ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 253 : แดนเนรเทศสีเลือด

จารึกที่ 253 : แดนเนรเทศสีเลือด : การแยกทางและห้วงเวลาที่บิดเบี้ยว


ความเจ็บปวด... คือสัจธรรมแรกที่กระชากจิตสำนึกของอาเจียให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันมืดมิด


มันมิใช่เพียงความเจ็บปวดทางกายเนื้อที่ถูกแรงดันมิติฉีกทึ้ง ทว่ามันคือความปวดร้าวที่กรีดลึกลงไปในวิญญาณประหนึ่งถูกฟันเฟืองแห่งสวรรค์บดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด ทว่าสิ่งที่ไหลทะลักเข้าไปกลับมิใช่ไอปราณฟ้าดินอันบริสุทธิ์ที่คุ้นเคย มันคืออากาศธาตุที่แห้งผาก หนักอึ้ง และคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่เก่าแก่ยิ่งกว่าหุบเขาเพลิงผลาญนับหมื่นเท่า


ทุกการสูดลมหายใจล้วนบาดลึกเข้าไปในเส้นทรวงอกราวกับสูดดมกลิ่นอายของคมกระบี่ที่เปื้อนสนิมโลหิต


อาเจียค่อยๆ ฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามิใช่ท้องฟ้าสีครามของโลกผู้แสวงมรรคที่เขาจากมา ทว่ามันคือผืนฟ้าสีโลหิตที่ขุ่นมัวและบิดเบี้ยว ก้อนเมฆสีแดงฉานประหนึ่งก้อนเลือดที่เน่าเปื่อย ลอยต่ำลงมากดทับแผ่นดินสีดำเกรียมที่แตกร้าวสุดลูกหูลูกตา ไร้ซึ่งแสงตะวัน ไร้ซึ่งแสงดารา มีเพียงความสลัวรางที่ชวนให้จิตวิญญาณของสรรพสิ่งต้องสั่นสะท้าน


"หลิงเอ๋อร์..."


เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แตกแห้งและเต็มไปด้วยคราบเลือด อาเจียฝืนพยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบไหลบ่าเข้ามาในห้วงสำนึก... รอยแยกแห่งหายนะที่ฉีกขาด แรงดูดมหาศาลที่กระชากทุกสิ่งเข้าสู่ความว่างเปล่า และวงแขนอันอบอุ่นที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผาของเฟิงหลิงเอ๋อร์ ที่กอดรัดเขาไว้แน่นจากเบื้องหลัง นางยอมเผาผลาญโลหิตแก่นแท้เพื่อเป็นโล่กำบังให้แก่เขาท่ามกลางมฤตยู


ทว่ายามนี้ เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบกาย... พื้นดินข้างกายเขากลับว่างเปล่า


ไร้ซึ่งเงาของเฟิงหลิงเอ๋อร์ผู้เด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งนาวาทะลวงเมฆาที่เขาทุ่มเททรัพย์สินสร้างขึ้น ไร้ซึ่งฉินมู่หลางผู้มีเจตจำนงกระบี่นิรันดร์ ไร้ซึ่งเฟิงอี้หราน และไร้ซึ่งหลินชิงเสวี่ยกับเย่ปิงอวิ๋น สองสตรีผู้หยิ่งทะนง


ทุกคนอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งเขาไว้เพียงลำพังในดินแดนที่ถูกสวรรค์ทอดทิ้งแห่งนี้!


ก้อนเนื้อในอกซ้ายของชายผู้ได้ชื่อว่าตระหนี่ถี่เหนียวและเห็นแก่เงินที่สุดในใต้หล้า พลันบีบรัดอย่างรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกสูญเสียนี้ มันเจ็บปวดยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องเสียศิลาปราณไปนับแสนก้อนเสียอีก อาเจียกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เลือดสีสดไหลซึมออกมาทว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บ


"สวรรค์... หากพวกเจ้าคิดจะพรากพวกนางและสหายของข้าไป เพียงเพราะข้าฝืนใช้วิถีแห่งสูญตา... ข้าขอสาบานด้วยมรรคาของข้า... ข้าจะแหกกฎเกณฑ์ของพวกเจ้า และพลิกแผ่นดินนรกนี้เพื่อตามหาพวกเขากลับมาให้จงได้! หากวิญญาณพวกนางดับสูญ ข้าจะลากคอยมบาลมาทวงคืน!"


อาเจียคำรามลั่นท้องฟ้าสีเลือด ดวงตาที่เคยมืดบอดในวัยเยาว์สาดประกายความดื้อรั้นที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อลิขิตฟ้า เขาพยายามสงบสติอารมณ์และสำรวจร่างกายของตนเอง ทว่าเมื่อส่งสัมผัสเทวะที่เหลือเพียงน้อยนิดเข้าไปในจุดตันเถียน ใบหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือด


'เตาหลอมปราณจำลอง' ที่ท่านอาจารย์หมื่นอีแปะเคยพร่ำสอนให้เขาสร้างขึ้น เพื่อห่อหุ้มจุดตันเถียนที่แตกร้าว บัดนี้แม้จะยังคงรักษารูปทรงเอาไว้ได้ ทว่ามันกลับปราศจากร่องรอยของปราณเซียนแท้ที่เขาเพียรพยายามสะสมไว้อย่างยากลำบาก!


เพื่อต้านทานแรงบดขยี้ของมหาพายุพับมิติ เตาหลอมจำลองได้เผาผลาญพลังงานทั้งหมดในตัวมันเองจนเกลี้ยงประหนึ่งตะเกียงที่สิ้นน้ำมัน เพื่อปกป้องแก่นแท้วิญญาณของเขาไม่ให้แหลกสลาย!


จุดศูนย์รวมพลังของเขาบัดนี้ว่างเปล่าและแห้งผากประหนึ่งทะเลทราย หนำซ้ำเส้นทางเดินพลังที่เคยถูกกระตุ้นด้วยอักขระภายนอก บัดนี้กลับตีบตันและหวนคืนสู่สภาพเดิม... สภาพของ 'คนขยะ' ที่ไม่อาจสัมผัสไอปราณฟ้าดินใดๆ ได้อีก ร่างกายของเขามิมีเส้นชีพจรมาตั้งแต่กำเนิด ในดินแดนที่กฎแห่งป่าเป็นใหญ่ ผู้บำเพ็ญเพียรที่สูญเสียปราณ ย่อมมีค่าไม่ต่างจากมดปลวกที่รอวันถูกผู้ยิ่งใหญ่เหยียบย่ำ


"แค่ก... แค่ก..."


อาเจียรีบล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือ พู่กันนิรันดร์ ด้ามพู่กันสีเงินยวงยังคงอยู่กับเขา ทว่าแสงของมันริบหรี่ลงมาก

"ท่านอาจารย์ปู่... องค์หญิงน้อย..." อาเจียส่งกระแสจิตเข้าไปอย่างแผ่วเบา


ไร้เสียงตอบรับจากมู่เฉินและดรุณีน้อย ดูเหมือนว่าแรงกระแทกจากการข้ามรอยแยกมิติ จะทำให้วิญญาณของพวกเขาสูญเสียพลังงานอย่างมหาศาลจนต้องเข้าสู่สภาวะหลับใหลลึกเพื่อรักษากฎเกณฑ์ของโลกใบเล็ก


อาเจียเก็บพู่กันนิรันดร์ไว้แนบอกอย่างหวงแหนประดุจชีวิต เขากวาดสายตามองออกไปเบื้องหน้า ห่างออกไปไม่ถึงสิบจั้ง มีกองเศษโลหะสีทองขนาดใหญ่จมอยู่ในพื้นดินสีดำเกรียม


หัวใจของอาเจียกระตุกวูบ เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและเดินโขยกเขยกเข้าไปหา เมื่อเข้าไปใกล้ ภาพที่เห็นทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

'เจ้าสัว' พยนต์เทวะในร่างราชันย์อเวจีกึ่งเซียน ที่เคยโอหังและทรงพลานุภาพ บัดนี้อยู่ในสภาพพังยับเยิน เกราะโลหะสีทองอมม่วงที่หล่อหลอมจากแกนปราณบรรพกาล เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดและหลอมละลาย ปีกทั้งหกหักสะบั้น อักขระหลิง (零) ที่สลักอยู่ตรงแกนกลางหน้าอก ริบหรี่กระพริบไหวราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ


ข้างๆ กองโลหะนั้น มีก้อนหินสีดำก้อนหนึ่งขยับเขยื้อน มันคือ 'เจ้าถุงเงิน' ราชันแมงมุมมิติสูญตา ขาของมันหักไปสามข้าง มันฝืนลากสังขารที่บาดเจ็บสาหัสเข้ามาซุกตัวอยู่ใต้เงาของเจ้าสัว เพื่อหลบเลี่ยงสายตาจากสรรพสิ่งในดินแดนสีเลือด


อาเจียทรุดตัวลงลูบเกราะที่เย็นเฉียบของเจ้าสัว "ไอ้เศษเหล็กหน้าเงิน... เจ้าอุตส่าห์ด่าทอยอดคนวิญญาณแรกเริ่มจนอกแตกตาย แล้วไหงมานอนหมดสภาพเช่นนี้เล่า..."


"ติ๊ด... ครืด... นาย... นายท่าน..."


เสียงกระแสจิตที่อ่อนระโหยโรยแรง ทว่าเจตจำนงแห่งพยนต์ยังคงเจือด้วยความยโสและหน้าเงิน ดังก้องขึ้นในหัวของอาเจีย


"ข้า... ข้าผู้เป็นพยนต์เทวะ... ยังไม่พังง่ายๆ หรอกขอรับ... เพียงแต่... แรงกระแทกของมิติมันขาดทุนย่อยยับไปนิด... นายท่าน... ท่านต้องจดหนี้ก้อนนี้ไว้... ค่าซ่อมแซมปีกของข้า... ข้าคิดราคาประเมินต่ำสุดที่... ศิลาปราณบริสุทธิ์หนึ่งล้านก้อน... ห้ามผ่อนชำระ..."


แม้อยู่ในสภาพปางตาย เจตจำนงที่หลอมรวมกับนิสัยความงกของอาเจียก็ยังคงเรียกร้องผลประโยชน์อย่างไม่ลดละ อาเจียหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เขาตบเกราะของมันเบาๆ "เออ! ข้าจะจ่ายให้เจ้าสิบล้านก้อนเลย! ขอเพียงพวกเรามีชีวิตรอดกลับไปตั้งตัวได้ ข้าจะหล่อปีกทองคำแท้ฝังผลึกปฐพีให้เจ้าใหม่ทั้งหกปีกเลยคอยดู!"


อาเจียสำรวจรอบด้านอีกครั้ง แม้เขาจะสูญเสียปราณฟ้าดิน ทว่า 'เนตรสูญตา' ในระดับสัญชาตญาณวิญญาณยังคงทำงานอยู่ลึกๆ เขาเริ่มสังเกตเห็นความวิปริตของกฎเกณฑ์ฟ้าดินในมิติแห่งนี้


เมื่อเขาปาเศษก้อนหินออกไปเบื้องหน้า ก้อนหินนั้นกลับลอยคว้างอยู่ในอากาศอย่างเชื่องช้าประหนึ่งตกลงไปในบึงโคลน ใช้เวลาถึงหนึ่งก้านธูปกว่าจะร่วงหล่นถึงพื้น ทว่าในอีกทิศทางหนึ่ง ห่างออกไปเพียงสามก้าว เมื่อลมสีเลือดพัดผ่าน มิติอากาศตรงนั้นกลับบิดเบี้ยวและฉีกกระชากก้อนหินยักษ์ให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา!


"ห้วงเวลาและมิติ... บิดเบี้ยวทับซ้อนกัน กฎเกณฑ์ของความเป็นจริงถูกทำลาย..." อาเจียพึมพำ ใบหน้าเคร่งเครียด "ที่นี่คือดินแดนไร้กฎเกณฑ์... แดนเนรเทศสูญญตาที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรหวาดกลัว"


ยังไม่ทันที่เขาจะได้วางแผนก้าวต่อไป เสียงคำรามที่หนักแน่นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอสูรศิลาบรรพกาล พลันดังกึกก้องมาจากเทือกเขาสีเลือดเบื้องหน้า แผ่นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะฝีเท้าที่ก้าวเดิน เงาร่างมหึมาสูงถึงสิบจั้ง ปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุฝุ่นสีแดง


มันคืออสูรบรรพกาลรูปร่างคล้ายสุนัขป่าทว่ามีเกล็ดสีดำทมิฬห่อหุ้ม ดวงตาของมันมีถึงหกดวง เรียงซ้อนกันอยู่บนใบหน้า แต่ละดวงปลดปล่อยรังสีแห่งความตะกละตะกลามและเจตจำนงแห่งการกลืนกินวิญญาณ กลิ่นอายของมันแผ่ซ่านออกมาเทียบเท่าได้กับยอดคนระดับ 'แก่นทองคำขั้นสมบูรณ์' เป็นอย่างน้อย!


สุนัขป่าหกดวงตาก้มลงสูดดมกลิ่นอายในอากาศ ดวงตาทั้งหกของมันจับจ้องมายังอาเจียและเศษโลหะของเจ้าสัว ในสายตาของอสูรร้ายแห่งแดนเนรเทศ มนุษย์ที่ไร้ซึ่งปราณคุ้มกาย และพยนต์ที่พังยับเยิน คืออาหารอันโอชะที่สวรรค์ประทานมาให้ประทังความหิวโหยในรอบนับพันปี


น้ำลายสีเขียวขุ่นที่เต็มไปด้วยฤทธิ์กัดกร่อนหยดลงพื้น แผ่นดินสีดำเกิดควันฟู่ มันย่อตัวลงต่ำ เตรียมพุ่งทะยานเข้าขย้ำเหยื่อด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าสัจธรรม!


‘ระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์... ในยามที่เตาหลอมของข้าว่างเปล่าและเส้นชีพจรปิดตาย...’ อาเจียกัดฟันกรอด เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มแผ่นหลัง ทว่าวิญญาณพ่อค้าของเขาไม่เคยยอมจำนนต่อการขาดทุน ‘ข้าเพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือของยอดคนระดับวิญญาณแรกเริ่มมาได้ จะให้มาตายเป็นอาหารหมาป่าในนรกนี่น่ะหรือ? ฝันไปเถอะ!’


สติปัญญาของอาเจียหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด เนตรสูญตาของเขากวาดมองพื้นที่รอบกายอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาสังเกตเห็นจุดหนึ่ง... พื้นที่ระหว่างเขากับสุนัขป่าหกดวงตา มีรอยต่อของ 'ห้วงเวลาที่เชื่องช้า' และ 'มิติที่ฉีกกระชาก' ซ้อนทับกันอยู่อย่างแนบเนียน หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงอากาศที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น


"เจ้าถุงเงิน... เจ้ายังพอขยับไหวหรือไม่?" อาเจียส่งกระแสจิต


เจ้าถุงเงินส่งเสียงขู่ฟ่อเบาๆ เป็นการตอบรับ แม้จะบาดเจ็บหนัก แต่มันคือราชันนักฆ่าแห่งเงามืด สัญชาตญาณของมันพร้อมเสมอ


"ดี... คอยฟังคำสั่งข้า ถักทอใยเงาลวงตาเส้นเดียวให้เหนียวที่สุด ผูกติดกับก้อนหินนั่น แล้วรอจังหวะที่ข้าส่งสัญญาณ!"


อาเจียหันไปตบเกราะของเจ้าสัว "เจ้าสัว! ข้าต้องการให้เจ้าใช้พลังงานวิญญาณเฮือกสุดท้าย เปล่งแสงและส่งกระแสจิตด่าทอมันให้เจ็บแสบที่สุด เอาให้มันโกรธจนหน้ามืดตามัวทิ้งสัญชาตญาณระวังภัยไปเลย!"


"หึหึ... เรื่องด่าทอทำลายสัจธรรม... ข้าถนัดนัก!" เจ้าสัวตอบรับแม้เสียงจะขาดห้วง


"โฮกกกก!"


สุนัขป่าหกดวงตาคำรามลั่น มันดีดตัวพุ่งทะยานเข้าหาอาเจียดุจลูกธนูสีดำ กรงเล็บที่แหลมคมดุจศัสตราสวรรค์กางออก หมายจะฉีกร่างของชายหนุ่มให้เป็นชิ้นๆ


"ไอ้หมาขี้เรื้อนขาดทุน!"


พริบตานั้น กระแสจิตอันดุดันและหยาบคายของเจ้าสัวพลันระเบิดขึ้น พร้อมกับแสงสีทองที่สว่างวาบออกจากเกราะที่พังยับเยิน แสงนั้นแยงเข้าตาของอสูรหกดวงตาจนมันต้องชะงักไปเสี้ยววิถี


"บรรพบุรุษเจ้าเป็นสุนัขรับใช้ผู้ใด จึงได้มีหน้าตาวิปริตถึงหกดวงตาเช่นนี้! หน้าตาอัปลักษณ์แถมยังยากจนเช่นเจ้า ยังกล้าเสนอหน้ามาหาบิดาอีกหรือ! เนื้อของนายท่านข้าสูงส่งและมีราคาแพงเกินกว่าที่ปากเหม็นเน่าของเจ้าจะได้ลิ้มลอง!"


คำด่าทอที่ยโสโอหังของพยนต์เทวะ ทำให้อสูรบรรพกาลที่คุ้นเคยกับการเป็นผู้ล่าในแดนเนรเทศถึงกับเดือดดาลจนขาดสติ ดวงตาทั้งหกของมันแดงก่ำด้วยโทสะ มันเบนเป้าหมายจากอาเจีย พุ่งทะยานเข้าหาเศษโลหะของเจ้าสัวด้วยความบ้าคลั่งที่ไร้การป้องกัน!


"ตอนนี้แหละ! เจ้าถุงเงิน!" อาเจียตะโกนลั่น


ฟุ่บ!


จากเงามืดใต้เศษหิน ใยโปร่งใสสลายวิญญาณเส้นสุดท้ายที่เจ้าถุงเงินรีดเค้นออกมา พุ่งทะยานออกไปขึงตึงอยู่ระหว่างก้อนหินสองก้อนในระดับความสูงเท่าข้อเท้าของสุนัขป่า!


ด้วยความเร็วที่บ้าคลั่งและความโกรธที่บังตา สุนัขป่าหกดวงตาไม่ได้สังเกตเห็นเส้นใยที่ไร้รูปนั้น ขาหน้าของมันสะดุดเข้ากับใยเงาแห่งมิติอย่างจัง! แม้ใยนั้นจะไม่อาจตัดผิวหนังที่แข็งแกร่งระดับแก่นทองคำของมันได้ ทว่ามันก็เพียงพอที่จะทำลายสมดุลการพุ่งทะยานของอสูรร้าย!


ร่างมหึมาของสุนัขป่าเสียหลัก ถลาล้มกลิ้งไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้... และทิศทางที่มันกำลังกลิ้งหลาวเข้าไปนั้น คือจุดที่อาเจียคำนวณไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ!


วูบ!


เมื่อร่างของสุนัขป่าหลุดเข้าไปในโซน 'ห้วงเวลาที่เชื่องช้า' การเคลื่อนไหวของมันที่เคยกราดเกรี้ยว พลันช้าลงจนคล้ายภาพวาดที่ถูกแช่แข็ง มันลอยคว้างอยู่กลางอากาศ พยายามตะเกียกตะกายด้วยความตื่นตระหนก ทว่าไม่อาจต้านทานกฎเกณฑ์ที่บิดเบี้ยวได้


และเบื้องหน้าของโซนเวลาที่เชื่องช้านั้น... คือ 'มิติที่ฉีกกระชาก'!


"กรรร... เอ๋ง!"


ร่างของอสูรบรรพกาลค่อยๆ ถูกดันเข้าไปในรอยแยกมิติที่มองไม่เห็น พริบตาที่เกล็ดสีดำทมิฬของมันสัมผัสกับขอบมิติที่บิดเบี้ยว กฎเกณฑ์แห่งการฉีกทำลายที่รุนแรงกว่าคมกระบี่ของยอดคนระดับใดๆ ก็ทำงาน!


"ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!"


เสียงเนื้อและกระดูกถูกหั่นขาดดังกังวาน ร่างของสุนัขป่าหกดวงตาระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ ถูกมิติที่บิดเบี้ยวหั่นเป็นชิ้นๆ อย่างสยดสยองและไร้ความปรานี เลือดสีแดงดำสาดกระเซ็นย้อมผืนดินให้กลายเป็นบ่อโลหิต มันถูกสับละเอียดจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณให้ร้องโหยหวน!


อาเจียทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า เขาใช้ความตายของศัตรูมาเป็นอาวุธ เอาชนะผู้แข็งแกร่งด้วยสติปัญญาและกฎเกณฑ์ที่บิดเบี้ยว นี่คือวิถีแห่งการเอาตัวรอดของจอมขูดรีด!


เมื่อร่างของอสูรร้ายแหลกสลาย ก้อนเนื้อและสายเลือดของมันร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน ท่ามกลางกองเลือดนั้น อาเจียสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งส่องประกายวาววับ มันมิใช่ศิลาปราณหรือแกนอสูรธรรมดา ทว่ามันคือ 'ก้อนผลึกสีเลือด' ที่มีลวดลายแปลกประหลาดสลักอยู่ภายใน


อาเจียฝืนลุกขึ้นเดินเข้าไปหยิบผลึกสีเลือดนั้นขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกเย็นเยียบและบ้าคลั่งพลันแล่นปลาบเข้าสู่ห้วงวิญญาณ ลวดลายในผลึกนั้นบิดตัวไปมาคล้ายมีชีวิต มันแผ่ซ่านเจตจำนงแห่งการช่วงชิงและกลืนกิน!


"นี่มัน... มิใช่อักขระเต๋าแห่งการสร้างสรรค์..." อาเจียเบิกตากว้าง เนตรสูญตาของเขาพยายามอ่านโครงสร้างของมัน "มันเต็มไปด้วยความอาฆาต... นี่คือ อักขระมาร (魔符 - หมัวฝู)!"


พริบตานั้น อักขระมารในผลึกพลันสาดแสงสีดำแดง พุ่งทะลวงเข้าสู่ข้อมือของอาเจีย หวังจะกลืนกินจิตวิญญาณที่อ่อนแอของเขาเพื่อยึดครองร่าง! ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วแขน เส้นโลหิตของเขาปูดโปนกลายเป็นสีดำ


"อ๊ากกก!" อาเจียร้องลั่น ทว่าในวินาทีที่อักขระมารกำลังจะเจาะทะลวงเข้าสู่จุดตันเถียน กฎเกณฑ์ที่แท้จริงของอาเจียก็ตื่นขึ้น!


ร่างกายของเขาที่ไร้เส้นชีพจร ไร้ซึ่งปราณคุ้มกาย กลับกลายเป็น 'หลุมดำ' ที่ไร้ก้นบึ้ง! อักขระมารที่คิดจะกลืนกินเขา กลับถูก 'ความว่างเปล่า' ในร่างกายของเขากักขังและกลืนกินเสียเอง!


เจตจำนงสูญตาที่ฝังรากลึกในวิญญาณของอาเจีย บดขยี้เจตจำนงของมารจนแหลกสลาย เหลือเพียง 'พลังงานบริสุทธิ์' ของอักขระที่ไร้ซึ่งการควบคุม พลังงานนั้นไหลเวียนไปตามกล้ามเนื้อและกระดูกของอาเจีย ก่อนจะหยุดนิ่งและฝังตัวลงบนกระดูกแขนขวา เกิดเป็นลวดลายอักขระสีแดงเข้มที่สลักลึกประหนึ่งรอยสัก!


อาเจียหอบหายใจถี่รัว เขายกแขนขวาขึ้นมองดูรอยอักขระมารที่สงบนิ่ง พริบตานั้น เขาสัมผัสได้ถึง 'พลัง' ที่ไหลเวียนอยู่ในแขนข้างนั้น มันมิใช่ปราณฟ้าดินที่ดูดซับผ่านช่องทางปกติ ทว่ามันคือพลังที่เกิดจากกฎเกณฑ์ของอักขระที่เชื่อมต่อกับร่างกายโดยตรง!


ดวงตาสีเงินยวงของอาเจียเบิกกว้าง สติปัญญาอันล้ำเลิศของเขาทะลวงผ่านกำแพงแห่งความเขลา พลันเกิดการ 'ตระหนักรู้' ในสัจธรรมครั้งยิ่งใหญ่!


"สวรรค์ไม่ได้มอบเส้นชีพจรให้ข้า... เพราะสวรรค์หวาดกลัวตัวตนที่มาจากความว่างเปล่าของข้า! ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมต่อท่อปราณให้ข้า... ข้าก็จะไม่รอเศษเนื้อเศษกระดูกจากลิขิตฟ้า!"


ชายหนุ่มกำหมัดแน่น รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความวิปริตและโอหังเหนือเอกภพปรากฏขึ้นบนใบหน้า


"ในเมื่อข้าไม่มีเส้นชีพจรลมปราณ... เช่นนั้นข้าก็จะใช้ 'อักขระบรรพกาล' สลักลงบนกระดูกและเนื้อหนัง เพื่อสร้าง 'เส้นชีพจรเทียม' ของข้าเอง! แล้วเชื่อมต่อพวกมันเข้ากับ 'เตาหลอมปราณจำลอง' ที่ว่างเปล่าของข้า!"


เสียงหัวเราะอันคลุ้มคลั่งและดุดันของอาเจียดังก้องไปทั่วแดนเนรเทศสีเลือด


"อักขระเทพ อักขระมาร หรืออักขระสูญตา... ข้าจะกลืนกินพวกมันทั้งหมด! ข้าจะหล่อหลอมร่างกายนี้ให้กลายเป็นมหาคัมภีร์ที่มีชีวิต! พวกเจ้าจงรอข้าก่อนเถิด หลิงเอ๋อร์ มู่หลาง... เมื่อข้าก้าวออกจากขุมนรกแห่งนี้ ข้าจะกลับไปคิดบัญชีทบต้นทบดอก และเหยียบย่ำสวรรค์ให้พวกเจ้าดู!"


มรรคาวิถีบทใหม่ของ 'คนขยะ' ผู้ดิ้นรนฝืนลิขิตฟ้าด้วยภูมิปัญญาและความหน้าเงิน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ก้นบึ้งของแดนเนรเทศสูญญตาแห่งนี้!

การผจญภัยที่ต้องอาบเลือดและเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า... เพิ่งจะเปิดฉากขึ้น!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

มังกรพลิกสวรรค์

มังกรพลิกสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
161K 121
ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

นิยาย แฟนตาซี
571K 2468
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.85M 1165
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
213K 1367
[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.72M 5471
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912