“พรื่ด!.” เท้าที่ก้าวอย่างไม่ทันระวังลื่นเสียหลักหงายหลังทำให้ซินอาร์ใจหายวาบเพราะถอยไปเพียงก้าวเดียวเท้าของตนก็ััได้ถึงความว่างเปล่า ขาอีกข้างก็ถอยไปเหยียบขอบปากอุโมงค์อย่างิ่เหม่แล้วนางเสียหลักลื่นพรืดลงไป
“กรี๊ด!” ซินอาร์กรีดร้องอย่างตื่นตนกเมื่อร่างห้อยต่องแต่งอยู่กลางปากเหว ใจหล่นหายไปอยู่ที่ตาตุ่มมือทั้งสองข้างพยายามตระเกียกตระกายหาที่ยึดเกาะมือข้างหนึ่งไขว่คว้าชะง่อนหินเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด “อ๋า!.วะว้ายๆ ชะช่วยด้วย” ซินอาร์ร้องเมื่อมือข้างหนึ่งหลุดจากที่ยึดเกาะขณะที่แขนอีกข้างก็ทำท่าว่าจะท้านน้ำหนักตัวไม่ไหวซินอาร์หลับตาปี๋ยิ่งเห็นความสูงลึกของก้นเหวด้านล่างพานมือไม้อ่อนในหัวแว่วเสียงทุ่มหนักร้องบอกอย่างใ
“ซินอาร์จับไว้แน่นๆ นะ”
“มะไม่ไหวแล้ว” เสียงเล็กๆ ร้องเหมือนจะบอกตัวเองมากกว่าเมื่อรับรู้ได้ถึงมือที่ยึดเกาะไว้เริ่มอ่อนล้าและลื่นหลุดจากชะง่อนหินทีละนิ้ว ซินอาร์คิดว่าคงตายแน่แล้วขณะที่มือน้อยๆ ค่อยอ่อนแรงเลื่อนไหลจากแง่งหิน
“!” ฉับพลันนั้นมือใหญ่แข็งแรงของใครบางคนก็คว้าข้อมือเล็กๆ นั้นไว้ได้ทัน ออกแรงดึงร่างเล็กๆ ให้ค่อยๆ เขยิบขึ้นมาจากปากเหว จนร่างเล็กขึ้นพ้นปากเหวสำเร็จทั้งคู่ล้มตัวลงตรงปากอุโมงค์แห่งนั้นอย่างหมดแรง ซินอาร์ยังกอดคออีกฝ่ายไว้แน่นหลับตาปี๋ราวกับลูกลิง ทั้งเนื้อทั้งตัวสั่นเทิ้มไปหมด
“ไม่เป็ไรแล้ว” ไซฟาบอกเสียงอ่อนโยนมือใหญ่ยกแตะมือเล็กๆ ที่โอบรัดรอบคอเขาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ซินอาร์ลืมตา พยายามละมือที่ยังสั่นไม่หายทั้งยังพบว่าตัวเองนั่งทับอยู่บนตัวของเ้าชายหนุ่มจึงกระเถิบออก ทว่าขาเ้ากรรมดูเหมือนจะเป็ตะคิว หญิงสาวทำหน้าเหยเก จนไซฟาเป็ฝ่ายยกร่างบางลงจากตัวเอง ซินอาร์ยังนั่งแปะอยู่บนพื้นอย่างคนขวัญหนีดีฝ่อ เ้าชายหนุ่มอยากจะหัวเราะนักแต่พอเห็นหน้าแหยซีดเผือดของอีกฝ่ายจึงนึกสงสาร ช่างเป็เ้าหญิงที่ซุ่มซ่ามที่สุดในโลกจริงๆ
“หายกลัวหรือยัง ถ้าหายแล้วก็รีบลุกขึ้น เราต้องไปกันต่อ” เ้าชายหนุ่มลุกยืนเต็มความสูงก้มลงมองคนที่แหงนหน้าแหยมองเขาตาปริบๆ
“อะอืม” ซินอาร์ตอบรับอ้ำอึ้งนึกหาคำพูดอะไรไม่ออกเอาเสียเลยใจยังสั่นไม่หายความกลัวเป็เช่นนี้เองพอก้มมองขาทั้งสองข้างที่บัดนี้กลายเป็ขาเป็ดไปซะแล้ว แข็งใจยันตัวลุกขึ้นทว่าเหมือนคนง่อยเปลี้ย ร่างบางเซถลาไปปะทะร่างสูงที่ใช้แขนข้างหนึ่งจับพยุงไว้
“เท้าแพงหรือเป็ตะคิวละมังพอเดินไหวไหม” เสียงทุ้มกล่าวอยู่ข้างหูซินอาร์พยักหน้าหงึกชักจะไม่กล้ามองหน้าเ้าชายแล้ว พอลองขยับเท้า รู้สึกเจ็บจี๊ดตรงข้อเท้าครั้นพอเห็นเ้าชายหนุ่มมองอยู่ก็รู้สึกอับอายเป็ล้นพ้นที่ตนเกิดอาการกลัวขึ้นมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนี้ “เฮ้อจริงๆ เลย” เ้าชายหนุ่มร้องอย่างระอาไซฟามองดูเ้าหญิงจอมยุ่งอย่างหัวเสียตอนแรกเขาก็นึกรักนางแต่ดูสิตอนนี้นางทำให้เขาอยากฟาดก้นนางให้เจ็บๆ สักสองสามที
“นั่น! เห็นทางออกแล้ว” คนตัวเล็กที่อยู่บนหลังคนตัวใหญ่ชี้มือไปข้างหน้าน้ำเสียงตื่นเต้น ในที่สุดไซฟาและซินอาร์ก็หาทางออกจากอุโมงค์จนเจอ
“ปล่อยข้าลงได้แล้ว ข้าเดินเองได้แล้ว” เสียงเล็กใสแจ๋วดังอยู่ข้างหู ดิ้นยุกยิกอยากจะลงเต็มที เ้าชายหนุ่มยินยอมวางร่างคนตัวเล็กลงพื้นซึ่งอาการกลัวจนตัวสั่นขนาดเดินไม่ได้บัดนี้หายเป็ปลิดทิ้ง ใบหน้าอ่อนเยาว์แย้มยิ้มอย่างยินดี สายตามองตรงไปข้างหน้ายังท้องทุ่งโล่งกว้างที่ตอนนี้ตะวันลาลับเหลี่ยมเขาไปแล้วหากยังมีแสงรำไร ก็ยังดีที่ไม่ต้องนอนในอุโมงค์ไซฟาคิดกวาดตามองสำรวจทุ่งกว้างเบื้องหน้าเดินตามหลังคนตัวเล็กไป เพราะไซฟาเลือกที่จะออกมาตรงทางแยกที่สองจึงทำให้สามารถทะลุออกมาด้านที่คาดว่าจะเป็ด้านหลังของูเาที่มีหน้าผาน้ำตกและหุบเหวที่ซินอาร์เกือบได้ลงไปนอนเล่นด้านล่าง
“ดูสิสวยจังเลย” เ้าหญิงแสนกลชี้ให้เขาดูดอกไม้ป่าสีม่วง สีขาว สีเหลืองและชมพูดอกเล็กๆ ที่ขึ้นและออกดอกอยู่เต็มลานกว้างแห่งนี้ เ้าชายหนุ่มเหล่คนตัวเล็กที่ดูร่าเริงเหมือนมาเที่ยวชมป่ากระนั้น
“เราพักกันที่นี่เถอะพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ นะ..” เสียงเล็กๆ หันมาขอความเห็น
“ได้สิ..” ไซฟาตอบรับและนั่นก็ทำให้หัวใจเขาราวกับจะโบยบินเมื่อใบหน้าอ่อนเยาว์เปล่งประกายรอยยิ้มเบ่งบาน..ยิ้มทั้งตา ยิ้มทั้งปาก
“งั้นข้าจะไปเก็บฝืนท่านไปหาอาหารตกลงนะ” ร่างบางกล่าวพลางวิ่งถลาไปข้างหน้าอย่างไม่รอคำตอบ” ยัยเ้าเล่ห์” ไซฟาไม่รู้ว่าจะโกรธ โมโหหรือขำดีเพราะการได้ออกมาผจญภัยกับซินอาร์ก็ทำให้เ้าชายหนุ่มสุขใจไม่น้อย และเมื่อซินอาร์กลับมาอีกครั้งพร้อมกิ่งไม้แห้งหอบใหญ่ ไซฟาก็ก่อไฟเสร็จแล้วพร้อมกับกำลังย่างไก่ป่าที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่ว ซินอาร์วางกิ่งไม้ลงข้างๆ ส่งเสียงแจ้วๆ
“โอ้โห หอมจัง นี่ข้าเก็บเห็ดมาด้วยล่ะ” เ้าหญิงยกหอใบไม้ที่ใส่เห็ดอยู่เต็มขึ้นอวด ที่หายไปซะนานก็เพราะมัวไปเก็บเห็ดอยู่สินะไซฟามองทำหน้าเหมือนกับจะพูดว่ากินได้แน่หรือ
“เชอะ เห็ดนี่หายากนะจะบอกให้ปีหนึ่งจะออกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น่ปรายฝนต้นหนาวอย่างนี้แหละ” ซินอาร์ยังสาธยาย
“นี่เขาไม่เรียกปลายฝนแล้วมั๊ง” ไซฟาบอกเพราะอากาศหนาวเย็นคาดว่าอีกไม่นานหิมะก็คงตกลงมา
“หึ ถึงอย่างนั้นก็เถอะเดี๋ยวข้าจะย่างให้กินรับรองจะติดใจ” ซินอาร์บรรจงหมัดห่อใบไม้แล้วโยนลงไปในกองไฟใช้ไม้เขี่ยพลิกไปมา ไซฟายกไม้ที่เสียบย่างไก่ป่าทั้งตัวที่สุกเหลืองเกรียมได้ที่ออก ฉีกส่วนของน่องขวาไก่ที่ยังมีไอร้อนและควันหอมกรุ่นติดอยู่ส่งให้ หญิงสาวใช้สองมือประคองใบไม้มารองรับไปวางไว้ ก่อนหันไปเขี่ยห่อเห็ดออกจากกองไฟแบ่งเห็ดออกเป็สองกองแล้วนำมายื่นให้เ้าชายตรงหน้าไซฟายื่นมือออกไปรับอย่างเสียไม่ได้ เห็นคนตัวเล็กหยิบเห็ดใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ แกล้มกับไก่ป่าย่างอย่างเอร็ดอร่อย เขาจึงลงมือกินบ้างหวังว่าคงไม่ตายนะ
“ฮื้อ..อาหารมื้อนี้ช่างแสนอร่อยซะจริงๆ” คนที่ยังเคี้ยวอาหารอยู่ในปากตุ้ยๆ รำพึงรำพัน ไซฟานั่งพิงต้นไม้ละเลียดไก่ป่าและเห็ดห่อเล็กๆ ในมือเขาเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน..... เมื่อซินอาร์คว้ากระบอกนำมาดื่มและทำท่าว่าอิ่มแล้วไซฟาจึงเรียกมานั่งข้างๆ ซินอาร์ยอมมาแต่โดยดี
“ขอดูข้อเท้าหน่อย” ซินอาร์ยอมถอดรองเท้าหนังและถุงเท้าสีขาวออก ไซฟาพลิกข้อเท้าและจับกด บีบเบาๆ หญิงสาวก็ร้องโอยขึ้นมา
“เจ็บตรงนี้หรือ” เขาเงยหน้าที่ก้มมองข้อเท้าของอีกฝ่ายขึ้นมาถาม ซินอาร์พยักหน้าหงึกหงัก ไซฟาพลิกข้อมือจึงเห็นรอยบวมเขียวคล้ำขึ้นถนัด ออกแรงดึงขยับให้กระดูกข้อเท้าเข้าที่ “คงแค่ข้อเท้าพลิกน่ะ” ไซฟามองหน้าเหยเก หัวเราะ หึ หึ เจ็บขนาดนี้ยังวิ่งปร๋อได้อีก
“ขอบคุณ” เสียงเล็กๆ น่ารักกล่าวอุบอิบ ใบหน้างดงามแดงเรื่อ....
“ไม่เป็ไร อย่าซุ่มซ่ามอีกก็พอ” เสียงทุ้มกล่าวดวงตาดำใหญ่สบั์ตา,นัยนากลมงาม...... ซินอาร์ใจเต้นแรงรีบหลุบตาลงต่ำกล่าวเสียงเบา
“อะเอ่อระรู้แล้ว” หัวใจของซินอาร์เต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อนยามได้สบตา พูดสนทนากับไซฟาเหมือนนางจะไม่เป็ตัวของตัวเองเลยนางจะพ่ายแพ้ความรู้สึกรุนแรงแบบนี้ไปตลอดยามอยู่ใกล้ไซฟาเ้าชายแห่งนครโฟอูลซินอาร์ไม่อยากยอมรับมันไม่อยากให้มันเกิดขึ้นในใจของนางกำลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรงนางจะตกหลุมรักคนที่เป็ศัตรู