าเฉิงก็เข้าไปช่วยด้วยอีกแรง
“ ข้างหน้ามีแต่ป่าทึบ ไม่รู้ว่าเข็มทิศจักรวาลอะไรนั่น จะเชื่อถือได้แค่ไหนกันนะ”
ต้าเฉิงบ่นออกมา แต่ก็ใช้ดาบฟันต้นไม้ที่ขวางทาง ส่วนราเชนนั้น ก็ไม่พูดอะไร เอาดาบมาช่วยกันฟัน เพื่อนำหน้า ส่วนองค์ชายรองหลี่ กลับยืนมองป้ายประจำตัวของตัวเอง อย่างตื่นเต้น
“ มีอะไรหรือเปล่า องค์ชาย” อาจารย์ไป๋เซียงเห็น ท่าทีขององค์ชายรองหลี่ ก็รู้สสึกประหลาดใจ
“ เปล่าๆ ไม่มีอะไร ข้าจะไปช่วย เฟยหลงเปิดทางก็แล้วกัน”
องค์ชายรองหลี่คัง รีบเข้ามายืนข้างราเชน แล้วกระซิบบอกว่า
“ เฟยหลง เส้นทางนี้มีความสำคัญกับข้ามาก เ้าต้องคุ้มกันข้าให้ดีนะ”
“ มีแต่ป่าทึบ สัตว์ร้ายสักตัวก็ไม่มี ดูท่านตื่นเต้นไปหน่อยนะ”
ราเชนเอ่ยออกมาแต่เขามองเห็น ป้ายประจำตัวขององค์ชายสามกระพริบขึ้น
จึงหยุดนิ่ง แล้วมองไปที่ป้ายในมือของ องค์ชายรองหลี่คัง ซึ่งมันก็กระพริบเช่นเดียวกัน
“ หรือว่า สิ่งที่องค์ชายสามพูดจะเป็เื่จริง?” ราเชนนึกถึงหยกราชลัญจกรของจักรพรรดิหลี่เทียนขึ้นมาทันที
“ เ้าว่าอะไรนะ” ต้าเฉิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ เปล่าๆ ไม่มีอะไร”
แล้วทุกคนก็เดินเข้าไปในป่าทึบ จนกระทั่งเข้ามาพบกับ สิ่งก่อสร้างด้วยหินโบราณขนาดใหญ่ ที่คงเหลือแต่ซากปรักหักพัง โดยรอบๆ กลับไม่มีต้นไม้หรือรากไม้ ขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว สภาพแวดล้อมรอบๆ ปิรามิดกลับแห้งแล้งผิดปกติ
“ ฐานปิรามิด มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงวะ?” ราเชนเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ
“ เ้าเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรนะ” ต้าเฉิงเข้ามายืนด้านข้างของราเชน แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ เอ่อ..ข้าเองก็ไม่รู้ เหมือนกับว่าเคยฝันเห็นสิ่งก่อสร้างนี้มาก่อน”
อาจารย์ไป๋เซียง เดินเข้ามาเห็นฐานปิรามิด ก็ยิ้มอย่างดีใจ แล้วเอ่ยว่า
“ นี่คือแท่นบูชาเทพเ้า ในอดีตมันถูกใช้เป็สถานที่ปะาศัตรู เพื่อเซ่นสังเวยเทพเ้าของเผ่าลับแล” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยพร้อมกับมองไปรอบๆ จนพบกับต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่ตั้งตระหง่านโดดเดี่ยว ลำต้นเป็สีทองมีหนามแหลมคม
“ เจอแล้ว ต้นกิเลนไฟ”
ราเชนมองไปที่ต้นไม้ที่มีหนามรอบลำต้น มีผลไม้ขนสีทอง อยู่หลายสิบลูก ซึ่งเหมือนกับผลกิเลนไฟที่อาจาย์ไป๋เคยบอกเอาไว้ แต่น่าแปลกใจ รอบๆ กลับไม่มีต้นไม้ใบหญ้า ขึ้นแม้แต่ต้นเดียว
“ ระวังตัว ต้นกิเลนไฟนี่ ต้องมีสัตว์อสูรคอยคุ้มครองอยู่แน่ๆ”
อาจารย์ไป๋เซียงกล่าวจบ ก็ค่อยก้าวเดินเข้าไป แล้วเหวี่ยงตาข่ายเงินออกไป เพื่อที่จะดึงผลกิเลนไฟลงมา แต่ทว่าทันใดนั้นเอง ก็มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากใต้ฐานปิรามิด โดนเข้ากับตาข่าย จนไหม้เป็เกรียมร่วงไปกองกับพื้น จากนั้นก็มีเสียงคำรามออกมาจากใต้ฐานปิรามิด ดังก้องกังวานไปทั่วผืนป่า แล้วก็มีเสียงก้าวเท้าหนักๆ ดังขึ้นมาอย่างช้าๆ มีคลื่นความร้อนแพร่กระจายออกไปรอบๆ ทุกๆ คน ถึงกับหยุดนิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหวใดๆ
สัตว์อสูรร่างมหึมา ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น พอเห็นหน้ามันชัดๆ ทุกๆ คนต่างก็ถอยหลังหนีมารวมกันเป็จุดเดียว
“ กิเลนไฟ?”........