ถ้าพูดถึงว่าจะขายเฟอร์นิเจอร์แล้ว...
ของหนักขนาดนั้นจะยกไปขายที่ไหนได้ยังไงกันล่ะมีแต่ต้องเปิดบ้านเรียกคนเข้ามาดูเท่านั้นแหละ
แต่ประเด็นก็คือแม้เจ้าของบ้านที่ขายบ้านหลังนี้ให้เขาจะเป็นเจ้าของตลาด แต่ในซอยนั้นมันมีแต่บ้านไม่มีตลาดอะไรอยู่ใกล้ ๆ ให้เปิดบ้านแล้วคนจะเดินผ่านมาชมเฟอร์นิเจอร์ได้เลยสักนิดแถมยังไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่อีก จะเอายังไงดีฟะเนี่ย
จะว่าไปแล้วถ้าหากเป็นในช่วงปี พ.ศ. 256X ในตอนนั้นจะมีร้านค้าพวกที่ประเภทรับซื้อตู้โต๊ะเตียงของเก่าจากไม้เนื้อดีพร้อมพารถมาขนจนถึงที่อยู่นี่นาเป็นไปได้ไหมว่าในยุคนี้ก็น่าจะมีอยู่เหมือนกันแค่การโฆษณายังไม่แพร่หลายเหมือนกับในยุคปี 256X จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้ข่าวหรือรู้จักร้านทำนองนี้กันนัก
ตั้งข้อสันนิษฐานได้อย่างนี้ ระหว่างทางกลับบ้าน…ระหว่างทางเดินไปทานอาหารเย็นที่โรงพิมพ์ของเฮียฮั้วชายหนุ่มจึงเจตนาพาลูกพลับแวะแผงขายหนังสือ แล้วเริ่มต้นปฏิบัติการทันทีด้วยการไปซื้อหนังสือพิมพ์มาสองสามฉบับส่วนใหญ่เป็นหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีการลงโฆษณาขายบ้านเป็นกรอบเล็กๆ มากมายเต็มไปหมด
แต่นะ... ซื้อหนังสือพิมพ์มาแล้วยังไงล่ะบ้านเพิงหลังนี้ไฟฟ้าก็ไม่มี พอมืดแล้วก็มีแต่ไฟฉายกับแสงเทียนจะอ่านจะดูอะไรมันก็ลำบากไปหมด คิด ๆ แล้วก็ปิดโปรเจกต์พับโครงการไปก่อนไว้พรุ่งนี้เช้าไม่มีงานทำ เพลทก็ไม่มีจะให้เอาไปขายหอบหนังสือพิมพ์พวกนี้ไปนั่งอ่านที่ร้านเจ๊ง้อระหว่างที่พาลูกพลับไปทานก๋วยเตี๋ยวมื้อเช้าแบบนั้นน่าจะดีกว่า
“ป๊ะป๋าครับ อาหารใส่บาตรมาตอนไหนเหรอครับ”
พอเห็นป๊ะป๋าปิดหนังสือพิมพ์ที่จ้องหน้าเครียดไปแล้วลูกพลับก็ได้จังหวะซักถามในเรื่องที่คาใจตนมาตั้งนานได้สักที
“ห๊ะ? ยังไงครับ? ใครจะเอาอาหารใส่บาตรมาให้เราเหรอครับ?” ไตเติ้ลซักกลับลูกชาย
อยู่ ๆ เจ้าตัวเล็กก็โพล่งอะไรขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ไม่รู้
“ก็ลูกพลับได้อาหารใส่บาตรมาจากหลวงตาหลวงตาได้อาหารใส่บาตรมาจากชาวบ้าน แต่ลูกพลับไม่รู้ว่าชาวบ้านคนไหนแล้วทำไมเขาถึงต้องเอาอาหารใส่บาตรมาให้หลวงตาเยอะ ๆ ด้วยล่ะครับหลวงตาฉันไม่เคยหมดเลย ขนาดแบ่งมาให้ลูกพลับกับป๊ะป๋าแล้วก็ยังเหลือเลยนะครับ”
หือ...? ถามมาอย่างนี้แปลว่าเจ้าหนูนี่กินอาหารใส่บาตรมาโดยตลอดแต่กลับไม่เคยใส่บาตร ไม่รู้จักว่าการใส่บาตรคืออะไร
เออ… กรรมเวรแล้วนะคุณครูพี่เติ้ลริจะสอนโฮมสคูลให้ลูกชายแต่ดันมาตกม้าตายเพราะลืมสอนวิชาพระพุทธศาสนาในชีวิตประจำวันเนี่ยนะ!?
“คืออย่างนี้ครับลูกพลับ การตักบาตรเนี่ยคือการที่ชาวบ้านหรือฆราวาส คนทั่วไปจะถวายอาหารให้กับพระภิกษุสามเณร เป็นการทำบุญให้ทาน ชำระจิตใจของผู้ให้ และเป็นการทำนุบำรุงพระสงฆ์และพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ครับเพราะฉะนั้นไม่ใช่ชาวบ้านคนไหนเอาอาหารใส่บาตรมาให้หลวงตา แต่เป็นชาวบ้านหลาย ๆ คนมาร่วมกันทำบุญครับ”ไตเติ้ลอธิบาย
“ทำไมชาวบ้านต้องใส่บาตรล่ะครับพระหาข้าวกินเองไม่ได้เหรอครับ” ลูกพลับซัก
“เอ่อ…เอาจริง ๆ ก็ได้อยู่นะครับแต่ลูกพลับเห็นป๊ะป๋าตอนที่บวชแล้วใช่ครับ เห็นไหมว่าป๊ะป๋าสวดมนต์ ทำวัตรเดินจงกรมทั้งวันจนไม่มีเวลาทำอาหารเลย ส่วนชาวบ้านเองก็ทำงานหาเงินมาซื้ออาหารทุกวันจนไม่มีเวลาสวดมนต์ เดินจงกรมเลยด้วยเหมือนกัน”
“เพราะอย่างนั้นชาวบ้านก็เลยทำบุญใส่บาตรเอาข้าวให้พระฉันพระจะได้มีเวลาศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมาห่วงว่าเช้านี้จะกินอะไรเที่ยงนี้จะทานอะไรดีน่ะครับ”
ไตเติ้ลพยายามหาคำอธิบายเปรียบเทียบในแบบที่เด็กเจ็ดขวบจะฟังเข้าใจได้ง่ายที่สุด
“งั้นถ้าพระเอาอาหารจากชาวบ้านมาฉันแล้วพระไม่ยอมสวดมนต์ปฏิบัติจะได้ไหมครับตอนบวชอยู่ลูกพลับเห็นพระบางรูปไม่ขยันสวดมนต์เหมือนป๊ะป๋าเลย”
“การฝึกจิตปฏิบัติมีหลายแบบนะครับพระบางรูปซักผ้าอยู่ท่านก็ยังกำหนดฝึกจิตได้เลยแต่ถ้ามีพระที่ฉันอาหารใส่บาตรแล้วไม่ทำตัวให้ดี ไม่ปฏิบัติศึกษาธรรมสิ่งนั้นเป็นเรื่องไม่สมควร ถือว่าทำผิดมากกับชาวบ้านที่ทำบุญมาให้พระมาก ๆ เลยครับ”
ลูกพลับฟังที่ป๊ะป๋าสอนแล้วก็ขมวดคิ้วเอียงคอไปมาด้วยสีหน้าครุ่นคิด เด็กชายได้ยินพวกผู้ใหญ่เฮียฮั้วกับเจ๊พรคุยกันบ่อย ๆ ว่าป๊ะป๋าตอนที่เป็นพระนั้นปฏิบัติดีได้ใส่บาตรกับป๊ะป๋าตอนที่บวชพระนั้นโชคดีมากเป็นเพราะว่าป๊ะป๋าฉันอาหารใส่บาตรแล้วป๊ะป๋าก็ไปสวดมนต์ทั้งวันนี่เอง
“งั้นตอนที่หลวงตาเอาอาหารใส่บาตรมาให้ลูกพลับกับป๊ะป๋ากินก่อนที่พวกเราจะบวชล่ะครับพวกเราต้องสวดมนต์ด้วยไหมครับ?” เจ้าตัวเล็กซักต่อ
“ชาวบ้านทำบุญกับพระเยอะมากเลยใช่ไหมครับตอนบวชลูกพลับเห็นแล้วใช่ไหมว่าอาหารใส่บาตรต่อวันหลังจากที่พระฉันแล้วจะเหลือเยอะมากๆ”
“เหลือเยอะมากเลยครับ ลูกพลับเห็นแล้วก็เสียดายพระบางรูปเอาไปทิ้งด้วยครับแต่ก่อนตอนที่ป๊ะป๋าไม่มีเงินลูกพลับไม่มีข้าวกินก็หิวจะตายพอเห็นอาหารถูกทิ้งไปแบบนั้นลูกพลับเสียดายมาก ๆ เลย”
เด็กชายตอบบิดาตาแป๋ว
โอย... ไอ้เจ้าเด็กคนนี้จะสอนอะไรก็ลากเข้าดราม่าชวนพ่อมันน้ำตาไหลได้ทุกเรื่องเลยสิเนี่ย ไอ้เดชนะไอ้เดชเลี้ยงลูกให้อดอยากจนลูกไม่มีข้าวกิน
เด็กตัวแค่นี้แท้ ๆ แต่ละวันจะต้องมาคิดว่าหาข้าวมาจากไหนจะมีกินได้ยังไง เอ็งอย่าได้โผล่เป็นผีกลับมาให้ลูกพลับเจอหน้าเด็ดขาดเลยเชียวนะไม่อย่างนั้นไตเติ้ลขอสัญญาว่าไอ้เดชจะต้องได้เจอทิดวัฒน์จับใส่หม้อถ่วงน้ำโบกซีเมนต์ฝังลืมแน่ๆ
“นั่นเลยครับหลวงตาก็คิดอย่างลูกพลับเลยเอาอาหารที่เหลือจากใส่บาตรไปแจกจ่ายให้กับคนที่ไม่มีกินดีกว่าต้องทิ้งไปให้เสียประโยชน์ไงครับ”
ไตเติ้ลพยายามกลั้นน้ำตาสอนลูกต่อไป
“แต่ว่าชาวบ้านเขาเอาของมาให้พระเขาไม่ว่าเหรอครับที่พระเอาอาหารพวกนั้นมาให้เรา… ให้กับคนอื่นต่อเรากินของเขาก็ไม่เคยสวดมนต์เลยด้วย”
“ชาวบ้านถวายของให้พระก็เพราะว่าอยากให้พระมีเวลาสวดมนต์ปฏิบัติไม่ต้องคิดมากเรื่องปากท้องแต่ถ้าอาหารนั้นเหลือแล้วพระเอาไปแจกทานให้คนอื่นต่อมันเป็นการทำทานครับชาวบ้านเขาเข้าใจเหมือนลูกพลับเลยครับ ว่าถ้าอาหารเหลือทิ้งก็จะไร้ประโยชน์เอาไปให้คนอดอยากที่ไม่มีอันจะกินแทนที่จะทิ้งไปอาหารที่ใส่บาตรมาแล้วเหลือก็จะเป็นคุณประโยชน์ต่อไปครับ”
ฟังที่ป๊ะป๋าสอนเด็กชายก็นิ่งคิดไปอีกครั้งลูกพลับรู้สึกว่าพวกชาวบ้านนี่ใจดีกันจังเลยเอาอาหารมาถวายพระแล้วก็ยังฝากอาหารพระไปให้กับคนที่ตัวเองไม่เคยเจอหน้าด้วย
แต่ก่อนตอนที่ยังจน ๆ ลูกพลับก็ได้อาหารจากชาวบ้านที่ใจดีพวกนี้ช่วยเหลือมาโดยตลอดเลยสินะป๊ะป๋าสอนลูกพลับว่าให้เรารู้จักกตัญญูกับคนที่ช่วยเหลือเราถ้ามีโอกาสเราต้องตอบแทน แบบนี้ลูกพลับจะต้องรักชาวบ้านแถวนี้เพิ่มขึ้นให้มาก ๆ แล้วเพราะชาวบ้านแถวนี้ช่วยลูกพลับกับป๊ะป๋ามาโดยตลอดเลยแม้จะผ่านมาจากการใส่บาตรให้หลวงตาก็ตามที
“เอาอย่างนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้ป๊ะป๋าพาลูกพลับไปใส่บาตรดีไหมครับ?”
ไตเติ้ลเห็นลูกชายสนใจก็ฉวยโอกาสเปิดการเรียนการสอนรอบปฏิบัติของวิชาพระพุทธศาสนาเสียเลย
“ได้เหรอครับ ลูกพลับก็ใส่บาตรได้เหรอครับ?”
เด็กชายดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีเคยแต่รับของใส่บาตรจากคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียวแต่ในที่สุดก็จะได้เป็นฝ่ายที่ใส่บาตรเองบ้างสักทีแล้ว
“ได้สิครับ เกิดเป็นคน ใคร ๆ ก็ใส่บาตรได้ครับ”ไตเติ้ลหัวเราะ แล้วพูดต่อ “แต่ลูกพลับต้องตื่นเช้าๆ นะครับ”
“ลูกพลับตื่นเช้าครับ ลูกพลับเก่งตื่นเช้ามาก ๆ เลยครับ”เด็กน้อยรับปากด้วยดวงตาประกายแววตื่นเต้น
เออ…เนาะ เจ้าลูกพลับก็เก่งตื่นเช้าจริง ๆ นั่นแหละทุกวันนี้ก็ตื่นก่อนแล้วก็คอยปลุกพ่อที่ตื่นสายคนนี้อยู่ตลอดเลยเหมือนกัน
“งั้นถ้าป๊ะป๋าตื่นสายลูกพลับต้องปลุกป๊ะป๋าด้วยนะครับ”
“ได้เลยครับ ไว้ใจลูกพลับได้เลย” เจ้าตัวเล็กรับปากรับคำ
ไตเติ้ลตบเหม่งกลม ๆ ของลูกน้อยเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วต่างก็พากันเข้านอน แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ลูกพลับจะได้ใส่บาตรเป็นจะได้รู้ว่าชาวพุทธต้องทำอะไรยังไงกันบ้างคนเราจะเกิดมาเป็นชายไทยแล้วทำเป็นแต่รับสังฆทานกับ
ให้พรญาติโยมแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด.