ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

บทที่ 168 ผลการตัดสิน

        บทที่ 168

        ผลการตัดสิน

        ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบกำลังเฝ้ารอผลการตัดสินที่มันกำลังจะออกมา

        ดวงตามากมายกำลังจับจ้องไปบริเวณด้านหน้าในตอนนี้พวกเขากำลังจ้องมองไปที่ผู้ที่ถือผลคะแนนในการตัดสินครั้งนี้

        โดยผู้ที่ทำการถือผลคะแนนการตัดสินในครั้งนี้ภายในมือเป็นบุรุษร่างกายสูงโปร่งมีบุคลิกท่าทางดูดีมันเป็นคนของหมู่บ้านไผ่หยก

        ในตอนนี้ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของผู้คนมากมายค่อยค่อยกลางผลตัดสินออกมา

        มันใช้ดวงตาของตนเองมองดูผลตัดสินภายในมือของตนเองแล้วก็ค่อยค่อยเงยหน้าของตนเองขึ้น

        ผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณรอบรอบกำลังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นพวกเขากำลังอยากจะรู้ว่าผลการตัดสินที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง

        ภายในใจของพวกมันกำลังคิดอย่างหนักว่าผู้ใดที่จะเป็นคนที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ไป

        ในครั้งนี้มีผู้คนมากมายที่เป็นยอดฝีมือจากสถานที่ต่างๆมาเข้าร่วมการประลองผู้การตัดสินที่มันจะออกมาไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อย

        ในครั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าคุณชายหลงจะเป็นคนที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้

        แต่ก็มีคนบางส่วนที่คิดว่าคนอื่นน่าจะได้เช่นเดียวกัน

        ผู้ที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าค่อยๆอ้าปากออกมาอย่างช้าๆก่อนที่จะพูดขึ้น“ ผู้ที่ชนะการประลองในครั้งนี้เฉินจื่อแห่งเมืองหนานโจว ” 

        ผู้ที่ทำการเปล่าประกาศผลออกมาทำให้ผู้คนมากมายบริเวณรอบรอบตึกตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก

        ผู้คนที่อยู่รอบรอบต่างพากันหันไปมองที่ผู้ชนะที่กำลังยืนอยู่

        จางหยวนที่เข้าร่วมการแข่งขันเขาแสดงใบหน้าสงบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกประหลาดใจอะไรออกมาก

        แต่ผู้ที่ดูน่าจะเป็นคนที่ประหลาดใจมากที่สุดมันกลับเป็นคุณชายตระกูลหลงแห่งเมืองหลวง

        คุณชายตระกูลหลงใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความผิดหวังก่อนหน้านี้ก่อนที่จะทำการประกาศผลออกมาบนใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส

        มันกำลังยืดอกและคิดว่าอย่างไรเสียการประลองในครั้งนี้ตัวเองก็ต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน

        ทว่าสิ่งที่มันออกมามันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิดเลยแม้แต่น้อยชื่อของผู้ที่ถูกประกาศออกมาไม่ใช่ชื่อของมัน

        ความรู้สึกภายในจิตใจที่ถูกบ่มเพาะจนเต็มร้อยยามนี้ราวกับว่ามันถูกผลักลงจากหน้าผาสูงลงไปสู่ก้นเหวลึก

        คุณชายตระกูลหลงที่กำลังยืนอยู่แสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจในตอนนี้มันพูดไม่ถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามาภายในร่างกายของมัน

        ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นความผิดหวังความอับอายและความรู้สึกด้านลบต่างๆต่างพากันโถมเข้ามาในครั้งนี้

        ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบจำนวนมากก็ตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

        ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบมีผู้คนส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งเลยทีเดียวที่รู้สึกประหลาดใจว่าเหตุใดผู้ที่ชนะในการประลองครั้งนี้กลับไม่ใช่คุณชายตระกูลหลง

        คุณชายตระกูลหลงผู้นั้นใช้ดวงตามองตรงไปยังเฉินจื่อผู้ที่เป็นผู้ชนะ

        ในตอนนี้ดวงตาของมันจ้องมองไปด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความโกรธเปลวเพลิงภายในใจลุกไหม้ขึ้นมา

        เฉินจื่ออัจฉริยะแห่งเมืองหนานโจวที่กำลังยืนอยู่ร่างกายของมันหยุดนิ่งดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้น

        มันมองไปบริเวณรอบๆร่างกายของตนเองในตอนนี้ตัวของมันไม่ได้คาดหวังกับชัยชนะในครั้งนี้แต่ว่าอยู่อยู่มันเองกลับได้รับชัยชนะโดยที่ตนเองนั้นไม่คาดคิดมาก่อน

        ไม่ว่าผู้ใดถ้าพบเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ทั้งสิ้น

        ผู้ที่เป็นกรรมการผู้ควบคุมการประลองในครั้งนี้ยกมือถามตนเองขึ้นกล่าวกับเฉินจื่อด้านหน้า“ ขึ้นมา!!! ” 

        “ ตัวของเจ้าเป็นผู้ที่ชนะการประลองในครั้งนี้ขึ้นมารับรางวัลกับท่านผู้เฒ่าสือ”

        เฉินจื่อยังคงยืนอยู่ด้วยความตกตะลึงอยู่สักพักจนในช่วงวินาทีนึงมันดึงสติของตนเองกลับมาได้แล้วก็ค่อยค่อยเดินขึ้นไปบริเวณด้านบนนั้น

        ผู้ที่ได้รับชัยชนะในการประลองครั้งนี้กลับเป็นคนผู้หนีถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้คนไม่คาดคิดจริงๆ

        ผู้คนมากมายที่มาร่วมชมการประลองในครั้งนี้พวกเขายังคงตั้งคำถามว่าชายผู้นี้สามารถได้รับชัยชนะไปได้อย่างไร

        สายตาของพวกเค้าเเล้วมีผลงานอย่างของคุณชายหลงที่งดงามยิ่งกว่างานฝีมือของชายที่มีนามว่าเฉินจื่อ

        แต่เหตุใดในครั้งนี้ผลของการตัดสินจึงออกมาในรูปแบบนี้ผู้คนมากมายเต็มไปด้วยคำถาม

        ผู้เฒ่าสือที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้ามองเห็นผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณรอบๆแสดงใบหน้าแบบนั้นจึงกล่าวขึ้นมา“ ตัวของพวกเจ้าคงจะรู้สึกว่าผลการตัดสินในครั้งนี้ของข้ามันแปลกออกไปสินะ ”

        ผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณรอบๆพากันตื่นตระหนกพวกมันสะดุ้งขึ้นมาในทันที

        ก่อนที่จะมีชายผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมาแล้วก็พูด “ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับท่านผู้เฒ่า ”

        “ พวกเราทุกคนเชื่อมั่นในคำตัดสินของท่านและเหล่าผู้คนภายในหมู่บ้านไผ่หยกอยู่แล้วเพราะแบบนั้นท่านผู้เฒ่าโปรดอย่าคิดแบบนั้น”

        พวกมันทุกคนทุกคนภายในใจก็คิดว่าผลการตัดสินในครั้งนี้มันแปลกแต่ว่าก็ไม่มีผู้ใดที่กล้าทำการพูดออกมาตรงๆ

        อย่างไรเสียก็ต้องรักษาหน้าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเอาไว้บ้างนั่นคือสิ่งที่อยู่ภายในใจของพวกมัน

        ท่านผู้เฒ่าที่อยู่บริเวณด้านหน้ายกยิ้มขึ้นที่มุมปากเหตุการณ์เช่นนี้ต่อให้เป็นเด็กมองก็ยังออกเลยว่าพวกมันไม่พึงพอใจกับการตัดสินของเขา

        ผู้เฒ่าสือจึงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “แน่นอนผลการตัดสินในครั้งนี้ถ้ามองถึงเรื่องความสามารถและมองถึงผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาผลงานของคุณชายหลงแห่งเมืองหลวงเป็นผลงานที่เยี่ยมยอดยิ่งกว่า” 

        “ หรือแม้จะเป็นผลงานของอัจฉริยะแห่งเมืองจินหยวนหยางคุณชายจางนั่นเองก็เยี่ยมยอดยิ่งกว่าเช่นเดียวกัน”

        “ โดยผลงานทั้งหมดภายในสถานที่แห่งนี้ถ้าตัดสินจากสายตาผลงานของคุณชายจางน่าจะเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมที่สุดดีเลิศยิ่งกว่าผลงานของคุณชายหลงแห่งเมืองหลวงเสียอีก”

        เมื่อได้ยินแบบนั้นคุณชายหลงแห่งเมืองหลวงรู้สึกอับอายขึ้นไปใหญ่ภายในใจของมันในตอนนี้รู้สึกว่าตนเองนั้นพ่ายแพ้ถึงสองครั้งจากคำพูดของท่านผู้เฒ่าที่อยู่บริเวณด้านหน้า 

        ผู้เฒ่าสือกล่าวต่อ “ทว่า…ผลงานของทั้งสองที่เป็นอัจฉริยะและเป็นผลงานที่เยี่ยมยอดมีหนึ่งสิ่งที่มันไม่มี”

        “  ผลงานของคุณชายหลงแห่งเมืองหลวงเย่อหยิ่งเกินไปเกินกว่าที่จะเรียกว่างานศิลปะ” 

        “ ส่วนผลงานของคุณชายจางแห่งเมืองจินหยวนผลงานของท่านมันสมบูรณ์แบบเกินไปกว่าที่จะเรียกว่าเป็นงานศิลปะ”

        “ ลายเส้นทุกลายเส้นไม่มีบิดเบี้ยวเลยแม้แต่น้อยถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาราวกับว่ามันถูกวาดออกมาจากจินตนาการและถอดแบบออกมาจากภายในนั้น” ผู้เฒ่าทำการกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง

        จางหยวนได้ยินแบบนั้นเขารู้ทันทีคนพวกนี้มองออก

        ความสมบูรณ์แบบของภาพวาดมันสมบูรณ์แบบเกินไปกว่าจะเรียกว่าฝีมือของมนุษย์

        เป็นเพราะว่าเขาใช้ความสามารถของพู่กันนึกคิดเรียกง่ายๆว่าเป็นการโกงผู้อื่นภายในสถานที่แห่งนี้ 

        ตัวของเขาไม่สมควรจะได้รับชัยชนะตั้งแต่แรกแล้วผู้ที่ควรจะได้รับชัยชนะควรจะเป็นเหล่าผู้ที่ฝึกฝนตนเองมาตั้งแต่แรกอย่างพวกอัจฉริยะพวกนี้

        เพราะแบบนั้นจางหยวนเลยไม่ได้คัดค้านและก็ยอมรับกับการตัดสินในครั้งนี้

        ผู้เฒ่าสือพูดต่อ “อย่างที่ตัวของข้าบอกไปผลงานศิลปะที่เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุดคือผลงานศิลปะของเฉินจื่อ”

        “ นี่คือคำตัดสินของพวกข้าเหล่าผู้คนที่คลั่งไคล้งานศิลปะแห่งหมู่บ้านไผ่หยก”

        เมื่อได้ยินท่านผู้เฒ่ากล่าวออกมาแบบนั้นทุกคนที่อยู่บริเวณรอบๆเงียบสงัดพวกเขาพากันก้มศีรษะและน้อมรับคำตัดสิน“ เข้าใจแล้วขอรับ!!! ”

        จบบท

คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน