ิอวี้ใช้ผ้าเช็ดหน้าไหมชั้นดีซับหยาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงแ่เบา นางเล่าต่อด้วยท่าทางน่าเวทนา “ศิษย์ไปพำนักอยู่ที่ชายแดนครานั้น บังเอิญได้พบกับแม่เฒ่าผู้หนึ่งที่ติดพิษประหลาดนี้เข้า ทีแรกศิษย์ได้แต่สงสัยอยู่ว่าเป็พิษอะไร กว่าจะค้นพบว่าเป็พิษกระดูกชาด ศิษย์ทำการศึกษาอยู่นาน แอบบันทึกวิธีฝังเข็มสกัดจุดปิดกั้นเส้นลมปราณเอาไว้ในตำราส่วนตัว แม่เฒ่านางนั้นบอกว่ารู้จักต้นกำเนิดของพิษร้ายชนิดนี้ด้วย นางเป็ผู้เชี่ยวชาญเื่สมุนไพรโบราณมาก จึงมอบเทียบยาถอนพิษให้ศิษย์ได้จดบันทึกเก็บไว้”
สิ้นคำบอกเล่าของดรุณีน้อย บุรุษร่างกำยำที่นอนฟังประโยคเ่าั้อยู่บนเตียงพลันเกิดอาการสั่นสะท้านขึ้นมา จอมทัพผู้เกรียงไกรพยายามจะยันกายลุกขึ้นเพื่อมองหน้าหมอหญิงผู้มีพระคุณให้ชัด ทว่าพิษร้ายแรงที่ยังคงหลงเหลือตกค้างอยู่ในกระแสโลหิตกลับแล่นตีกลับบีบคั้นให้เขาต้องโก่งคออาเจียนเป็ลิ่มเืสีดำคล้ำ โชยกลิ่นคาวจัดออกมาอีกคำโต
ร่างหนาทั้งร่างทรุดฮวบกลับลงไปแนบสนิทกับฟูกนอนอย่างเหนื่อยอ่อน ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนกายได้อีก “จะ... เ้ารักษาข้าได้หรือ...?”
แม่ทัพใหญ่พึมพำอย่างมีหวัง ดวงตาคมปลาบยังคงเบิกลืม มีสติรับรู้ทุกถ้อยคำ หยาดเหงื่อที่ผุดซึมเต็มดวงหน้าและลมหายใจที่ติดขัดกระชั้นถี่ เป็เครื่องบ่งชี้ว่าชีวิตของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าหลี่ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย
แน่นอนว่าที่ผ่านมานั้น ท่านแม่ทัพเว่ยไม่เคยยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ตัวเลยแม้แต่ผู้เดียว เขาปิดบังเื่ที่ตนเองถูกพิษร้ายเอาไว้อย่างมิดชิด แม้แต่หลักฐานโลหิตพิษเ่าั้เขาก็เป็ผู้ลงมือเผาทิ้งด้วยตนเองทั้งหมด
ตลอดเวลาที่ปักหลักอยู่ชายแดน ร่างกายอันแข็งแกร่งถึงจะทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ เขาก็ยังคงฝืนทนออกไปตรากตรำทำงานเพื่อแผ่นดิน
“ท่านแม่ทัพเว่ย อาเจียนอีกแล้ว ๆ” หัวหน้ากรมแพทย์หลวงอุทานด้วยความร้อนใจ ก่อนจะหันไปสั่งการทุกคนรอบกายให้ตระเตรียมของในการรักษาต่อไป ให้จัดการคราบเืเหล่านี้อย่างระมัดระวังด้วย ผู้เป็อาจารย์กล่าวต่อ “การฝังเข็มเมื่อครู่เป็เพียงการสกัดกั้นมิให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจชั่วคราวเท่านั้น ร่างกายของท่านแม่ทัพยังไม่หายดี พิษชาดซึมลึกเข้ากระดูกและเส้นลมปราณหลัก เขาน่าจะติดพิษมาสักระยะแล้วด้วย หากปล่อยปละละเลยหลังจากนี้เพียงชั่วครู่เดียว อาการจะกำเริบหนักจนถึงขั้นสิ้นใจได้”
“ท่านแม่ทัพต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ดื่มเทียบยาพิเศษที่ข้าปรุง จึงจะสามารถถอนพิษร้ายนี้ให้สิ้นซาก... ท่านอาจารย์มีความเห็นอย่างไรเ้าคะ?”
ิอวี้เจรจากับท่านอาจารย์ด้วยสีหน้าท่าทางเป็ห่วงคนเจ็บวิกฤตตรงหน้า ทว่ารอยยิ้มมุมปากกลับซ่อนเล่ห์กลเอาไว้อย่างมิดชิด
การโยนหินถามทางของนางในครั้งนี้ เพื่อหวังจะบีบให้หัวหน้ากรมแพทย์หลวงเอ่ยปากมอบสิทธิ์ขาดในการดูแลรักษาเว่ยเสวียเฉิงให้แก่นางเพียงผู้เดียวอย่างเป็ทางการ ต่อหน้าธารกำนัลในห้องพักรับรอง
“เ้าก็รับหน้าที่ดูแลรักษาเขาต่อเนื่องไปเถิด งานในกรมแพทย์หลวงของข้าล้นมือนัก ทั้งต้องคอยจัดการเื่ไข้ป่าระบาดที่ชายแดนแคว้นต้าหลี่ ทั้งต้องตรวจเทียบยาบำรุงของเหล่าพระสนมฝ่ายใน หากต้องเจียดเวลาอันน้อยนิดมาเฝ้าไข้ท่านแม่ทัพใหญ่เกรงว่าจะทำได้ไม่เต็มกำลัง ในเมื่อเ้ามีความกระจ่างแจ้ง มีความรู้เื่พิษชนิดนี้ดียิ่งกว่าผู้ใด ย่อมต้องเป็เ้าที่ลงมือดูแลชุบชีวิตเขา”
หัวหน้ากรมแพทย์หลวงโบกไม้โบกมือตัดบท แสร้งทำเป็เอ่ยถึงภาระหน้าที่อันหนักอึ้งหน้าตาเฉย ทั้งที่แท้จริงแล้วในอกแอบลอบโล่งใจระคนชื่นชมที่ศิษย์เอกคนโปรด ดันช่วยยกูเาลูกใหญ่ออกจากอกซะได้ เขาคงไม่มีเวลาไปรักษาท่านแม่ทัพหรอก!
ิอวี้ทอดถอนใจคล้ายเหนื่อยหน่ายระคนตัดพ้อเบา ๆ “โธ่... ท่านอาจารย์ ท่านก็ใช้วิชาเซียนของท่าน แยกร่างสิเ้าคะ แยกสิบร่างไปเลย”
ท่านอาจารย์หัวเราะออกมา เพราะความช่างพูดช่างเจรจาของศิษย์รัก เช่นเดียวกับบิดาที่ก้าวเท้าเข้ามาลูบศีรษะบุตรสาวแ่เบาด้วยความรักใคร่เอ็นดู
เสวียเฉิงที่นอนมองภาพเ่าั้อยู่บนเตียงรับรอง พลันผุดกระแสความรู้สึกผิดขึ้นมา เขาต้องมารบกวนแม่หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นนาง ทว่าในขณะเดียวกัน หัวใจของจอมทัพแคว้นต้าหลี่ก็เปี่ยมไปด้วยความตื้นตัน...
ตลอดระยะเวลาหกเดือนมานี้ ตัวเขาพยายามเสาะหาหนทางเยียวยารักษา ผ่านทางองครักษ์คนสนิทที่คอยเชิญตัวหมอชราฝีมือดีมาถึงกระโจมแม่ทัพนับหลายสิบคนแล้ว แต่ก็หาได้มีหมอคนใดล่วงรู้ถึงหนทางถอนพิษร้ายชนิดนี้ไม่ จนเขาจำต้องถอดใจ ทำได้เพียงนับถอยหลังรอความตายไปวัน ๆ
ในใจเขาคิดเพียงว่าตนเองคงต้องลาโลกในเร็ววัน ถึงได้เร่งเดินทางกลับเมืองหลวง เพื่อจะได้พบพระพักตร์ของฝ่าาอีกสักครา ยังได้ถือโอกาสนี้กลับมาร่ำลาครอบครัวเสียด้วย ไม่คิดเลยว่าเบื้องบนจะยังเมตตาประทานโอกาสให้เขาได้พบคุณหนูิอวี้... บุตรสาวของสหายคนสนิท...
อุตส่าห์ตามหาหมอเทวดาไปทั่วสารทิศแท้ ๆ ดันมาเป็คนใกล้ตัวเสียได้
แม่ทัพใหญ่เค้นเรี่ยวแรงอันริบหรี่ที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด เอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าประหนึ่งเสียงกระซิบ
“บุญคุณครานี้ ข้าไม่มีวันลืม หากเ้าสามารถรักษาข้าให้หายขาดได้... ส่วนเื่คนเนรคุณที่เ้าเอ่ยถึงผู้นั้น หากร่างกายของข้าฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อใด จะให้ข้าไปลากคอทวงแค้นให้เ้า... หรือหากเ้า้าสิ่งใดในใต้หล้า ข้าเว่ยเสวียเฉิงยินดีจะทำเพื่อตอบแทนเ้า”
ิอวี้ได้ฟังคำสัญญามั่นจากปากของแดดดี้หนุ่มใหญ่ก็นึกขำอยู่ในใจ นางพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบา ๆ “ท่านแม่ทัพเ้าคะ ท่านเป็เพียงคนไข้ จงตั้งมั่นรักษาตัวให้ดีเถิดเ้าค่ะ... ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าบิดาของข้าเป็ใคร ไม่จำเป็ต้องรบกวนให้ถึงมือของท่านหรอก ใช่ไหมเ้าคะ? ท่านพ่อ”
“ใช่แล้วลูกรัก...”
กู้เหวินชางยื่นมือหนามาลูบศีรษะของบุตรสาวเบา ๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดูเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเขาผละสายตาจากบุตรสาว ตวัดมองแม่ทัพใหญ่ที่นอนอยู่บนเตียงรับรอง แววตาของเสนาบดีฝ่ายซ้ายกลับทอประกายอาฆาตแค้นดุดันจนน่ากลัว ก่อนจะเค้นเสียงขู่ฟ่อรอดไรฟันออกมา
“คนพรรค์นั้น... ข้ากู้เหวินชางจะลากคอมันมาบดขยี้ให้แหลกคามือด้วยตนเองแน่!”