บทที่ 40 เร่าร้อนเหมือนถูกต้ม 2
“ข้าเข้าใจแล้วผลมรกตวิญญาณอัคคีเกิดมาพร้อมกับธาตุไฟและธาตุไม้ธาตุไฟใช้ในการขัดเกลาและเผาผลาญสิ่งสกปรกในร่างกายในขณะที่ธาตุไม้กำลังมอบความชุ่มชื่นคืนให้กับข้า!”
คลื่นพลังเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเย่อู๋เชวียกำลังสมานรอยแผลที่เกิดจากการเผาไหม้ของธาตุไฟก่อนหน้านี้มันหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายเย่อู๋เชวียและยังส่งพลังงานที่อ่อนโยนเข้าสู่ต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ภายในตันเถียนของเขาอีกด้วย!
“ครืน”
เย่อู๋เชวียเริ่มหมุนเวียนจิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์อย่างตื่นเต้นเขารู้สึกว่าจิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์กำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆและระดับการบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน!
ในที่สุดพลังของผลมรกตวิญญาณอัคคีก็แสดงผลต่อร่างกายของเย่อู๋เชวียอย่างเต็มที่ด้วยพลังธาตุไฟและธาตุไม้ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนมันได้ผลักดันระดับการบ่มเพาะของเย่อู๋เชวียให้ดีขึ้นอีกขั้น!
“ปัง!”
ร่างกายของเย่อู๋เชวียซึ่งนั่งสมาธิอยู่ในโพรงต้นไม้ที่ตายแล้วเริ่มปลดปล่อยแสงสีแดงและสีฟ้าครามออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกันรัศมีพลังของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แซ่ดๆ”
ร่างที่มีความยาวกว่าสิบห้าวาเริ่มอยู่ไม่สุขงูหลามพิษกลืนเปลวไฟก็ค้นพบแสงที่โผล่ออกมาจากร่างของเย่อู๋เชวียเช่นกันและกระบวนการทั้งหมดได้สร้างความโกรธเกรี้ยวให้มันอย่างรุนแรง!
…
ในป่าโบราณไม่ไกลจากภูเขาที่เย่อู๋เชวียและงูหลามพิษกลืนเปลวไฟเผชิญหน้ากันหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดและใบหน้าของทั้งสองคนก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ก่อนหน้านี้เย่อู๋เชวียได้บอกให้พวกเขาหลบหนีให้เร็วที่สุดแต่ตัวเย่อู๋เชวียกลับเลือกที่จะหลอกล่อสัตว์ประหลาดยักษ์ให้ติดตามไปอีกทางหนึ่ง!
ซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากดังนั้นพวกเขาจึงรีบไล่ตามกลับมาในทันทีพวกเขาติดตามร่องรอยของซากปรักหักพังที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของงูหลามยักษ์และในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงพื้นที่รกร้างว่างเปล่าด้านหน้าของภูเขาเล็กๆที่เย่อู๋เชวียนั่งอยู่!
“พื้นที่ราบ? จุดสิ้นสุดของป่าโบราณแห่งนี้เป็นพื้นที่ราบ?”
ซือหม่าอ๋าวตกตะลึงและวิตกกังวลกับสิ่งที่ค้นพบขณะเดียวกันใบหน้าของหลินอิงหลัวก็ซีดลงในชั่วพริบตานางรู้ว่าในดินแดนรกร้างแห่งนี้เย่อู๋เชวียย่อมไม่สามารถหลีกหนีจากการไล่ล่าของงูหลามยักษ์ได้อย่างแน่นอนในสถานที่ที่ไร้ซึ่งสิ่งกำบังเช่นนี้เย่อู๋เชวียจะตกเป็นเหยื่อของงูหลามยักษ์ในเวลาอันสั้น!
เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของหลินอิงหลัวดวงตาของซือหม่าอ๋าวก็ปรากฏร่องรอยของความสับสนขึ้นเล็กน้อย!
‘เป็นไปได้ไหมว่าชายหนุ่มที่เอาชนะเขาในสามกระบวนท่าได้ตายไปแล้วจริงๆ?’
ความเศร้าโศกอย่างถึงที่สุดเริ่มจู่โจมจิตใจของซือหม่าอ๋าว
แต่ทันใดนั้นหลินอิงหลัวก็มองไปยังยอดเขาที่อยู่ไม่ไกลและดวงตาของนางได้ปรากฏความหวังขึ้นเล็กน้อย!
“เราต้องรีบแล้ว!”
หลินอิงหลัวหันไปบอกซือหม่าอ๋าวแล้ววิ่งไปทางยอดเขาโดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นการกระทำของหลินอิงหลัวซือหม่าอ๋าวก็เหมือนจะตระหนักถึงบางอย่างความเศร้าโศกในใจของเขาก็เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นทันที!
...
“ครืน…”
ร่างของเย่อู๋เชวียเปล่งประกายด้วยแสงสดใสจากนั้นดวงตาที่ปิดสนิทคู่หนึ่งก็ค่อยๆ เปิดขึ้น
“หือ! เหม็นอะไร?”
เย่อู๋เชวียลืมตาขึ้นและสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากร่างกายของตัวเองหลังจากตรวจสอบแล้วเขาก็ค้นพบว่านี่คือสิ่งสกปรกที่ถูกผลมรกตวิญญาณอัคคีขับออกจากร่างกาย
เย่อู๋เชวียส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มเขายืนขึ้นอย่างช้าๆและมองไปยังงูหลามยักษ์ที่อยู่ตรงข้ามด้วยความเกลียดชังอย่างถึงที่สุด!
“ซ่า”
เย่อู๋เชวียถอดเสื้อผ้าและกระโจนลงไปในน้ำที่เย็นเยียบโดยไม่ลังเลหลังจากผ่านการหลอมรวมร่างกายอีกครั้ง เขารู้สึกว่าน้ำในบ่อดูเหมือนจะไม่ได้เย็นจนหน้าหวาดกลัวอย่างที่คิด
ด้วยรูปร่างที่เพรียวบางกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ผิวขาวอมชมพู บวกกับใบหน้าอันหล่อเหลาเย่อู๋เชวียจึงกลายเป็นชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์อย่างที่ยากจะหาใครมาเปรียบเทียบได้
หลังจากล้างสิ่งสกปรกบนร่างกายด้วยน้ำในสระแล้วเย่อู๋เชวียก็กระโดดขึ้นมาบนฝั่งโดยยืนอยู่ห่างจากงูหลามพิษกลืนเปลวไฟเพียงสิบวาในสภาพเปลือยเปล่าและใบหน้าของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
จากนั้นเขาก็หยิบชุดเสื้อคลุมสีดำอีกชุดออกมาจากแหวนเก็บของและสวมใส่มันด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย่อู๋เชวียมองไปยังงูหลามพิษกลืนเปลวไฟด้วยรอยยิ้มเย็นที่ฉาบอยู่บนใบหน้า
“ครืน…”
ด้วยการหมุนเวียนปราณศักดิ์สิทธิ์เส้นผมที่เปียกชุ่มของเขากลับมาแห้งสนิทอีกครั้งจากนั้นเขาก็เดินเข้าหางูหลามพิษกลืนเปลวไฟพร้อมกับปลดปล่อยไอสังหารที่ไม่สิ้นสุดออกมา!
“ตอนนี้ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว!”
.............