ตอนที่ 3 ฉันเลี้ยงเธอ
เขาเป็ไข้จริงๆ
ไม่ง่ายเลยกว่ากู้อันซินจะะโปลุกเขาตื่นได้ ชายหนุ่มลืมตาเล็กน้อย หลังมองเธอแวบหนึ่งก็หลับตาต่อ อาการดูแย่มาก
“นายยังสบายดีอยู่ไหม ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเป็ไข้ได้ล่ะ ไหนจะเงินในห้องนั่งเล่นอีก เกิดเื่อะไรขึ้น มีคนมาที่นี่ใช่ไหม”
กู้อันซินถามเขาด้วยความสงสัย กล่องเงินโผล่มาอย่างน่าขนลุกจริงๆ
แต่ไม่ว่าเธอจะถามอะไร ชายหนุ่มก็ไม่สนใจเลย เขาขมวดคิ้วให้กู้อันซินรู้ว่าตอนนี้ตน้าพักผ่อน อย่ามารบกวน
กู้อันซินทำได้เพียงวางความสงสัยลงชั่วคราว เธออยากพาเขาไปโรงพยาบาล แต่ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่ยอมไป
เธอหมดหนทาง ทำได้เพียงไปซื้อยาให้
กู้อันซินรีบซื้อยาลดไข้กลับมา ต้มน้ำร้อนป้อนยาชายหนุ่ม คอยเปลี่ยนผ้าชื้น ป้อนน้ำร้อนให้เขาดื่ม
คอยดูแลถึงครึ่งคืน อุณหภูมิของชายหนุ่มถึงได้ลดลง กู้อันซินเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว
เธอมองกล่องเงินในห้องนั่งเล่นแวบหนึ่ง
“หากพรุ่งนี้นายยังไม่พูดว่าเงินมาจากไหน ฉันก็จะยกให้ประเทศชาติ!” กู้อันซินมองคิ้วที่ผ่อนคลายของชายหนุ่มแล้วพูดอย่างเหนื่อยล้า จากนั้นฟุบนอนลงข้างเตียง
วันถัดมาสิ่งที่ปลุกกู้อันซินให้ตื่นไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็กลิ่นของข้าวอบไส้กรอก
กู้อันซินลูบท้องพลิกไปมาพลิกมาอยู่บนเตียง สูดจมูกฟุดฟิด
บางทีตนเองอาจจะได้กลิ่นผิดไป เธอไม่ได้เปิดเตาทำอาหาร แล้วในบ้านจะมีกลิ่นข้าวอบไส้กรอกได้อย่างไร คิดแล้วก็นอนต่ออีก
ผ่านไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมของข้าวอบไส้กรอกตลบเกินไป กู้อันซินหิวมากจนค่อยๆ ตื่นอีกครั้ง
เธอยืดเหยียดเอว จากนั้นก็ขยับเปลือกตา ลืมตาขึ้น
ทันใดนั้นดวงตาที่ลึกซึ้งคู่หนึ่งก็ประทับเข้ามา ต่อด้วยใบหน้าหล่อเหลาขนาดใหญ่
“อ้า!” กู้อันซินผวาลุกนั่งทันที มองชายหนุ่มอย่างใ
เขาเป็โรคจิตหรือไง มาจ้องดูคนนอน
เมื่อเห็นว่ากู้อันซินตื่นเต็มที่แล้ว ชายหนุ่มถึงได้ผละสายตา ความจริงผู้หญิงที่เหนื่อยล้าจากการดูแลเขาทั้งคืน ยามหลับก็ดูเรียบร้อยเชื่อฟังดี แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกมา แสร้งทำเป็ไม่สนใจหยิบรีโมตเปิดโทรทัศน์ดูข่าว
“การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นภายในหลิงเทียนกรุ๊ปเสร็จสิ้น หลิงเย่ว์ถูกขับออกจากทายาทผู้สืบทอดตระกูลหลิง ส่วนคนเกี่ยวข้องก็ไม่ได้ปรากฏตัวเลย ไม่รู้...”
โทรทัศน์ฉายข่าวเกี่ยวกับหลิงเทียนกรุ๊ปอีกครั้ง ชายหนุ่มมองดูตึกบริษัทหลิงเทียนในโทรทัศน์ เม้มริมฝีปากบางแน่น
กู้อันซินถูกคนจ้องจนตื่นั้แ่เช้าตรู่จึงรู้สึกอึดอัดมาก รีบวิ่งไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าในขณะที่ชายหนุ่มหันหน้าไปดูข่าว
วิ่งไปได้ครึ่งทางถึงนึกขึ้นได้จึงหยุด หันหน้ามาถามเขาว่า “นายหายไข้แล้วเหรอ”
ชายหนุ่มผละสายตาจากโทรทัศน์ พยักหน้าให้เธอ
“อ๋อ แล้ว...ข้าวอบไส้กรอก นายเป็คนทำงั้นเหรอ” กู้อันซินถามอีกรอบ
ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธออีกครั้ง
“นายเอาไส้กรอกมาจากไหน” กู้อันซินจำได้ว่าในบ้านเธอไม่มีไส้กรอก...
เวลานี้ชายหนุ่มมองเธอแล้วขมวดคิ้ว แววตามืดมนลงเล็กน้อย
กู้อันซินปากยู่ ท่าทางของเขาแสดงออกชัดว่ารำคาญที่เธอมีปัญหาเยอะเกินไป รบกวนการดูโทรทัศน์ของเขา
“หยิ่งจริงๆ” กู้อันซินบ่นคำหนึ่ง หันไปล้างหน้ากินข้าว เธอหิวแล้ว
โชคดีที่เขาทำอาหารเป็ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ข้าวอบไส้กรอกอร่อยมาก หอมกรุ่นอยู่ในปาก ไม่เลี่ยน ทั้งยังเคี้ยวนุ่มเป็พิเศษ แต่ขณะที่กู้อันซินตกตะลึงก็ยังไม่ลืมเื่สำคัญ
เธอนั่งตรงหน้าชายหนุ่ม ตบกล่องสีเงิน “นี่เป็ของของนายหรือเปล่า”
ชายหนุ่มเอนพิงพนักรถเข็น นิ้วมือเคาะที่วางแขน ท่วงท่าสง่างาม ไม่แสดงท่าทีใดๆ
กู้อันซินเห็นท่าทางของเขาแล้วก็ร้อนใจ ยืนขึ้นทันที “นายเป็ไข้เพราะออกไปตากฝนใช่ไหม นายคงไม่ได้ไปขโมยเงินมาหรอกนะ นี่เป็ของใคร รีบบอกมา ฉันจะรีบเอาไปคืนให้นาย จะได้ไม่โดนฟ้อง”
ชายหนุ่มถูกเธอยั่วยุจนหัวเราะ
ขโมยเงินงั้นเหรอ
เงินแค่นี้ เขาจำเป็ต้องขโมยด้วยงั้นเหรอ
กู้อันซินคิดว่าเขาเงียบเพราะยอมรับ จึงเดินรอบกล่องหลายรอบ
เมื่อคิดถึงท่าทางของเขาก็รู้สึกผิดปกติ ครู่หนึ่งเธอจึงตัดสินใจ กลืนน้ำลาย
“ถ้านายไม่พูดฉันจะเอาเงินไปส่งที่สถานีตำรวจ! ถึงอย่างไรบ้านฉันก็จะไม่ยอมรับเงินที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเด็ดขาด”
พูดแล้วกู้อันซินก็หิ้วกล่องขึ้นมาจริงๆ
“เงินนี้เป็ของฉันเอง” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นกะทันหัน เสียงแหบเล็กน้อยเพราะไม่ได้พูดนาน
“ปัง” กู้อันซินตกตะลึงจนทำกล่องตก
เธอถลึงตาโตจ้องชายหนุ่ม ตกตะลึงยิ่งกว่าตอนเห็นกล่องเงินเสียอีก
“นาย นาย...นายพูดได้งั้นเหรอ”
กู้อันซินตกตะลึงจนเกือบพูดไม่ออก!
เธอรู้จักผู้ชายคนนี้มาหนึ่งเดือนกว่า คุ้นเคยกับการที่เขาเป็คนใบ้ไปแล้ว
จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาทำให้กู้อันซินรู้สึกเหมือนเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามของกู้อันซิน แต่ยิ้มอย่างหยิ่งยโสแล้วพูดว่า “เงินได้มาอย่างสุจริต ต่อไปฉันจะเลี้ยงเธอเอง”
ความจริงแล้วเสียงของเขาน่าฟังมาก เสียงทุ้มต่ำเข้ากับใบหน้าหล่อเหลา บวกกับคำพูดยั่วยุนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนร้องกรี๊ดได้
กู้อันซินทำใจรับไม่ได้ชั่วขณะ
“นาย...หมายความว่ายังไง”
“เหอะๆ...” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ มองกล่องเงินและพูดว่า “เงินนี้เก็บไว้ที่เธอ ฉันจำเป็ต้องอยู่บ้านเธอชั่วคราว”
กู้อันซินค่อยๆ ได้สติกลับมา เธอถลึงตามองผู้ชายคนนี้ มีคำถามมากมาย้าจะถามเขา
อย่างเช่นคำถามพวกนี้ “เมื่อก่อนทำไมไม่พูด” “เอาเงินเหล่านี้มาจากไหน” รวมไปถึง “ทำไมต้องอยู่บ้านฉันต่อด้วย”
ขณะที่กู้อันซินกำลังจะอ้าปาก ยังไม่ทันได้ถาม ชายหนุ่มก็เงยหน้าจ้องเธอ
กู้อันซินเห็นเพียงริมฝีปากสีกุหลาบของเขาอ้าขึ้นและพูดว่า “ฉันไม่ชอบผู้หญิงพูดมาก”
“...”
“แต่ในเมื่อนายพูดได้ อย่างน้อยก็ต้องบอกฉันบ้างว่านายเป็ใคร ชื่ออะไร!” กู้อันซินไม่เคยพบเคยเจอผู้ชายที่หยิ่งยโสขนาดนี้มาก่อน ที่เขาไม่พูดกับเธอก่อนหน้านี้ก็เพราะรังเกียจที่จะพูดกับเธองั้นเหรอ
เงียบ เงียบ ยังคงเงียบ
ผ่านไปนาน ในที่สุดเขาก็พูดว่า “เธอเรียกฉันว่าพี่สามได้”