นับั้แ่วันนั้นมาที่เฉินชางรู้เื่ที่เกิดขึ้นที่ไนท์คลับ เขาก็เริ่มเข้มงวดกับดีแลนด์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็การเรียนรู้เื่ธุรกิจ หรือการต่อสู้ การยิงปืน และทักษะอื่นๆอีกมากมายเขาล้วนได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก ด้วยพื้นฐานที่เขามีจิตใจที่อ่อนโยนมันเลยกลายเป็จุดอ่อนสำหรับเขา ทุกครั้งที่เขาทำพลาดหรือไม่ได้ดั่งใจผู้เป็พ่อ บทลงโทษแต่ละครั้งนั้นล้วนแต่รุนแรงและหนักหน่วงจนเขาต้องป่วย หรือไม่ก็นอนซมอยู่ในห้องเป็เวลาหลายๆวัน
- มันเป็ยังไงบ้าง
- ผมให้หมอมาดูแล้วครับ ดีขึ้นแล้ว
- นายท่านครับ ผมคิดว่าเรารุนแรงกับนายน้อยเกินไปหรือเปล่าครับ
- ที่ฉันต้องทำแบบนี้ก็เพื่อให้มันแกร็งขึ้น เด็ดเดี่ยวขึ้น ถ้ามันยังอ่อนแอปวกเปียกแบบนี้ใครหน้าไหนก็รังแกมันได้ มันก็ไม่ควรเป็ลูกชายฉัน
- แต่นี่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะครับ นายท่านยังไม่พอใจในตัวนายน้อยอีกหรอครับ
- ไม่ มันจะต้องเป็คนที่ไร้หัวใจเหมือนฉันให้ได้ ถ้ามันทำไม่ได้ ฉันจะฝากทุกอย่างที่เป็ของตระกูลเฉินให้มันดูแลต่อไปในอนาคตได้ยังไง
- แต่นายน้อยก็เริ่มเก่งมากขึ้นแล้วนะครับ งานที่บริษัทนายน้อยก็ดูแลได้ดี ตอนนี้เริ่มเป็รูปเป็ร่างมากขึ้นแล้ว
- ใช่ดีขึ้นแล้ว แต่มันยังไม่สมบูรณ์แบบมากพอ ฉัน้าคนที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว เฉลียวฉลาด และสามารถรับมือกับทุกๆอย่างได้ ถ้าวันหนึ่งฉันเป็อะไรไป ฉันก็วางใจที่มีนายใหญ่คนใหม่ที่สมบูรณ์แบบมาคอยดูแลพวกแกต่อจากฉันได้
- นายท่านอย่าพูดแบบนั้นเลยครับ นายท่านยังแข็งแรงดีอยู่
- ฉันก็แค่เผื่อไว้
- พ่อ
- แกลงมาได้แล้วหรอ ฉันนึกว่าแกจะนอนตายอยู่ข้างบนนั้นซะอีก
- พ่อไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่ตายง่ายๆ
- ก็ดี
การถูกฝึกอย่างนัก การอยู่ในสังคมที่วันๆต้องใช้ความรุนแรง ใช้เล่ห์เหลี่ยม คนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นถึงจะใช้ชีวิตอยู่ในที่แบบนี้ได้ การต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปทุกวันในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมามันเริ่มหล่อหลอมให้ดีแลนด์เริ่มเปลี่ยนไป สายตาที่แข็งกร้าวดุดัน มาดที่สุขุมและเงียบขรึม นิสัยที่เด็ดเดี่ยวและห้าวหาญ ความฉลาดในการทำธุรกิจและการจัดการกับปัญหาต่างๆได้อย่างดี ทำให้เขาเริ่มที่จะเอาชนะใจลูกน้องและผู้ใหญ่ในตระกูลได้แล้ว จนตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักคุณชายเฉินดีแลนด์ ทายาทตระกูลเฉิน แห่ง เฉินชางกรุ๊ป
การเริ่มสร้างความฝันที่จะทำธุรกิจทุกอย่างให้ขาวสะอาดและถูกกฎหมายทั้งหมด ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่มันคงไม่ง่ายและราบรื่นอย่างที่คิด เพราะตอนนี้ในตระกูลถูกแบ่งแยกออกเป็สองฝ่าย คือ ฝ่ายที่เห็นด้วย กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ท่ามกลางความขัดแย้ง ดีแลนด์จึงต้องทำงานอย่างหนัก เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ความฝันของผู้เป็พ่อสำเร็จให้ได้ การกว้านซื้อที่ดินและร่วมลงทุนกับโครงการอสังหาฯ จึงเริ่มขึ้น
ดีแลนด์และเฉินเทา มักจะมีวิธีที่จะกว้านซื้อที่ดินและอสังหาฯ ที่้าโดยวิธีที่เฉียบขาดและชานฉลาด ซึ่งแตกต่างกับทางด้าน สองพ่อลูก เ้าิ และเกาิ เขาทั้งคู่ล้วนใช้วิธีที่สกปรกและน่ารังเกียจมาเพื่อบีบบังคับให้เ้าของที่ยอมขาย ถ้ายอมขายง่ายๆชีวิตและทรัพย์สินก็จะปลอดภัย แต่ถ้ามีปัญหา แม้แต่ชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้
เขาทั้งคู่มักขัดแย้งกับดีแลนด์มาโดยตลอด หลายครั้งที่ทำให้เฉินชาง ต้องลงมาตัดสินใจเองกับหลายๆเื่ เพื่อยุติความขัดแย้งเหล่านี้ เฉินชางจึงเริ่มกังวลและหนักใจเกี่ยวกับความมั่นคงของลูกชายในอนาคตเหลือเกิน เขาจึงคิดที่จะส่งดีแลนด์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพื่อจะเป็การประวิงเวลาให้เขาจัดการหลายๆเื่ทางนี้ให้เข้าที่เข้าทางมากกว่านี้
- พ่อ เรียกผมมามีเื่อะไรหรือป่าว
- ฉันได้ยินอาเทียนบอกว่าแก ไปมีเื่กับ อาแกมาหรอ
- ครับ
- แกควรจะใจเย็นให้มากกว่านี้ ตอนนี้แกยังเด็ก พวกผู้ใหญ่ในตระกูลที่ยังอยู่ทางฝั่งอาของแกยังมีอีกเยอะ ถ้าแกทำให้เขาไม่พอใจขึ้นมา เส้นทางเดินของแกในอนาคตจะลำบาก
- ขอโทษครับพ่อวันหลังผมจะใจเย็นให้มากกว่านี้
- แกไปเตรียมตัวให้เรียบร้อย ฉันจะส่งแกไปเรียนต่อที่อังกฤษ พอกลับมาอะไรๆอาจจะดีขึ้น แล้วอีกอย่างฉันจะส่งอาจวิ้นไปที่นั่นกับแก พ่อมีบ้านพักอยู่ที่นั่น พ่อให้คนจัดการทุกอย่างไว้ให้แกเรียบร้อยแล้ว อาทิตย์หน้าก็เดินทางได้เลย
- ครับพ่อ
หลังจากรับคำสั่งจากผู้เป็พ่อเรียบร้อย ดีแลนด์จึงเดินทางไปไหว้หลุมศพแม่ เพราะทุกๆปี วันครบรอบเขาจะต้องมาไหว้แม่ แต่ตอนนี้คงอีกหลายปีกว่าจะได้กลับมา เขาจึงอยากมาบอกลาแม่
ระหว่างทางกลับ เขาพบโรงแรมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่แถบชานเมือง B ที่นี่บรรยากาศดีมาก โรงแรมถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ดูหรูหราและมีระดับ รอบๆโรงแรมห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้และลำธารเล็กๆ และยังมีสวนที่เต็มไปด้วยมวลดอกไม้นานาชนิด ทำให้แขกที่ผ่านไปผ่านมาอยากจะเข้ามาัักับบรรยากาศภายในของโรงแรมแห่งนี้สักครั้ง
- พี่จวิ้นเราแวะไปข้างในกันก่อน ผมอยากพักดื่มอะไรหน่อย
- ครับนายน้อย
ที่โรงแรมแห่งนี้ยังมีโซนที่แบ่งเป็ คอฟฟี่ช็อปที่ีอยู่ติดกับสวนดอกไม้อีกด้วย การนั่งจิบชาและกาแฟอุ่นๆหอมๆ และนั่งมองวิวทิวทัศน์แห่งนี้ไปด้วย มันช่างมีความสุขจริงๆ แต่สำหรับดีแลนด์แล้วในใจล้วนมีแต่เื่ให้ต้องคิดมากมายจนทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นกลับดูหม่นหมองในชั่วพริบตา เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้นหลายชั่วโมง ไม่พูด ไม่จา และไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ระหว่างที่ใช้มือเอื้อมจับแก้วกาแฟอยู่นั้น เขาเผลอทำกาแฟหกโดนมือตัวเอง แต่ทันใดนั้นก็มีมือเล็กๆที่ทั้งบอบบางและนุ่มนวล เธอเอาผ้าที่ห่อด้วยน้ำแข็งเข้ามาประคบที่มือที่โดนกาแฟลวกทันที
- ขอโทษนะครับ ผมนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ
- ไม่เป็ไรหรอกคะ กาแฟหกไปแล้วก็เช็ดออกได้ แต่มือของคุณสิคะ ถ้าเกิดเป็แผลเป็ขึ้นมาคุณคงจะลำบาก
เธอยิ้มและประคบน้ำแข็งไปที่มือของเขาอย่างใจเย็น และ ทะนุถนอม ดีแลนด์นั่งมองสาวน้อยคนนั้นอย่างไม่ละสายตา นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เจอกับผู้หญิงแล้วทำให้เขานึกถึงแม่ขึ้นมา เธอช่างงดงามและดูอบอุ่นเหลือเกิน เพียงแค่รอยยิ้มบางๆของเธอก็ทำให้หัวใจของเขานิ่ง สงบ และ เต้นแรงในเวลาเดียวกันได้
- ดีขึ้นหรือยังคะ
- เออ...ดีขึ้นแล้วครับ
- งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ
- เดียวครับ.....ขอบคุณมากนะครับ
- คะ...ยินดีคะ
หลังจากประคบน้ำแข็งและทายาให้ ดีแลนด์เรียบร้อยเธอก็เดินหายเข้าไปด้านในห้องของคอฟฟี่ช็อป เขาได้แต่มองตามและคอยมองหาเธออยู่ตลอดแต่ก็ไม่เห็นเธอออกมาสักที
- นายน้อยครับ เรากลับกันเถอะครับ เอ๊ะ..นั่นมือนายน้อยเป็อะไรครับ เกิดอะไรขึ้น
- ไม่มีอะไรหรอก โดนกาแฟลวกนิดหน่อยนะ ตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้ว พี่จวิ้น?
- ครับนายน้อย
- พี่โทรไปบอกพี่เทียนให้หน่อยว่าคืนนี้ ผมจะพักที่นี่สักคืน ถ้าพ่อถามบอกว่าผมเหนื่อยผมอยากพักก่อนเดินทาง
- ครับนายน้อย
การที่ดีแลนด์อยากเข้าพัก ที่โรงแรมแห่งนี้เพราะเขามีสิ่งจูงใจที่จะอยู่ต่อนั่นเอง
- นายน้อยครับผมจัดการเื่ห้องพักเรียบร้อยแล้วครับ เดียวเชิญนายน้อยขึ้นไปที่ห้องพักก่อน ผมจะไปเตรียมของที่รถมาให้ครับ
- ได้ งั้นผมขึ้นไปก่อนนะ
นี่เป็ครั้งแรกที่ดีแลนด์รู้สึกมีความสุข อย่างบอกไม่ถูกเขายิ้มออกมาอย่างสดใสและดูเป็ธรรมชาติ จนทำให้คนสนิทอย่างเฉินจวิ้นถึงกับแปลกใจว่าวันนี้ทำไมนายน้อยของเขาถึงได้ดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเห็นดีแลนด์พูดคุยและยิ้มออกมาอย่างเป็ธรรมชาติดูไร้ซึ่งความกังวลใดๆ
ระหว่างอาหารค่ำที่โรงแรมเขาก็สอดส่องมองหาสาวน้อยคนนั้นอยู่ตลอดเวลา แต่กลับไม่พบหรือเห็นแม้แต่ร่องรอยของเธอเลยแม้แต่น้อย ระหว่างที่เขาออกมาเดินเล่นที่สวนด้านนอกของโรงแรม เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่กำลังยืนคุยอะไรอยู่คนเดียว พอหันกลับไปมองเขาถึงกับยิ้มและดีใจกับภาพตรงหน้า เขาจึงรีบเดินย้อนกลับไป นั่นมันนางในฝันของเขานั่นเอง ระหว่างที่เธอกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่กับใครคนใดคนหนึ่งอยู่นั้น เธอก็ยิ้มไปคุยไปทำให้หัวใจของดีแลนด์มีความสุขยิ่งนักที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้อีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วถ่ายรูปของเธอเก็บไว้ แต่ไม่ทันที่เขาจะเรียกเธอ ก็มีรถคันนึงมารับเธอแล้วเธอก็เดินขึ้นรถแล้วออกไปจากโรงแรมแห่งนี้ทันที
- เอ้าไปไหนแล้วละ ยังไม่ทันได้ถามชื่อเลย
- นายน้อยครับ มายืนทำอะไรตรงนี้ครับ ผมตามหาแทบแย่
- มีอะไรหรือเปล่า
- อาเทียนโทรมาบอกว่าให้เรารีบกลับบ้านด่วนเลย
- เกิดอะไรขึ้น
- นายท่านเรียกประชุมด่วนครับ
- ฮะ..อะไรนะ ได้ๆงั้นไปเก็บของ
- ผมเตรียมของเรียบร้อยแล้วครับ
- งั้นกลับบ้านกัน
ระหว่างทางที่กลับบ้านดีแลนด์ เอาแต่นึกถึงใบหน้าและรอยยิ้มที่แสนสดใส สายตาที่ทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยนคู่นั้นมันช่างตราตรึงใจเขาเหลือเกิน
- นายน้อยมีอะไรหรือเปล่าครับ นั่งยิ้มมาคนเดียวตลอดทางเลย
- เปล่านี่......เออพี่ ผมมีเื่ให้พี่ไปทำให้ผมหน่อย ผมส่งรูปไปให้ในมือถือพี่แล้ว พี่ไปสืบมาให้ผมหน่อยว่าเธอเป็ใคร
- ได้ครับ นายน้อยสนใจเธอหรอครับ ช่างเป็ผู้หญิงที่สวยและน่ารักจริงๆนะครับ
- ฮึๆๆ ผมก็ว่างั้นแหละ
พอกลับมาถึงบ้าน ดีแลนด์รีบเดินเข้าไปในห้องประชุมทันที ทุกคนต่างมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา
- แกมาแล้วหรอ
- ครับพ่อ พ่อมีอะไรด่วนงั้นหรอ
- ในเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้ว ฉันมีเื่จะแจ้งให้พวกแกรู้ โดยทั่วกัน
ทันใดนั้นมีสาวสวย หน้าตาดี กำลังเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับสองพ่อลูก เฉินเ้าิ และ เฉินเกาิ ทุกคนต่างจ้องมองไปทางเธออย่างไม่ละสายตา
- พวกแกทุกคนเห็นแล้วใช่ไหม นี่คือคุณหยุนอี้เฟย เธอคือลูกสาวของท่านนายกหยุนหม่า เธอจะเข้ามาที่นี่เพื่อเป็นายหญิงคนใหม่ของพวกแก เธอคือหุ้นส่วนของบริษัทเรา ถ้าไม่มีเธอกับท่านนายกงานของเราคงไม่เดินหน้ามาไกลได้ขนาดนี้ พวกแกไปเตรียมตัวให้เรียบร้อย อาทิตย์หน้าฉันจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆที่บ้าน ตามความ้าของคุณอี้เฟย
- ครับนายท่าน ครับพ่อ....
- เดียวแกอย่าพึ่งไปมานี่ก่อน
- ครับพ่อ
ทันทีที่หยุนอี้เฟยพบกับดีแลนด์ ชายหนุ่มที่มีใบหน้าอันหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณข่าวผ่อง กล้ามเนื้อที่แม้แต่ถูกเสื้อที่ปกปิดไว้แต่ก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน มันช่างทำให้สาววัยสามสิบปลายๆอย่างเธอ เกิดความรู้สึกกระชุ่มกระชวยและเืสูบฉีดขึ้นมาทันที ทำไมพ่อของเธอจึงต้องบังคับให้มาแต่งงานกับคนแก่วัยกลางคนอย่างเฉินชางด้วย ถ้าเธอรู้มาก่อนว่าเขามีลูกชายที่หน้าตาดีแบบนี้เธอคงไม่มาแต่งงานกับตาแก่เฉินชางแบบนี้แน่นอน
- คุณอี้เฟยนี้ลูกชายบุญธรรมของผมเอง เฉินดีแลนด์
- สวัสดีครับ ผมดีแลนด์
ทันทีที่ดีแลนด์กล่าวทักทาย เธอก็รีบกระโจนเข้ามาใกล้ๆเขา และทำท่าทางสนิทสนมจนเกินงาม จนทำให้ดีแลนด์เริ่มรู้สึกอึดอัดและเริ่มถอยออก
- สวัสดีคะ ฉันหยุนอี้เฟย เรียกฉันว่าพี่อี้เฟยก็ได้
- ไม่ดีกว่าครับ คุณกำลังจะแต่งงานกับพ่อผม ผมเรียกคุณว่าแม่ใหญ่ดีกว่า
- แหมๆ พี่ชางคะ ดูลูกชายของพี่สิคะ เรียกฉันซะแก่เชียวทั้งที่อายุก็ห่างกับฉันไม่กี่ปีเอง
- เอาเถอะๆ ปล่อยมันไปเถอะ มันก็เป็แบบนี้แหละ
เฉินชาง เห็นท่าทีของ หยุนอี้เฟยที่มองดีแลนด์ตาเป็มันอย่างกับแม่เสือที่อยากจะเขมือบลูกแกะแล้ว ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้มีนิสัยแบบไหน เขาไม่ได้รักหรือพิศวาสในตัวเธอสักเท่าไหร่ เพียงแต่มีความจำเป็ที่ต้องพึ่งบารมีของพ่อของเธอเท่านั้นเอง มันเลยกลายเป็ข้อตกลงของเขาทั้งคู่ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทเขาจึงต้องยอมรับเธอมาในฐานะภรรยา
หยุนอี้เฟย สาวสวยในวัยสามสิบปลายๆ เธอคือสาวงามที่ใครๆในเมือง B แห่งนี้ต่างก็รู้จักเธอดี เธอคือลูกสาวของท่านนายกเทศมนตรีหยุนหม่าผู้ซึ่งมีอำนาจและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศนี้ เขาไม่เพียงแต่เป็บุคคลที่ทรงอำนาจแต่ยังร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากมายนับไม่ถ้วน แต่เื้ัของเขานั้นล้วนเก็บซ่อนความมืดดำไว้มากมาย
เธอคือสาวสวยนักเรียนนอก เนื่องด้วยฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย เธอจึงไม่เคยทำงานหรือต้องลำบากเลยสักครั้ง วันๆเธอจึงเอาแต่เที่ยวและไปปาร์ตี้กับพวกสังคมไฮโซ และเหล่าดาราหรือบุคคลสังคมชั้นสูง เธอเคยแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง แต่ด้วยนิสัยที่เอาแต่ใจ เ้าอารมณ์ จึงทำให้ลงเอยด้วยการหย่าร้างทุกครั้ง ดังนั้นเมื่อมีข่าวการแต่งงานของเธอเกิดขึ้นทุกคนก็จะชินชาและเริ่มเห็นเป็เื่ปกติไปแล้ว
- งั้นแกอยู่ร่วมงานแต่งฉันก่อน แล้วค่อยออกเดินทาง
- ได้ครับพ่อ
- เอ่อ.....คุณดีแลนด์จะเดินทางไปไหนหรอคะพี่ชาง
- อ๋อ พอดี ดีแลนด์ต้องไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษนะ
- อะไรนะคะ ไปอังกฤษหรอ
- พี่หมายความว่าไง
- ทำไมหรอ เ้าิ แกมีปัีญหาอะไร
- พี่ส่งมันไปเรียนต่อที่อังกฤษ เนี่ยนะ พี่คิดอะไรอยู่ถึงให้ไอ้เด็กสลัมเนี่ยไปเรียนซะไกลขนาดนั้น ผมไม่ยอม
- แกไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่เอาเงินที่เป็ส่วนของแกกับลูกแกไปส่งมันเรียนหรอก นี่มันเงินฉัน ฉันจะให้ใครก็ได้ แกอย่ามายุ่ง และอีกอย่างงานในบริษัทของเราก็เริ่มขยายตัวเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว เรามีเงินทุนอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องสร้างความนับถึอและเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วย ถ้ามีใครสักคนในบริษัทที่เรียนจบจากที่ดีๆ มา มันก็น่าจะสร้างความเชื่อมันให้คนอื่นได้ ไม่ใช่มีแต่พวกมาเฟียชั้นต่ำอย่างฉันกับแก แล้วใครหน้าไหนมันจะมายอมเชื่อใจพวกเราวะ
- คุณเ้าิคะ พี่ชางพูดถูกแล้วนะคะ ฉันเห็นด้วย และฉันก็คิดว่าพ่อของฉันก็เห็นด้วยกับเื่นี้ ฉันว่าตุณเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าคะอย่าเอาเวลามาหนักอกหนักใจกับเื่พวกนี้เลยนะคะ
- อืม...ก็ได้ งั้นผมจะไม่ยุ่ง ถ้ามันสร้างปัญหาละก็พี่ต้องรับผิดชอบ
