บทที่71 คนที่มีความหลัง
ทุกคนที่อยู่ในห้องพักหลังเวทีต่างก็อึ้งกันหมด
ไม่คิดเลยว่าเย่จื่อเฉินจะกล้ามีปัญหากับอันธพาลประจำมหาวิทยาลัยคนนี้แต่เพียงครู่เดียวทุกคนก็เข้าใจ
ช่วงนี้เย่จื่อเฉินก็มีชื่อเสียงโด่งดังในมหาวิทยาลัยเหมือนกันขับรถปอร์เช่ ได้ร่วมงานกับดาวมหาลัย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือดาวมหาลัยซูเหยียนที่ฟู่เฉิงหมิงตามจีบมาตลอดก็มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างคลุมเครือกับคนตรงหน้านี้ด้วย
ด้วยนิสัยที่เจ้าคิดเจ้าแค้นของฟู่เฉิงหมิง ถ้าไม่มีปัญหาสิแปลก
"นายให้ฉันขอร้องนายอย่างนั้นเหรอ เย่จื่อเฉิน..."
ฟู่เฉิงหมิงกระชากเย่จื่อเฉินออกจากเก้าอี้ คนอื่นที่อยู่หลังเวทีเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ก็จะเข้ามาห้ามแต่กลับโดนฟู่เฉิงหมิงถลึงตากลับไป
"ไม่ใช่เรื่องของพวกแก อย่ามาแส่"
นักศึกษาที่อยู่รอบๆ เลียริมฝีปากแล้วก็หยุดนิ่งกันหมดพวกเขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาในมหาวิทยาลัยที่เข้ามาในสภานักศึกษาก็เพราะจะได้พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อจะเข้าสู่สังคมในอนาคต
คนอย่างคุณชายฟู่ไม่ใช่คนที่พวกเขาควรมีเรื่องด้วย
เมื่อสั่งทุกคนได้ ฟู่เฉิงหมิงถึงได้กระตุกยิ้มมุมปากกดดันเย่จื่อเฉินไปติดกับกำแพงด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความดุดัน
"อย่ามาท้าทายกับความอดทนของฉัน ในมหาลัยนี้ฉันต่างหากที่เป็นบอสใหญ่"
"ฮะฮะฮะ..."
เย่จื่อเฉินหัวเราะขำขันอย่างกับเสียงห่านการข่มขู่ที่ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิดแบบนี้ เขาไม่คิดจะสนใจ
ผ้าม่านทางด้านหลังเวทีถูกยกขึ้น ก่อนจะเห็นคณบดีเดินเข้ามาจากด้านนอก
"ทำอะไรกัน!"
สมาชิกสภานักศึกษาที่อยู่รอบๆ ต่างก้มหน้าลง ซึ่งในขณะเดียวกันคณบดีก็ได้เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของฟู่เฉิงหมิงและเย่จื่อเฉินก่อนพูดเสียงเข้ม
"หยุดกันทั้งคู่"
"ท่านคณบดีครับ คุณใช้คำว่าทั้งคู่คงไม่ดีเท่าไรมั้งครับผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย คนที่ทำคือฟู่เฉิงหมิงต่างหาก"
เย่จื่อเฉินผายมือออกทั้งสองข้าง คณบดีหน้าตึงขึ้นทันทีพร้อมกับต่อว่าฟู่เฉิงหมิง
"ฟู่เฉิงหมิง ที่ฉันให้เธอมาห้องพักก็เพราะให้มาพาเย่จื่อเฉินไปขึ้นเวทีแล้วนี่เธอทำอะไรเธอคงจะไม่อยากเป็นรองประธานสภานักศึกษาแล้วสินะ"
"เหอะ"
ผลักเย่จื่อเฉินเข้ากับผนังเต็มแรงฟู่เฉิงหมิงเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม สายตาเหี้ยมเกรียม
"เย่จื่อเฉิน ไปขึ้นเวทีเถอะ"
คณบดีเหลือบมองเย่จื่อเฉินและฟู่เฉิงหมิงก่อนจะพูดขึ้น
เย่จื่อเฉินเบ้ปาก แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัว ก่อนจะไหวไหล่พูด
"ผมไม่ไปหรอกครับ กลัวตาย"
"เธอพูดอะไรอยู่ ที่ให้เธอขึ้นเวทีมันเป็นเรื่องดีนะ" คณบดีเลิกคิ้ว
"ฟู่เฉิงหมิงเพิ่งมาหลังเวที แล้วบอกผมว่าถ้าผมขึ้นเวทีเขาก็จะหาวิธีทำร้ายผม แถมยังบอกอีกว่า เขายังมีอีกวิธีที่จะทำให้ชื่อเสียงของผมย่อยยับ"
สกิลด้านการใส่ร้ายป้ายสีนี้ บอกเลยว่าเย่จื่อเฉินทำได้ดีมากเชียวล่ะถึงยังไงในห้องพักก็ไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว เขาอยากจะพูดอะไรก็ได้
อีกอย่าง สิ่งที่เขาพูดมันก็สอดคล้องกับนิสัยของฟู่เฉิงหมิงพอดี ด้วยนิสัยของหมอนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
"เย่จื่อเฉิน"
ฟู่เฉิงที่ได้ยินก็ยกมือขึ้น เย่จื่อเฉินรีบก้าวถอยหลังแล้วพูด
"ท่านคณบดี ดูสิครับ"
คณบดีเองก็โมโหขึ้นมาแล้ว เขาเองก็รู้จักนิสัยของฟู่เฉิงหมิงจึงหันไปต่อว่าเขา
"ฟู่เฉิงหมิง ที่นี่มหาลัยไม่ใช่บริษัทของครอบครัวเธอถ้าจะมาทำอะไรป่าเถื่อนก็กลับไปทำที่บ้านเธอที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เธอจะมาก่อความวุ่นวาย"
"เย่จื่อเฉิน ฝากไว้ก่อนเถอะ"
ฟู่เฉิงหมิงเขวี้ยงสคริปต์งานลงบนพื้น ก่อนจะทิ้งถ้อยคำข่มขู่เอาไว้แล้วเดินออกไปจากห้องพักด้วยความฉุนเฉียว
ตั้งแต่แรกจนตอนนี้เย่จื่อเฉินยังคงรักษาใบหน้าใสซื่อเอาไว้ได้เป็นอย่างดีแม้ว่าฟู่เฉิงหมิงจะไปแล้ว แต่เขายังทำทีเหมือนว่าเครียดอยู่
"ท่านคณบดี ดูสิครับ..."
"พอได้แล้ว นายเองก็เลิกเล่นละครสักที" คณบดีกลอกตาใส่เย่จื่อเฉินแล้วพูด "รีบไปขึ้นเวที ทุกคนรออยู่"
"แหะๆ"
ไม่คิดเลยว่าจะโดนคณบดีจับไต๋ได้ เย่จื่อเกาหัวยิ้มแหยก่อนจะไปเอาไมโครโฟนจากนักศึกษาที่อยู่แถวนั้นแล้วเขาก็ก้มหัวทำความเคารพคณบดีพร้อมกับยิ้มไปด้วย
"ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ"
พรึบ
แสงไฟส่องลงบนร่างของเย่จื่อเฉินอีกครั้ง ทันทีที่เขาขึ้นเวทีเสียงร้องเชียร์ด้านล่างเวทีก็ดังขึ้นมาทันที
ภาพนี้ราวกับคอนเสิร์ตของศิลปินไอดอลเลย เจ๋งสุดยอด
แต่ยังไม่ทันถึงครึ่งนาที เย่จื่อเฉินก็ทำลายบรรยากาศทันที
"คือว่า ท่านอธิการบดีให้ผมขึ้นมาร้องเพลงอีกครับ"
รอยยิ้มแฝงไว้ด้วยความประหม่า เย่จื่อเฉินจับไมโครโฟนไว้พร้อมกับก้มหัว
"เจ้าเด็กนี่..."
ผู้ชายที่นั่งอยู่บนชั้นสองคนนั้นส่ายหน้ายิ้มขำ และจากนั้นเย่จื่อเฉินที่อยู่บนเวทีก็พูดขึ้น
"ที่จริงผมก็ไม่รู้ว่าจะร้องเพลงอะไรดี เอาเป็นว่าจะร้องเพลง อี๋ป้าน (ครึ่งเดียว) ให้ทุกคนฟังก็แล้วกันนะครับ"
วินาทีที่อินโทรเพลงดังขึ้นมาภายในหอประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบทันที
เย่จื่อเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหลับตาลงและร้องเพลงที่แทบจะเข้ากับตัวเขามาก
'เธอไม่ต้องแบกรับการจากลาของเราก็ได้ เป็นฉันเองที่ลงทุนไปแค่ครึ่งเดียวจึงทำให้เธอต้องกังวล มันดีกว่าที่เราจะต้องมาสับสนกับอนาคตในวันข้างหน้าขอให้แหวนราคาถูกวงนั้นที่ฉันช่วยเธอถอดมันออกมาเป็นดั่งคำอวยพรที่ฉันมอบให้เธอ...'
เมื่อร้องจบเย่จื่อเฉินยิ้มละมุนพร้อมกับโค้งตัวให้กับคนที่อยู่ด้านล่างเวทีแต่กลับไม่มีใครเห็นว่าตรงหางตาของเขารอยน้ำตาอยู่จางๆ
"โธ่เอ๊ย นึกถึงความทรงจำพวกนั้นขึ้นมาอีกจนได้"
เย่จื่อเฉินพิงพนังนอกห้องพัก แล้วจุดบุหรี่ให้ตัวเอง
หลิวฉิงออกมาจากเนตรมังกร แล้วมาลอยอยู่ข้างเย่จื่อเฉินก่อนจะเลิกคิ้วพูดขึ้น
"นี่ ดูไม่ออกเลยนะว่านายจะเป็นคนที่มีความหลังกับเขาด้วย"
เย่จื่อเฉินที่ได้ยินก็ยิ้มรับไม่ตอบอะไร แต่ในใจกลับหัวเราะขมขื่น
"ทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ มีใครบ้างที่ไม่มีความหลังแต่แค่เรื่องของฉันมันไม่นับว่าเป็นความหลัง มากสุดก็เป็นได้แค่เรื่องเล่า"
ตรู๊ดดด
จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นมา เย่จื่อเฉินหยิบโทรศัพท์ออกมาพอเห็นเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ ก็หน้าอมทุกข์ทันที
"แม่"
"ยังรู้นี่ว่าฉันเป็นแม่แก รีบไสหัวกลับมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้"
ติ๊ด
โทรศัพท์ถูกฝ่ายตรงข้ามตัดสายไป เย่จื่อเฉินเกาหัวก่อนจะดับบุหรี่
ดูท่าปัญหาจะหนักเอาการ
งานเลี้ยงฉลองมหาวิทยาลัยจบแล้ว การแสดงในงานเลี้ยงล้วนตื่นตาตื่นใจแต่หลังงานจบหัวข้อที่นักศึกษาพูดคุยกันกลับมีแต่หัวข้อที่เกี่ยวกับเพลงของเย่จื่อเฉิน
มีนักศึกษาอัดคลิปการแสดงของเย่จื่อเฉินแล้วอาไปปล่อยลงในอินเทอร์เน็ตในเวลาแค่สิบกว่านาทีจำนวนคนกดดูก็ทะลุหนึ่งแสนภายในชั่วพริบตา ตัวเลขคนเข้าดูกับยอดวิวก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"เหล่าสือ ฉันเลือกแล้ว ฉันอยากได้เด็กที่ชื่อเย่จื่อเฉินนั่น"
ผู้ชายที่นั่งอยู่บนชั้นสองมาตั้งแต่แรกสวมแว่นกันแดดอีกครั้งที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขายังคงเปิดภาพตอนที่เย่จื่อเฉินทำการแสดงเล่นซ้ำไปมา
บุคลิกยังค่อนข้างเด็ก แต่ทักษะการร้องเพลงกลับทำออกมาได้ดีมาก
โดยเฉพาะการไล่ระดับเสียงนั้น ไล่ได้เหมือนกับน้ำไหลเลยจริงๆ
ต้นกล้าดีแบบนี้ ถ้าเขาเอามาขัดเกลาสักหน่อย ต้องเป็นซูเปอร์สตาร์ได้แน่นอน
ในเวลาเดียวกันนั้น ภายในห้องชุดของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
หญิงสาวในชุดนอนคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาเลื่อนดูคอมเมนต์ของแฟนคลับในเว่ยป๋อตามความเคยชิน
แต่มีอยู่โพสต์หนึ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอเอาไว้
กดเปิด
เล่น
ตุบ
โทรศัพท์ลื่นหลุดจากมือลงพื้นทันที หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาซึ่งกำลังเล่นถึงจุดที่ดีที่สุดของเพลงอยู่พอดี
'เธอไม่ต้องแบกรับการจากลาของเราก็ได้ เป็นฉันเองที่ลงทุนไปแค่ครึ่งเดียวจึงทำให้เธอต้องกังวล มันดีกว่าที่เราจะต้องมาสับสนกับอนาคตในวันข้างหน้า...'
กรอด
กำปั้นน้อยๆ นั้นกำแน่น
เพล้ง!
โทรศัพท์โดนเขวี้ยงตกจนเครื่องแตกละเอียด
"เย่จื่อเฉิน นายมันคนหลอกลวง"