“แล้วเราจะหาพี่ชายแกได้ยังไงวะอร” น้ำส้มเอ่ยถามเมื่อเรียกสติที่หายไปสักครู่กลับคืนมา
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน นึกไม่ออกเลยว่าพี่นักรบจะไปอยู่ที่ไหน โทรไม่ติดข้อความไม่อ่าน นี่หายไปเป็นอาทิตย์ แม่ก็พะวงเป็นห่วงกลัวพี่นักรบจะเกิดอันตราย...ฉันหมดปัญญาแล้วจริง ๆ ที่จะติดต่อหาเขา” เอมอรก้มหน้าเศร้า ไม่รู้จะตามหาพี่ยังไง สถานที่คิดว่าจะไปก็ไร้วี่แวว ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปอยู่ที่ไหน ตามบ้านเพื่อนและที่ที่เขาเคยไปถามไถ่ใครก็ไม่มีใครรู้สักคน
“ขนาดแกไม่รู้จะตามหาที่ไหน ฉันก็คงไม่มีปัญญาเหมือนกัน ให้เวลาเขาอยู่กับตัวเองอีกสักหน่อยดีไหม ฉันว่านักรบคงจะกลับมาเร็ว ๆ นี้แหละ” น้ำส้มพูดปลอบเพื่อน
“น้องอยากให้แดดดี๊กลับมา...น้องคิดถึง” น้องมะนาวที่นั่งเงียบอยู่นานเธอเอ่ยขึ้น
(คิดถึงชานมไข่มุก) น้ำส้มและเอมอรพูดขึ้นพร้อมกัน
“ค่ะ” เด็กหญิงพยักหน้าตอบสั้น ๆ ด้วยความเดียงสา ทำเอาน้ำส้มและเอมอรที่เริ่มรู้ทัน ต้องพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความระอา เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ ตอบด้วยความใสซื่อตามความคิดเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะแก ต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่น่ะ” เอมอรบอกกล่าว
“อืม ขับรถดี ๆ นะ...ได้ข่าวพี่ชายแกก็บอกฉันด้วย”
“อืม”
“แม่อรจะกลับแล้วเหรอคะ” เด็กหญิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเอมอรลุกยืนสะพายกระเป๋า
“ค่ะ เดี๋ยวแม่อรมาหาใหม่นะคะคนสวย”
“บ๊ายบายค่ะ”
“บายค่ะ...ฉันไปก่อนนะแก”
“โอเคแล้วเจอกัน”
หลังจากที่เอมอรกลับไปน้ำส้มที่อยู่กับลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้นอนหลับไปแล้ว เธอครุ่นคิดเรื่องราวของนักรบที่หายไป ทั้งห่วงแต่ก็ไม่สามารถติดต่อสอบถามเขาได้เลย เธอพยายามส่งข้อความหา โทรติดต่อแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เพราะปิดเครื่องตลอดเวลา แต่เธอก็หวังว่าการกดสายโทรหาเป็นระยะ อาจจะมีช่วงจังหวะที่เขาเปิดเครื่องก็เป็นได้
“หายไปไหนของคุณนะ ฉันเป็นห่วงรู้ไหม?” เธอได้แต่พร่ำกับตัวเองสายตามองหน้าจอ ที่โชว์เบอร์ของนักรบตรงหน้า “กลับมาเถอะนะคะนักรบ”
ความโดดเดี่ยวที่อีกคนเผชิญหน้า ปัญหาที่ไล่ตามติดชีวิต ความรู้สึกผิดและความเสียใจที่กำลังกอรปกินหัวใจของนักรบจนมันเริ่มกร่อน เขานั่งมองหน้าจอมือถือที่มีสายเรียกเข้าของผู้หญิงที่เขารักเต็มหัวใจทั้งน้ำตา ไม่กล้าจะกดรับสายทั้งที่หัวใจมันร่ำร้องหา ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมันทำให้เขากลัว กลัวคำพูดที่อาจจะออกจากปากของน้ำส้มแห่งการลาจาก ความพลัดพรากที่เขาต้องเจอ เพราะเขาไม่อยากห่างเธอไปตลอดชีวิต จึงคิดที่จะนั่งมองโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แม้ในใจอยากจะรีบกดรับสายเพื่อฟังเสียงเธอแค่ไหนก็ตาม
เขานั่งมองหน้าจอที่มีทั้งสายเรียกเข้า ทั้งข้อความมากมายจากน้ำส้ม เขานั่งอ่านมันทีละประโยคที่เด้งเข้ามาทั้งน้ำตา คิดถึง ห่วงหา อยากจะกอดเธอให้คลายเศร้า แต่ก็ทำได้เพียงนั่งมองและนึกใบหน้าของเธอที่ฝังอยู่ในหัวเท่านั้น ตอนนี้เขาทำได้เพียงเท่านี้
“ผมคิดถึงคุณ” เขาพร่ำทั้งน้ำตา พร้อมข้อความจากน้ำส้มที่ส่งมาเรื่อย ๆ
‘คุณอยู่ไหนคะนักรบ’
‘ทุกคนเป็นห่วงคุณมากนะ’
‘ถ้าเห็นข้อความของฉันแล้วตอบกลับด้วยนะคะ’
‘เป็นห่วงนะ’
ข้อความประโยคสุดท้ายทำให้นักรบยิ่งน้ำตาไหลพรั่งพรู เขาอยากจะกดเขาไปตอบข้อความ แต่ใจมันยังไม่กล้าพอ เพียงเพราะกลัวในสิ่งที่เขาคิดเพียงลำพัง ว่ามันจะทำให้เขาและเธอต้องแยกทางกัน ทั้งที่มันกำลังเพิ่งเริ่มอย่างสวยงาม
‘กลับมาหาฉันกับมะนาวนะคะ...ฉันจะรอ รักคุณนะ’
ข้อความถูกทิ้งช่วงไปราวสองนาที จนมีข้อความจากน้ำส้มเด้งเข้ามาอีกครั้ง เขาอ่านมันจากหน้าจอแจ้งเตือน คำบอกรักที่ทำให้เขาสะดุดจนน้ำตาแทบหยุดไหล หัวใจของนักรบเต้นแรงอีกครั้ง เขารีบเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มแต่ยังไม่เปิดเข้าไปในแชตที่น้ำส้มส่งมา คำว่ารักทำให้เขาพรวดพราดไปหยิบกุญแจรถทันที
แค่คำเดียวสั้น ๆ ก็ทำให้นักรบมีแรงใจ เขาหนีหน้ามาหลายวัน ครั้นจะฉุดคิดได้ก็เพียงแค่คำว่ามันรักสะกิดใจ ทำให้เขาคิดอยากจะกลับไปหาเธอ และเผชิญหน้ากับเรื่องราวสะเทือนใจอีกครั้ง แม้ผลลัพธ์จะเป็นลบ แต่เขาก็พร้อมจะสู้และรับมือเพื่อให้เธออยู่ข้างกาย แม้จะต้องพยายามมากแค่ไหนก็ตาม