"เซินฉานเจ้าเก่งมาก..กลับไปข้าจะบอกให้ผู้นำตระกูลมอบสิ่งล้ำค่าให้แก่เจ้า"...รอบชิงชนะเลิศคงจะมิเกินกำลังของเจ้าอย่างแน่นอน คู่ต่อสู้ที่จะมาเจอกับเจ้าต่างมีระดับพลังที่น้อยกว่าเจ้า...ชัยชนะคงมิอาจเป็นอื่นไปได้แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!
"การประลองหาผู้ชนะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคู่ต่อไปเชิญ เฉินลี่จากตระกูลลี่ และกังหลงจากตระกูลกังลงสู่สนามประลอง"
เมื่อเสียงประกาศของผู้อาวุโสสูงสุดที่ดำเนินการประลองดังขึ้นหลังจากทั้งสองได้ลงสู่ลานประลอง เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
"โอ้..เจ้าเฉินลี่มาเจอกับเจ้าม้ามืดจากตระกูลกัง คงเอาชนะได้ไม่ยาก แต่ก็คงไม่อาจชนะเจ้าเซินฉานที่มีระดับปราณมากกว่าถึงหนึ่งขั้น ช่างน่าเสียดายอุตส่าห์โชคดีมาเจอคู่มือที่มีระดับอ่อนกว่ามากมายเช่นครานี้"
"ดูท่าการประลองรอบนี้คงสิ้นสุดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว แม้เจ้าม้ามืดจากตระกูลกังจะบังเอิญเอาชนะเจ้าจอมโหดมู่หลงมาได้แต่เมื่อมาเจอระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันขั้นต้นก็คงยากจะเอาตัวรอดได้"
"แต่อย่าลืมนะว่าเจ้ามู่หลงนั้นอยู่ระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุดเลยนะ เจ้าม้ามืดเอาชนะมาได้คงไม่ใช่โชคช่วยหรอก"
"อืม..ก็น่าคิดนะ ข้าก็เกือบลืมไปเหมือนกัน..อาาา..ถ้าเช่นนั้นคนที่จะน่าเป็นห่วงก็คงจะเป็นเจ้าเฉินลี่เสียมากกว่ากระมัง..!!"
"คงไม่น่า..ข้าว่าเจ้าม้ามืดตระกูลกังที่ชนะมาได้คงเพราะโชคช่วยมากกว่า ครานี้เป็นการต่อสู้กันจริงมิใช่ผลัดกันต่อยตีแบบมิตีโต้แบบก่อนหน้านี้ "
"ใช่..ใช่"..ข้าว่าเจ้าเฉินลี่คงไม่ยอมไปประลองแบบผลัดกันโจมตีแบบเจ้ามู่หลงหรอก..!!
กังหลงและเฉินลี่มิได้สนใจเสียงพูดคุยที่วิจารณ์กันลั่นจากด้านนอกสนามแม้แต่น้อย ตอนนี้ทั้งคู่ต่างยืนประจันหน้ากัน โดยมีผู้อาวุโสสูงสุดยืนอยู่ระหว่างกลางและแล้วเสียงเริ่มการต่อสู้ก็ดังขึ้น
"ทั้งคู่เริ่มประลองได้...!!"
สิ้นเสียงเฉินลี่ได้พุ่งทะยานเข้าหากังหลงหวังรวบรัดการต่อสู้อย่างรวดเร็วโดยมิให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งตัวเฉกเช่นเซินฉาน
"วูบบบ.."
"ฟ้าววว..."
"กรงขังหยาดพิรุณ..!!"
ปรากฎหยาดฝนระยิบระยับดุจเพชรพลอยโปรยปรายเป็นทางพร่างพรมออกรายล้อมร่างกังหลง รอบแล้วรอบเล่าจนเชื่อมต่อกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ดุจดวงแก้วมณีกักขังกังหลงไว้ภายในจนมิดชิดในช่วงเวลาเพียงสามลมหายใจ ผู้คนรอบเวทีต่างลุกขึ้นยืนเกือบพร้อมกันพร้อมเสียงที่ดังจากปากมากมายจนฟังเกือบไม่ได้ศัพท์
"โอ้..เจ้าม้ามืดนั่นถูกขังไว้ในลูกกลมๆ นั่นแล้ว นี่เพียงแค่สามลมหายใจเท่านั้นการต่อสู้จะจบลงแล้วรึ..?"
"ฮ่า ฮ๋า ฮ่า ข้าว่าแล้วเจ้าม้ามืดนั่นคงไม่ดวงดีไปตลอดหรอก พอมาเจอการต่อสู้ที่แท้จริงผลจึงออกมาเช่นนี้"
ผู้นำตระกูลราชวงศ์ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นผลการต่อสู้ที่ออกมา หันไปมองบุตรสาวของตนซึ่งตอนนี้ยังนั่งอย่างสงบคล้ายมิได้แปลกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย
"หงษ์เอ๋อร์ การต่อสู้ยังมิได้จบลงแล้วรึ ?"
"ท่านพ่อคิดว่า คุณชายกังหลงใช่จะพ่ายแพ้ง่ายดายรวดเร็วไปใช่ไหมเพคะ ท่านพ่อโปรดรอดูต่อไปการต่อสู้เพียงแค่เริ่มต้นเองนะเพคะ"
"หือ..แต่ท่วงท่ากรงขังหยาดพิรุณ ของตระกูลลี่นับเป็นไม้ตายที่หากใช้ขังคู่ต่อสู้ได้สำเร็จแล้ว ผู้ที่อยู่ในปราณระดับเดียวกันมิสามารถทำลายกรงขังนี้ได้ กรงขังนี้เรียกอีกอย่างว่า "มณีอมตะ" เพราะกรงขังได้นำพลังปราณทั้งหมดของผู้ใช้มาเชื่อมต่อถักทอจนเป็นดั่งดวงแก้วที่แข็งแกร่งจนพลังระดับเดียวกันยากจะทำลายลงได้ ท่าไม้ตายของตระกูลลี่นี้เคยได้รับการพิสูจน์มามิรู้กี่ครั้งแล้ว หากจะหนีออกจากกรงขังนี้ได้มีวิธีเดียวคือ ต้องทำขณะที่กรงขังนี้ยังมิได้เชื่อมต่อกันสำเร็จ โดยการโจมตีกรงขังที่ยังไม่เชื่อมต่อกันสมบูรณ์ให้แตกสลายไป ถ้าเจ้าหนุ่มนั่นมิยืนรอเฉยให้กรงขังสร้างตัวจนเสร็จเช่นนี้ โดยทำการโจมตีก่อนหน้านี้จนทำลายกรงขังนี้ไปผลการต่อสู้คงมิเป็นเช่นนี้แน่ ช่างน่าเสียดายโอกาสนัก !!"
หงษ์เเหลี่ยนหลังจากรับฟังเพียงถามขึ้นอย่างเรียบเฉยคล้ายมิได้แปลกใจอันใด
"ท่านพ่อ..แล้วไม่มีวิธีอื่นที่ทำลายกรงขังมณีอมตะนี้เลยหรือเพคะ"
"ก็ยังมีวิธีอยู่.. หากกรงขังนี้เจอผู้ที่มีระดับพลังเหนือกว่าผู้สร้างมณีอมตะนี้เจ็ดช่วงชั้นขึ้นไปเท่านั้นมณีอมตะนี้ก็เปรียบดุจดังเปลือกไข่ที่สามารถทลายลงเพียงแค่เคาะเบา ๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันเจ้าเด็กตระกูลลี่นั้นมีระดับปราณถึงครึ่งก้าวสู่ราชั้นขั้นต้นหากจะทำลายมณีอมตะที่สร้างขึ้นมาจากระดับพลังเช่นนี้ได้ผู้นั้นต้องมีพลังที่สูงถึงปราณราชันระดับเจ็ดขั้นกลางหรือมากกว่านั้นและนี่การที่จะทำลายมณีอมตะครานี้จึงมิอาจเป็นไปได้เลย"
พูดจบผู้นำตระกูลราชวงศ์ก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเสียดายความเป็นจริงเขาก็นึกนิยมและสนใจในตัวบุรุษหนุ่มจากตระกูลกังที่ผู้เป็นบุตรสาวได้กล่าวถึงมิน้อยแต่บัดนี้บุรุษหนุ่มผู้นี้คงได้ปิดฉากพ่ายแพ้ลงด้วยมณีอมตะอันโด่งดังของตระกูลลี่ซะแล้ว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าม้ามืดตระกูลกังถึงแม้นเจ้าจะเก่งกล้าหรืออาจจะบังเอิญที่เอาชนะเจ้ามู่หลงและคนอื่น ๆ มาได้แต่บัดนี้ในเมื่อเจ้าได้มาตกอยู่ในกรงขังที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลลี่เจ้าก็จงยอมแพ้เสียแต่โดยดีเถอะจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมาณหลังจากนี้..!!"
เฉินลี่หัวเราะออกมาด้วยความเบิกบานใจกล่าวออกมาพร้อมเดินวนไปรอบ ๆ กรงขังมณีอมตะของมันและมาหยุดยืนหน้าผู้อาวุโสสูงสุดที่ดำเนินการประลอง คำนับและกล่าวอย่างนอบน้อมนับว่ามันรู้จักมารยาท ควรทำอะไรตอนไหน
"มิทราบท่านผู้อาวุโสจะสามารถประกาศผลแพ้ชนะของรอบนี้ได้แล้วยังขอรับข้ามั่นใจว่าต่อให้ใช้เวลาทั้งวันคู่ต่อสู้ของข้าก็มิอาจออกมาจากมณีอมตะของข้าได้..!!"
ผู้อาวุโสสูงสุดมองมาที่บุรุษหนุ่มและมองไปยังลูกกลมที่กักขังคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายไว้ภายในผู้อาวุโสสูงสุดนั้นเคยได้รับทราบถึงท่าไม่ตาย มณีอมตะ ของตระกูลลี่มาเช่นกันแต่เพิ่งได้เห็นกับตาเป็นครั้งแรกเพราะน้อยครั้งนักที่ตระกูลลี่จะเปิดเผยไม้ตายนี้ออกมาหันมองลูกทรงกลมขนาดใหญ่เบื้องหน้าซึ่งบัดนี้ไม่มีปฏิกริยาใด ๆ ทั้งสิ้นครุ่นคิดแล้วขมวดคิ้วแน่น กล่าวกับเฉินลี่
"แม้บัดนี้คู่ต่อสู้ของเจ้าได้ถูกกักขังไว้ด้วยท่าโจมตีของเจ้าแต่ตามกฎของการประลองนั้น ซึ่งห้ามมีเจตนาสังหารกันผู้ที่หมดสติสามลมหายใจมิฟื้นขึ้นปรับเป็นผู้แพ้ผู้ถูกโจมตีหลุดออกนอกเวทีประลองตกถึงพื้นปรับแพ้ ผู้ขอยอมแพ้ปรับแพ้ แต่บัดนี้หากอีกฝ่ายยังมิได้กล่าวยอมแพ้ออกมาและเจ้าก็ยังมิได้โจมตีฝ่ายตรงข้ามให้หลุดออกนอกเวทีประลองดังนี้ข้าก็ยังมิอาจตัดสินการแพ้ชนะในสภาวะเช่นนี้ได้"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเฉินลี่จึงเดินไปยังกรงขังอัญมณีอมตะซึ่งด้วยระดับปราณของเฉินลี่นั้นสามารถสร้างกรงขังได้นานนับสิบนาทีโดยปกติผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในจะโดนพลังจากธาตุวารีจูโจมและดูดซับพลังจวบจนสิ้นเรี่ยวแรงไปเฉินลี่ต้องการเวลาแค่ไม่เกินห้านาทีก็คาดคิดว่ากังหลงเมื่อหมดเรี่ยวแรงต้องบอกกล่าวยอมแพ้ออกมา
โดยแท้จริงใจเฉินลี่นั้นต้องการจะเตะกราดหรือโจมตีกังหลงให้กระเด็นออกนอกเวทีพ่ายแพ้ไปแต่กรงขังมณีอมตะเมื่อใช้ออกแล้วดวงแก้วพลังปราณนี้จะถูกตรึงติดกับพื้นอย่างเหนียวแน่นดุจเสาเข็มที่โดนตอกตรึงไว้มิสามารถเคลื่อนไหวได้แม้จะโจมตีเยี่ยงไรก็มิเป็นผลมันจึงทำได้เพียงเฝ้ารอให้ฝ่ายตรงข้ามกล่าวยอมแพ้หรือหมดสติไปเท่านั้น