“คุณหนู นั่นมัน...คุณหนูรองกับคุณชายกงมิใช่หรือเ้าคะ!!!”
ซูจินหลิง มองตามทิศทางที่สาวใช้คนสนิทชี้บอก และเมื่อพบว่าน้องสาวต่างมารดากับคู่หมั้นของนางกำลังเดินกะหนุงกะหนิงเลือกซื้อของด้วยกันอยู่ภายในตลาด ความรู้สึกหึงหวงก็ปะทุขึ้นภายในอก
“จินเหยา นังตัวดี!!!” นางปรี่เข้าไปหาคนทั้งสอง ก่อนจะง้างฝ่ามือขึ้นแล้วฟาดลงไปบนดวงหน้าของ ซูจินเหยา น้องสาวต่างมารดาเต็มแรง โดยหาได้เกรงกลัวว่าคู่หมั้นที่ยืนอยู่ด้านข้างจะมีสีหน้าและมองนางด้วยสายตาเช่นไร
เพี๊ยะ!!!
“จินหลิง เ้าทำบ้าอันใด!”
ยามที่เห็นว่า กงจวิน คู่หมั้นของตนกำลังโอบประคองร่างของน้องสาวต่างมารดาเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ซูจินหลิงก็มิอาจควบคุมอารมณ์ของตนได้อีกแล้ว
นางโกรธเหลือเกิน...
“ท่านพี่กงจวิน เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้กับข้า พวกเราทั้งสองเป็คู่หมั้นกัน แต่ท่านกลับ...” ถ้อยคำหลังซูจินหลิงตวัดสายตามาดร้ายไปทางน้องสาวต่างมารดาทันที “...กลับมาพลอดรักอยู่กับนังหญิงแพศยาคนนี้!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เ้าไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาเหยาเอ๋อร์เช่นนี้”
“หึ! ท่านปกป้องมันหรือ”
“ข้าก็ต้องปกป้องนางอยู่แล้ว เพราะนางเป็สตรีที่ข้ารัก”
คำว่า ‘สตรีที่ข้ารัก’ ที่กงจวินเอื้อนเอ่ยออกมาเต็มปากเต็มคำ ทำให้ซูจินหลิงรู้สึกราวกับหัวใจถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
“แต่ข้าเป็คู่หมั้นของท่าน อีกไม่นานพวกเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ข้าไม่เคยคิดอยากจะหมั้นหมายกับเ้า คนที่ข้ารักมีเพียงเหยาเอ๋อร์เท่านั้น และข้าก็จะแต่งงานกับนางเพียงคนเดียว ส่วนเ้า...อีกไม่นานข้าต้องหาทางถอนหมั้นกับเ้าแน่!”
“ท่านทำเช่นนั้นไม่ได้ ท่านต้องแต่งงานกับข้าเท่านั้น ข้าไม่ยอม!” ซูจินหลิงเริ่มโวยวายอย่างบ้าคลั่ง เมื่อกงจวินบอกว่าจะแต่งงานกับน้องสาวต่างมารดาแทนนาง “จินเหยา นังหญิงแพศยา เ้ากล้ายั่วยวนคู่หมั้นของข้า วันนี้ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
“ข้าไม่ได้ยั่วยวนท่านพี่กงจวิน พวกเราทั้งสองต่างมีใจตรงกัน เป็ท่านต่างหากที่เข้ามาขวางทางรักของพวกเราสองคน”
“เ้ากล้าว่าข้าอย่างนั้นหรือ อย่าอยู่เลยนังตัวดี!”
เมื่อเห็นว่าซูจินหลิงปรี่เข้ามาหมายจะทำร้ายร่างกายของซูจินเหยาอีกครั้ง กงจวินก็รีบเอาตัวมาบังร่างของคนรักไว้ทันที
“หากคิดจะทำร้ายนาง เ้าต้องข้ามศพข้าไปก่อน!”
เมื่อเห็นว่าคู่หมั้นออกตัวปกป้องน้องสาวต่างมารดาสุดกำลัง ซูจินหลิงก็ยิ่งโมโหจนควันออกหู นางจึงปรี่เข้าไปตบตีซูจินเหยา ทว่าก็ทำอันใดอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะมีร่างของกงจวินขวางทางเอาไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไม่! วันนี้นางจะต้องตายด้วยน้ำมือของข้า ท่านพี่กงจวินหลบไป!”
กงจวินเห็นว่าเจรจากับซูจินหลิงไม่ได้ผล อีกทั้งนางยังบ้าคลั่งคิดจะตบตีซูจินเหยาต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาจึงง้างมือขึ้นแล้วฟาดลงไปบนดวงหน้าของนาง เพื่อให้นางได้สติ
เพี๊ยะ!!!
“เลิกบ้าได้แล้ว ซูจินหลิง!”
“คะ...คุณหนู!”
เมื่อเห็นว่าซูจินหลิงถูกคุณชายกงจวินตบหน้า มี่เอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทของนางจึงรีบวิ่งเข้ามาประคองร่างของนางเอาไว้ให้ให้ร่วงไปบนพื้น
“ท่านกล้าตบข้า!” ซูจินหลิงมองคู่หมั้นดวงตาแดงก่ำ นางไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำกับนางเช่นนี้ เพียงเพราะ้าปกป้องสตรีนางอื่น
“ข้าทำได้มากกว่านี้ หากเ้าคิดจะทำร้ายเหยาเอ๋อร์”
ภายในใจของซูจินหลิงทั้งโกรธแค้น ทั้งเ็ป นางทนมองพวกเขารักกันไม่ไหวแล้ว...
“ท่านพี่กงจวิน ท่านไม่เคยรักข้าเลยหรือ...”
“ใช่! ข้าไม่เคยรักเ้า ในใจของข้ามีเพียงเหยาเอ๋อร์คนเดียวเท่านั้น”
คำพูดของกงจวินราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงในจิตใจ ซูจินหลิงไม่อาจทนฟังบุรุษที่นางรักพร่ำบอกว่ารักคนอื่นได้อีกแล้ว นางจึงคิดจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ ทว่าสิ่งที่ออกมากลับไม่ใช่เสียงร้อง หากแต่เป็เืคำโตที่เกิดจากความชอกช้ำใจ
“คุณหนู ท่านเป็อะไรไป!” มี่เอ๋อร์ตื่นตระหนก เมื่อพบว่าคุณหนูของตนกระอักเืออกมาไม่หยุด “ใครก็ได้ ช่วยตามท่านหมอมาที คุณหนูของข้าจะไม่ไหวอยู่แล้ว!”
หัวใจของซูจินหลิงถูกบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก และก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป นางยังเห็นว่ากงจวินโอบประคองร่างของซูจินเหยาเอาไว้ในอ้อมแขนไม่ห่าง นางทนมองภาพพวกเขาไม่ไหวแล้ว หากมีชีวิตอีกครั้ง นางขอสัญญาว่าจะไม่ยกหัวใจให้กับกงจวินอีกแล้ว
เพราะนางเ็ปเหลือเกิน...
*
*
“คุณหนู ท่านฟังข้าอยู่หรือเปล่า?”
เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นอยู่ข้างหู ทำให้ซูจินหลิงเริ่มได้สติ และเมื่อปรือตาขึ้นมองก็พบว่าสาวใช้คนสนิทกำลังจ้องมองนางด้วยสีหน้างุนงง “มี่เอ๋อร์ ข้ายังไม่ตายหรือ”
“ใครตายกันเ้าคะคุณหนู เหตุใดถึงได้พูดจาเป็อัปมงคลเช่นนี้”
“ก็เมื่อครู่...”
“ช่างเถิดเ้าค่ะ ตอนนี้คุณชายกงจวินเดินมาทางนี้แล้ว คุณหนูรีบทำตามแผนการเถิดเ้าค่ะ”
“แผนการ? แผนการอะไร”
“เอ้า! คุณหนูลืมไปแล้วหรือเ้าคะ ท่านเป็คนบอกข้าเองว่าวันนี้จะทำให้คุณชายกงจวินกลายเป็คู่หมั้นของท่านให้ได้ อีกทั้งยังวางแผนการเอาไว้ว่าท่านจะแกล้งตกน้ำแล้วให้ข้าไปเรียกคุณชายกงจวินมาช่วย เพียงเท่านี้ท่านกับเขาก็จะได้หมั้นหมายกันแล้ว”
“มี่เอ๋อร์ เ้ากำลังพูดเื่อันใด ข้างงไปหมดแล้ว?”
ถ้าจำไม่ผิด นางกระอักเืจนหมดสติไปเพราะจับได้ว่ากงจวินกับน้องสาวต่างมารดาของนางพลอดรักกันอยู่กลางตลาดมิใช่หรือ แล้วเหตุใดตอนนี้มี่เอ๋อร์ถึงได้เอ่ยเื่แผนการอะไรนั่นขึ้นมา
“คุณหนูจะงงอันใดเ้าคะ แผนการนี้ท่านวางไว้มาครึ่งปี ย่อมรู้ดีที่สุด”
“วางไว้ครึ่งปี?” ซูจินหลิงรู้สึกว่าเหตุการณ์ในตอนนี้ไม่ปกติ เพราะหลังจากที่นางได้ปะติดปะต่อคำพูดของมี่เอ๋อร์ นางก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเหตุการณ์ในตอนนี้เหมือนจะเคยเกิดขึ้นมาก่อน
มิใช่ว่า...นางย้อนเวลากลับมาหรอกนะ!!!
ทว่ายังไม่ทันที่ซูจินหลิงจะได้ไขข้อข้องใจว่านางได้ย้อนเวลากลับมาจริงหรือไม่ ร่างของนางก็ถูกมี่เอ๋อร์ผลัก ไม่สิ! ถีบตกน้ำไปเสียแล้ว
ตู้มมม!!!
“ว๊าย! คุณหนูจินหลิงตกน้ำ ใครก็ได้ช่วยนางที”
แม้ปากจะร้องะโเช่นนั้น แต่มี่เอ๋อร์กลับวิ่งไปทางคุณชายกงจวิน เพราะหมายจะให้อีกฝ่ายะโลงไปช่วยคุณหนูของนาง
“คุณชาย คุณหนูของข้าว่ายน้ำไม่เป็ ท่านช่วย...”
ตู้มมม!!!
ยังไม่ทันที่มี่เอ๋อร์จะเอ่ยจบ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ะโแหวกว่ายลงไปในสระน้ำก่อนกงจวิน ซูจินหลิงที่โดนความเย็นของน้ำในสระตีแสกหน้าก็เหมือนจะจับต้นชนปลายได้แล้วว่าอะไรเป็อะไร
นางได้ย้อนเวลากลับมาจริงๆ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
์ให้โอกาสนางแล้ว...
ว่าแต่เสียง ‘ตู้ม’ เมื่อครู่คงไม่ใช่กงจวินที่ะโลงมาช่วยนางหรอกนะ หากเป็เช่นนั้น หลังจากที่เขาช่วยนางแล้ว พวกผู้ใหญ่ก็จะจับนางทั้งสองหมั้นหมายกันตามแผนการที่นางวางไว้ในชีวิตก่อน
ไม่ได้! นางจะให้อดีตซ้ำรอยเดิมไม่ได้เด็ดขาด!!!
หลังจากที่คิดเช่นนั้น ซูจินหลิงจึงรีบตีแขนตีขาเพื่อแหวกว่ายขึ้นฝั่งก่อนที่กงจวินจะมาถึงตัวของนาง แต่ไม่ว่านางจะพยายามอย่างไร ร่างของนางก็เหมือนจะจมหายไปใต้น้ำเสียให้ได้
จริงสิ! นางว่ายน้ำไม่เป็!!!
“ชะ...ช่วยด้วย!” ซูจินหลิงพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด แม้สายตาจะเหลือบมองเห็นว่ามีร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังแหวกว่ายมาทางนาง ทว่านางก็ไม่สนใจแล้วว่าเขาจะเป็กงจวินหรือไม่ ยามนี้นางต้องหาทางเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ส่วนเื่อื่นค่อยว่ากันอีกที
“ฮึก หะ…หายใจไม่ออก แค่กๆๆ” ซูจินหลิงเริ่มสำลักน้ำ ร่างกายของนางค่อยๆ ดำดิ่งลงไปในสระน้ำอันมืดมิด และก่อนที่นางจะได้สิ้นใจตายเป็ครั้งที่สอง ร่างของนางก็ถูกระชากขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีกครั้ง
“เฮือก!!!”
นางพยายามสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอด แต่เป็เพราะสำลักน้ำเยอะจนเกินไป สติของนางจึงค่อยๆ พร่าเลือน กระทั่งมองไม่เห็นว่าผู้ใดที่เป็คนะโลงมาช่วยชีวิตของนางเอาไว้
แต่ในเมื่อเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ต่อให้นางมองไม่เห็นใบหน้าของเขา นางก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าบุรุษผู้นั้นต้องเป็กงจวินอย่างแน่นอน