หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ลั่วซีเซียน

    หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาวันเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว ลั่วไห่เฟิงได้เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้อาวุโสคุมกฏของตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงอย่างเป็นทางการ แม้จะมีคนคัดค้านอยู่บ้างแต่ด้วยลั่วไห่เฟิงมีตบะที่จอมปราชญ์เก้าดาวก็สามารถปิดปากคนพวกนั้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งชายหนุ่มยังได้เมืองเบิกฟ้ามาอยู่ในการปกครองตามที่หลินเทียนได้กล่าวเอาไว้

     

    สรุปง่ายๆคือตอนนี้เมืองเบิกฟ้าได้มาอยู่ในการปกครองของนิกายเปลวเพลิงโชติช่วงแล้วนั่นเอง

     

    ส่วนลั่วอู่หลินช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนเข้าไม่ได้ไหนหรือฝึกฝนอะไรมากมาย และเพียงแค่อยู่กับบรรดาภรรยาอย่างสงบก็เท่านั้น อีกทั้งยังเคยพาพวกนางยกเว้นซีอวิ้นมาทำความเคารพครอบครัวอีกด้วย

     

    หากถามว่าทำไมเขาถึงไม่พาซีอวิ้นมาด้วย คำตอบก็แสนง่ายดายนั่นเพราะซีอวิ้นไม่อยากออกมา เนื่องจากตัวเองเป็นลูกครึ่งปีศาจและอสูรเลยกลัวว่าเมื่อออกมาแล้วจะโดนตามล่า และเมื่อนั้นไม่เพียงนางที่จะเดือดร้อนแต่มันรวมไปถึงพี่หญิงน้องหญิงและสามีของนางด้วย ซึ่งซีอวิ้นไม่ต้องการเช่นนั้น

     

    ตัดกลับมายังปัจจุบัน ณ คฤหาสน์ใหญ่ ด้านในมิติของหอคอยมหาสมบัติ ตอนนี้ลั่วอู่หลินกำลังเดินไปเดินมาอยู่ด้านหน้าประตูห้องๆหนึ่ง ซึ่งภายในห้องตอนนี้มีเสียงร้องของหญิงสาวหนึ่งนางและเสียงให้กำลังใจของหญิงสาวอีกแปดนางดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

     

    "ซีอวิ้นอีกนิดเดียวเท่านั้น เจ้าตัวน้อยจะออกมาแล้ว"ไป่หนี่กล่าว ซีอวิ้นร้องสุดเสียงในที่สุดเด็กทารกน้อยก็ถือกำเนิดออกมาเสียที ด้วยสัญชาติญาณของจิ้งจอกเก้าหางในกายนาง หางทั้งเก้าค่อยๆเป็บเบาะรองรับตัวเด็กทารกหญิงตัวน้อยเอาไว้ ซีอวิ้นที่ตอนนี้เหงื่อโทรมกายก็หอบหายใจถี่กระชั้นออกมา

     

    "แอ๊ๆๆๆ"เด็กน้อยร้องดังลั่น ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พลันอดตื่นเต้นอย่างช่วยไม่ได้

     

    ทว่าในขณะนั้นด้านนอกหอคอยมหาสมบัติตอนนี้พลันเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ท้องฟ้าที่เคยสว่างพลันมืดลงในทันใดพร้อมกับดวงจันทร์เก้าดวงปรากฏออกมา ทำให้ทุกคนบนโลกไม่ว่าจะ ดินแดนระดับต่ำ ดินแดนระดับกลาง ดินแดนระดับสูง ดินแดนเซียน หรือแม้แต่ดินแดนสวรรค์พากันตื่นตระหนกยกใหญ่

     

    โดยเฉพาะตระกูลใหญ่ของดินแดนสวรรค์และแดนเซียน พวกเขารับรู้ได้ว่านี่คือนิมิตสวรรค์ก่อกำเนิด สิ่งนี้จะเกิดขึ้นตอนที่มีอัจฉริยะที่มีกายศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็เส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์กำเนิดเท่านั้น และด้วยที่มันกินพื้นที่ไปทั่วทั้งโลกเช่นนี้ เด็กที่ถือกำเนิดมาย่อมมีพรสวรรค์ที่ไม่ใช่ธรรมดาๆอย่างแน่นอน

     

    "ออกตามหาเดี๋ยวนี้!! ข้าอยากรู้ว่าอัจฉิยะคนนี้เป็นใครมาจากไหน"คำสั่งของทุกตระกูล ทุกขุมกำลัง เป็นไปในแนวทางเดียวกัน การตามหาทารกน้อยอย่างบ้าคลั่งก็พลันได้เริ่มต้นขึ้นมา

     

    "บะ บ้าน่านี่มันอะไรกัน"ด้านในหอคอยมหาสมบัติบรรดาแม่ๆของทารกน้อยอุทานด้วยความตกใจ ตอนนี้เด็กน้อยเปล่งแสงสีฟ้าสดใส แต่ทว่าด้านหลังของนางกลับมีจิ้งจอกเก้าหางตัวสีทองที่มีสัญลักษณ์คล้ายดวงตาอยู่บริเวณหน้าผากกับราชามังกรอัสนีบาตที่มีสายฟ้าเก้าสีสันต์แล่นไปมา

     

    ลั่วอู่หลินที่เห็นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นในทันที เขารีบพุ่งทะยานออกไปด้านนอกจนทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ ในไม่ช้าชายหนุ่มยืนตระหง่านกลางท้องนภาเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลินด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ด้านบนศีรษะของเขาไม่ใช่อะไรนอกซะจากทันฑ์สวรรค์ที่กำลังเริ่มก่อตัว

     

    "สวรรค์คิดจะสังหารลูกของข้างั้นหรือ อย่าหวังว่าจะทำได้!!"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างมุ่งมั่น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะลูกสาวของเขานั้นมีพรสวรรค์มากเกินไปจนทำให้กฏเกณฑ์ของโลกใบนี้ไม่อยากจะปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ เพราะมันอาจจะเสียสมดุลของโลกได้

     

    แต่ทว่าคนเป็นพ่ออย่างลั่วอู่หลินจะยอมได้อย่างไร ชายหนุ่มยกยิ้มเย็นยะเยือก ในเมื่ออีกฝ่ายมาในรูปแบบสายฟ้าเช่นนี้มันก็ไม่ได้คณาของเขาเท่าไรนัก

     

    "เกิดอะไรขึ้น!!"หลินเทียน หลินเยว่เฟย หลินฉี หลินชิงหลวน ลั่วไห่เฟิง และหลินอี้เฟยต่างมองดูลั่วอู่หลินด้วยความสงสัย ทว่ากลับมิกล้าเข้าไปขัดอะไรเพราะตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มมันเต็มไปด้วยความจริงจัง

     

    "ออกมาราชามังกรอัสนีบาตทรราช"ลั่วอู่หลินกล่าว ราชามังกรตัวสีดำปรากฏตัวขึ้นด้านหลังและขู่คำรามใส่ทันฑ์สวรรค์ในทันที ซึ่งภาพนี้ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นพากันตะลึงงันไป

     

    "ถ้าโลกคิดจะฆ่าลูกข้า ข้าจะทำลายโลก หากสวรรค์ต้องการสังหารลูกของข้า ข้าก็จะทำลายสวรรค์ กฏเกณฑ์แห่งโลกแล้วอย่างไร ต่อให้เป็นกฏเกณฑ์จักรวาลข้าก็ไม่กลัว!!"

     

    "ทักษะแห่งราชามังกร อัสนีบาตกลืนกิน"ลั่วอู่หลินเอ่ยปาก ทันใดนั้นราชามังกรอัสนีบาตก็อ้าปากว้างคำรามสยายปีกอันกว้างใหญ่ของมันในทันที ทัณฑ์สวรรค์อัสนีบาตที่กำลังก่อตัวก็โดนดูดกลืนอย่างบ้าคลั่ง

     

    "นะ นี่มันบ้าไปแล้ว ถึงกับกลืนกินทัณฑ์สวรรค์!!"หลินเยว่เฟยกล่าวอย่างตะกุกตะกัก แน่นอนว่านางตกใจไม่ต่างจากสามีอย่างหลินเทียนที่รู้ว่าลั่วอู่หลินมีดวงจิตอสูรเทวะ

     

    แต่ทว่าที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือลั่วอู่หลินกำลังใช้มันกลืนกินสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยเห็นภาพลักษณ์สวรรค์หรือดวงจิตอสูรเทวะตนใดที่อหังการถึงขนาดกลืนกินสายฟ้ามาก่อน

     

    "โฮก!!"

     

    เสียงคำรามสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับทัณฑ์สวรรค์ที่หายไป ลั่วอู่หลินไม่รอช้าเรียกหอคอยมหาสมบัติออกมาในทันทีจากหายไปจากจุดนั้นอย่างไร้ร่องลอยจนทำให้ทุกคนพากันมองซ้อยมองขวาเพื่อหาตัวของเขา

     

    "ไปเถอะ เด็กคนนั้นไม่อยู่ที่นี่แล้วเจ้าค่ะ"หลินอี้เฟยกล่าวก่อนจะลงไปด้านล่างในทันที ถึงแม้ว่าทุกคนจะพากันสงสัยยิ่งแต่ก็ทำตามที่หลินอี้เฟยบอกกล่าว เพราะถึงอย่างไรนางก็เลี้ยงลั่วอู่หลินมาคนที่เข้าใจชายหนุ่มมากที่สุดย่อมไม่ใช่ใครนอกจากนาง

     

    ในเวลาเดียวกันนั้น ซีอวิ้นกำลังนอนโอบกอดทารกน้อยอยู่บนเตียงอย่างสุขใจ พร้อมกับหญิงงามอีกแปดคนที่รายล้อม ลั่วอู่หลินที่เข้ามาด้านในหอคอยและก็รีบพุ่งเข้าไปหาทันที ไม่นานเขาก็เข้าไปอยู่ข้างกายของซีอวิ้นแล้ว

     

    "ที่รักเจ้าและลูกเป็นอย่างไรบ้าง"ชายหนุ่มกล่าวถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อมาถึง

     

    ซีอวิ้นยกยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ "ข้าและลูกสบายดี ที่รักข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าลูกของเราจะมีพรสวรรค์มากมายขนาดนี้ ไม่แน่นางอาจจะพรสวรรค์มากกว่าเจ้าก็เป็นได้ ฮิฮิ"

     

    ลั่วอู่หลินหันไปมองบุตรสาวสิ่งเขาเห็นพลันทำให้หัวใจแทบจะหยุดเต้น "บะ บ้าน่า เกิดมาก็เป็นถึงระดับนักรบเลยอย่างนั้นหรือ ลูกข้าจะร้ายกาจเกินไปแล้ว"

     

    ลั่วอู่หลินค่อยๆจับลูกสาวอย่างแผ่วเบาประดุจกลัวนางเจ็บก็ไม่ปาน "หุหุ ยินดีด้วยน้องชาย ด้วยที่สายเลือดมนุษย์ของเจ้ามีความโดดเด่นกว่าและมีสัดส่วนที่มากกว่า หนูน้อยคนนี้เลยเกิดมาเป็นมนุษย์ ส่วนสายเลือดจิ้งจอกทมิฬสามเนตรและสายเลือดจิ้งจอกเก้าหางก็ถูกพฤกษาจรัสแสงของเจ้าชำระล้างและหลอมรวมกับแสงนั้นจนกลายเป็นดวงจิตอสูรเทวะจิ้งจอกสีทองตัวที่เจ้าเห็น ส่วนราชามังกรอัสนีบาตนั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมมันถึงได้เป็นเช่นนั้น"

     

    "แล้วก็มีข่าวดีอีกอย่างคือลูกสาวของเจ้าถือครองร่างหยินเก้าจันทรา และเส้นลมปราณหยินเก้าจันทราด้วย บอกได้เลยว่าอนาคตไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน พรสวรรค์ของนางเหนือล้ำกว่าตัวเจ้าในตอนนี้เสียอีก"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่ง แต่ลั่วอู่หลินถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ถึงว่าทำไมกฏเกณฑ์ของโลกถึงอยากจะกำจัดลูกสาวของเขานัก ที่แท้นางก็ถือครองพลังและพรสวรรค์ที่แม้แต่สวรรค์ยังหวั่นเกรงเอาไว้นี่เอง

     

    "ที่รัก ท่านได้คิดชื่อให้นางไว้หรือยัง"ซีอวิ้นกล่าวถาม

     

    ลั่วอู่หลินหันไปมองนางและพยักหน้า "ลูกพ่อ ต่อไปนามของเจ้าคือลั่วซีเซียน"

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน