เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลออกมาจากกลางหน้าผากของเหล่าแชมเปี้ยน ชั้น 13 ที่พยายามสังหารมอนสเตอร์มาหลายปี กำลังถูกนักศึกษาเพียง 1 คนไล่กวาดล้างจนมอนสเตอร์ภายในชั้นตกตายราวกับใบไม้ร่วง แม้มอนสเตอร์ในพันธะอีกฝ่ายจะตกตายไปบ้างก็ตาม มันกลับเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมอนสเตอร์ภายในห้อง
“ แน่ใจนะว่าจะปล้น ”
แชมเปี้ยนกลุ่มหนึ่งหันมองหน้ากัน พวกเขาเป็นระดับ 5 ดาว ภายในกลุ่มยังมีคนที่แข็งแกร่งสามารถฆ่ามอนสเตอร์ในชั้น 13 ได้ เพียงแต่ว่าผู้ที่แข็งแกร่งกลับส่ายหน้าพร้อมด้วยท่าทางวิตกกังวล มอนสเตอร์พันธะของแอ็กเซลไม่ใช่สิ่งเดียวที่แข็งแกร่ง คนที่เป็นเจ้าของเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่ากลัวไม่ต่างกัน
การปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย มีหลายครั้งที่แอ็กเซลถูกมอนสเตอร์กิ้งก่าบุกเข้าถึงตัว ทว่ามันกลับร่างกายขาดกระจุยกระจาย หลังจากที่เขาเหวี่ยงดาบไม่กี่ครั้ง
ความเร็วในการเหวี่ยงดาบไม่ได้รวดเร็วมากนักเพราะยังมองเห็นได้ แต่พลังทำลายที่เกิดขึ้นกลับน่ากลัวไม่น้อย ดาบที่สามารถตัดมอนสเตอร์ได้ราวกับเต้าหู้ ต่อให้จะเป็นคนที่ฆ่ามอนสเตอร์ในชั้นที่ 13 ก็ไม่สามารถใช้ได้
“ ถอย ”
เสียงกระซิบเบาๆส่งออกมาจากคนที่กำลังชะโงกหน้าลงไปยังชั้น 13 แล้วเดินไปตั้งหลักอยู่ติดกับผนังห้อง ต่อให้ที่นี่จะมีการปล้นเกิดขึ้น พวกเขาจะไม่มีทางเข้าร่วมแน่นอน แต่การรั้งอยู่ภายในชั้นที่ 12 ก็เพราะว่าอยากรู้สิ่งที่แอ็กเซลทำ เขาเดินทางไปถึงชั้นไหนแล้วได้อะไรติดไม้ติดมือออกมา จนกระทั่งผ่านมา 5 ชั่วโมงการกวาดล้างชั้นที่ 13 ก็จบลง โดยที่ทุกคนพบว่าศพทั้งหมดถูกมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายหนอนกลืนกินพวกมันเข้าไปจนไม่เหลือสิ่งใด
“ เขากำลังจะออกมาแล้ว ”
ความกดดันถาโถมเข้าใส่กลุ่มที่คิดจะดักรอแอ็กเซล ยิ่งรู้ว่าเขากำลังจะเดินทางออกมาจากชั้นที่ 13 ยิ่งทำให้ทุกคนกดดันมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นร่างที่ยืนอยู่ภายในชั้นที่ 13 ก็ได้พุ่งขึ้นมายังชั้น 12 ด้วยความรวดเร็ว โดยที่เขาเก็บมอนสเตอร์ทั้งหมดเข้าไปในสกิลไม่ให้ใครเห็นอีกต่อไป
ตุบ!
เท้าทั้งสองเหยียบลงไปยังทรายสีขาว เมื่อดวงตาทั้งสองกวาดมองออกไปรอบข้างมันได้สะกดผู้คนที่จ้องมองให้ยืนนิ่งราวกับว่าเขาตกเป็นเหยื่อของงูตัวใหญ่
แอ็กเซลพบว่าผู้คนรอบข้างกำลังถืออาวุธในมือราวกับว่ากำลังจะปล้นให้ได้ เขากลับทำเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะย่อตัวเปิดใช้งานทักษะไซเลนท์ไกลด์เพื่อกระโดดขึ้นไปให้สูงที่สุดแล้วใช้ด้ายพลังมัดไปยังชั้นที่ 11 เพื่อดึงตนเองขึ้นไป ทว่ากลับมีชายคนหนึ่งร้องตะโกนสั่งให้เขาหยุดด้วยน้ำเสียงที่ปะปนไปด้วยความกลัว ทำให้แอ็กเซลเลิกย่อตัวแล้วกลับมายืนนิ่งอีกครั้ง
“ ว่ายังไง มีอะไรกับฉันงั้นเหรอ ”
“ ส่งของที่ได้จากข้างใต้มา แล้วก็เล่าด้วยว่าแกไปเจออะไร ”
แอ็กเซลเลิกคิ้วแล้วชี้มือมายังตนเองเพื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายพูดถึงเขาและต้องการให้เขาทำตาม
“ใช่ แกนั่นแหละ ”
“ เสียใจด้วย ของซื้อของขาย จะมาฉกกันง่ายๆไม่ได้ ถ้าขุมอำนาจแกรวยพอก็ซื้อมันไปสิ ฉันจะนำทุกอย่างที่ได้ไปขายที่จุดจอดยาน ส่วนฉันไปถึงชั้นไหนนั้น ถ้าอยากรู้แกก็ลงไปสำรวจเองสิ ”
คำพูดของแอ็กเซลได้สร้างความตึงเครียดให้กับผู้คน จำนวนคนที่ยืนล้อมเขามีหลายพันคน แต่อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวเลยสักนิด เพียงเท่านี้ก็ทำให้ใครหลายคนเชื่อมั่นว่าพวกมันไม่สามารถข่มขู่อีกฝ่ายให้กลัวได้ แต่กลับเป็นพวกมันเสียเองที่กำลังถูกข่มขู่จากท่าทางสบายๆของแอ็กเซล
“ ฉันจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง ” แอ็กเซลเห็นท่าทางชายที่ตะคอกเขากำลังจะเปิดปากพูดจึงพูดแทรกเพื่อให้มันหุบปากและป้องกันไม่ให้ใครแหกปากตะโกนต่อหน้าของเขาอีก
“ ทุกอย่างที่ได้จะนำไปขายที่จุดจอดยาน ใครให้ราคาดีก็รับมันไป แต่ถ้าอยากตายฉันสามารถมอบมันให้ได้ มีใครอยากได้มันไหมล่ะ ”
บูมเมอแรงปรากฎในมือขวาของแอ็กเซล สิ่งนี้ทำให้หลายคนถอยหลัง ทุกคนรู้ถึงพลังของโซลฟอร์ดที่ได้จากกิ้งก่าสายฟ้า มันเป็นโซลฟอร์ดใช้แล้วทิ้งจึงสามารถฆ่าคนที่ถูกโจมตีได้ในทันที
“ ฉันมีมันอีกเพียบ ถ้าอยากได้ก็ค่อยไปซื้อ แต่ถ้าอยากได้ตอนนี้ฉันก็จะมอบมันให้เลย ฉันไม่รู้นะว่าคนที่อยากได้จะรับมันได้หรือเปล่า ”
กระบองเพชร 2 ตัวที่เกาะอยู่ข้างเอวใช้ขาหนีบเอวแอ็กเซลเอาไว้แล้วใช้กำปั้นทั้งสองทุบเข้าหากันทำราวกับว่าพวกมันต้องการต่อสู้ พิกซี่บนหัวแลบลิ้นให้กับทุกคนที่อยู่รอบๆเพื่อท้าทาย แอ็กเซลยังคงยิ้มไม่ได้ใส่ใจกับคนที่นี่ ต่อให้เกสรที่อยู่ด้านนอกจะบอกว่ามียานจอดอยู่มากมาย แต่จะไม่มีใครหาหลักฐานได้ว่าเขาฆ่าคนที่นี่
“ จบนะ ฉันจะไม่พูดซ้ำ ”
แอ็กเซลเรียกนกออกมาเกาะเท้าบินขึ้นไปยังชั้นบน ปล่อยให้คนที่ล้อมเขาเอาไว้ในชั้นที่ 12 ต่อให้จะมีคนต้องการโจมตีเขาก็ตาม ความคิดนั้นกลับถูกเพื่อนๆในกลุ่มห้ามเพราะพวกเขากลัวว่าทุกคนที่นี่จะไม่รอดออกไป
“ เขาบอกว่าจะนำสิ่งที่ได้ไปขายที่จุดจอดยานใช่ไหม ”
หนึ่งในคนที่พึ่งผ่านแรงกดดันพูดด้วยใบหน้าโล่งอกที่ไม่เกิดการสูญเสีย ทว่ามันกลับหน้าซีดเมื่อพบว่าทุกกลุ่มวิ่งไล่ตามแอ็กเซลออกไป การไล่ตามนี้ไม่ใช่การไล่ตามไปสังหารแต่เป็นการไล่ตามเพื่อกลับออกไปด้านนอก ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของสิ่งที่แอ็กเซลหามาได้จากชั้นใต้ดิน ดังนั้นแต่ละคนจึงพยายามกลับไปยังจุดจอดยาน
“ หัวหน้า เอายังไง! ”
“ แกไปบอกคนที่อยู่บนยานให้ไปที่จุดจอดยาน ส่วนที่เหลือตามฉันมา ฉันอยากรู้ว่าเขาสำรวจไปถึงชั้นไหน ”
“ มันไม่อันตรายไปหน่อยเหรอหัวหน้า ”
“ ถ้าหากว่าเขากวาดล้างมอนสเตอร์เหมือนที่ชั้น 13 ชั้นอื่นๆก็คงไม่ต่างกัน ไปเร็วเผื่อจะมีอะไรหลงเหลือให้เราบ้าง ”
แชมเปี้ยนเริ่มแยกย้ายกัน ครึ่งหนึ่งพยายามเดินทางกลับออกไปจากซากโบราณสถาน ส่วนอีกครึ่งพยายามเดินทางลงไปยังชั้นลึกสุด
ท่ามกลางการบินลงไปในซากโบราณสถานเรื่อยๆของกลุ่มที่ต้องการไปดูให้เห็นกับตาว่าแอ็กเซลเดินทางไปถึงชั้นไหน พวกเขาต่างก็ตกใจเพราะแต่ละชั้นที่เดินทางผ่าน ไม่มีมอนสเตอร์อยู่เลยสักตัว มีเพียงแค่ร่องรอยการต่อสู้ที่ถูกทิ้งเอาไว้ตามแต่ละชั้น
“ ถ้าหากชั้นที่ 14 เป็นต้นไปมีมอนสเตอร์จำนวนเท่าๆกับชั้น 13 เขาฆ่าพวกมันในแต่ละชั้นไปกี่แสนตัวกัน ”
ต่างคนต่างกลืนน้ำลายเมื่อนึกถึงมอนสเตอร์ที่ถูกแอ็กเซลสังหาร กองทัพมอนสเตอร์ที่เขาครอบครองดูท่าจะแข็งแกร่งมาก การต่อสู้ในชั้นที่ 13 ยังคงติดตาพวกเขาอยู่ เป็นเรื่องยากที่จะมีใครทำพันธะกับมอนสเตอร์ได้มากกว่า 100 ตัว เพียงแต่ว่าแอ็กเซลกลับทำพันธะกับมอนสเตอร์หลายหมื่นตัว ซึ่งมันเกินกว่าที่มีในบันทึกของสหพันธ์ การกลายพันธุ์ของอาชีพที่เขาครอบครองจึงนับว่าน่ากลัวมาก กระทั่งทุกคนมาถึงชั้นที่ 20 ความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ถูกลบออกไป ภายในชั้นที่ 20 มีบรรยากาศที่ต่างออกไป ที่นี่มีน้ำแข็งขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดความหนาวเย็น ต่อให้ทรายจะค่อยๆกลืนกินน้ำแข็งเข้าไปก็ตาม มันยังคงมีเค้าโครงการโจมตีปรากฎให้เห็น
“ เดี๋ยวนะ ดูพื้นที่การกัดเซาะของน้ำแข็งนี่สิ มันกิน 1 ใน 3 ของพื้นที่ห้องเลยนะ แล้วดูตรงนั้น น้ำแข็งที่ยังคงตั้งชันมีเลือดสีแดงติดอยู่ เลือดพวกนี้ไม่น่าจะมาจากมอนสเตอร์กิ้งก่าตัวเล็กๆพวกนั้นแน่ ”
ขนาดน้ำแข็งใหญ่เกินกว่าจะแทงร่างกิ้งก่า หมายความว่าที่นี่จะต้องมีมอนสเตอร์ขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ยิ่งทุกคนมองเห็นเลือดที่หกอยู่เต็มพื้นยิ่งทำให้ทุกคนรู้ว่าเจ้าของเลือดมากมายจะต้องมีร่างกายที่ใหญ่อย่างแน่นอน
“ หัวหน้า เราไม่เจออะไรที่นี่เลย ”
“ ตรวจสอบอีกรอบแล้วเราจะออกไปจากที่นี่ ”
แต่ละกลุ่มที่เข้ามาเริ่มวิ่งไปทั่วห้อง ก่อนที่พวกเขาจะกลับมารวมกันแล้วรีบเดินทางขึ้นไปด้านบน ภายในซากโบราณสถานแห่งนี้ไม่เหลือสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นจึงต้องรีบกลับไปให้ทันการขายสินค้าของแอ็กเซล
---------------------------------------------------------------
“ ฝูงยานพวกนั้นกำลังไล่ตามอะไร ”
แชมเปี้ยนภายในจุดจอดยานหันมองไปทางทิศเหนือ ฝูงยานหลายร้อยกำลังบินกลับมาที่นี่พร้อมกัน อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ของยานแต่ละลำไม่เท่ากัน ควรจะมีลำที่แซงหน้าเพื่อมาที่นี่ก่อน อย่างไรก็ตามยานทุกลำกลับไม่มีลำใดเร่งเครื่องราวกับว่าพวกเขากำลังไล่ตามบางสิ่งบางอย่าง
เมื่อกล้องส่องทางไกลเปิดใช้งาน พวกเขาก็พบว่าด้านหน้ายานมีชายคนหนึ่งกำลังเกาะเท้านกบินนำหน้ายาน
“ เด็กนั่นถ้าจำไม่ผิดพึ่งมีข่าวไม่ใช่เหรอ ใช่คนเดียวกันกับที่ได้อันดับ 1 7 มังกรและฟีนิกส์หรือเปล่า ”
“ ใช่ๆ เป็นเขา ว่าแต่เขาได้อะไรทำไมยานทุกลำถึงบินตามขนาดนั้น ”
ความสนใจของทุกคนจับจ้องไปยังแอ็กเซล จนกระทั่งเขาร่อนเหยียบพื้นโล่งทางทิศเหนือจุดจอดยาน แชมเปี้ยนบนยานที่บินตามก็เริ่มลงเหยียบพื้นด้วยท่าทางเร่งรีบ ที่น่าตกใจกว่านั้นคือมียานบางลำกำลังเดินทางด้วยรูหนอนโผล่มายังชั้นอวกาศ การกระทำของแชมเปี้ยนรอบๆส่งผลให้คนที่อยู่ในจุดจอดยานเกิดความสงสัยไม่น้อย แต่แล้วแอ็กเซลกลับนำร่าง 100 เมตรออกมาวางด้านหลังก่อนที่เขาจะกระโจนขึ้นไปนั่งบนตัวของมันแล้วให้มอนสเตอร์พันธะกระจายเป็นวงกลมสร้างรั้วป้องกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ศพมอนสเตอร์
“ แม่เจ้า มอนสเตอร์ตัวนั้นมาจากที่ไหนกัน ”
“ เดี๋ยวนะ รูปร่างนั้นมัน อย่าบอกนะว่ามาจากซากโบราณสถานที่มีทรายสีขาว ”
แชมเปี้ยนรีบวิ่งเข้าไปมุงดูมอนสเตอร์สูง 100 เมตร สภาพของมันนับว่ายับเยินไม่น้อย แต่ขนาดตัวของมันทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นบนร่างไม่ได้ลดคุณค่าของมันลง หนังยังคงนำไปสร้างชุดเกราะได้ กระดูกของมันอยู่ครบ ถึงแม้ทุกคนจะสงสัยว่าใครผ่าท้องและผ่ากะโหลกมันก็ตาม
“ ยินดีที่ได้เจอทุกคน ผมแอ็กเซล หนึ่งใน 7 มังกรและฟีนิกส์ ไม่รู้ว่าข่าวการแต่งตั้งกระจายมาถึงที่นี่แล้วหรือยัง เอาเป็นว่าขอข้ามเรื่องนี้ไปก็แล้วกัน วันนี้ผมมีของจะมาขาย มันก็ไม่มีอะไรมากนัก อย่างแรกเลยผมต้องการขายซากมอนสเตอร์ตัวนี้ มันคือบอสที่อยู่ในชั้นลึกสุดของซากโบราณสถานที่มีทรายสีขาวเม็ดกลม ผมพึ่งลากมันขึ้นมาจากชั้นที่ 20 ที่เป็นชั้นลึกสุด ”
ทุกคนมาจากจุดจอดยานเบิกตาโต เพียงแต่ว่าคนที่มาจากซากโบราณสถานเดียวกันกับแอ็กเซลเบิกตาโตยิ่งกว่า สิ่งที่เขาพูดน่าเหลือเชื่อเกินไป แต่คนของพวกเขาที่ไปถึงชั้น 20 ได้ติดต่อกลับมายืนยันว่ามันเป็นชั้นลึกสุดจริงๆและน่าจะมีบางสิ่งที่ร่างกายใหญ่โตอาศัยอยู่ที่นั่น
“ศพนี้ต่อให้มันจะเป็นระดับ 5 ดาวก็เถอะ แต่โครงสร้างของมันดีเกือบจะเทียบเท่าระดับ 6 เลย ทุกคนคงจะรู้ใช่ไหมว่าวัสดุระดับ 6 นำเข้ามาที่นี่ไม่ได้ ดังนั้นร่างนี้จึงมีค่ามาก ฉันจึงอยากจะเปิดประมูลมัน ขุมอำนาจใดที่ต้องการสามารถใช้ผลไม้ธาตุระดับ 5 ในการแลกเปลี่ยน หรือไม่ก็ใช้ทักษะระดับ 9 หรือสูงกว่าในการแลกเปลี่ยน นอกจากนั้นฉันยังมีอาวุธอีกมากที่ไม่น่าจะหาได้อีกแล้วเพราะพึ่งล้างบางมอนสเตอร์ที่เป็นเจ้าของไปทั้งหมด ขอแลกเปลี่ยนมันกับยาระดับ 5 หรือไม่ก็ทักษะระดับ 5 ดาวขึ้นไปก็แล้วกัน”.