มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 115 สู่เขตตระกูลหยาง

            "ข้าให้สัญญา..เจ้ารีบบอกมา"

     

            "ข้ามาจากอาณาจักรซาโม่ ซึ่งอยู่แถบทะเลทราย นายท่านเป็นผู้นำตระกูลชาโม่ ส่วนหน้าตาเป็นอย่างไรข้ามิอาจทราบได้เพราะนายท่านใช้ผ้าปกปิดโฉมหน้าตลอดเวลา ข้าบอกที่เจ้าถามหมดแล้ว"

     

            "กงจื้อ เขายังมิได้บอกว่าบรรพชนและนายของเขามีระดับพลังระดับใด"

     

            นงคราญสุรางค์สวรรค์กล่าวขึ้น  เมื่อผู้เป็นพี่ใหญ่ได้ยินดังนั้นจึงมีเจตนามิต้องการบอก กังหลงเห็นเช่นนั้นจึงจุดอัคคีสีดำขึ้นอีกครั้ง เมื่อผู้เป็นพี่ใหญ่เห็นดังนั้น จึงรีบกล่าวในทันที

     

            "นายท่านมีปราณระดับราชันย์แต่ข้ามิทราบว่าระดับใด ส่วนท่านบรรพชนนั้นเมื่อห้าสิบปีที่แล้วอยู่ในระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามช่วงชั้นสูงสุด ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถึงข้าจะตาย แต่หากแม้นท่านบรรพชนได้เข้าสู่ยุทธภพเมื่อใด พวกเจ้าและอาณาจักรของเจ้ามิอาจรอดไปได้เช่นกันข้าจะรอพวกเจ้าในสัมปรายภพ"

     

            "บึ้ม.!!"

     

            ร่างนั้นได้สูญสลายไปจนมิเหลือแม้แต่เศษเสี้ยว นงคราญสุรางค์สวรรค์เห็นแล้วถึงกับเบือนหน้าหนี กล่าวอย่างวิตกกับกังหลง

     

            "ก่อนหน้านี้ ข้ามิเคยได้ยินว่ามียอดฝีมือระดับนี้อยู่ แม้แต่ยอดฝีมือระดับราชันย์ก็หายากยิ่งในโลกใบนี้ มิคาดคิดว่าจะมียอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นสุดอยู่ หรือว่าต่างปกปิดซ่อนตัวเพื่อรอกระทำการอันใหญ่โตอันใด เห็นทีหากคนประดานี้เปิดเผยสำแดงตนออกมา คงต้องเกิดมรสุมครั้งใหญ่ในโลกใบนี้เป็นแน่แท้ ส่วนดินแดนลึกลับ และข้อมูลที่เจ้าผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวมามิทราบจะจริงรึเท็จ ถ้าหากเป็นเรื่องจริง คงมีอีกหลายเรื่องราวที่อาณาจักรเนตรอสูรเรามิเคยได้รับทราบความเป็นจริง อันอาจเป็นเพราะอาณาจักรเนตรอสูรอ่อนแอจนมิมีผู้ใดอยากยุ่งเกี่ยวมิอยากสนใจเพราะมิมีค่าใดให้พวกเขาเหล่านั้นต้องกังวลนั่นเอง  ภายนอกอาณาจักรมิทราบจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนแล้ว หากเกิดเรื่องร้ายแรงใดขึ้นมาเห็นทีอาณาจักรเนตรอสูรคงต้องล่มสลายไปจากพื้นพิภพนี้จนมิอาจฟื้นตัวได้อีก"

     

            "อย่ากังวลไปเลย หากผู้อื่นก้าวไปสู่ระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นสุดซึ่งเป็นระดับในตำนานได้ สักวันพวกเราก็ย่อมมีโอกาสก้าวไปสู่ระดับนั้นได้เช่นกัน ตัวข้าผู้นี้จะมิยอมแพ้ต่อสิ่งใด ข้าเคยตกต่ำมามากพอแล้ว ยามนี้ข้ามีโอกาสได้เติบใหญ่ข้าจะไม่มีวันสิ้นหวังอีกต่อไป"

     

            ได้ยินกังหลงกล่าวอย่างฮึกเหิมด้วยปณิธานอันแรงกล้า นงคราญสุรางค์สวรรค์จึงรู้สึกอุ่นใจนับว่าคนที่นางคิดติดตามเป็นบุคคลที่ทรนงยิ่ง แม้ภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไรตนก็ขอต่อสู่เคียงข้างไปกับบุรุษผู้นี้ตลอดไป  ผ่านไปครึ่งชั่วยามหลังจากนงคราญสุรางค์สวรรค์รักษาตัวจนหายฟื้นตัวเป็นปกติ ทั้งสองจึงรีบออกเดินทางไปตามคำบ่งบอกมุ่งสู่ตระกูลหยางในทันที

     

            ....................................................................................................................................................

     

            ณ ดินแดนแห่งห้วงทะเลทราย  ตระกูลชาโม่  อาณาจักรชาโม่..เสียงจากหยกสื่อสารระยะไกล..

     

            "นาย..ท่าน..พวกเราคงมิรอดแล้ว อัจฉริยะอาณาจักรเนตรอสูรตึงมือเกินไป เป็นถึง.."  "บึ้ม..!!".."อ๊ากกกกกกก..!!"

     

            "เหวินต้าหลิ่ว และเหวินต้าเซิน คงมิรอดอีกแล้วเช่นกัน แต่เสียงระเบิดอันรุนแรงนั้นนั่นมันเป็นอาวุธชนิดใดกัน และเป็นผู้ใดกันถึงกำจัดมือสังหารทั้งสามได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ หรือทางอาณาจักรเนตรอสูรก็ยังมี ตาเฒ่าตายยากเช่นบรรพชนของเรา ..หึ..หึ..แต่บรรพชนของเรา เมื่อห้าสิบปีก่อนก็อยู่ระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นสุดแล้ว และได้ปิดพลังบำเพ็ญมาปีนี้ก็ครบปีที่ห้าสิบแล้วเช่นกัน ท่านบรรพชนเคยบอกไว้ว่า หลังจากออกจากการปิดพลัง จะเริ่มดำเนินการครอบครองโลกใบนี้ อีกไม่นานก็จะได้รู้ว่า ท่านจะไปได้ถึงระดับที่หวังไว้รึไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ต่อไปตระกูลชาโม่จะต้องผงาดเป็นอันดับหนึ่งครอบครองโลกใบนี้ไว้ใต้เท้าแล้ว ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า "


            "ท่านบรรพชนครานั้นได้ของวิเศษมากมายจากดินแดนลึกลับเพียงระยะเวลครึ่งปีก็สามารถยกระดับจากปราณขั้นครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุดไปสู่ขั้นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นกลางได้ หากแม้นครานี้อัจฉริยะของอาณาจักรข้ามีได้เข้าสู่ดินแดนลึกลับ โอกาสที่ข้าจะเดินทางตามบรรพชนก็เป็นไปได้ยิ่ง ...มิทราบเจ้าพวกมือสังหารอีกเก้าคนจะทำสำเร็จบ้างรึไม่ ?"

            ........................................................................................................................................................................

       

            หลังจากจัดการมือสังหารสองคน กังหลงเก็บอาวุธระดับขุนพลและแหวนมิติจากชิ้นส่วนมือที่ถูกตัดออกกังหลงล้วนโยนของที่เก็บได้เข้าแหวนมิติทั้งสิ้น ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาจากเมืองเหอหนานจวบจนเข้าสู่เขตตระกูลหยางทั้งสองก็มิพบเจออุปสรรคใด ๆ อีก

     

            เมื่อเข้าสู่เขตชุมชนดูแล้วความเจริญของตระกูลหยางจะมากมายกว่าตระกูลกังเป็นยิ่งนักสมแล้วกับเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองเนตรอสูร ร้านรวงสองข้างทางต่างค้าขายสินค้าพื้นเมืองและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ มากมาย  กังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์เดินเคียงคู่กันชมดูสิ่งของต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ


            ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวเนียนดุจอิสตรีแต่งกายด้วยชุดขาวคล้ายนักสึกษาเดินเคียงคู่กับสตรีสุดสะคราญแม้ใช้ผ้าปิดบังโฉมหน้าไว้ส่วนหนึ่งแต่ก็ยังมิอาจปิดบังรูปร่างทรวดทรงที่สวยสง่าน่าทนุถนอมชวนหลงไหลได้ ทั้งสองจึงโดดเด่นเป็นที่สะดุจตาจนเป็นที่อิจฉาของผู้คนดุจดั่งกิ่งทองใบหยกก็มิปาน  ทันใดนั้นเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า สาวน้อยผู้นี้ช่างงดงามยิ่ง มิทราบมีเวลามานั่งดื่มกินสุรากับข้าสักครู่ไหม ?"

     

            กังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์โดนโอบล้อมไว้ด้วยชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่จำนวนหกคน ด้านหน้าเป็นชายหนุ่มแต่งกายสง่าหน้าตาหล่อเหลาแต่นัยย์ตากลอกกลิ้งเปี่ยมเล่ห์ร้าย จ้องมองนงคราญสุรางค์สวรรค์ด้วยความลุ่มหลง ดวงตาร้อนรุ่มเต็มไปด้วยประกายแห่งราคะ แม่ค้าและผู้คนหลายคนเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นต่างทอดถอนใจกล่าวซุบซิบกัน

     

            "ช่างน่าสงสารสาวน้อยผู้นี้ที่ต้องมาเจอกับเจ้าอันธพาลฟู่เฉิงเข้า น่ากลัวคงมิแคล้วต้องโดนย่ำยีรังแกเหมือนสตรีงามคนอื่น ๆ เป็นแน่แท้แล้ว..เจ้าอันธพาลกลุ่มนี้เพิ่งเข้ามาในเขตตระกูลหยางเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่อาศัยพลังฝีมือที่สูงล้ำก่อกรรมทำเข็ญข่มเหงรังแกผู้คน ลวนลามสตรี บางคราถึงกับฉุดกระชากหญิงสาวที่สวยงามไปจนได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว คล้ายมิเห็นใครอยู่ในสายตา "

     

            "ถ้าผู้นำตระกูลหยางและครอบครัวไม่มีเหตุจำต้องเดินทางออกจากตระกูลไปเมื่อครึ่งเดือนก่อนจวบจนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา เหตุการณ์ร้ายเช่นนี้คงมิเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ของตระกูลหยางเป็นแน่"

     

            "ขอเพียงตระกูลหยางลงมือออกหน้า เพียงหยางเสี่ยงเอ๋อร์บุตรีของตระกูลหยางลงมือ คนพวกนี้ก็มิอาจเหิมเกริมในอำนาจแล้ว ได้ยินมาว่านางมีพลังฝีมือสูงส่งสามารถต่อสู้กับผู้มีปราณยุทธระดับราชันย์โดยมิพ่ายแพ้"

     

            "แต่เจ้าอันธพาลฟู่เฉิงผู้นี้ถึงกับมีพลังปราณขุนพลระดับเก้าขั้นต้นนับว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่ผู้เยาว์ได้ ได้ข่าวว่าเป็นบุตรชายของหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มพยัคฆ์โลหิต ที่เพิ่งเข้ามาตั้งฐานอยู่ใกล้เขตตระกูลหยาง คิดจะอาศัยการมาเปิดร้านขายของเก่าบังหน้า แต่แท้จริงมีคนสืบทราบว่าเป็นกลุ่มโจรที่คอยปล้นสะดมฉกฉิกชิงวิ่งราว นำสิ่งของที่ปล้นได้มาเปิดเป็นร้านขายของเก่า ..บุตรชายมีฝีมือขั้นนี้มิทราบผู้เป็นบิดาจะเก่งกาจปานใด ..แม้เจ้าอันธพาลฟู่เฉิงกระทำการหยาบช้าปานใดจึงมิมีใครกล้าจัดการ คงยำเกรงต่อพลังเบื้องหลังนั่นแหละ"

     

            "เจ้าอย่าพูดให้พวกมันได้ยินเข้าหละไม่งั้นความเดือดร้อนจะย่างกรายเข้ามาโดยมิรู้ตัว รอให้ตระกูลหยางกลับมาคงได้เห็นเรื่องดีดีเป็นแน่"

    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน