War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 46

    มันจึงพบว่ามีหมึกยักษ์สายวงน้ำเงินตัวใหญ่เท่ามันอยู่ตรงจุดนั้น มันก็ทราบในทันทีว่าเป็นฝีมือไอ้หมึกยักษ์นั่นที่โจมตีใส่มัน


    หมึกยักษ์สายวงน้ำเงินตัวใหญ่ยักษ์เท่ามังกรน้ำนั่นหาใช่ใคร คือเยี่ยหลงที่อยู่ในร่างสัตว์เต็มตัวนั่นเอง


    มังกรน้ำมองพิจารณาเยี่ยหลงในร่างหมึกยักษ์สายวงน้ำเงินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว " เจ้าไม่ใช่สัตว์อสูร ไม่ใช่สัตว์เวท ไม่ใช่สัตว์วิญญาณ เจ้าเป็นมนุษย์ "


    เยี่ยหลงในร่างหมึกยักษ์สายวงน้ำเงินไม่พูดคุยด้วยทำการโจมตีใส่ด้วยการใช้หนวดไปรัดพันตัว


    มังกรน้ำที่เห็นเยี่ยหลงโจมตีมามันก็ไม่หลบ ปล่อยให้เยี่ยหลงใช้หนวดทั้งแปดพันรัดตัวมันได้


    แต่ถึงมันจะไม่หลบ แต่ก็หาใช่ไม่ตอบโต้ไม่ มันทำการตอบโต้โดยการปล่อยของเหลวใสบนผิวที่มีฤทธิ์เป็น

    กรดใส่หนวดทั้งแปดของเยี่ยหลง


    ในระหว่างที่มันกำลังใช้กรดละลายทำลายหนวดอยู่นั้น จู่มันก็ได้กลิ่นผลึกจากของเหลวที่มันพ่นใส่มนุษย์สาวไป ส่งกลิ่นแรงขึ้น


    มันจึงหันหัวไปดูว่ามีอะไร มันจึงพบเห็นมนุษย์หนุ่มซึ่งเป็นผู้ทำลายมุกวารี กำลังใช้ไฟเผาละลายผลึกอยู่


    เยี่ยหลงที่กำลังใช้ไฟละลายผลึกที่ยึดติดร่างของเยว่ปิงเหยียนและลู่ขุยอันอยู่ เมื่อคนได้กลิ่นผลึกที่ละลายกลายเป็นของเหลวซึ่งหอมมาก ซึ่งคนก็สูดเข้าไปเต็มปอด คนจึงคิดขึ้น ' ผลึกที่ละลายส่งกลิ่นหอมมาก ถ้านำมันไปทำน้ำหอม คงขายดีไม่หวั่นไม่ไหว '


    เยว่ปิงเหยียนที่เห็นเยี่ยหลงกลับมาหาพวกตน คนจึงกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง " คุณชาย เจ้ากลับมาทำไม "


    ลู่ขุยอันถามเช่นกัน " นั่นสิ เจ้ากลับมาทำไมศิษย์น้อง "


    เยี่ยหลงบอก " พอดีข้าคิดแผนดีๆที่จะช่วยพวกท่านออกจากตรงนี้ได้น่ะ ข้าเลยกลับมา แต่การที่ข้ามีพลังพอที่สามารถช่วยพวกท่านได้ ได้โปรดช่วยอย่าไปบอกใครเกี่ยวกับความสามารถของข้าได้รึเปล่า ศิษย์พี่ลู่ นางเซียนน้อย เพราะข้ามีเหตุผลบางอย่างที่ต้องปกปิดพลัง "


    ลู่ขุยอันและเยว่ปิงเหยียนไม่ตอบ เพราะสลบไปก่อน ก่อนที่จะได้ตอบ


    เยี่ยหลงที่เห็นคนสลบไป คนก็คิด ' หวังว่าจะได้ฟังคำขอของเรานะ '


    ก่อนหน้านั้น ก่อนที่เยี่ยหลงจะตัดสินใจกลับมาช่วยพวกเยว่ปิงเหยียน


    เยี่ยหลงที่หนีมาไกลพอสมควร ก็หยุดเท้าและกล่าวถามพวกฟีนิกซ์ " คุณฟีนิกซ์ คุณแคน ครับ พวกคุณสามารถช่วยศิษย์พี่ลู่ กับ นางเซียนน้อยได้หรือไม่ครับ "


    ฟีนิกซ์กับแคนไม่ตอบ เพราะมีบางสิ่งที่มารบกวนความสนใจของพวกคนก่อน


    ฟีนิกซ์ถามแคนขึ้น " มึงรู้สึกได้รึเปล่า "


    แคนตอบกลับด้วยเสียงในลำคอ " อืม " จากนั้นก็กล่าว " เขามาแล้ว "


    " งั้นพวกเราก็ต้องเตรียมตัวถูกอัญเชิญกลับไปหาร่างหลัก เพื่อกลับมารวมกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง เพื่อรับมือกับเขาสินะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " อาจเป็นอย่างงั้น แต่ตอนนี้เอาแค่ว่า พวกเรามาเตรียมตัวแค่ส่งพลังไปยังร่างหลักก็พอ การที่สถานการณ์จะแย่ถึงขนาดที่เรากับร่างหลักจะต้องกลับมารวมกัน จนร่างหลักมีพลังสมบูรณ์มีโอกาสอยู่ไม่มาก การที่เขากล้ามาหาเราแบบนี้ ทั้งๆที่รู้ว่ามีอัลเบียนอยู่ ตามความคิดกู กูว่าเขาไม่ได้ต้องการจะมาปะทะ ส่วนเขามาทำไมนั้น กูไม่รู้ " แคนกล่าว


    " ขอให้เป็นอย่างงั้นเถอะ เพราะกูไม่อยากสู้กับเขาเลย " ฟีนิกซ์กล่าวด้วยความภาวนา


    " อย่าเสียเวลาภาวนาเลย ฟีนิกซ์ พวกเรามาส่งพลังไปยังร่างหลักกันเถอะ " แคนกล่าว


    หลังจากฟีนิกซ์กับแคนได้ข้อสรุปกันเสร็จ ฟีนิกซ์ก็ทำการกล่าวกับเยี่ยหลง ' ไอ้หนู แกดูแลตัวเองให้ดีๆล่ะ พวกฉันจะติดต่อไม่ได้สักระยะ เข้าใจนะ '


    " พวกคุณ ฟีนิกซ์จะไปไหนหรอครับ แล้วคำขอ ของผมล่ะครับ " เยี่ยหลงถาม


    ฟีนิกซ์กับแคนไม่ตอบ


    ' มีเรื่องอะไรกันนะ ที่ทำให้พวกคุณฟีนิกซ์ที่น่าจะว่างที่สุดและพอที่จะช่วยเราได้ กลับไม่สามารถช่วยเราได้แล้วกันนะ' เยี่ยหลงคิด


    ' หนทางที่จะพึ่งพาพวกคุณฟีนิกซ์จบสิ้นแล้ว เราจะทำยังไงดีถึงจะช่วยนางเซียนน้อยกับศิษย์พี่ลู่ได้ ' เยี่ยหลงคิด


    ไม่นานเยี่ยหลงที่คิดหาทางช่วยพวกเยว่ปิงเหยียนอยู่ ก็ได้แผนหนึ่งขึ้นมาให้หัว


    ' มีวิธีนี้อยู่หนิ ถ้าเราใช้เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนง สร้างร่างแยกขึ้นมา แล้วให้ร่างแยกใช้ร่างหมึกยักษ์เข้าสู้กับมังกร ส่วนเราร่างจริงก็เข้าไปช่วยพวกนางเซียนน้อย โดยการเปิดร่างครึ่งคนครึ่งงูและใช้อัตลักษณ์ในร่างนั้นพาพวกนางหนี แต่ติดตรงที่ว่าถ้าเราทำแบบนั้น มันก็ต้องแลกมากับเราต้องเปิดเผยความลับ เอายังไงดีเยี่ยหลง ' เยี่ยหลงคิด


    ' ช่างความลับแม่งเถอะ เอาตามแผนนี้ก็แล้วกัน ' เยี่ยหลงที่คิดตัดสินใจได้ดังนั้น ก็พุ่งตัวกลับไปหาพวกเยว่ปิงเหยียน


    กลับมา ณ ปัจจุบัน เยี่ยหลงทีละลายผลึกจนหมดสิ้นแล้ว จากร่างกายของแม่นางทั้งสอง คนก็ใช้แขนโอบเอวคนทั้งสองไว้ 


    จากนั้นก็เปิดใช้อัญมณีสีน้ำเงิน วิญญาณยุทธ์สัตว์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าร่างครึ่งคนครึ่งงู พร้อมกับเวทด่านประตูทั้งหกด่านที่สอง


    จากนั้นก็ใช้อัตลักษณ์เคลื่อนกายดุจสายฟ้าของร่างครึ่งคนครึ่งงู พาพวกเยว่ปิงเหยียนหนี


    มังกรน้ำที่เห็นเหยื่อมนุษย์ชายที่เพิ่งกลับมา และทำการพาเหยื่อมนุษย์หญิงหนี


    มันจึงทำการทำลายหนวดหมึกที่พันธนาการร่างมันอยู่ออกอย่างง่ายดาย จากนั้นก็พุ่งเข้าหาพวกเยี่ยหลง


    แต่เยี่ยหลงร่างแยกที่ซึ่งอยู่ในร่างหมึกยักษ์ที่แค่โดนทำลายแค่หนวดทั้งแปด แต่ยังไม่หายไป


    มันจึงทำการ ใช้ทักษะวิญญาณ หนวดหมึกยักษ์ฟาดพสุธา เรียกหนวดหมึกยักษ์สีม่วงออกมาจากบนพื้นดินจากด้านข้างมังกร และใช้มันพันธนาการร่างมังกรติดกับพื้นอีกครั้ง


    แต่ก็เป็นเช่นเคย มังกรสามารถทำลายหนวดหมึกยักษ์ได้อย่างง่ายดาย


    ทว่าเยี่ยหลงร่างแยกหาได้หยุดไม่ คนทำการใช้ หนวดหมึกยักษ์ฟาดพสุธา สร้างหนวดหมึกยักษ์สีม่วงออกมาพันธนาการร่างมังกรต่อ ต่อจาก หนวดหมึกยักษ์ฟาดพสุธา ครั้งก่อน


    มังกรที่รู้สึกรำคาญจนเหลืออด หลังจากมันทำลายหนวดหมึกที่พันธนาการร่างมันเสร็จ


    มันก็หันมาโจมตีเยี่ยหลงร่างหมึกยักษ์ โดยการพ่นน้ำกรดใส่ จนร่างหมึกยักษ์ละลายไปจนสิ้น


    หลังหมึกยักษ์หายไปแล้ว มังกรน้ำก็หันมาไล่ล่าพวกเยี่ยหลงที่กำลังหนีตนต่อในทันที


    แต่ไล่ล่ายาวมาถึงสิบห้านาที มังกรน้ำก็ยังตามความเร็วของเยี่ยหลงที่อยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งงูและแบกหญิงสองคนไปด้วยไม่ทันอยู่ดี เหตุผลหนึ่งเพราะ มันถูกหมึกยักษ์รั้งเอาไว้ด้วย จึงทำให้มันทิ้งช่วงห่างจากเยี่ยหลง จึงทำให้มันตามไม่ทัน


    มังกรที่แม้จะมีโทสะ แต่ก็รู้สึกขี้เกียจแล้ว มันจึงหยุดไล่ล่าและคิดขึ้น ' ไม่ต้องไล่ล่าพวกมันต่อแล้วดีกว่า อย่างไรพวกมันก็โดนพิษ จากกลิ่นผลึกของเราไปแล้ว พวกมันไม่รอดหรอก '


    หลังจากมังกรน้ำตัดสินใจเสร็จ มันก็หันหลังกลับสระบัวไป


    เยี่ยหลงที่ในที่สุดก็ถึงขีดจำกัดเวลาของอัญมณีบวกกับคนเหนื่อย คนจึงหยุดเท้าลง เพื่อพัก


    ทันทีที่เยี่ยหลงหยุดเท้าลงและพัก คนก็รู้สึกถึงบางอย่างแปลกๆในร่างกาย


    เยี่ยหลงคิดขึ้น ' ทำไมเราถึงรู้สึกว่า พลังวิญญาณและพลังเวทในร่างกาย รั่วไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้และไม่หยุดกันนะ หรือเราคิดไปเอง '


    เยี่ยหลงนั่งพักได้ประมาณ สิบห้านาที คนที่เหนื่อยมากก็ใกล้จะหลับเต็มที่


    แต่ก่อนที่ตาคนจะได้ปิดสนิท เสียงชายคนหนึ่งก็กล่าวทักเยี่ยหลงขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตร " ประเสริฐแท้ที่ข้าได้เจอเจ้า ในแดนเวทลี้ลับที่กว้างใหญ่นี้ "


    เยี่ยหลงที่ได้ยินคนทัก คนก็สะดุ้งตัวยืนขึ้น จากนั้นก็โอบเอวหญิงทั้งสองแน่น และมองไปยังทางทิศเสียง


    คนที่มองไปยังทางทิศเสียง คนจึงพบกับบุคคลซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดเสียง คนผู้นั้นหาใช่ใคร เฟินเจวี๋ยปี้นั่นเอง


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรของเฟินเจวี๋ยปี้ คนจึงถามเฟินเจวี๋ยปี้ขึ้น " เจ้าต้องการอะไร "


    เฟินเจวี๋ยปี้ตอบ " ฆ่าเจ้าไง "


    หลังจากเฟินเจวี๋ยปี้กล่าวตอบเยี่ยหลงเสร็จ คนจึงค่อยมาสังเกตแขนทั้งสองข้างของเยี่ยหลงที่กำลังโอบอุ้มร่างกายของหญิงงามทั้งสองอยู่


    คนมองสภาพของหญิงงามทั้งสองอย่างพิจารณาด้วยตาเปล่า แต่ถึงแม้มองด้วยตาเปล่า คนก็กลับพบทราบได้ว่า บัดนี้ หญิงงามทั้งสอง สูญเสียพลังวิญญาณและพลังเวท ไปจนถึงขนาดเส้นพลังวิญญาณและพลังเวทในร่างใกล้จะเหือดแห้งเต็มที จนใกล้กลายเป็นคนพิการแล้ว


    เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นดังนั้นก็พูดขึ้น " ได้ฆ่าเจ้า นับว่าดีแล้ว แต่ยังได้ของขวัญจากเจ้าอีกนับว่าดียิ่ง "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น คนก็มองมายังหญิงที่อยู่ในอ้อมโอบตัวเองดั่งรู้ว่าของขวัญที่เฟินเจวี๋ยปี้บอกนั่นคืออะไร


    เยี่ยหลงคิดในใจ ' ไอ้บัดซบนี่ กล้าคิดไม่ดีกับศิษย์ลู่กับนางเซียนน้อยของข้างั้นหรอ สักวันข้าจะสั่งสอนเจ้าแน่ แต่ตอนนี้เราสู้มันไม่ได้ ขอหนีก่อนก็แล้วกัน '


    เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็เปิดใช้ร่างครึ่งคนครึ่งงูแล้วอุ้มร่างหญิงสาวทั้งสองพาพุ่งตัวหนีไปด้วยกันในทันที


    แต่ไปได้ไม่ถึงสิบก้าวเท้า จู่ๆก็มีโซ่สีแดงอัคคีพุ่งมารัดคอรัดแขนรัดลำตัวคนเอาไว้จากทางด้านหลัง ดึงไม่ให้คนพุ่งตัวไปต่อได้และจำต้องปล่อยร่างหญิงสาวทั้งสองลงกับพื้น


    เยี่ยหลงหันไปดูข้างหลัง จึงพบที่มาของโซ่ว่าโซ่สีแดงอัคคีนั้นโผล่มาจากไหน มันมาจากพื้นดินนั่นเอง


    เยี่ยหลงพยายามดิ้นขยับร่างดึงโซ่หนีสุดชีวิต แต่ดึงเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววที่จะหลุด


    คนทำไปเรื่อยๆ จนเฟินเจวี๋ยปี้เดินมาอยู่เบื้องหน้าคนแล้ว คนก็ยังไม่หยุด


    เฟินเจวี๋ยปี้ที่เห็นคนพยายามดิ้นรนที่จะหนีสุดๆ คนก็รู้สึกอยากจะทำให้คนนั้นดิ้นพล่านด้วยความเจ็บที่สุดในชีวิต คนจึงกะจะใช้ไฟเผาไฟลนร่างของเยี่ยหลงไปทีละนิดจนกว่าคนจะขาดใจตาย


    แต่คนก็เกิดเปลี่ยนใจเสียก่อน เพราะคนอยากรีบเสพสุขกับหญิงสาวทั้งสองเร็วๆ แต่ถึงกระนั้นคนก็ยังอยากให้เยี่ยหลงตายอย่างทรมาน


    คนจึงคิดเปลี่ยนวิธีฆ่า มาเป็นฆ่าคนอย่างทรมานโดยการใช้มือไฟบีบคอให้ตายก็แล้วกัน


    คนที่คิดได้ดังนั้น จึงทำการใช้ไฟห่อหุ้มมือข้างที่จะบีบคอคน จากนั้นจึงค่อยนำมือไปบีบคอคน


    เยี่ยหลงที่ถูกทั้งบีบคอและไฟเผาคอ ก็เค้นเสียงร้องออกมาอย่างทรมาน


    เยี่ยหลงที่โดนทรมานอยู่ครู่หนึ่ง คนที่รู้สึกทรมานมาก ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด คนจึงทำการเปิดใช้อัญมณีสีม่วงหรืออัญมณีหมึกยักษ์สายวงน้ำเงินและใช้อัตลักษณ์ของหมึกยักษ์สายวงน้ำเงิน ในการพ่นหมึกใส่ตาเฟินเจวี๋ยปี้


    เฟินเจวี๋ยปี้ที่โดนน้ำหมึกพ่นใส่ตา คนก็รู้สึกแสบตามาก จนต้องปล่อยมือที่บีบคอเยี่ยหลงอยู่ออก


    และสิ่งที่ตามมาต่อจากการปล่อยมือที่บีบคอคนออกก็คือ โซ่สีแดงอัคคีที่จากแข็งกลับกลายเป็นอ่อนเบายิ่ง จนเยี่ยหลงกระชากขาดได้


    ทันทีที่โซ่ขาด เยี่ยหลงก็คว้าตัวหญิงทั้งสองที่นอนอยู่บนพื้นเอาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นก็พุ่งหนีด้วยอัตลักษณ์ร่างครึ่งคนครึ่งงู


    ณ ทางด้านบนดวงจันทร์ของดาวที่เยี่ยหลงอยู่ บนนั้นมีชายคนหนึ่งกำลังนั่งมองมายังดาวที่มีพวกอัลเบียนอาศัยอยู่


    จู่ๆในระหว่างที่คนมองอยู่ คนก็รู้สึกถึงบางอย่างที่มาทางด้านซ้าย คนจึงหันไปดู


    ทันทีที่คนหันไปดู ในฉับพลันนั้น รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นและมีคนชุดขาวสี่คนเดินออกมาจากรอยแยกมิตินั้น


    คนชุดขาวสี่คนนั้นหาใช่ใคร คืออัลเบียนกับแคน ซีค 

    กิลด์นั่นเอง


    เมื่ออัลเบียน แคน ซีค กิลด์ มาปรากฏให้คนเห็นแล้ว คนจึงกล่าวขึ้น " ไม่เจอกันซึ่งหน้าแบบนี้กันมานานเท่าไหร่แล้วนะ สหาย "


    อัลเบียนบอกกลับ " ก็ประมาณหลายล้านกว่าปีได้แล้วนะครับ ควิซ "


    " นั่นสินะ หลายล้านกว่าปีแล้ว แต่ทำไมฉันยังรู้สึกเหมือนผ่านไปไม่กี่วันเอง " คนชื่อควิซกล่าว


    " ผมรู้สึกถึงการมาของคุณได้หลายครั้งแล้ว บนดวงจันทร์นี้ " อัลเบียนกล่าว


    " แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่คุณจะปล่อยออร่าออกมาเลย ผมเลยปล่อยไป บอกผมได้มั้ยครับว่าครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนยังไง " อัลเบียนถาม


    " เพราะครั้งฉันจะมาถามพวกนายเป็นครั้งสุดท้าย ว่าจะร่วมมือกับฉันปลุกไลท์ขึ้นมามั้ย หรือจะอยู่ตรงข้ามฉันดังเดิม " ควิซบอกและถาม


    อัลเบียนตอบ " ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมจะทำตามปณิธานของไลท์ คือปล่อยให้ไลท์ได้หลับอย่างสบาย โดยไม่ปลุกเขาขึ้นมาอีก "


    " งั้นเราคงต้องเป็นศัตรูกันแล้วใช่มั้ย " ควิซถาม


    อัลเบียนตอบ " มันก็เป็นอย่างงั้น มาตั้งแต่กลุ่มร้อยอสูรแตกแล้วไม่ใช่หรอครับ "


    " ก็คงงั้นแหละ " ควิซบอก


    " ว่าแต่น้องชาย นายจะแอบอยู่ในเงาฉันอีกนานมั้ย " 

    ควิซกล่าวถาม


    ทันทีที่ควิซกล่าวถามมาแบบนั้น ฟีนิกซ์ที่แอบอยู่ในเงาตั้งแต่รอยแยกมิติเปิด คนก็ออกมาจากเงาของควิซและใช้ดาบสั้นสีขาวจี้คนคอไว้ และกล่าว " อย่าขยับหรืออย่าคิดใช้พลังนะ ไม่งั้นฉันตัดคอนายแน่ พี่ชาย "


    ควิซพูดกลับ " ไม่ต้องทำถึงขนาดเตรียมพร้อมตัดคอฉันได้ทุกเมื่อหรอก ถ้าฉันขยับหรือใช้พลังน่ะ เพราะยังไงฉันก็ไม่ได้กะจะมาสู้อยู่แล้ว "


    " ฟีนิกซ์ น้องชาย ฉันขอถามนายอีกครั้ง นายจะร่วมมือกับฉันปลุกไลท์ขึ้นมามั้ย " ควิซถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " ถึงแม้ฉันจะอยากปลุกไลท์ขึ้นมามากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ฉันก็ไม่อาจทำได้ เพราะตอนนี้ ฉันมีอัลเบียนเป็นหัวหน้า ฉะนั้นคำสั่งของอัลเบียนกับฉันในตอนนี้คือสูงสุด ไม่มีเหนือกว่านี้อีกแล้ว "


    " เป็นแบบนั้นเองหรอ แย่จังแฮะ เช่นนั้นครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ ที่ฉันจะดีต่อนาย " ควิซกล่าวเสร็จ คนก็ปลดปล่อยมันตราจิตสังหารเล็ก พร้อมกับเหมือนจะมีท่าทีปลดปล่อยพลังเวทหรือพลังวิญญาณ


    ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็ง้างดาบจะฟันใส่คอคน 

    แต่อัลเบียนก็ตะโกนบอกขึ้นมาก่อน " ฟีนิกซ์ออกมาจากจุดนั้น "


    ฟีนิกซ์ที่ได้ยินเสียงบอกตนดังนั้น คนที่ตระหนกก็กระโจนถอยหลังออกมาจาก จุดที่ควิซอยู่


    ทันใดที่ฟีนิกซ์กระโจนออกจากตัวควิซ จู่ๆรอยแยกมิติบนเหนือหัวควิซก็มีเปิดออกขึ้น


    ในรอยแยกมิตินั้น มีดวงตาขนาดใหญ่ที่ฉายลำแสงลงมาบนตัวควิซและดึงตัวควิซขึ้นเข้าไปในมิติอย่างช้าๆ และนอกเหนือจากดวงตาขนาดใหญ่นั้น ก็ยังมีร่างของคนอีกสามคนอยู่ในรอยแยกมิตินั้นด้วย


    ควิซกล่าว " สงครามที่จะดึงจักรวาลนับล้านเข้าพัวพันกำลังจะมาถึงแล้ว พวกนายเตรียมตัวให้ดีๆก็แล้วกัน นี่คือคำบอกด้วยความหวังดีเป็นครั้งสุดท้ายจากฉัน "


    อัลเบียนถามกลับ " เป็นเรื่องจริงสินะครับ ที่คุณบุกไปยังคุกทาร์ทารัสเพื่อหากำลังพล "


    ควิซยิ้มและตอบ " สงครามกำลังจะเริ่ม ถึงแม้ฉันจะมีพลังมากและพอที่จะต่อกรกับผู้ปกครองหลายตนได้ ในเวลาเดียวกัน แต่ฉันขอไม่ประมาทก็แล้วกัน "


    " อัลเบียน ฟีนิกซ์ กิลด์ ซีค แคน ไว้ครั้งหน้าฉันจะมาหาใหม่ แต่ครั้งต่อไปที่จะมาหา จะไม่ใช่ในฐานะมิตรแล้วนะ จำเอาไว้ด้วย " หลังจากควิซกล่าวเสร็จ คนก็เข้าไปในมิติอีกด้านหนึ่งแล้ว จากนั้นรอยแยกมิติก็ปิดลง


    หลังควิซจากไปแล้ว แคนก็ถามอัลเบียนขึ้น " เอายังไงดีอัลเบียน "


    อัลเบียนตอบอย่างง่ายๆ " เตรียมตัวรับศึกให้พร้อม "


    ณ ทางด้านเยี่ยหลงที่หนีจากเฟินเจวี๋ยปีมาไกลมากพอสมควร 


    คนที่เจอถ้ำด้านหน้าและบวกกับคนเหนื่อยมากแล้ว คนจึงเลือกเข้าไปในถ้ำนั้นเพื่อหลบ


    ทันทีที่คนเข้าไปด้านในถ้ำเพื่อหลบได้ลึกพอควร คนก็วางร่างเยว่ปิงเหยียนกับลู่ขุยอันลงพิงกับกำแพงถ้ำ


    ในฉับพลันที่คนวางร่างหญิงสาวทั้งสองเสร็จ จู่ทันใดนั้นก็มีเสียงทักคนขึ้น " มนุษย์ "

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน