บทที่ 45
ที่ดินที่ต้องการ
จางหยวนออกจากภายในบ้านของตนเองมาตั้งแต่ในยามเช้ามุ่งตรงมายังบริเวณเขตนอกเมืองหลังของเมืองจินหยวน
เขาได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่มีที่ดินที่เขาต้องการ
จางหยวนยืนอยู่บริเวณด้านหน้าที่ดินบริเวณจุดที่ยืนอยู่เป็นเนินสูงสามารถกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆได้อย่างชัดเจน
จางหยวนมองดูที่ดินอันกว้างขวางที่อยู่บริเวณนี้ด้วยความพึงพอใจ
ก่อนหน้านี้ได้ลองมาสำรวจหนึ่งครั้งพบเห็นที่ดินบริเวณแถบนี้มันเหมาะสมกับการเพาะปลูกเพราะว่าเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์
ตอนนี้ก็เดินทางมาเพื่อที่จะมาตรวจดูอีกครั้งว่าเป็นอย่างที่ตนเองคิดหรือไม่
แน่นอนว่าเป็นอย่างที่เขาคิดที่ดินผืนนี้มันเหมาะสมกับการเพาะปลูกจริงๆด้วย
จางหยวนพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้า “ ที่ดินตรงนี้เหมาะสมกับการเพาะปลูกจริงๆด้วยแถมยังเป็นที่ดินที่ยาวไปจนถึงบริเวณด้านหน้า ”
“ มองดูแล้วที่ดินมันน่าจะเป็นที่ดินที่เชื่อมโยงต่อกันคงจะมีความกว้างขวางประมาณยี่สิบหมู่เป็นที่ดินที่กว้างขวางจริงๆถ้าคนที่ถือครองอยู่เป็นคนเดียวกันคงจะเป็นเศรษฐีสักคนภายในเมือง”
“ ยี่สิบหมู่ถ้าคาดการจากราคาถ้าซื้อขายแบบไม่ต่อราคาที่ดินต่อหนึ่งหมู่บริเวณแถบนอกเมืองน่าจะมีราคาสูงกว่าห้าสิบตำลึงอย่างแน่นอน”
“ แล้วถ้าตัวของเราต้องการที่ดินแถบนี้ทั้งหมดเกรงว่าคงจะใช้เงินประมาณหนึ่งพันถึงสองพันตำลึงอย่างแน่นอน”
“ แน่นอนว่าเป็นเงินไม่ใช่น้อยแต่ว่าถ้าได้ที่ดินแปลงนี้มามันคงจะสามารถต่อยอดไปได้เยอะ”
จางหยวนหลังจากที่ลองดูแล้วที่ดินแปลงนี้ถือว่าเป็นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด
ถ้าอยากจะซื้อที่ดินสักแปลงดึงเขาเองก็คงจะเลือกซื้อที่ดินแปลงนี้เป็นอันดับแรก
แน่นอนว่ามันเป็นที่ดินที่เชื่อมโยงติดกันถึงยี่สิบหมู่และมองถึงราคาขายถ้าต้องซื้อขายคงจะใช้ราคาในการซื้อไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตำลึงอย่างแน่นอน
แน่นอนว่ามันเป็นจำนวนที่เยอะแต่ถ้ามองถึงคุณสมบัติของที่ดินที่ครบถ้วนมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
จากที่มองดูในตอนนี้ที่ดินบริเวณนี้ไม่ได้เพียงแค่อุดมสมบูรณ์หนึ่งอย่างมันอยู่ติดถนนสามารถขนส่งได้อย่างง่ายดาย
แล้วอีกหนึ่งอย่างคือบริเวณด้านหลังที่ดินมีบึงน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงอยู่กับแม่น้ำสามารถนำน้ำเหล่านั้นมาใช้ได้ตลอดเวลา
พื้นที่บริเวณรอบๆก็มีความกว้างขวางต้นไม้และพืชพันธุ์ก็ขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์อีกทั้งยังตั้งอยู่ห่างจากเมืองจินหยวนไม่มาก
เพราะความสมบูรณ์พร้อมทั้งหมดนี้มันเลยทำให้เขาคิดว่าที่ดินผืนนี้ถือว่าเป็นที่ดินที่ดีที่สุดถ้าจะทำการเลือกซื้อ
ซึ่งราคาของมันไม่สามารถเทียบได้กับที่ดินที่เขาซื้อมาก่อนหน้านี้
โดยที่ดินที่ซื้อมาก่อนหน้านี้เป็นที่ดินเพียงแค่ห้าหมู่การที่เขาสามารถซื้อมาได้ในราคาเพียงแค่นั้นมันเป็นเพราะว่าตระกูลโม่ยอมลดราคาให้เป็นพิเศษ
โดยราคาที่ลดลงไปจำนวนสัดส่วนราคาที่ลดลงไปก็มากพอดู
แต่ถ้าซื้อที่ดินผืนนี้โดยที่ไม่มีการลดพิเศษพวกนั้นแน่นอนว่าคงจะเสียเงินนับพันตำลึงแต่จางหยวนหลังจากที่ได้มามองดูในวันที่สอง
เขาเองก็สามารถยืนยันได้แล้วเขายืนยันและมั่นใจได้ว่าถึงแม้จะเสียเงินถึงสองพันตำลึงที่ดินทั้งหมดนี้เขาเองก็อยากได้และเขาจะต้องซื้อให้ได้ด้วย
“ ที่ดินที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ต่อให้สองพันตำลึงข้าก็ซื้อ ”
จางหยวนแสดงใบหน้าจริงจังกวาดสายตามองดูรอบๆอีกครั้งร่างกายของเขากระโดดลงมาจากเนินสูงที่กำลังยืนอยู่
ลองเดินสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆอีกครั้ง
หลังจากที่เดินสำรวจจนเสร็จก็ได้เดินทางกลับบ้านที่ตั้งอยู่บริเวณอีกภาคหนึ่งของเมือง
..
จางหยวนได้เดินทางกลับมาถึงบ้านของตนเองเดินทางกลับมาถึงสถานที่แห่งนี้พบหย่งคังกำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน
จางหยวนเดินเข้าไปอย่างรวดเร็วทิ้งกายของตนเองนั่งลงบริเวณข้างกายของหย่งคัง “ เป็นอย่างไรบ้างขอรับการจัดการคนเป็นอย่างไรบ้าง”
อีกฝ่ายเองก็มีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั่นคือการจัดเตรียมเรื่องคนงานที่จะเพิ่มขึ้น
หย่งคังพยักหน้าของตนเองแม้ว่าบนใบหน้าของเขาจะแสดงความเหนื่อยล้าอยู่บ้างแต่ก็พูดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ ไปได้ดี ”
“ แม้ว่าจะเหนื่อยไปบ้างกับการหาคนแต่ว่าในตอนนี้คนงานที่ได้เพิ่มมาก็มีประมาณยี่สิบคนแต่ว่าคนเหล่านั้นเป็นคนที่ข้ารู้จักอยู่ภายในสลามหวังว่าเจ้าคงจะไม่ได้ถือสาอันใด”
จางหยวนแล้วก็พูดขึ้นมา “ ในเมื่อตัวของท่านเชื่อใจคนพวกนั้นข้าเองก็ไม่มีปัญหาอะไรขอรับ”
จางหยวนเขามั่นใจในสายตาหย่งคังพอสมควรอย่างไรเสียคนผู้นี้ก็ไม่ได้คบหาอยู่กับพวกขี้เกียจหรือว่าพวกที่ไม่เอาการเอางาน
อย่างเด็กน้อยสองคนก่อนหน้านี้เด็กฝาแฝดคู่นั้นที่ได้รับมาเป็นคนงานพวกเขาทั้งสองแม้ว่าจะยังเด็กแต่ว่าก็ขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก
และเพราะเหตุการณ์นั้นมันเลยทำให้จางหยวนเชื่อใจในสายตาของหย่งคังพอสมควรว่าเขาคงจะมองคนไม่ผิด
หย่งคังพูดต่อ “ ขอบคุณเจ้ามากคนพวกนั้นอาศัยอยู่ภายในสลัมภายในเมืองไม่มีงานทำพวกเขาล้วนเป็นคนที่อดๆอยากๆแล้วก็เป็นคนยากจนภายในเมือง ”
“ คนส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวที่จำเป็นจะต้องดูแลแต่ว่าไม่สามารถหางานทำภายในเมืองแห่งนี้ได้”
“ อย่างที่เจ้ารู้นั่นแหละเมืองจินหยวนเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเพราะแบบนั้นเลยมีพวกบัณฑิตมากมาย”
“ หรือว่ามีพวกคนชาติตระกูลดีหรือว่าคนที่มีฐานะดีมากคนงานที่พวกมันจะจางก็ยอมเป็นคนที่มาจากด้านนอกไม่ใช่ภายในสลัม ”
“ เพราะแบบนั้นชนชั้นภายในเมืองแห่งนี้มันเลยถูกแบ่งแยกออกมาอย่างชัดเจน”
“ ตัวของข้าถูกแบ่งแยกออกจากคนพวกนั้นเช่นเดียวกันคนธรรมดาทั่วไปไม่ค่อยคบหากับข้าหรอกเพราะว่าพวกมันมองว่าข้าน่ากลัว ”
“ แต่ว่าถ้าเป็นคนภายในสลัมพอเขาเองก็ย่อมยินดีคบหากับข้าในฐานะของสหาย”
“ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนที่มีความสามารถและมีความเก่งกาจแต่ข้ายืนยันเรื่องนิสัยใจคอของพวกเขาแล้วอีกอย่างพวกเขาเองก็ต้องการงานทำ ” หย่งคังพูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
แน่นอนว่าการสร้างงานให้กับคนเหล่านั้นพวกผู้คนภายในสลัมมันจะทำให้การเหลื่อมล้ำภายในเมืองแห่งนี้ยิ่งน้อยลง
ถือว่าเป็นการดีเมื่อผู้คนเริ่มฐานะดีขึ้นภายในเมืองแห่งนี้ก็จะพัฒนาขึ้นอีก
จางหยวนพยักหน้าตอบรับกลับ “ เข้าใจแล้วขอรับตัวของข้าเองก็ไม่ได้คนที่มีชาติตระกูลสูงส่งก่อนหน้านี้คาดเป็นเพียงแค่ทาส”
“ เพราะแบบนั้นข้าไม่คิดรังเกียจคนภายในสลัมอย่างแน่นอนในตอนนี้พวกเราร่ำรวยขึ้นการช่วยเหลือเขาเองก็เป็นสิ่งที่ดี ”
ทั้งสองรู้สึกโชคดีที่พวกเขาต่างฝ่ายต่างมีความคิดเช่นเดียวกันเพราะแบบนั้นจึงไม่ได้มีปัญหาอะไรปรากฏ
พวกเขาต่างพากันเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนจึงสามารถตกลงได้อย่างง่ายดาย
“ แล้วเรื่องของเจ้า เรื่องที่ดินเป็นอย่างไรบ้าง? ”
“ ข้าพบเจอที่ที่ตนเองต้องการแล้วขอรับแต่ว่าข้าไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของมันเป็นที่บริเวณทางทิศเหนือของเมือง เป็นที่ดินกว้างๆประมาณยี่สิบหมู่ ”
หย่งคังแสดงใบหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยนึกถึงที่ดินบริเวณนั้นหลังจากที่นึกคิดอยู่สักพักว่าผู้ใดเป็นเจ้าของก็พูดขึ้นมาหลังจากที่นึกได้ “ อ๋อ…ที่ดินตรงบริเวณนั้นอย่างงั้นรึเป็นที่ดินของตาเฒ่าอี้น่ะ ”
“ เขาเป็นผู้ได้อย่างนั้นหรือขอรับ? ” จางหยวนถามออกมาด้วยความสงสัย
หย่งคังถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก็พูดขึ้นมา “ เป็นเรื่องที่ยากเย็นแล้วที่ดินแปลงนั้นเกรงว่าเจ้าจำเป็นจะต้องตัดใจ ”
“ ข้าไม่เข้าใจขอรับหมายความว่าอย่างไร ” จางหยวนเอียงคอสงสัย
จบบท