จ้าวจิงถิงยื่นมือให้เหรินซวงอิ๋นวางมือของตนลงบนฝ่ามือใหญ่ ใกล้เที่ยงคืนเต็มทีเ้าบ่าวมือเย็นด้วยอุณหภูมิรอบกายที่ลดลงแต่มือบอบบางขาวเนียนแถมมีัันุ่มนิ่มของเ้าสาวกลับยังอุ่นอยู่จ้าวจิงถิงจึงเผลอจับไออุ่นนั้นไว้แน่น กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เดินไปได้สักพัก
“คุณหนาวหรือเปล่า”
นั่นเป็คำถามที่ทำให้เขารู้ตัวมือใหญ่เกือบจะสลัดออกจากการประสานงานแต่งเกือบจะมีประเด็นให้แขกเอาไปเล่าสนุกปากแล้วไหมล่ะ
“เปล่า” คุณชายจ้าวตอบสั้นๆ
เหรินซวงอิ๋นคิดว่ามือของเ้านี่เย็นเฉียบก็จริง แต่ยามเขาอ้าปากพูดอะไรออกมา เ็ายิ่งกว่าเสียอีกหากเป็เหรินซวงอิ๋นตัวจริงคงน้อยใจไปแล้วประมาณสามพันรอบมีอย่างที่ไหนเ้าบ่าวไม่ยิ้มให้กันเลยสักนิด
“ผมเห็นมือคุณเย็น”คนเขามีน้ำใจเป็ห่วงนะเห้ย
“พูดมากอยู่ได้ ก็บอกว่าไม่หนาว”
ทำเสียงรำคาญ คิดว่ารูปงามมากมั้ง...
“นึกว่าเืเย็น ตัวก็เลยเย็นซะอีก”
เ้าสาวว่าลอยๆ แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ในใจจ้าวจิงถิงท่องแค่สองคำ ‘งานแต่ง’‘งานแต่ง’ ‘งานแต่ง’ ‘งานแต่ง’ ‘งานแต่ง’ ‘งานแต่ง’ ‘งานแต่ง’ และ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’ ‘อดทน’
จนดอกไม้โมโหที่บานอยู่หุบลงแล้วก็เร่งเดินให้ไวขึ้น
จ้าวจ๋ายอิงเอียงคอกระซิบกับจ้าวจูหลั่น“พี่ใหญ่เหมือนจะอยากเข้าหอเร็วขึ้นนะ เดินซะไวเชียว”จ้าวจูหลั่นขำตามที่น้องชายพูด ยังแอบเตือนน้องเล็กกลับ
“พี่สะใภ้คนนี้น่าสนใจทีเดียวนายไม่เห็นเหรอว่าพวกคุณย่าชอบเขาหมดเลย”
คนถูกเตือนยักไหล่“ยังไงผมก็หลานรักที่สุด”
“หึ” พี่ชายวางมือบนบ่าของเขา “นายนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ”จ้าวจ๋ายอิงจะอ้าปากอีก แต่ถูกพ่อและปู่มองด้วยสายตาตำหนิ ทั้งคู่จำต้องเงียบ
จ้าวจูหลั่นส่ายหน้าให้น้องชายร่วมมารดาสำหรับเขาแล้วความรักของคุณย่า ไม่มีค่าขนาดนั้นคุณย่ารักจ้าวจ๋ายอิงที่สุดแล้วยังไง เขาได้ตำแหน่งผู้สืบทอดไหมเล่า
ก็ไม่…
เขายอมเป็แบบพี่ชายคนโต ไม่มีใครโอ๋(นอกจากปู่สี่) แต่ว่าได้ตำแหน่งสำคัญนั้นไปเมื่อก่อนเขาแทบจะทำอะไรพี่ชายไม่ได้เลยไม่ว่าแผนการไหนก็สร้างปัญหาให้อีกฝ่ายไม่ได้
แต่ว่าตอนนี้เขามีตัวช่วยถึงสองคนเป็คนที่มีน้ำหนักในใจจ้าวจิงถิงอย่างก๋านเอินและเป็คนที่ผู้ใหญ่ในตระกูลยอมรับอย่างเหรินซวงอิ๋น ถ้าพี่ใหญ่ทำอะไรที่น่าอาย
เช่น..ลอบเลี้ยงคนรักชายอีกคนไว้ที่คอนโดแล้วพี่สะใภ้เจอเข้า เอาไปฟ้องคุณย่า ภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่จะยังดีงามอยู่หรือไม่อยากจะรู้
คิดแล้วสายตาเ้าเล่ห์ก็มองไปที่บ่าวสาวอย่างสุขใจ
“เ้าบ่าวเ้าสาวร่วมทาง มวลสมุทรเปิดทางชีวิตคู่จากนี้จะเจอเื่ร้ายแรงเพียงใดขอให้ทั้งสองผ่านไปด้วยกันให้ได้ตลอดรอดฝั่ง”
ผู้นำพิธีกล่าวเสียงดังก้องไปทั้งหาดผู้นำคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็ผู้เฒ่าที่มีตำแหน่งพ่อหมอของเกาะ มีความรู้เื่พิธีการต่างๆดีกว่าใคร และทุกคนล้วนเกรงใจเขา ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลใหญ่
คนบนเกาะยูจินมีความเชื่อที่ไม่เหมือนคนบนแผ่นดินใหญ่พวกเขานับถือเพียงเทพสมุทร ไม่มีศาสนาอื่น ตำแหน่งพ่อหมอเป็เสมือนตัวกลางที่คอยเชื่อมผู้คนกับพลังที่พวกเขานับถือ
มือที่ว่างอยู่รับจอกสุราสีทองมาถือไว้กลิ่นสุราที่หมักนานหอมอ่อนๆ เหรินซวงอิ๋นกลืนน้ำลายว่าไปแล้วบรรยากาศเช่นนี้เหมาะมากที่จะร่ำสุรา ขาดก็แต่หญิงงาม
“เดินดีๆ อย่าทำหกเสียก่อนจะถึงเวลาดื่ม”เสียงเ้าบ่าวเตือนให้ได้ยินแค่เขา อดีตพ่อบ้านเผยสีหน้าเหม็นเบื่อ หญิงงามก็ไม่มีมีแต่ชายไม่งามหน้าทรามใจคดมาแทน
“บอกตัวเองเถอะน่า”เหรินอิ๋นซวงเป็คนรำคาญบ้างแล้ว จ้าวจิงถิงถลึงตาใส่ เขาก็ถลึงตากลับตอนที่ต้องลุยลงทะเลนี้ หันหลังให้แขก จะทำหน้าใส่กันยังไง ก็ไม่มีใครเห็น
ตอนที่กำลังจะตีกันอยู่นั้นปลายเท้าเปล่าที่ย่างไปทีละก้าว เหยียบลงบนบางสิ่งที่แข็งและเหมือนจะมีลักษณะแหลมการเถียงกันหยุดลง ต่างสบตากัน
“ก้อนหินพวกนี้มาได้ยังไง”จ้าวจิงถิงกล่าวความสงสัยออกมา ราวกับจะขอความเห็น
เ้าสาวตอบเสียงนิ่ง “ผมคิดว่าไม่ได้บังเอิญแน่”
สองข้างที่เดินลงมามีการปักเสาไว้บนหาดและจุดที่ต้องหยุดดื่มเหล้าระหว่างสองเสามีเชือกขึงไว้ด้วย ป้องกันอันตรายและยังใช้แบ่งเขตให้ผู้จัดงานตรวจสอบใต้น้ำว่าไม่มีสัตว์อันตรายหรือเศษหินที่จะบาดเท้าบ่าวสาวได้
หนึ่งชิ้นอาจบังเอิญถูกคลื่นซัดมาแต่ว่านี่ยิ่งเดินก็ยังเหยียบลงบนคมหิน น่าจะมีใครจงใจซะแล้ว “นายเหยียบมาบนเท้าของฉันแล้วกอดเอวฉันไว้ อย่าเหยียบลงไปตรงๆ”
ไม่น่าเชื่อว่ายามเกิดเื่เ้าบ่าวหน้าทรามใจคด จะพึ่งพาได้อยู่เหมือนกัน
เหรินซวงอิ๋นมองเขาแววตาล้อเลียนจ้าวจิงถิงกลัวเสียหน้ามาก
“ถ้านายาเ็คุณย่าต้องว่าฉันแน่ยังมีแม่ ปู่ แล้วก็พ่อ”
“อ้อ..ที่แท้คุณชายใหญ่ก็กลัวโดนว่า”เ้าสาวไม่เพียงไม่ฟังคำสั่ง และไม่เพียงล้อเลียนเขากลับยังปล่อยมือที่ประสานกันในน้ำ วาดนิ้วทั้งห้ารวบรวมลมปราณซัดฝ่ามือลงไปที่พื้นหินก้อนแหลมที่มีคนจงใจเอามาฝังไว้ กระเด็นไปจากเส้นทาง
“นั่นอะไรกัน ทำไมผืนน้ำแหวกออก”แขกคนหนึ่งลืมตัว ะโขึ้นด้วยเสียงตื่นใ
เสียงฮือฮาที่ควบคุมไม่ได้ก็ดังมาจากทุกทิศทางก่อนจะเงียบสนิทอีกครั้งเมื่อทุกคนรู้สึกตัว
อย่าว่าแต่แขกเ้าภาพสองตระกูลก็ตื่นตะลึง ในตอนนั้นเองพ่อหมอชราก็ยกไม้เท้ากระแทกลงข้างตัวอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
“นี่คือเทพสมุทรเปิดทาง เ้าบ่าวมากบารมีเ้าสาวเต็มไปด้วยวาสนา ทั้งสองคนครองคู่กัน จากนี้จะมีแต่ความสุขและสมหวังชีวิตคู่ราบรื่นงดงามดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปิดทางให้”
ผู้ใหญ่ของบ้านเหรินและบ้านจ้าวต่างยิ้มดีใจให้กันไปมาต่างจากคนบ้านหงที่มีแต่ความหมั่นไส้ ริษยาเต็มท้อง
ในน้ำเ้าบ่าวกำลังใจลอยคล้ายจะอึ้งไม่หาย พึมพำกับตัวเอง “เมื่อครู่นั่นคือเทพสมุทรจริงเหรอ”เหรินซวงอิ๋นจับมือกับเขาใหม่เขาถึงหายใ และกลับมามีสติกระทั่งเื่หินใต้น้ำก็ลืมไปหมด
“เทพสมุทรของเกาะ ช่างน่าเกรงขาม” คนพูดพูดเล่นเอาสนุก แต่คนฟัง จริงจังที่จะเชื่อ ไม่เชื่อคงไม่ได้เมื่อกี้เขาอยู่ในวงล้อมของผืนน้ำ หากไม่ใช่เทพสมุทรเปิดทาง แล้วเป็ฝีมือใคร
น้ำรอบตัวลอยสูงยาวไปสุดทางเชือกกั้นลอยสูงพร้อมกันแค่ตรงทางที่พวกเขาจะเดิน
นี่ไม่ใช่่ทะเลแหวกแล้วจุดที่จะเกิดปรากฏการณ์ทะเลแหวกก็อยู่หน้าเกาะ ไม่ใช่ท้ายเกาะตรงนี้
ชายหนุ่มเหมือนคนไม่เชื่อเื่ผีมาตลอดชีวิตแล้ววันหนึ่งเจอผีมาหลอกต่อหน้า ความเชื่อของเขาสั่นคลอน ที่มากกว่านั้นคือ ความสงสัยว่าเทพสมุทรอวยพรคู่ของเขางั้นหรือ
ระหว่างเดินลุยน้ำต่อไปก็ต้องหันมองชายที่เดินอยู่ด้านข้าง มือในน้ำที่เขากุมยังอุ่นอยู่เหมือนเดิมเหรินซวงอิ๋นตัวเล็กกว่าเขา แต่จังหวะการก้าวเท้ากลับสบายๆ เหมือนเดินบนฝั่งดูมั่นคงกว่าเขาอีก จ้องไม่นานใบหน้าที่เขาไม่เคยมองให้เต็มตาก็หันมาสบตากับเขา
มีดวงดาวนับพันอยู่ในดวงตาคู่นั้นด้วย?มันระยิบระยับจนเขาเผลอจ้องไม่หยุด
“คุณเดินดี ๆ หน่อย”นี่เขาท่าจะบ้าไปแล้ว คุณชายจ้าวสะบัดหัวแรง ๆ
เหรินซวงอิ๋นหันไปมองท้องทะเลที่ไกลออกไปั์ตาทอประกายซุกซน คงไม่ได้เล่นแรงไปนะ เ้าแซ่จ้าวนี่ใจนิญญาหลุดลอยหรือยังเนี่ย
เมื่อการเดินทางไร้อุปสรรคก็ก้าวขาได้ไวขึ้น
ไม่นานถึงจุดที่ต้องหยุดแล้วพวกเขาตัวเปียกไปแล้วครึ่งตัว คลื่นซัดมาแรงกว่าเดิม ต้องชูจอกเหล้าให้สูงอีกเสียงกลองคู่ดังอีกครั้ง เป็สัญญาณให้ดื่มเหล้ามงคลได้
ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่เหนือคนคู่ดวงดาวทอแสงกระจ่างเต็มท้องนภา ต่อให้บ่าวสาวเดินลุยน้ำไปไกลกว่านี้
บรรดาแขกในงานก็ยังมองเห็นพวกเขาชัดเจนเสียงคลื่นของมหาสมุทรดังไม่ขาดราวกับเสียงเพลงหนึ่งที่ขับกล่อมแขกในพิธีให้เคลิบเคลิ้ม
บ่าวสาวคล้องแขนกัน ยกจอกเหล้าดื่มรับความเป็สิริมงคลร่วมกัน เป็่เวลาที่พวกเขาได้ใกล้ชิดกันเหรินซวงอิ๋นรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ความทรงจำอดีตเ้าของร่างพรั่งพรูเสียงหนึ่งไร้ที่มาดังขึ้นข้างหู
‘ฝากดูแลเขาแทนฉันด้วยนะคิดซะว่าเป็ค่าให้ใช้ร่าง’
เหรินซวงอิ๋นพูดในใจ ‘เขาไม่ได้รักนายถึงเวลาก็ปล่อยเขาไปไม่ดีกว่าเหรอ’
เสียงนั้นดังขึ้นกว่าเดิมแต่ยังมีแค่คนเดียวที่ได้ยิน
‘นายมาอาศัยร่างฉัน ควรตอบแทนฉันบ้างนะฉันไม่ได้เขา คนอื่นก็ต้องไม่ได้ อย่างน้องเขาเป็ของนายฉันก็ยังยอมได้เพราะนายอยู่ในร่างของฉันไม่ใช่คนอื่น ฉันหมดอายุขัยแล้ว แต่นายยังมีโอกาส ฉันไม่ขออะไรมากแค่ให้นายดูแลเขาอย่าให้เขาตายเท่านั้นเอง’
เสียงเดิมเร่งเร้า‘เร็วๆ รีบรับปากมา ฉันจะไม่มีเวลาแล้ว’
‘ก็ได้’
‘อย่าผิดคำพูดเด็ดขาดไม่งั้นชาติหน้าฉันจะไปเกิดเป็ลูกพวกนาย ไม่ยอมให้พ่อแม่หย่ากันหรอก’
เหรินซวงอิ๋น เ้าคนเอาแต่ใจ!!
‘ผมรักษาคำพูดเสมอ ขอให้คุณไปสู่สุคติขอบคุณสำหรับร่างนี้ จะดูแลร่างคุณเป็อย่างดี’
ไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของิญญาเ้าของร่างแล้วคิดว่าคงไปแล้ว จะถามว่าทำไมตนมาอยู่ร่างนี้ได้ก็ถามไม่ทัน
เ้าบ่าวเห็นเขาแปลกไปอยากถามเหมือนกันว่าเป็อะไรหรือเปล่า แต่ก็กลัวอีกฝ่ายจะคิดว่าเป็ห่วงจึงได้แต่ลอบมองไปตลอดทางที่ต้องลุยน้ำกลับขึ้นฝั่ง
เพื่อไม่ให้ทั้งสองหนาวตายพอขึ้นถึงฝั่งคบไม้ที่มีไฟลุกอยู่ส่วนปลายก็ถูกยื่นมาให้แทนจอกเหล้าเดินไปอีกไม่ถึงสิบก้าวก็เป็จุดที่ต้องจุดไฟ พิธีตอนนี้ความหมายคือขอพรจากเทพสมุทรให้ชีวิตคู่มีแต่ความโชติ่
คุณนายหงจ้องทุกอย่างตาไม่กะพริบกลัวจะพลาดเหตุการณ์สำคัญ ที่ตนวางแผนไว้อย่างดีคนที่เธอติดสินบนยืนยันเสียงแข็งว่าตระกูลจ้าวไม่ได้ราดน้ำมันลงไปแน่นอนไม้เปียกใต้กองฟืนพวกนั้นไม่มีทางติดไฟได้ นอกจากเทพสมุทรจะมาจุดเอง
แต่เื่ไม่น่าเชื่อเมื่อครู่ทำให้เธอกังวลอยู่บ้าง แผนการจะสำเร็จไหม คนตระกูลจ้าวจะเสียหน้าหรือเปล่า หงผูเหย่ทั้งเครียดทั้งเกร็ง
กลับไปที่พิธีเหรินซวงอิ๋นสูดกลิ่นกองไม้ก็ได้กลิ่นความชื้นที่มากเกินจำเป็
เขาคิดไว้แล้วว่าอาจมีคนเล่นตุกติกยังกลัวว่าจะเป็การซ่อนะเิไว้ด้วยซ้ำ แค่ไม้เปียกเท่านั้นเหรอประเมินศัตรูสูงไปจริงๆ
ก่อนกลองสัญญาณจะดัง เขาแอบถ่ายเทปราณเข้มข้นลงไปในกองไม้จ้าวจิงถิงรู้สึกมีสายลมอบอุ่นห่อหุ้มตัวเอง เขาขนลุกขนชันไปหมด เทพสมุทรมาอีกแล้ว?
‘ขอบคุณท่านมากที่มาอวยพรกับผมในงานแต่งแต่ว่าเ้าสาวคนนี้เราแต่งกันแค่...’
เขาหยุดความคิดไว้แค่นั้นหากไม่รับความหวังดีของท่านเทพ จะเป็ยังไง? น่าจะไม่เป็การดีแน่นอนงั้นก็แค่ขอบคุณก็พอ เื่อื่นไม่ต้องบอกหรอก
พริบตาเสื้อผ้าและกองฟืนก็แห้งสนิทเหรินซวงอิ๋นเปลืองแรงไปไม่น้อยในค่ำคืนนี้ ข้างขมับชื้นไปด้วยเหงื่อรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย
กลองคู่ดังครั้งสุดท้ายคบไฟทั้งสองถูกวางลง กองฟืนของบ่าวสาวเริ่มเกิดประกายไฟไม่นานก็เป็เปลวเพลิงลุกโชน สว่างไสวไปพักใหญ่ เสียงเปรี๊ยะ ๆของไม้แห้งที่กำลังกลายสภาพเป็ถ่านสีแดงทุกคนในงานเห็นเปลวไฟที่สูงและโหมแรงกว่าทุกงาน ก็อดตื่นตาตื่นใจอีกครั้งไม่ได้
หลายคนจมดิ่งไปกับความขลังของพิธีแทบจะก้มลงกราบกราน..
“เทพสมุทรประทานพร”
ท่านหมอะโไปทางแขกมีบางคนกล่าวชื่นชมยินดีกับผู้ใหญ่ทั้งสองบ้าน แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกไม่ยินยอม
หงผูเหย่มองกองไฟที่ไม่มีทีท่าจะมอดลงง่ายๆแสบร้อนดั่งกับว่าไฟนั้นมาจุดอยู่ในอกของเธอ พรุ่งนี้คนที่รับสินบนเธอไปต้องมีคำตอบที่ดีให้เธอ ไม่เช่นนั้นจะว่าเธอใจร้ายไม่ได้!!
กองฟืนเหลือแต่ซากขากลับแขกในงานต่างตั้งฉายาให้คู่บ่าวสาวว่า คู่เทพสมุทรประทานพรความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในงานนี้ เกรงว่าในรอบร้อยปีของพิธีบนเกาะนอกจากคำบอกเล่าในตำนานแล้ว ก็คงไม่มีให้เห็น
ตระกูลเหรินฝากฝังลูกชายคนเล็กกับจ้าวจิงถิงและผู้ใหญ่ของตระกูลจ้าว ประมุขจ้าวรับปากว่าเขาจะดูแลลูกสะใภ้อย่างดีทำให้ฝั่งบ้านเหรินวางใจขึ้น
แม้ว่าทุกคนจะรู้ดีแก่ใจว่าการแต่งงานครั้งนี้คนที่ไม่ยอมรับที่สุดคือเ้าบ่าว แต่ว่าจ้าวจิงถิงก็ไม่มีปากมีเสียงอะไรได้จากนี้ไปทุกคนก็ภาวนาให้คำว่าจำยอมเปลี่ยนเป็คำว่ารักและผูกพัน
ให้พวกเขามีความสุขในชีวิตคู่สมกับฉายาที่คนบนเกาะมอบให้ ‘คู่เทพสมุทรประทานพร’
ขากลับเหรินซวงอิ๋นกลับคันเดียวกับเ้าบ่าวห้องหออยู่ที่คอนโดเทลหรูของจ้าวจิงถิงเช้าพรุ่งนี้ถึงจะได้เข้าบ้านจ้าวไปไหว้เข้าตระกูล
รถของพวกผู้ใหญ่เลี้ยวขึ้นเขามุ่งหน้ากลับคฤหาสน์จ้าวรถบ่าวสาวมีคังข่ายเป็คนขับแล่นเข้าเมืองจ้าวจิงถิงกำลังจะหันมาถามว่าอีกคนหิวหรือไม่ แต่กลายเป็ว่าเ้าสาวหมาดๆนั่งคอพับหลับไปเสียแล้ว
“....” เขาอ้าปากค้าง
แล้วก็อดมองไม่ได้ว่าผิวของเหรินซวงอิ๋นใสและขาวขึ้นหรือเปล่า ขาวกว่าก่อนหน้านี้นึกยังไงไม่รู้ถึงอยากลองใช้นิ้วจิ้มแก้มนั้นดู
คังข่ายขับไปก็มองกระจกไป คุณชายทำอะไร?วางยานอนหลับคุณชายเหรินแล้วจะลอบฆ่า?ไม่ได้มั้ง
“เอ่อ..คุณชายครับ”
นิ้วที่ใกล้จะจิ้มลงบนแก้มหดกลับอย่างใคุณชายใหญ่กลับมานั่งหน้าตรงในที่ตัวเอง “มีอะไร”
“โจบอกว่าคนที่เรียกไว้มาถึงแล้วให้ขึ้นไปรอเลยหรือเปล่าครับ”
“ใคร?”
แย่แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสั่งลูกน้องให้เรียกก๋านเอินมาตั้งใจจะทำให้เหรินซวงอิ๋นโกรธและไม่คิดเื่น่ากลัวอย่างยั่วยวนให้เขาเข้าหอด้วยแต่ว่าตอนนี้ยังจำเป็อยู่หรือไม่
“ก็..” คังข่ายยังไม่ได้เอ่ยชื่อเมียน้อย?คุณชายก็กล่าวแทรก
“ฉันรู้แล้ว ให้ขึ้นไปรอที่ห้องก่อน”
คนมาแล้วให้กลับไปน้องรองของเขาจะสงสัยเอางั้นก็เลยตามเลยแล้วกัน
เหรินซวงอิ๋นถูกปลุกให้ตื่นตอนถึงคอนโดเขานั้นเพลียมากเพราะใช้พลังไปเยอะ ร่างกายนี้ฟื้นฟูไม่ทันแค่ลืมตาตื่นแล้วเดินตามเ้าบ่าวกับลูกน้องไปถึงห้องได้ก็นับว่าฝืนสังขารมากพอแล้ว ตอนนี้เขาแทบไม่มีสติกับตัว
ประตูห้องหรูเปิดออก ในห้องไม่มีสีแดงแต่ข้าวของส่วนใหญ่เป็สีขาว นี่ไม่เหมือนงานมงคลเท่าไหร่ แต่ก็ดีแล้วเขาหันไปถามเ้าบ่าว “พิธีมีอะไรอีกบ้าง”
จ้าวจิงถิงตอบ “หมดแล้ว นายไปนอนเถอะห้องนอน..”
กำลังจะชี้ไปที่อีกห้องแต่คนใกล้จะหมดแรงก้าวขาไปที่ห้องใหญ่ที่สุด ตามความเข้าใจว่านั่นคือห้องหอยังไงคืนนี้จ้าวจิงถิงไม่แตะต้องตนอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว
“เดี๋ยว..นั่นไม่ใช่นะ”
คังข่ายมองตามคุณชายใหญ่ที่รีบไปรั้งคุณชายเหรินแต่คุณชายเหรินไม่สนใจเปิดประตูเข้าไปแล้ว ก๋านเอินก็อยู่ในนั้นเขาควรช่วยคุณชายหรือเปล่าเนี่ย แต่ว่าคุณชายเรียกให้เมียเก็บมาเองนะ คงมีแผนแหละงั้นเขาไม่รบกวนดีกว่า ว่าแล้วก็ออกจากห้องไปเงียบๆ
ในห้องก๋านเอินที่นั่งรออยู่ด้วยความหวาดหวั่นใจสั่นรัวตอนประตูห้องเปิดกว้าง ชายที่สวมชุดบ่าวสาวยืนอยู่หน้าประตูเหรินซวงอิ๋นเห็นเขาแล้ว เด็กหนุ่มกลัวเขาจะอาละวาดใส่ มีที่ไหนคืนเข้าหอให้เขามารออยู่ด้วยแบบนี้ เ้าสาวคุณไม่แหกอกผมเอาเหรอ
จ้าวจิงถิงรู้สึกน้ำท่วมปากในหัวคิดคำพูดไม่ออก หันไปมองหาลูกน้องก็หายหัว จู่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองทำเื่ไม่ควรทำ ความรู้สึกละอายใจอย่างที่ไม่ควรจะรู้สึกเปล่านะเขาไม่ได้แคร์เ้าสาวที่แคร์คือเทพสมุทรต่างหาก ท่านมาประทานพรให้เชียวนะแต่ว่าเขากลับ..
ทำอะไรก็ไม่ได้ เขาจึงเลือกจะยืนนิ่งรอดูว่าเหรินซวงอิ๋นจะด่า หรือเข้าไปทำร้ายเด็กคนนั้นอย่างไร ถ้าทำจริงจะได้ไล่ก๋านเอินกลับ และเ้าน้องชายคงพอใจที่ทำให้ครอบครัวเขามีปัญหาได้
แต่ว่า..เหรินอิ๋นซวงกลับทำแค่มองคนในห้องแล้วนิ่งไป ก่อนจะ..หาวออกมา
หะ..หาว หาวเนี่ยนะ ยังง่วงได้อีกเชื่อเขาเลย
“เชิญคุณตามสบาย ผมไม่ไหวแล้ว ขอตัว”
พูดจบก็เดินผ่านก๋านเอินที่นั่งเหงื่อตกไปไม่แม้แต่จะทักทาย เ้าสาวล้มตัวลงบนเตียงนุ่มที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบจังหวะนั้นเสียงทิ้งตัวดังตุบกลีบดอกไม้สีแดงสดที่คนทำจงใจกองเป็รูปหัวใจแตกกระจาย จำนวนหนึ่งร่วงลงพื้นกลิ่นหอมฟุ้งของกุหลาบกรุ่นไปทั้งห้อง แต่บรรยากาศกลับหาความโรแมนติกไม่เจอ
จ้าวจิงถิงกัดฟันกรอด“ทำ-ไม-ไม่-อาบ-น้ำ” แค่เปลี่ยนชุดสักหน่อย ล้างหน้าล้างตาล้างเท้าก่อนขึ้นเตียงแค่นี้
เขาขอแค่นี้!!
“เอ่อ..” ก๋านเอินมองพวกเขาตาปริบๆคุณชายจ้าวหันมาพูดกับเขาในที่สุด
“นายไปนอนห้องเล็ก”
“ครับ” รีบลุกสิอยู่รออะไรล่ะ
ไล่อีกคนไปแล้ว ก็หันมามองอีกคนไม่รู้มาก่อนว่าคุณชายผิวพรรณขาวผ่องจะซกมกเช่นนี้จ้าวจิงถิงที่รักสะอาดกว่าสิ่งใดรู้สึกไม่สบอารมณ์ เขาเดินเซ็งเข้าห้อง
ขณะที่เ้าสาวครองเตียงหลังใหญ่ไปคนเดียวหลับจริงจังมากด้วย เขาเรียกก็ไม่ตื่น ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
อาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว ตีสองครึ่งแล้วนอนไม่กี่ชั่วโมงต้องพากันไปคฤหาสน์จ้าวอีก อ้อ..ลืมไปคุณย่าบอกว่าถ้ามาตอนเช้าไม่ไหวก็ให้ไปตอนสายแทน ช่างตามใจกันเสียจริง
อาบน้ำออกมาเหรินซวงอิ๋นก็ยังไม่ตื่นตอนล้มลงเตียงท่าไหน ตอนนี้ก็ยังคงนอนท่านั้นไม่เปลี่ยนเลย เพลียอะไรขนาดนี้ถ้าเข้าหอจริงแล้วก็ว่าไปอย่าง นี่แค่เดินลุยน้ำ นึกว่าจะแข็งแรงที่ไหนได้อ่อนแอชะมัดยาด
เขาทนมองไม่ไหวดึงผ้าห่มออกมาแล้วโยนคลุมให้ กลัวจะหนาวจนไม่สบายหรอกนะคุณย่าจะบังคับให้เขาดูแลอีก ภาระแท้ ๆ
ชายหนุ่มจัดการโยนผ้าห่มทำทานให้เ้าสาวแล้วก็หันมานอนบ้าง
ที่ไหน?
บนโซฟานี่แหละจะให้ไปร่วมเตียงกับคนซกมกแบบนั้น เขาไม่เอาด้วยหรอก แค่เห็นก็คันแล้ว
นอนพลิกไปมาบนที่แคบไม่สบายตัวอย่างยิ่ง จะมีเ้าบ่าวที่ไหนเป็เหมือนเขาบ้างคืนเข้าหอต้องมานอนโซฟาฟังเ้าสาวกรน….