“อักขระของชายคนนั้นครับ มันเป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเขตแดน”
[เขตติดอาวุธ]
ความสามารถสุดโกงที่แค่เปิดใช้งานก็สามารถสร้าง[ป้อมปืน] ในบริเวณรอบ ๆ ได้สาเหตุที่ทำให้การรับมือกับกงพิลดูเป็นเรื่องยุ่งยากก็เพราะอักขระนี้นี่แหละ
โชคยังดีที่ตอนนี้มันเป็นแค่ [เขตติดอาวุธ]ในภายภาคหน้าอักขระนี่จะวิวัฒนาการกลายเป็น [ป้อมปราการติดอาวุธ]เมื่อถึงตอนนั้นหากคิดจะจับชายคนนี้มีแต่จะต้องเตรียมการตีล้อมบุกโจมตีอย่างเต็มรูปแบบเท่านั้น
แต่กงพิลดูคนนั้นก็ยังมีจุดอ่อนอยู่
“ ‘เขตติดอาวุธ’ ของเขาจะสลายไปทันทีที่เจ้าตัวออกมานอกพื้นที่ที่กำหนดครับถ้าเป็นอย่างนั้นพวกป้อมปืนก็จะไร้ประโยชน์ปกติแล้วสกิลป้องกันพื้นที่แบบนั้นมักจะมีข้อจำกัดอยู่มาก”
อีฮยอนซองกับจองฮีวอนอุทานด้วยความชื่นชมออกมาพร้อมกัน
“อา...จุดอ่อนแบบนั้น”
“เจอหน้าครั้งเดียวกลับรู้ได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอคะไม่ใช่ว่าคุณลักษณะของคุณดกจาเป็น ‘ดอกเตอร์ผู้รอบรู้’ หรอกนะ”
เรื่องเดิม ๆ เกิดขึ้นซ้ำ ๆสมาชิกกลุ่มเองก็คงจะเริ่มปรับตัวให้คุ้นเคยกับผมได้ระดับหนึ่งแล้วคราวนี้เป็นยูซังอาที่ถามขึ้น
“แต่จะทำให้เขาออกมาได้ยังไงล่ะคะ”
“เรื่องนั้นพวกเราคงต้องช่วยกันคิดตั้งแต่ตอนนี้นี่แหละครับ”
“ฉันไม่ชอบใช้สมองคิดเลย”
จองฮีวอนบ่นจากนั้นทุกคนก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ครู่หนึ่งคนที่เป็นฝ่ายเสนอไอเดียขึ้นคนแรกคืออีฮยอนซอง
“ถ้าลอบโจมตีตอนไปห้องน้ำ...”
“ดูเหมือนเมื่อครู่นี้จะไม่เห็นพวกของจุกจิกที่วางอยู่ข้างเก้าอี้สินะครับ”
กงพิลดูไม่มีวันออกมานอกเขตติดอาวุธเด็ดขาด ข้าง ‘ม้านั่ง’ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำหรับพักผ่อนของเขาจึงมีของจำเป็นจัดเตรียมไว้หมดแล้ว
ถุงนอน ผ้าห่ม อาหารกะละมังใส่น้ำสำหรับใช้ดื่มใช้ล้าง ยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้ไปหามาจากที่ไหนเขามีกระทั่งกระโถนปัสสาวะด้วย แน่นอนว่าคนที่ต้องเอาไปเททิ้งย่อมเป็นพวกผู้เช่า
“บ้าไปแล้ว นี่มันพวกเก็บตัวสุด ๆเลยไม่ใช่เหรอ ไม่สิ หรือหมอนั่นไม่เคลื่อนไหวเพราะแอบซ่อนอะไรดี ๆ เอาไว้ที่นั่น”
“เพราะบริเวณนั้นเป็น ‘ห้อง’ ที่ใหญ่ที่สุดในชุงมูโรครับ”
“...‘ห้อง’ เหรอคะ”
จะว่าไปจองฮีวอนยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ ‘ห้อง’ แต่ผมคงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว
[เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง ซีนาริโอหลักที่ 3 จะเริ่มต้นขึ้น!]
เพราะอย่างไรอีกไม่นานเธอก็จะได้รู้เอง
“พวกเราเองก็ต้องเริ่มหา ‘ห้อง’ กันได้แล้วครับ”
พอพวกเราทั้งกลุ่มพากันลุกขึ้นจากที่นั่งผู้คนที่ยืนอยู่รอบ ๆ ก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ
“ยะ...อย่าเข้ามาใกล้นะ!”
คนที่ระแวดระวังมากเป็นพิเศษคือชายหนุ่มคนที่เมื่อครู่ถือมีดเฝ้าห้องสำหรับหนึ่งคนตรงชานชาลารถไฟสายสามอย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเราจะทันได้เข้าไปใกล้ก็มีคนอื่นวิ่งตรงเข้าไปหาชายคนนั้น
“ไสหัวไปซะ ไอ้เวรนี่!”
นั่นเป็นการโจมตีที่พุ่งเข้าใส่อย่างสะเปะสะปะพอชายคนนั้นถูกผลักกระเด็นสัญลักษณ์กรีนโซนก็เปลี่ยนแปลงในพริบตา
[กรีนโซน 1/1 -> กรีนโซน 0/1]
ชายหลายคนต่อสู้กันจนเลือดสาดกระเซ็นอยู่รอบ ‘ห้อง’ ห้องเดียวใครบางคนถูกแทงเข้าที่ต้นขา ใครบางคนดั้งจมูกหัก จองฮีวอนขมวดคิ้วแน่น
“ไม่ต้องไปห้ามเหรอคะ”
“ต่อให้พวกเราเข้าไปยุ่งผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมอยู่ดีครับ สุดท้ายไม่ว่ายังไงก็ต้องมีคนตาย”
“อาจจะไม่มีใครตายเลยก็ได้นี่คะ”
“กับซีนาริโอคราวนี้เรื่องแบบนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกครับ”
ก่อนผมจะทันได้พูดจบ บีฮยองก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
[เอาละ ๆมาเริ่มซีนาริโอหลักวันที่สามกันเลยดีมั้ย วันนี้มีพวกหน้าใหม่อยู่เยอะพอตัวคงจะยิ่งสนุกน่าดู ฮ่า ๆ ๆ]
บีฮยองเหลือบมองมาทางด้านนี้ในขณะที่พูด
มีโทแกบีที่รับผิดชอบซีนาริโอในชุงมูโรทั้งหมดสามตนดูจากที่บีฮยองปรากฏตัวขึ้นเป็นตัวแทนแล้ว เขาคงรับหน้าที่เป็นเบ๊แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะช่องของบีฮยองเล็กที่สุดในบรรดาทั้งสามช่อง
และซีนาริโอหลักที่ 3 ก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าพวกเราทันที
<ซีนาริโอหลัก #3 - กรีนโซน (วันที่ 3)>
ประเภท : หลัก
ระดับความยาก : C
เงื่อนไขการเคลียร์ : ครอบครอง ‘กรีนโซน’ ในสถานีเอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดที่จะบุกเข้ามาตอนเที่ยงคืนของทุกวันซีนาริโอนี้จะดำเนินต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น7 วัน
กำหนดระยะเวลา : 8 ชั่วโมง
รางวัล : 1,000 เหรียญ
กรณีล้มเหลว : -
อีฮยอนซองเบิกตากว้าง
“นะ...นี่มัน...!”
[กฎง่ายมาก เข้าครอบครอง ‘กรีนโซน’ ให้ได้ก่อนผู้อื่น แน่นอนว่าจะแย่งชิง ‘กรีนโซน’ จากคนอื่นก็ได้ แต่ต้องรีบหน่อยนะหลังจากซีนาริโอเริ่มขึ้นแล้ว ถ้ายังครอบครอง ‘กรีนโซน’ ไม่ได้ พวกเจ้าจะต้องเผชิญกับเรื่องน่ากลัวสุด ๆกันแน่นอน ฮ่า ๆถ้าอย่างนั้นก็พยายามเข้านะทุกคน!]
สีหน้าของสมาชิกกลุ่มกระตุกเกร็งเมื่อได้ยินคำพูดของบีฮยองระหว่างนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คนก็ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
เสียงเนื้อถูกต่อยดังขึ้น
“ตาย! ตายซะ!”
“ฉะ...ฉันไม่ได้ทำเพราะต้องการให้มันเป็นแบบนี้!ฉันเองก็อยากจะรอด...!”
บางทีทุกคนเองก็คงจะตระหนักขึ้นมาได้ว่าการต่อสู้ตรงหน้านี่ไม่ใช่เรื่องของคนอื่นอีกต่อไปแล้วยูซังอาถามเสียงสั่น
“หรือว่าพวกเราก็ต้องสู้กันเองเหมือนพวกเขาอย่างนั้นเหรอคะ...”
“พวกเราไม่จำเป็นต้องสู้กันเองครับแค่หา ‘ห้อง’ ที่รองรับจำนวนคนได้มากพอก็ได้แล้ว”
ขนาดของ ‘กรีนโซน’ จะแตกต่างกันไปตามประเภท มีตั้งแต่ห้องเล็ก ๆที่รองรับได้แค่หนึ่งคนไปจนถึงห้องที่ใหญ่มากพอจะรองรับได้กว่าเจ็ดสิบคนเหมือนที่ดินของกงพิลดู
“แน่นอนว่านั่นเป็นกรณีที่ยังมี ‘ห้อง’ เหลือนะครับ”
คำพูดของผมทำให้จองฮีวอนริมฝีปากกระตุก
“คุณดกจานี่มีความสามารถในการทำให้คนอื่นไม่สบายใจจริงๆ เลย...ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันตอนนี้เลยเถอะค่ะอาจจะมีห้องเหลืออยู่บ้างก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ”
“แยกกันไปน่าจะเร็วกว่าแบ่งทีมกันเถอะครับ คุณฮยอนซองไปกับคุณซังอาส่วนคุณฮีวอนช่วยพากิลยองไปด้วยนะครับ”
“คุณดกจาล่ะคะ”
“ผมขอลุยเดี่ยวครับ”
ไม่มีใครถามว่าจะไหวหรือเปล่าทุกคนมีแววตาเชื่อมั่นในตัวผมเป็นอย่างมากคนที่เปิดปากพูดเป็นคนสุดท้ายคืออีกิลยอง
“พี่ แล้วถ้า...หาไม่เจอล่ะจะทำยังไงครับ”
“ถ้ายี่สิบนาทีก่อนซีนาริโอจะเริ่มขึ้นยังหา ‘ห้อง’ ไม่ได้ ขอให้ทุกคนกลับมารวมตัวกันที่นี่นะครับ”
“เข้าใจแล้วถ้างั้นก็ลงมือกันเถอะ!”
สมาชิกกลุ่มแยกย้ายกันไปอย่างเป็นระเบียบจองฮีวอนกับอีกิลยองไปที่ชั้นใต้ดินบีสองส่วนยูซังอากับอีฮยอนซองไปที่ชั้นใต้ดินบีสามผมเฝ้ามองภาพสมาชิกกลุ่มห่างออกไปไกลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดสมาร์ตโฟนทันทีที่เปิด ‘สามวิธีรอด’ อ่าน ประโยคหนึ่งก็ลอยเด่นขึ้นมา
「 ไม่มี ‘ห้อง’ เหลืออยู่ในชุงมูโรอีกแล้ว 」
ความเป็นจริงบันทึกเอาไว้ชัดเจนบางทีสมาชิกกลุ่มคงจะไม่สามารถหา‘ห้อง’ ได้แน่
ดังนั้นวิธีที่พวกเขาสามารถเลือกได้อย่างแท้จริงจึงเหลือแค่วิธีเดียวเท่านั้นนั่นคือการลงมือฆ่าคนอื่นที่ครอบครอง ‘ห้อง’ เพื่อที่จะให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไป
แต่อีฮยอนซองกับจองฮีวอนจะทำแบบนั้นได้หรือเปล่า
ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่ ‘คนเลว’อาจจะมีหลายคนที่เอาเปรียบคนอื่นเหมือนกงพิลดูแต่ความจริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นก็แค่เผยคมเขี้ยวออกมาเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น
แล้วยูซังอากับอีกิลยองจะกล้าแยกเขี้ยวใส่คนพวกนั้นมั้ย
อีกไม่นานผมคงได้คำตอบ