หลังถึงบ้านได้ไม่นานขณะที่ญาณินท์กำลังจะเตรียมตัวทำอาหารค่ำสำหรับตัวเองและพ่อเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หญิงสาวเดินไปดูเพราะคิดว่าเพื่อนโทรมา แต่ชื่อที่ปรากฏกลับโชว์หราว่าเป็ช้างศึก หญิงสาวกลอกตามองบนพลางคิดว่าจะโทรมายิงมุกเสี่ยวอะไรอีกก่อนกดรับสาย
“ฮัลโหลมีอะไรเหรอ สึกหรอ ลืมอะไรไว้หรือเปล่า”
“ลืมหัวใจครับ”
“คิดแล้วเชียว เสี่ยวเป็บ้า ถ้าว่างโทรกวนขนาดนั้นจะวางแล้วนะ จะไปทำกับข้าวไว้ให้พ่อ”
“อะ เดี๋ยวๆ ผมแค่จะโทรมาบอกว่าอย่าลืมบอกคุณพ่อเื่รถเผื่อท่านจะเอาไปจัดการให้ อย่าลืมนะพี่ตาล สเตอร์คือเื่สำคัญ ถ้าไม่รีบเปลี่ยนหากโซ่ขาดอาจเกิดอุบัติเหตุ อันตรายมากแค่นี้แหละ”
“สเตอร์กับอะไรนะ เอ๊า วางซะแล้ว” ญาณินท์ขมวดคิ้ว
หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาแกล้งเพื่อให้เธอโทรกลับ หารู้ไม่ว่าชายหนุ่มกำลังตีอกชกหมอนสะกดความดีใจไว้เมื่อเธอหลงกล ญาณินท์โทรถามจนได้เื่แต่เสียงเขานิ่งไปราวกับคนละคนจนหญิงสาวรู้สึกสับสน
“โกรธเหรอ” เธอพึมพำกับตัวเองหลังวางสาย ยืนจ้องโทรศัพท์ในมืออยู่อย่างนั้นจนประตูบานหนึ่งในบ้านเปิดออกจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วเดินไปห้องครัวเปิดตู้เย็นหาของ
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอลูก มาถึงนานหรือยัง” สุริยาถามเมื่อเห็นลูกสาวกำลังง่วนอยู่หน้าตู้เย็น
“มาได้สักพักแล้วค่ะคุณพ่อ วันนี้อยากกินอะไรเป็พิเศษไหมคะ แต่ว่า มีแค่เนื้อหมูติดมันกับไข่เองนะคะ”
“ของใกล้หมดแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
“งั้น พ่ออยากกินหมูน้ำตกทำให้ได้ไหม”
“ได้ค่ะ ถ้าคุณพ่อไม่รีบ”
“ไม่รีบหรอก พรุ่งนี้ถึงจะเข้าสถานี”
“่นี้มีคดีเยอะเหรอคะ”
“อืม ว่าแต่รถลูกเสร็จไหม”
“ยังค่ะคุณพ่อ”
“อ้าว เขาไม่เอาไปซ่อมเหรอ”
“ซ่อมค่ะ แต่ยังไม่เสร็จ”
“เงินไม่พอเหรอลูก”
“ถ้าทำทั้งหมดเลยก็น่าจะขาดหลายบาทค่ะคุณพ่อ รถมีปัญหาเยอะมาก สึกหรอเขาบอกว่า เหลือเปลี่ยนสเตอร์กับยางล้อหน้า เพราะรีบเอารถมาให้หนูช่างเลยทำให้แค่ที่จำเป็ พอใช้งานได้ก่อน เห็นว่าให้เปลี่ยนสเตอร์ในสองอาทิตย์” สุริยาฟังลูกสาวพูดจนจบ แต่มีเื่หนึ่งที่เขาสงสัย
“สึกหรอ!!! นั่นชื่อคนเหรอ” หญิงสาวพยักหน้า
“ชื่อเล่นกรินทร์ เหรอ”
“เปล่าค่ะ แต่หนูเรียกเขาแบบนั้น”
“ทำไมเรียกน้องแบบนั้นล่ะลูก ชื่อเขาออกจะเพราะ”
“ก็ ตอนปีหนึ่งหนูเห็นสาวกรี๊ดเขาเยอะเพราะรูปร่างหน้าตา ดูท่าเขาจะเหลิงแล้วติดสาวจนเสียการเรียน พอเข้ากิจกรรมเขาแนะนำตัวเองอย่างภาคภูมิว่าชื่อ ช้างศึก ที่แปลมาจาก กรินทร์ สาวกรี๊ดจากชื่อเล่นและชื่อจริง เชยชมซะจนเขายิ้มยืดอกแทบตัวลอย หนูก็เลยสกัดความมั่นใจเขาลง”
“โดย การเรียกสึกหรอทำลายความมั่นใจเขาเนี่ยนะ หึๆ แสบนะเรา” ผู้เป็พ่อหัวเราะกลั้วในลำคอพลางส่ายหัวใส่ลูกสาว เธอพยักหน้าหงึกๆ ทั้งที่มือยังเอาหมูออกมาเตรียมหมักอบ
“หนูทำแบบนั้น เพราะกลัวเขาเสียคนจนเรียนไม่จบ”
“เป็ห่วงเขาด้วย ชอบเขาั้แ่แรกเห็นหรือเปล่าเนี่ยยัยตาล”
“คุณพ่อ หือ” หญิงสาวลากเสียงหน้างอกระทืบเท้าสะบัดแขนไหล่บิดเหมือนเด็กๆ มันเป็ปฏิกิริยาที่เธอมักแสดงออก เมื่อพ่อแกล้งเย้าแหย่ขัดใจในเื่ที่เธอไม่ยอมรับ
“เอ๊า ไม่จริงเหรอ”
“หนูก็แค่อยากให้รุ่นน้องทุกคนเรียนจบ” ญาณินท์หน้างอยืนมองพ่อด้วยสายตาค้อน แต่เขาเลิกคิ้วสูงพยักหน้าเบ้ปากคว่ำ
“จะกินหรือเปล่าข้าว เดี๋ยวหนูก็ไม่ทำให้หรอก”
“อะๆ กินๆ พ่อหยอกเล่นน่า แหม ทำไมถอดนิสัยแม่ออกมาได้ขนาดนี้”
“ไม่ดีเหรอคะ”
“ดีสิ ดีซะอีก รู้จักห่วงใยคนอื่น นั่นแหละพ่อถึงแต่งงานกับแม่ของลูก เฮ้อ พูดมาแล้วก็คิดถึงไม่น่ารีบด่วนจากไปเลย” หญิงสาวก้มหน้า เธอเองก็คิดถึงแม่เหมือนกัน
“แล้ว รถต้องเอาไปทำสเตอร์ใช่ไหม”
“ค่ะคุณพ่อ แล้วก็ล้อหน้าด้วยค่ะ วันนี้เปลี่ยนล้อหลังหัวเทียน น้ำมันเครื่อง ตึงโซ่เติมลม ก็เจ็ดร้อยยี่สิบบาท ที่เหลือเดี๋ยวหนูเอาไว้ซื้อของมาใส่ตู้เย็นนะคะ”
“ได้ ถ้าไม่พอบอกนะเดี๋ยวพ่อโอนให้”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“วันไหนเลิกเรียนเร็ว ลูกอย่าลืมเอารถไปทำนะ”
“ค่ะ หนูออกไปซื้อของตลาดระหว่างหมักหมูนะคะ”
“จะไปซื้ออะไรเหรอ”
“ก็พวกต้นหอม มะนาวค่ะ ข้าวขั้ว พริกป่นก็หมด”
“อ๋อ รอก่อนเดี๋ยวพ่อเอาเงินให้ขาดเหลืออะไรซื้อกลับมาเลย ซื้อผลไม้มาด้วยนะ ลูกอยากกินอะไรซื้อมาติดบ้านไว้เลย” ญาณินท์ยิ้มกว้าง ก่อนพ่อจะเดินไปหยิบเงินมาเพิ่มให้อีกหนึ่งพัน
“เอารถยนต์ไปจะได้ใส่ของได้หลายอย่างปลอดภัยกว่า ออ ทำเสร็จแล้วเรียกพ่อด้วยนะ อย่าแอบกินคนเดียวไม่รอพ่อล่ะ”
“เ้าค่า” ญาณินท์ตอบลากเสียง สุริยาจึงบอกลูกสาวว่าตนจะเข้าไปนอนพักอีกสักหน่อยรู้สึกไม่สดชื่น
หลังหายไปราวครึ่งชั่วโมงเศษหญิงสาวกลับมาพร้อมข้าวของเต็มไม้เต็มมือ ต้องขนเข้าบ้านถึงสองสามรอบก่อนเอาหมูเข้าตู้อบตั้งไฟแรงและเวลาให้สุกพอฉ่ำนุ่มสำหรับหมูน้ำตกของพ่อ หันไปหุงข้าวแยกผักที่จะทำอาหารออกไว้และเก็บของเข้าตู้อย่างเป็ระเบียบ ล้างผลไม้ผึ่งไว้ในตะกร้า เอาตับหมูสดที่เพิ่งซื้อมาซอยขนาดพอดีคำ
ญาณินท์ตั้งหม้อรอน้ำเดือด ระหว่างนั้นล้างกลิ่นคาวเืจากตับออก พักไว้ใส่ใบมะกรูดตะไคร้ลงในหม้อ รอให้กลิ่นเครื่องหอมโชยขึ้นก่อนเอาตับลงไปลวกพอสุกเด้งไม่แข็งเกินไป แบ่งส่วนหนึ่งไว้ใส่น้ำตกหมูย่างและอีกส่วนไว้ให้พ่อกินแบบลวกจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วถ้วยเล็กที่เธอเริ่มปรุงรสชูเปรี้ยวอมหวาน
เมื่อเสียงเตาอบเตือนว่าเนื้อได้ที่แล้วจึงเปิดตู้อบไมโครเวฟออก กลิ่นเนื้ออบเกรียมหอมฟุ้งทั่วห้องครัว มือบางใช้ซ่อมจิ้มวางบนเขียงแล้วหั่นดู หญิงสาวทำเนื้อได้สุกสีสวยกำลังดี
จากนั้น จัดแจงล้างหอมรวม มะนาว ระหว่างรอให้หมูคลายความร้อน หั่นหอมรวม มะนาวเตรียมไว้แล้วหั่นหมูแยกออกเป็สองส่วน ส่วนแรกจัดใส่จานรวมกับตัวลวก แล้วเริ่มปรุงหมูน้ำตกจนแล้วเสร็จได้รสจัดจ้านที่พ่อชอบ เพราะแม่จากไปั้แ่ยังเด็กเธอจึงต้องเริ่มฝึกทำอาหารเพื่อช่วยแบ่งเบาพ่อจนชำนาญ
“คุณพ่อตื่นหรือยังคะ กับข้าวเสร็จแล้วนะ” หญิงสาวได้ยินเสียงขานรับจากบิดาแล้วเริ่มจัดโต๊ะรอ
“ว้าว น่ากินมาก” ญาณินท์ยิ้มตาหยีเมื่อพ่อชมก่อนจะหุบลงเมื่อพ่อแซว
“แบบนี้พ่อคงไม่อายแล้ว ว่าลูกสาวทำกับข้าวไม่เป็เมื่อถึงเวลาแต่งงาน”
“คุณพ่ออ่ะ” เธอค้อน
“หึๆ กินเถอะ พ่อรู้ว่าลูกรักการเรียน ก็พูดไปแบบนั้นแหละ ลูกสาวคนเดียวนี่เนอะ แต่บอกผู้ชายหน่อยก็ดีว่าพ่อไม่ได้หวง”
“คุณพ่อ” ญาณินท์ลากเสียงหน้างอแต่ก็ยังตักอาหารใส่จานให้พ่อก่อน สุริยายกมือลูบผมลูกอย่างเอ็นดู เขาทั้งรักและเป็ห่วงลูกสาวมากเกรงว่าจะเป็ผู้หญิงอ่อนต่อโลกแต่ญาณินท์ก็ไม่เคยว่อกแว่กตั้งใจเล่าเรียนเสมอมา เธอเป็สิ่งล้ำค่าสำหรับเขา สิ่งล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวที่ภรรยาทิ้งไว้ให้
“พ่อขอเบอร์กรินทร์หน่อยนะ” หญิงสาวชะงักมองพ่อ
“คุณพ่อจะเอาไปทำไมคะ”
“เอามาเหอะ” เขาเหลือบมองลูกสาวอมยิ้มเล็กน้อย